สุพรรณิการ์

ผมสลวยสวยขำดำเงา ให้ชื่อเจ้าว่าสุพรรณิการ์เอย

มีเงินใช้….แต่ทำไมไม่มีเงินเก็บ….

January13

Image Hosting by PictureTrail.com

self-portrait — Photo by Eve

ท่านผู้อ่านเคยรู้สึกบ้างไหมคะว่า  สมัยก่อนเรามีเงินน้อยนิด แต่ใช้จ่ายได้อย่างสบายๆ  แต่พอตอนนี้มีเงินมากกว่าเมื่อก่อน (มากๆ) แต่กลับรู้สึกไม่พอใช้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

สิ้นปีผ่านไปไม่กี่วัน  ข้าพเจ้าพอจะมีเวลาให้กับตัวเองบ้าง

เลยนั่งดูบัญชีรายรับรายจ่ายตลอดปีฉลูที่ผ่านมา  ….

 

แล้วถึงกลับอ้ำอึ้งตะลึงตะไล….  ทำไมรายจ่ายมันสูงขนาดนี้เนี่ย

 

 

ก็ไม่ได้ถึงกับชักหน้าไม่ถึงหลัง หนี้สินอะไรก็ไม่ได้มี  เงินเก็บก็ยังพอมีอยู่

แต่เทียบกับรายได้ที่ได้ตลอดปีมาแล้ว  น่าจะมีเงินเก็บมากกว่านี้

 

 

ข้าพเจ้าก็บริหารเงินเองมาตลอด ตั้งแต่อยู่ป.ตรี  ไม่ได้รบกวนพ่อแม่

เพราะข้าพเจ้าก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย  ตอนนั้นถึงเงินจะไม่มากไม่มาย

แต่ข้าพเจ้าก็มีเงินเก็บ และใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ

 

 

แต่ ณ ปัจจุบัน  เรียนสูงขึ้น  ได้เงินเดือนมากกว่าตอนเรียนตรีอีก 

แต่เงินเก็บมันน้อยลงอย่างเหลือเชื่อ  

 

 

แล้วเงินมันหายไปไหน  เอาไปใช้ทำอะไร  อายุแค่นี้ทำไมใช้เงินเป็นเบี้ยขนาดนี้ 

ร้อยแปดคำถามเริ่มประดังเข้ามา 

 

หรือว่าต้องจัดระบบบัญชีรายรับรายจ่ายเสียแล้วกระมัง

 

 

เลยลองคำนวณคร่าวๆดู ว่าแต่ละเดือนจ่ายค่าอะไรบ้าง

 

 

ค่าเช่าคอนโด ค่าไฟ  อินเตอร์เน็ต  ค่าโทรศัพท์มือถือ (จ่ายรายเดือนค่ะ) 

ค่าประกันรถยนต์ (จ่ายทุกครึ่งปี)   ค่าดูแลรถยนต์   

ค่าประกันสุขภาพ (จ่ายทุกครึ่งปี) จิปาถะ…..

 

 

สุดท้าย……

 

 

ค่ากิน……

 

อันนี้เยอะมากเจ้าค่ะ  เยอะอย่างถึงที่สุด  เยอะเหนือสิ่งอื่นใด 

แล้วคำถามทั้งหลายก็มลายไปในบัดดล….

 

ตอนเรียนตรี ข้าพเจ้าทำงานร้านอาหารญี่ปุ่น

เป็นพนักงานเสิร์ฟ แคชเชียร์บ้างตามแต่ตารางงาน 

และด้วยเหตุที่ว่าทำงานในร้านอาหาร  เรื่องอาหารเลยไม่ใช่ประเด็นหลักของรายจ่าย

 

ก็ที่ทำงานก็มีให้กินนี่หว่า  ทำงานร้านอาหาร  จะอดอยากปากแห้งก็ให้มันรู้ไป

 

 

อาทิตย์หนึ่งๆ แทบไม่ต้องซื้ออาหารกินเลย  เพราะข้าพเจ้าทำงานสี่ถึงห้าวันต่อสัปดาห์

