
การวางตัวของข้าราชการและพนักงานรัฐที่ใส่เกียร์ว่าง..ควรได้รับการลงโทษที่เป็นโทษทางวินัย....และการใช้ Social sanction จากประชาชนที่คาดหวังในหลักการที่คนเหล่านี้ควรเป็นหลักให้แก่บ้านเมือง......แต่สุดท้ายก็อยู่ด้วยความหวาดกลัว......หรือตัวหัวหน้าส่วนล้วนเป็นคนในระบอบทักษิณ
ท่ามกลางปัญหาที่รุมเร้าประเทศอยู่ขณะนี้โดยเฉพาะปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจซึ่งเกิดจากความล้มสลายของทุนนิยมสามานต์ที่มีอเมริกาเป็นผู้นำ.....ในขณะที่ความอยู่รอดของเศรษฐกิจไทยผูกไว้กับการส่งออกเป็นสำคัญ...เมื่อผู้บริโภคที่นำเข้ารายใหญ่เช่นอเมริกามีปัญหาทำให้กำลังซื้อลดไม่สั่งซื้อสินค้าจากประเทศต่างๆ พี่ไทยเราส่งออกน้อยหรือลดลงอย่างมากและน่าจะถูกกระทบอย่างรุนแรง
อาจจะเป็นโอกาสและจังหวะดีของสังคมไทยที่จะทบทวนทิศทางการพัฒนาประเทศทั้งระบบ จากรูปแบบเดิมๆที่ส่วนนโยบายมุ่งเน้นการเพิ่ม GDP ในภาพรวมของประเทศ และจัดงบประมาณตามแผนงานลงสู่พื้นที่ผ่านกระทรวงทบวงกรม......ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่าแต่ละหน่วยงานภาครัฐที่นำงบประมาณลงไปในพื้นที่ก็ทำตามประเพณีหรือรูปแบบที่หน่วยงานนั้นคิด...ซึ่งไม่ค่อยสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
การพัฒนาตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งทุกภาคส่วนมีความพยายามจะขับเคลื่อนอย่างแข็งขัน ดูเหมือนว่าในระดับพื้นที่ในส่วนของชาวบ้านและ NGO มีความก้าวหน้าไปมากกว่าหน่วยงานราชการและภาครัฐไปเป็นอันมาก เนื่องจากติดกรอบระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกฏหมาย ของหน่วยงานตัวเอง ทำให้การพัฒนาตามแนวทางดังกล่าวติดขัดและก้าวหน้าไปอย่างเชื่องช้า ประกอบกับนักการเมืองประเภท”คิดใหม่ ทำใหม่”...ได้ทำลายข้อจำกัดดังกล่าวลงแต่มิได้ทำไปด้วยจิตสาธารณะโดยมีผลประโยชน์ทับซ้อน........ซึ่งในช่วงแรกๆก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีแต่ในที่สุดก็จบลงด้วยคดีอาญาติดคุกตะรางกันอย่างทั่วหน้าตั้งแต่ระดับล่างจนถึงหัวหน้าใหญ่....ทำให้ข้าราชการและพนักงานหวาดกลัวยิ่งกลับมาสู่การยึดกฏระเบียบมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า
อีกเหตุผลหนึ่งที่ถือว่าเป็นความล้มเหลวอย่างยิ่งของข้าราชการและพนักงาน คือ “การปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อต้านการคอรับชั่น” ....ซึ่งบัดนี้ลูกปูได้เลียนแบบแม่ปู(นักการเมือง)ได้อย่างแนบเนียนในเรื่องดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่นักการเมืองซึ่งโกงกินอย่างเป็นระบบได้ครองอำนาจมาเป็นเวลาหลายปี...และเหตุการณ์ก็ไปสอดรับกับการกระจายเงินและอำนาจลงไปสู่องค์กรปกครองท้องถิ่น( อบต. อบจ.)ตามแนวทางการกระจายอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย.....จึงทำให้ปัญหาการโกงกินการคอรัปชั่นแผ่ขยายตัวไปในระดับท้องถิ่นอย่างรวดเร็วและเป็นปัญหาที่ซับซ้อนยากต่อการแก้ไข
เขียนโดย thongpan ที่ 2009-03-26 12:26:08 น. 1 ความคิดเห็น
คงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรที่จะเยียวยาขวัญกำลังใจของข้าราชการและพนักงานรัฐ....ข้าราชการควรผลักดันให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานเช่นเดียวกับพนักงานรัฐวิสาหกิจภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2550