ตะวันรอน

สรรสาระด้าน ประวัติศาสตร์ สังคม วรรณกรรม

อัศจรรย์อสัญวาร หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา

November4

 

 

 

 

 “ชีวิตฉันอยู่อย่างธรรมดามาก มีเวลาว่างฉันก็ช่วยการกุศล ช่วยด้วยแรงและอยากช่วยจริงๆ มีรายได้ก็จากบ้านเช่า และทรัพย์สินเก่า บำเหน็จบำนาญจากเสด็จพระองค์อาทิตย์ฯก็ไม่มี เพราะท่านสิ้นตั้งแต่ยังหนุ่ม ฉันต้องขายบ้านเก่าที่รักมาก แต่ฉันก็พอใจ คนเราจะดิ้นรนไปทำไมกันหนักหนา ความสุขตอนนี้ นอกจากได้ทำบุญทำกุศลแล้ว ฉันกำลังรวบรวมเรื่องเก่าๆมาเขียน อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ที่ฉันได้ผ่านมาถึง 5 รัชกาลแล้วนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

ถือเป็นการปิดฉากตำนานสุดท้ายของกุลสตรี 5 แผ่นดิน “หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา” นางพระกำนัล ในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 และชายาสุดรักของ พลเรือโทพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา อดีตประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ที่แม้จะจากโลกนี้ไปลับอย่างไม่มีวันกลับ ขณะมีอายุย่าง 101 ปี เมื่อค่ำวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ชีวิตมากสีสันดุจเทพนิยายของ “หม่อมกอบแก้ว” ยังคงได้รับการเล่าขานไปอีกนานแสนนาน โดย เฉพาะบทบาทในฐานะ “สาวสองพันปี” แห่งแวดวงสังคมไทย ที่ยังสาวเสมอ และสวยปิ๊งเสมอ เหนือกาลเวลา 

 

 

 

 

 

สำหรับประวัติของหม่อมกอบแก้ว  ชื่อและนามสกุลเดิมคือ กอบแก้ว วิเศษกุล เกิดเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2451 ถึงแก่อสัญกรรมวันที่ 19 พ.ค. 51 รวมสิริอายุได้ 101 ปี เป็นธิดาของพระยาสุรินทราชา สยามราชภักดี  พิริยะพาหะ (นกยูง วิเศษกุล) และคุณหญิง เนื่อง สุรินทราชา มีพี่น้อง 4 คน หม่อมกอบแก้ว เป็นคนสุดท้อง สำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรระดับต้นและระดับสูงจากมหาวิทยาลัยเคมบริคจ์ 

 

ได้รับพระราชทานสมรสกับพลโท,พลเรือโท,พลอากาศโทพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา อดีตประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระโอรสพระองค์แรกในพระเจ้าบรมวงศ์ เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่ประสูติแด่พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เมื่อปี 2472 และเป็นม่าย เนื่องจากพลโท,พลเรือโท,พลอากาศโทพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา สิ้นชีพิตักษัยด้วยโรคมะเร็ง ปี 2489

 

หม่อมกอบแก้ว ในอดีตเคยเป็นนางพระกำนัลในสมเด็จพระนาง เจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 เป็นนายกสมาคมสตรีไทย เป็นประธานหารายได้ให้แก่สภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่องมากกว่า 21 ปี ได้รับเชิญจากองค์การยูนิเซฟไปเป็นผู้บรรยายพิเศษ เรื่องยูนิเซฟในประเทศสหรัฐอเมริกา รวม 9 รัฐ ร่วมประชุมในการประชุมสภากาชาดสากลในประเทศอิหร่าน ออสเตรีย ตุรกี อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ปี 2499-2520 เป็นประธานมูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ปี 2528-ปัจจุบัน

 

เป็นประธานมูลนิธิโรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นที่ปรึกษาสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานหาทุนมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เป็นประธานกรรมการบริหารมูลนิธิพลโท,พลเรือโท,พลอากาศโทพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และหม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532-ปัจจุบัน
 

 