 

 

เรื่องทำอาหารทานเองนั้นตัดไป….. ไม่มีเวลาทำ  เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ยุ่งอ้วก

 

 

ปรกติที่ร้านอาหาร แม่ครัวก็จะทำอาหารสำหรับพนักงานไว้ให้ด้วย 

เนื่องจากแม่ครัวเป็นชาวเกาหลี  พนักงานเลยได้บารมีทานอาหารเกาหลีไปด้วย

 

 

แม่ครัวเป็นประเภทที่ว่า…..กินได้ก็กิน  กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน  ไปหากินเอาที่อื่น ไม่ต้องบ่น

 

 

แต่ข้าพเจ้าสำรวม  ของฟรีกินไปเหอะ  กินง่ายด้วย

และเนื่องจากอาหารเกาหลีรสจัดจ้านคล้ายอาหารทางบ้านเรา

ข้าพเจ้าจึงไม่ค่อยมีปัญหากับการกินเสียเท่าไหร่นัก  อะไรๆก็กินได้หมด 

ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงเป็นที่รักของแม่ครัว

ช่วงไหนเรียนหนักๆ  สอบเยอะ

เจ้านายกับแม่ครัวก็ทำอาหารใส่ห่อมาให้ข้าพเจ้าเอากลับบ้านไปด้วย  

 

 

ดังนั้น รายจ่ายค่าอาหารตอนเรียนป.ตรี จึงไม่ค่อยสูง  

ม่เหมือนตอนนี้… ไม่ได้ทำงานร้านอาหารแล้ว แล้วก็ทำอาหารทานเองด้วย 

ซื้อกินบ้างประปราย  เงินเลยมาถลุงอยู่แถวๆนี้หมด

และด้วยข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่กระมิดกระเมี้ยนเรื่องการกิน

บทอยากกินก็จะกิน ไม่หวง ไม่งก ไม่ขี้เหนียวของ เครื่องจัดจ้าน

เงินเก็บเลยน้อยลงตามระเบียบ

 

 

เหตุผลน่าฟังพอไหมเนี่ย  ฟุ่มเฟือยเพราะกินเก่ง 

ตัวแค่นี้กินอะไรหนักหนา ที่เงินเก็บน้อยนิดก็เพราะตามใจปากมากเกินไปอย่างนั้นหรือ 

 

 

ปลง อนิจจัง   เมื่อไหร่จะสร้างตัวได้ อายุก็มิใช่น้อยๆแล้วหนอ…. 

 

 

 

 

8 Comments to

“มีเงินใช้….แต่ทำไมไม่มีเงินเก็บ….”

  1. January 14th, 2010 at 8:42 pm       initmate Says:

    จดค่าใช้จ่ายไว้ดูละเอียดเลยเหรอคะ

    แบบนี้จะจดต่อมั๊ยอ่ะ

    เรื่องกินเรื่องใหญ่ …

    บัญชีรายจ่ายเราก็มีแต่เรื่องกิน

    นอกนั้นก็แทบไม่มีอะไรเลยค่ะ ….

    ภาพคุณสวยดีค่ะ แสง ส่องกำลังดี สวยจังค่ะ :)


  2. January 14th, 2010 at 10:09 am       Nonta Says:

    ผมว่าเราต้องแยกระหว่างสิ่งจำเป็น กับสิ่งที่ไม่จำเป็น ในสมัยก่อนมีแต่สิ่งจำเป็นที่เราต้องมีเยอะกว่าสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ปัจจุบัน กลับสวนทางมีแต่สิ่งที่ไม่จำเป็นทั้งนั้น…..
    เช่น เย็นวันหนึ่ง คุณไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต คุณเดินผ่านของเยอะมาก เคยเป็นไหมครับ เจอนั่นก็ใช่ เจอนี่ก็ใช่ เออ อันนี้ไม่เคยใช้ หรือกินมานานแล้ว ลองซื้อดู โอ้โห ผลไม้อันนี้ไม่เคยกินมานานละ ต้องกิน เออ ผักนี่ก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย ผ่านซุ้มเครื่องดื่ม เออ..ชาเขียวซื้อเก็บไว้ตอน ดูทีวี….แล้วก็โน่น นี่ นั่นไปเรื่อย จ่ายเงินที่เคาเตอร์ 890 บาท กลับบ้าน กินข้าว อาบน้ำ ดูทีวี นอน

