Toon-garden

เก็บเล็กผสมน้อย ต่อยอด ร้อยเป็นตัวหนังสือ

รำลึก..ถึง พญาอินทรี แห่งสวนทูนอิน..อีกครั้ง

(เรื่องนี้ เขียนเอาไว้ เมื่อคราวที่ยังอยู่บ้านหลังเดิม)

 

โบกมือลา พญาอินทรี สู่ โคนต้นมะนาว บนสวนทูนอิน

 

* รูปปกยืมจาก http://www.tuneingarden.com และบางรูปจากอินเตอร์เน็ท *

บนเสื่อที่เห็นเรียงรายหลายปกนั้น เป็นของนายตูนการ์เดน แต่เพียงผู้เดียว

 

 

“ใครวะ ชื่อแปลกๆ” อุทานสงสัยนั่นเป็นของผมเองเมื่อวัยเด็ก ในเวลาที่

อยากได้เงินกินขนม ๕ บาท ผมจะอ้อนแม่ ขอแลกด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์

ให้แม่ฟัง แล้วกางหนังสือพิมพ์บนพื้นปูนซิเมนต์ขัดมันเย็นเฉียบ แล้วนอนอ่าน

แม่ชอบเดลินิวส์ มากกว่าไทยรัฐ คงเป็นเพราะตอนนั้น มีนวนิยายดังอย่าง

“เพชรพระอุมา” ของพนมเทียนเขียนลงเป็นตอนติดต่อกันเนิ่นนาน เชื่อว่า

มีคนหลายล้านติดตามอ่านอย่างไม่ลดละเหมือนกัน ฟ้าเมืองไทย ขวัญเรือน

และอีกหลายนิตยสารที่แม่ซื้ออ่าน

 

คำจำกัดความของแม่ที่ให้กับ พญาอินทรี ’รงค์ วงษ์สวรรค์ นั้นคือ “ทะลึ่ง”

เมื่อไหร่ที่แม่ปลายตาจากจักรเย็บผ้าเห็นผมเป้ดหน้าคอลัมน์ของ ‘รงค์

แม่บอกทันทีว่า “อย่าไปอ่านมัน ไอ้นี่มันเขียนทะลึ่ง” ยุคนั้นภาษาสำนวน

สำเนียงการเขียนของนักเขียนหลายท่านล้วนงามงดชดช้อย แต่สำนวน

“เพรียวนม” ของพญาอินทรี ผู้ไม่สนใจกับ ขุนนางภาษา ต่างค่อนแคะ

ว่าเขียนหนังสือ “สวิงสวาย” ใช้คำผิดหลัก ผิดไวยกรณ์ เปิดพจนานุกรม

รับรองว่าไม่มีบรรจุอยู่ในนั้น เพราะท่านคิดและเขียนขึ้นใหม่ ใครจะทำไม

 

จากวัยเด็กที่เก็บงำความสงสัยว่า “ทะลึ่งตรงไหน” จวบจนได้อ่านเล่มแรก

 

“ลมบาดหิน” ลมเดินทางมาบนถนนอากาศ ก้อนหินเป็นความเงียบ

หินปูน หินทราย หินชนวน หินกาบ หินปลี หินอัคนี รูปโฉมผิดแผกกัน

แต่เป็นความเงียบเฉกกัน ในความเงียบนั้นบันทึกว่า อากาศ

        ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่โอบอุ้มลออละอองของไนโทรเจ็น อ๊อกซิเจ็น

ไฮโดรเจ็น คาร์บ็อนไออ๊อกไซด์ อาร์ก็อน นิอ็อน ฯลฯ โปรยและปลิว

โดยไม่ปรากฏในสายตา

(ตัวเอียงนั่น หยิบยืมจากสวนทูนอินบนอินเตอร์เน็ท)

 