  หม่อมกอบแก้ว” เคยเปิดใจให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือเกร็ดชีวิตส่วนตัว ถึงเคล็ดลับการดำเนินชีวิตอย่าง อมตะ ทำให้เป็น “สาวสองพันปี” มาได้จนถึงยุคปัจจุบันว่า เคล็ดลับสำคัญประการแรกคือ ต้องรู้กฎของธรรมชาติ โดย “หม่อมกอบแก้ว” อธิบายว่า ความแก่เป็นสัจธรรม เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องมีแก่, เจ็บไข้ได้ป่วย และในที่สุดก็ต้องตาย ไม่มีใครสามารถจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ ท่านจึงมีความเชื่อว่า คนเรานี้จะต้องเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาด้วยกฎของธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกัน ธรรมชาติก็ให้ความเป็นธรรมแก่มนุษย์ ถ้าเราพยายามรักษาสุขภาพ รักษาร่างกายให้อยู่ในสภาพที่คงทนอยู่ได้ ธรรมชาติก็ช่วยให้ร่างกายของเราเสื่อมโทรมช้าลง  

 

    ส่วนเคล็ดลับประการที่สองได้แก่ ต้องมีงานอดิเรกและเล่นกีฬาเป็นประจำ งานอดิเรกและกีฬาที่ “หม่อมกอบแก้ว” นิยมเล่นมีหลายประเภท อาทิ ขี่ม้า, เทนนิส, ว่ายน้ำ และกอล์ฟ…”งานอดิเรกและกีฬาขี่ม้า เริ่มมาจากการที่เสด็จองค์อาทิตย์ฯโปรดขี่ม้ามาก ในวังมีม้าเลี้ยงไว้ถึง 13 ตัว พอวันหยุดหรือวันอาทิตย์ก็ขี่ม้าออกเที่ยวไปกับพวกฝรั่ง ที่เป็นสมาชิกโปโลคลับและพวกทหารม้า โดยปกติจะขี่ม้าไปเมืองนนท์ ขากลับก็ลงเรือที่ส่งไปคอย ทหารม้าที่ไปด้วยก็เอาม้ากลับกรุงเทพฯ ฉันขี่ม้าได้อย่างชำนาญจนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้เป็นทหารม้ายศพันโท ยังเคยคิดว่า ถ้าเมื่อใดมีการสวนสนามทหารม้า ตั้งใจว่าจะไปสวนสนามด้วยสักครั้ง ก็พอดีเสด็จองค์อาทิตย์ฯ ทรงลาออกจากราชการเสียก่อน” 

 

          อย่างไรก็ดี สำหรับ “หม่อมกอบแก้ว” แล้ว กีฬาที่ชอบมากที่สุดในชีวิตคือกีฬาสมัยใหม่ เช่นกอล์ฟ …”ฉันได้เป็นแชมเปียนสตรี และเป็นประธานสโมสรกอล์ฟด้วย แต่ก่อนจะเล่นกอล์ฟ หลังอาหารกลางวันทุกวัน ถ้าไม่ได้เล่นจะรู้สึกหงุดหงิด ปกติจะเล่นกอล์ฟประจำที่สนามสปอร์ตคลับกับดุสิตคลับ ฉันตีได้ 200 สบายๆอย่างผู้ชาย แต่เดี๋ยวนี้เลิกแล้ว เพิ่งจะเลิกเล่นกอล์ฟเมื่อไม่นานนี้เอง เพราะตาต้องใส่เลนส์” 

 

หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา ถึงแก่อสัญกรรมด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต หลังป่วยเป็นโรคปอดอักเสบนอนรักษาตัวที่ รพ. จุฬาลงกรณ์มาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ปีที่แล้ว  เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์น่าอัศจรรย์ก็คือเป็นวันเดียวกับที่ครอบครัวของหม่อมกอบแก้วเสียชีวิตลงทั้ง 3 คน ตั้งแต่ พระยาสุรินทราชา สยามราชภักดี พิริยะพาหะ บิดาหม่อมกอบแก้ว พลโท พลเรือโท พลอากาศโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา สามีหม่อมกอบแก้ว พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาของสามีหม่อมกอบแก้ว 

 

 

 

 

 

พลเรือโท พลอากาศโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา 

 

 (ประสูติ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 – สิ้นพระชนม์ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2489) ประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเป็นพระโอรสพระองค์แรกใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ประสูติแต่ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช 

 

เมื่อประสูติ ทรงพระนามว่า หม่อมเจ้าอาทิตย์ทิพอาภา เมื่อพระมารดาทรงน้อยพระทัยพระบิดา และปลงชีพพระองค์เอง เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงรับพระองค์ไปเลี้ยงดู ทรงเอ็นดูเป็นพิเศษและโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา โดยพระองค์อาทิตย์ฯ อภิเษกสมรสกับ หม่อมกอบแก้ว นางพระกำนัลในสมเด็จพระนาง เจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2472