    ในทางกลับกัน เย็นวันเดียวกัน คุณจอดรถแวะซื้อข้าว อาหารตามสั่ง ตะโกนบอก พี่เอา ราดหน้า จานนึง เอาเป๊บซี่ด้วย กินเสร็จ จ่ายตัง 40 บาท กลับบ้าน อาบน้ำ ดูทีวี นอน

    บางครั้งคนเราก็ลืมกันไปจริงๆ ว่าไอ้ที่เราซื้อมานั้น จำเป็นจริงๆ หรือไม่ หรือแค่ต้องการกิเลสของจิตใจเพียงชั่วขณะ


  3. January 14th, 2010 at 12:17 am       rapeseed Says:

    เจอปัญหาเดียวกันคะ หาเงินไปให้ร้านจีนหมด


  4. January 13th, 2010 at 10:07 pm       บุญไท Says:

    เมื่อก่อนผมก็เจอปัญหาเงินไม่พอใช้ แต่ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว คือ ตัดรายจ่ายไม่จำเป็นออกหมด ไม่ซื้อของใหม่เข้าบ้าน เสื้อตัวหนึ่งผมใส่ได้ 5 – 15 ปี กินอาหารที่บ้าน หากจำเป็นกินนอกบ้านก็กินก๋วยเตี๋ยวหรือลาดหน้าก็อิ่มแล้ว ไม่ออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ฯลฯ ตอนนี้มีเงินเหลือเก็บ ซื้อพันธบัตรรัฐบาลได้แล้ว


  5. January 13th, 2010 at 6:24 pm       ss Says:


  6. January 13th, 2010 at 11:21 am       TT Says:

    อย่างเค้าว่า เรื่องกินเรื่องใหญ่
    เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ถ้าไม่ได้กิน ไม่ได้ตามใจปาก ร่างกาย+สมองก็อาจจะพาลไม่ทำงานเอากระมัง

    เราเองก็หมดไปกับเรื่องกิน และ ของใช้นี่ละ
    เงินเก็บช้านอยู่ไหนนน..


  7. January 13th, 2010 at 11:19 am       lady007 Says:

    รายได้สูงขึ้นตามตำแหน่งหน้าที่การงาน วงสังคมใหม่ เวลาได้บัตรเชิญ งานแต่ง งานศพ หรือเงินสมทบบริจาค ก็ต้องให้ตามหัวโขนเป็นเรื่องปกติ

    เงินมาก ค่าใช้จ่ายก็สูงตามตัว เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า การกินอยู่ ก็ดีขึ้นตามลำดับ อีกทั้งเงินที่ให้พ่อแม่ก็มากขึ้นด้วย

    การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย รวมถึงการใข้จ่ายผ่านบัตรเครดิต จะให้เห็นความชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ


  8. January 13th, 2010 at 10:50 am       singkao Says:

    ☺ แรกทำงานเงินเดือน 600 บาท…ทองคำบาทละ ประมาณ 400 บาท…ข้าวแกงจานละ 1 บาท

    ☺ เดี๋ยวนี้เงินเดือน(บำนาญ)เกือบ 3 หมื่นบาท..ทองคำบาทละ 1 หมื่นเจ็ด-หมื่นแปด…ข้าวแกงจานละ 25-30 บาท

    ☺ ตอนนี้ลองทำบัญชีค่าใช้จ่ายครัวเรือนทุกวันแล้ว..ทำให้ต้องคิดทุกครั้งที่หยิบเงินจากกระเป๋าจะได้มีสติ ครับ

    ☺ ต้องอยู่อย่างพอเพียงมั้ง ครับ


You must be logged in to post a comment.