ภาษาสำนวนอย่างนี้ ไม่มีวันที่ผมจะเรียงร้อยได้ไกลเคียงและไม่มีวันเหมือน

เล่มแรกนี้ยอมรับว่าอ่านไป งงไป แต่ไม่ย้อท้อ อยากอ่านเล่มอื่นบ้าง

“พูดกับบ้าน” เป็นเล่มต่อมาที่ซื้ออ่าน นักเขียนรุ่นใหญ่อย่าง “วาณิช”

เขียนไว้ว่า

 

“ในบรรดางานเขียนอันหลากหลายของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์นั้น เล่มหนึ่ง

ที่ผมติดใจมากคือเรื่อง พูดกับบ้าน ซึ่งรวมเล่มหลังจากตีพิมพ์ในหนังสือ

ฟ้าเมืองไทย เป็นหนังสือที่ผมเข้าใจว่าจะได้น้ำได้เนื้อได้เลือดและชีวิต

วิญญาณของความเป็น ‘รงค์ วงษ์สวรรค์มากที่สุดเท่าที่ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์

เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับตัวเองมา บุคลิกภาพของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์

เห็นได้ชัดจากหนังสือเล่มนี้..”

 

และระหว่างบรรทัด จากลิงค์ http://www.tuneingarden.com/work/b-36th00.shtml

 

นอกจากจะเขียนถึงบ้านด้วยอารมณ์ ของผู้ชายที่อยากมีบ้านแล้ว ‘รงค์

ยังได้บันทึก ถึงญาติน้ำหมึกหรือเพื่อนพ้อง น้องพี่ในวงการนักเขียน

อีกหลายคน บางคนก็ได้จากโลกนี้ไปแล้ว บางคนก็ยังมีชีวิตอยู่

ในสำนวนของ ‘รงค์ ผู้อ่านสามารถซึมซับถึงเรื่องราวของนักเขียน

แต่ละคนได้อย่างสนุกสนาน, เศร้า, ซึม และกวนอารมณ์ได้อย่าง

ที่มิอาจจะอ่านได้ จากฝีมือการเขียนของใคร

 

บางส่วนจากลิงค์เดียวกัน..

 

ผมไม่เคยใช้สรรพนามนี้มาก่อนในงานเขียน และบรรณาธิการ

ไม่ระบุว่าควรเขียนอะไรบ้าง? ผมครุ่นคิดในอุณหภูมิร้อนคลั่ง

ของเดือนพฤษภาคมหลายวัน หลายคำถาม ?

ผมพบคำถามว่าทำไมไม่พูดกับบ้าน ?

ผม-บนถนนนานและไกลของชีวิต –

เคยพูดกับคนมากมายหลายระดับในสังคม

ผมพูดกับรัฐมนตรี ผมพูดกับขโมย

ผมพูดกับนักการเมือง ผมพูดกับคนเฝ้าตู้เรี่ยไรในโบสถ์

ผมพูดกับนายพลเอกแห่งกองทัพ ผมพูดกับคนขับรถบรรทุกขยะ

ผมพูดกับนายธนาคาร ผมพูดกับสาวสังคมผู้มีบทบาทในวงการฑูต

ผมพูดกับนักธุรกิจการเงินในสำนักงานแอร์ค็อนดิชั่นของเขา

ผมพูดกับดาราภาพยนตร์ที่ฮอลลีวูดและที่กรุงเทพฯ

ผมพูดกับคนขายกัญชาริมวงเวียนพิคคดิลลีย์ของลอนดอน

ผมพูดกับคนไวโอลินในสวนเบียร์แห่งเวียนนา และ

ผมพูดกับคนเป่าแคนผู้เร่ร่อนจากผืนดินแล้งเข้ามาในป่าคอนกรีท

ผมพูดกับเจ้าของโรงแรมบนหาดพัทยา และ

ผมพูดกับคนตกปลาผู้ว้าเหว่แห่งเกาะปันหยี

ผมเคยพูดกับใครมาแล้วเกือบทั้งนั้น

โดยหลายสรรพนามแตกต่างกัน

แต่ยังไม่เคยพูดกับบ้าน 

 
        พูดกับบ้านบนหน้ากระดาผ่านบรรณาธิการถึงผู้อ่าน..