 

 

 

 

บิดาของหม่อมกอบแก้ว นายพลโทพระยาสุรินทราชา 

 

เดิมชื่อ นาย นกยูง วิเศษกุล เป็นต้นสกุล วิเศษกุล เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านเป็นพระอาจารย์ถวายพระอักษรแก่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงศ์ภูวนารถ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ต่อมาท่านได้เข้ารับราชการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับตำแหน่งเป็นหลวงอภิรักษ์ราชฤทธิ์ เมื่อพ.ศ. 2441 ทำหน้าที่สอนหนังสือในโรงเรียนมหาดเล็ก วิชา ภูมิศาสตร์สากล และสุขวิทยา และเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีสอนวิชาภูมิศาสตร์ หลังจากนั้นได้เลื่อนยศเป็นพระวิสูตรเกษตรศิลป์ รับตำแหน่งเจ้ากรมเพาะปลูก กระทรวงเกษตราธิการ ในพ.ศ.2454 ซึ่งท่านได้ออกตรวจการทำไร่ยาสูบที่เกาะสุมาตรา และการทำสวนยาง สวนมะพร้าวและเหมืองแร่ ที่ปีนังและกัวลาลัมเปอร์ เป็นระยะเวลา 2 ปี

 

ในปี พ.ศ.2547 ท่านได้รับตำแหน่งพระยาอจิรการประสิทธิ์ ทำหน้าที่เป็นอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข หลังจากนั้นได้เลื่อนยศเป็นพระยาสุรินทราชา เมื่อ พ.ศ. 2463 ท่านทำหน้าที่สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ท่านได้พบหาดและตั้งชื่อว่า หาดสุรินทร์

 

ท่านมีผลงานสำคัญในขณะดำรงตำแหน่งพระยาสุรินทราชา คือ การแปลนวนิยายเป็นภาษาไทยเรื่องแรก โดยให้ชื่อว่า “ความพยาบาท” แปลจากเรื่อง Vendetta, or the Story of One Forgetten ของ มารี คอเรียลลิ ซึ่งเป็นผลให้เกิดการเขียนรูปแบบใหม่คือนวนิยายขึ้นในประเทศไทย นอกจากนี้ ท่านได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 สิริอายุได้ 62 ปี

 

 

 

 

 

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 

 

พระนามเดิม พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุล “อาภากร” ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 28 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวง ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย” หรือ “หมอพร” และ “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย” ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า “พระบิดาของกองทัพเรือไทย” และในปี 2544 แก้ไขเป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย”

 

เมื่อพ.ศ. 2466 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เสด็จในกรมฯ ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงดำรงตำแหน่งได้ไม่นานก็ได้กราบบังคมลาออกจากราชการ เพื่อพักผ่อนรักษาพระองค์ที่จังหวัดชุมพร ทรงถูกฝนประชวรเป็นพระโรคหวัดใหญ่ สิ้นพระชนม์ที่ ตำบลทรายรี ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 สิริพระชนมายุได้ 44 พรรษา โดยกองทัพเรือไทยถือเอาวันที่ 19 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ เป็น “วันอาภากร” 

 

ทรงอภิเษกสมรสกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระธิดาจอมพล สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ กรุณาพระราชทานน้ำสังข์ในพิธีอภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง มีพระโอรส 3 พระองค์ คือ 

 

1.หม่อมเจ้าเกียรติ อาภากร ประสูติและถึงชีพิตักษัยในวันเดียวกัน ประมาณปี พ.ศ. 2446

2.พลโท พลเรือโท พลอากาศโท พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา (ประสูติเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 สิ้นพระชนม์ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2489)

3.พลอากาศโท หม่อมเจ้ารังษิยากร อาภากร (ประสูติเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2449 ถึงชีพิตักษัย 30 ธันวาคม พ.ศ. 2508) (ประสูติแต่หม่อม)

 

ทั้งนี้จัดเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างที่บุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยของไทยทั้ง 4 คน มิหนำซ้ำยังเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน ได้เสียชีวิตลงในวันและเดือนเดียวกัน

 

 

 

 

นี่คืออีกหนึ่งแง่มุมชีวิตอันงดงามและน่าจดจำของ “หม่อมกอบแก้ว” หญิงไทย 5 แผ่นดิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

by posted under Uncategorized | 26 Comments »    
26 Comments to

“อัศจรรย์อสัญวาร หม่อมกอบแก้ว อาภากร ณ อยุธยา”

  1. November 24th, 2008 at 11:54 am       tawanrorn Says:

    คุณเจี๊ยบ

    ก่อนหน้า ตะวันก็รอนรอนอยู่แถว สำนักงานครับ
    ไม่มีเรื่องให่มาลงด้วยประการหนึ่ง คงสบายดีนะครับ


  2. November 15th, 2008 at 11:15 pm       initmate Says:

    ขอบคุณค่ะ มีความสุขจริง ๆ แหละนะ …
    วันลอยกระทงอ่ะ

    ว่าแต่ คุณตะวันรอน หาย ๆ ไปไหนน๊า …
    ไม่เห็นไปฉายแสงตะวันที่บ้านเรามั่งเลย …


  3. November 14th, 2008 at 8:41 pm       tawanrorn Says:

    คุณ ดอกบัว

    ขอให้หมดทุกข์ หมดโศก หมดโรค หมดภัย ให้ทั้งหมดลอยไปกับกระทงครับ


  4. November 14th, 2008 at 8:40 pm       tawanrorn Says:

    คุณเจี๊ยบ

    ขอบคุณครับ ขอให้มีความสุขกัยเทศกาลลอยกระทงครับ


  5. November 12th, 2008 at 10:23 pm       nelumbo Says:

    สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ คุณ tawanrorn


  6. November 12th, 2008 at 8:10 pm       initmate Says:

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


  7. November 7th, 2008 at 12:59 pm       initmate Says:

    คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ


  8. November 5th, 2008 at 10:02 pm       tawanrorn Says:

    คุณ Peacock

    have a nice day 30

    Glitter Comment โดนๆที่ GlitterDD

    ขอบคุณยิ่งที่กรุณาแวะมาเยี่ยมครับ.


  9. November 5th, 2008 at 10:00 pm       tawanrorn Says:

    คุณเจี๊ยบ

    have a nice80

    งานไม่ยอมซามาเรื่อยๆครับ ไปโน่นไปนี่ ได้ตลอดสิน่า
    ครับ

    ขอบคุณที่แมอีกครั้งครับ


  10. November 5th, 2008 at 9:55 pm       tawanrorn Says:

    คุณเพียงดิน

    ขอเป็นความคิดถึง

    พอมีอยู่หลายเรื่องที่น่าสนใจครับ เกี่ยวกับ อีสาน
    สัญญาว่าจะหาข้อมูลเรื่องราวของคนแถบนั้นมา
    ลงไว้ที่นี่ครับ ขอบคุรเช่นเดียวกันที่แวะมาเยี่ยมเยียน
    ยินดีต้อนรับเสมอครับ


  11. November 5th, 2008 at 8:29 pm       peacock Says:

    มาศึกษาประวัติและเคล็ดลับของ “สาวสองพันปี”
    “หม่อมกอบแก้ว” หญิงไทย 5 แผ่นดิน ค่ะ
    ขอบคุณนะคะที่สรรหาสาระดีๆ มาฝากกันค่ะ


  12. November 5th, 2008 at 1:39 pm       initmate Says:

    แวะมาทักทายตอนบ่าย ๆ

    งานเยอะมั้ยอ่ะคะ วันนี้ ?


  13. November 5th, 2008 at 1:17 am       เพียงดิน Says:

    คราวหน้าขออ่านเรื่องราวของคนทางอีสานมั่ง ไม่ทราบว่าพอจะมีมั้ยคะ ดิฉันเป็นคนอีสานค่ะ แค่ไม่ค่อยมีความรู้ทางนี้เลย จะรออ่านค่ะ ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกันอ่าน


  14. November 4th, 2008 at 11:44 pm       tawanrorn Says:

    คุณสุพรรณฯ


    Glitter Graphics – Topglittergraphics

    ถ้าเกิดในยุคนั้นได้ห่มสไบเฉียง
    นุ่งผ้าโจง ตัดผมทรงดอกกระทุ่ม
    ครบเครื่องตามแบบแผนแต่จะ
    ขาดไปอย่างนึงคือ วิทยาการ
    ด้านเคมียังไม่แพร่หลาย คงไม่
    เหมือนคุณสุพรรณฯในวันนี้แล้วครับ อิอิ

    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนครับ….