นั่นซิ – บ้านของคนอื่นพูดได้ไหม? ผมไม่เคยถาม

 

ผมถือว่า “พูดกับบ้าน” เล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการตะลุยหาอ่านงานเขียน

ของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ นับเนื่องต่อกันมาอีกหลายๆเล่มที่เห็นบนเสื่อกกนั่น

“เมนูบ้านท้ายวัง” อ่านชีวิตวัยเด็กของพญาอินทรี กับบทบาท โคบาล กับ

ม้าก้านกล้วย ขี่ตะเวนพร้อมเหล่าฝูงทะโทนในวัยเดียวกัน เรื่องนี้ ทำให้ผม

คิดถึงยาย ของผมบ้าง แม้นไม่เหมือน ยายของ ‘รงค์ .. อีกหลายๆเมนู

ในเล่ม ทำเอาน้ำลายสอ อยากกินบ้าง อ่านแล้วรู้สึกอย่างนั้นมั้ย

 

เสียดายที่ “ซ้ายปลาร้า ขวาเนย” อาจหลงไปกับกองหนังสือที่ขายชั่งกิโล

“พรานล่าอารมณ์ขัน” ปกขาดวิ่นเพราะฝีมือแมว รุ่นไหนจำไม่ได้ ในบ้าน

ของผมกองหนังสือที่มีอยู่ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย เพราะยังไม่กล้าซื้อ

“ตู้หนังสือ” ในความรู้สึกที่ว่า ผมมีหนังสือน้อยเกินกว่าที่จะซื้อตู้มาเก็บ

จำนวนหนังสือ หากนับเล่มเรียงกัน หนังสือของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์

มีจำนวนมากที่สุด ของบรรดานักเขียนที่ผมมี เดินร้านหนังสือครั้งใด

ไม่ว่าร้านหนังสือเก่าในงานสัปดาห์หนังสือ หรือสำนักพิมพ์ใดที่พิมพ์ใหม่

ถ้าเล่มนั้นผมยังไม่มี มือไวเท่าความคิด ควักกระเป๋าซื้อทันที ไม่ยั้งมือ

 

a day เล่ม 41 ขี้นปกชมพูแปร๋นแซมเขียวหัวเป็ด วางตัวหนังสือสั้นๆ

ว่า ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ นาทีแรกที่เห็น เฮ้ย..แล้ววัยรุ่นมันจะรู้จักเหรอ

ชายผุ้นี้มีบุหรี่เป็นนิ้วที่สิบเอ็ด ในเล่ม อะเดย์จัดคนไปสัมภาษณ์

“ป๊อด โมเดิร์นด๊อก” ให้อารมณ์มากกว่า รายการทีวีปีนดอยไปถ่าย

ถึงถิ่นพญาอินทรี เนื้อหาในหนังสือ อ่านเองแล้วจินตนาการภาพร่วม

สัมผัสถึงความเป็นกันเอง ความเมตตา อีกสารพัดความที่รุ้สึกได้

 

หากจะบรรยายทุกเล่มที่มี ชวนคนให้อ่านงาน ‘รงค์ วงษ์สวรรค์

เขียนไปอีกหลายปี คงมีแง่มุมอีกหลายหลาก ยากที่จะเขียนจบ

ที่บ้านมี “วานปีศาจตอบ” แต่หา วานปีศาจเขียน ไม่เจอในร้านหนังสือ

 

อันดับหนังสือ หนึ่งร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน “เสเพลบอยชาวไร่”

และ “ผู้มียี่เกในหัวใจ” ถูกบรรจุไว้ในอันดับนั้น อยากเขียนความรู้สึก

ที่มีต่อ พญาอินทรี ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ คงทำได้แต่เพียงปล่อยให้อารมณ์

ถวิลถึงมองผ่านกองหนังสือนั้น..ยังมีอีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน

ตัวหนังสือที่หลั่งไหลผ่านปลายนิ้วมือสู่แป้นคีย์บอร์ด เป็นเพียง

ปลายละอองที่ได้จากการอ่านงานของพญาอินทรี ท่านไม่รู้จักผม

แต่ผมและใครอีกหลายล้านคนในประเทศนี้ รู้จักท่าน

บรรทัดนี้ ขอกราบคารวะ ครูผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล ของผม..