  15. November 4th, 2008 at 9:50 pm       supanika Says:

    ข้อมูลแน่นมากๆ ชอบอ่านเรื่องแบบนี้ค่ะ อ่านแล้วอยากเกิดไปในสมัยโน้นจัง อยากเป็นสุพรรณิการ์ห่มสไบ

    ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ


  16. November 4th, 2008 at 8:54 pm       tawanrorn Says:

    คุณเจี๊ยบ อินิทเมท


    glitter-graphics.com

    โห เหมือนไชยา มิตรชัยยังไงไม่รู้นะครับ
    อิอิ ดีใจครับที่แวะมาทักทายเสมอๆ


  17. November 4th, 2008 at 8:48 pm       tawanrorn Says:

    คุณtomorrow2(มัท)


    glitter-graphics.com

    ต้องมาบ่อยๆ แล้วครับ
    อย่าเพิ่งงอนกันไปก่อนล่ะครับ
    งานซามาทุกวัน อิอิ


  18. November 4th, 2008 at 8:40 pm       tawanrorn Says:

    คุณ Prypilas

    ยินดีครับ เห็นว่าท่านอสัยกรรมไปเมื่อกลางปี
    แต่คุณงามความดีของท่านนั้นยังเผยแพร่กัน
    น้อยก้เลยนำมาลงอีกครั้งและที่อัศจรรย์
    คือวันอสัญกรรมของท่านตรงกับวันอสัยกรรม
    ของบิดาคือ พระยาสุรินทราชา และวันสิ้นพระชมน์
    ของพระองค์เจ้าอาทิตย์ คู่สมรสของท่านและยัง
    ตรงกับวันสิ้นพระชนม์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
    พระบิดาของสามีท่าน..นับว่าอัศจรรย์ยิ่งครับ

    :)
    :)


  19. November 4th, 2008 at 8:23 pm       initmate Says:

    อืม เห็นด้วยกะมัท … จัง

    อย่าหายไปนานอีกนะคะ ^ – ^

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


  20. November 4th, 2008 at 7:46 pm       tomorrow02 Says:

    …อย่าปล่อยให้เพื่อนบ้านรอนานสิค่ะ…เด๋วเค้างอนเอ้าน๊า…อิอิอิ


  21. November 4th, 2008 at 7:23 pm       prypilas Says:

    ตามเข้ามาเก็บข้อมูลเข้าแฟ้มหน่อยนะคร๊าบ !!
    ขอขอบพระคุณท่านตะวันรอน ที่นำเรื่องราวดีๆ มาเพิ่มเติมความรู้ให้อยู่เสมอนะครับ


  22. November 4th, 2008 at 2:08 pm       tawanrorn Says:

    คุณtomorrow2


    ไม่ได้หายไปไหนหรอก หาข้อมูลอยู่น่ะครับ
    ประกอบกับงานค่อนข้างเยอะในช่วงที่ผ่านมา
    จึงเข้ามาไม่ได้ตลอด แต่ยังระลึกถึงทุกท่านนะครับ

    ขอบคุณคุณtomorrow2 ที่แวะมาแจมครับผม


  23. November 4th, 2008 at 2:03 pm       tawanrorn Says:

    คุณNelumbo


    Glitter Graphics – Topglittergraphics

    ประวัติทุกท่านน่าสนใจยิ่งครับเพราะทุกท่านล้วน
    แล้วแต่เป็นบุคคลที่ประกอบคุณงามความดีให้กับ
    ชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น อยู่ในครอบครัวเดียวกัน
    เวลาถึงแก่อนิจกรรมก็ยังเป็นวันเดียวกันนับว่าอัศจรรย์มาก ครับ


  24. November 4th, 2008 at 12:56 pm       tomorrow02 Says:

    …อย่าหายไปนานสิค่ะ มีคนคิดถึงอ่ะ อิอิ


  25. November 4th, 2008 at 12:55 pm       tomorrow02 Says:

    …ขอบคุณข้อมูลดีเจ้าค่ะ…หายไปนานเลยนะค่ะ
    สบายดีหรือเปล่า ;-))


  26. November 4th, 2008 at 10:44 am       nelumbo Says:

    โอ้โห ข้อมูลแน่นเอี๊ยด

    ยินดี มากค่ะ ที่ได้มาอ่าน
    รู้สึกว่า จะเป็นช่วงสมัยที่ข้าพเจ้าค่อนข้างชอบศึกษาพอดีเลยค่ะ

    ต้องไปหาหนังสือเกร็ดประวัติท่านอ่านเพิ่มเติม
    ขอบคุณมากนะเจ้าคะ …


You must be logged in to post a comment.