‘รงค์ วงษ์สวรรค์

 

ประวัติคร่าวๆ จาก วิกิพีเดีย.

รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2538

เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2475ที่จังหวัดชัยนาท 

เป็น นักเขียนที่มีผลงานหลายอย่าง เช่นคอลัมน์ในนิตยสารและหนังสือพิมพ์ 

เรื่องสั้น นวนิยาย สารคดี บทภาพยนตร์ เอกลักษณ์ของงานเขียนคือการใช้ภาษา

ซึ่งใช้คำยุคเก่า แต่สื่อถึงเรื่องราวที่ทันสมัย 

นามปากกา ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ย่อมาจากชื่อจริง คือ ณรงค์ วงษ์สวรรค์

‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก

เมื่อเวลาประมาณ 18.05 น. ของวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2552 

ณ โรงพยาบาลเทพปัญญา จังหวัดเชียงใหม่

ลองเล่นๆ

Mblog ใหม่ สดใส สนุกสนานกว่าเดิม

แต่..ยัง งมๆ เงิบ คลิกผิด คลิกมั่ว คลิกไปเรื่อยเปื่อย

เหมือนคนเดินเข้าไปในเมืองที่ไม่รู้จัก ..

การกลับมาอีกครั้งของ MBlog

นับถึงนาทีนี้ ยังคิดอยู่ว่า

เอาไงดี..

 

ลองไปลองมา..สนุกดีเหมือนกันนิ..


http://www.youtube.com/watch?v=5H4Lg-rl58U

ยินดีต้อนรับ การกลับมา..(อีกครั้ง)

หลังจากที่บอกลา Mblog ไป..นานหลายนาน

วันนี้ ข่าวดี ที่ได้รู้คือ Mblog กลับมา(อีกครั้ง) แล้ว

กล้าบอกได้เลยว่า ก่อนจะมีอาชีพ เขียนหนังสือจริงๆจังๆ

ก็อาศัย สนามแห่งนี้ เป็นที่ ฝึกวิชาเรื่อง “เขียน”

และแล้วก็มีผลงานออกมาจริงๆ..

แต่..ไม่แน่ใจแล้วสิว่า

กว่าจะจับกระดานนี้ ให้คล่องมือนั้น..

ห่วงตัวเองว่า จะไหวหรือเปล่า..

 

นั่นสิ แล้วคนเก่าๆ สมัยก่อนๆ ยังจะกลับมาเขียนอีกหรือไม่..

นั่นสินะ..สงสัยต้องติดตาม

ขอให้ทุกๆท่าน มีความสุข..

เมื่อต้องการสิ่งใดแล้ว จงลงมือทำ..
เมื่อฝันแล้ว ต้องตื่น..

(more…)

ขออนุญาต แนะนำหนังสือใหม่ครับ

ธรรมะเฮฮา

“ยิ้มกันง่ายๆ ยิ่มได้ทุกวัน”

(more…)

ถึงเวลา..ลาแล้ว MBlog

 

ลาล่ะครับ ทุกๆท่าน..

 

(more…)

เรื่องของใครหลายๆ คน บน MSN

 

 

เรื่องเก่าๆ…ที่เล่าไปนานแล้ว..

 

 

(more…)

ต้นแบบ..ที่หายไป

(more…)

จังหวะ บางห้วงเวลา

 

 

สิ่งที่ไม่คาดฝัน..เกิดขึ้นเสมอ..ในจังหวะที่เราไม่คาดคิด

 

(more…)

กลับมา..เมื่อเกือบสาย..

เดือนเดียวกัน..แต่มันคนละปี..

 

 

 

(more…)