Blog Top Of The Town

พบกับเรื่องราว Top Top ของคน Top Top สถานที่ Top Top กับทุกเรื่องราวที่ Top Top กับรายการ Top Of The Town ช่อง Superบันเทิง ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 น.

หวาน @ ไชน่าทาวน์ ย่านเยาวราช By TOP OF THE TOWN

February11




ซินเจียยู่อี่
ซินนี้ฮวดใช้บวกความหวานวันวาเลนไทน์..เทศกาลท้อปปป

อย่างนี้
พี่ปุ้ย น้องโยและรายการ
TOP OF THE TOWN จะพาคุณ ๆ ไปหวาน @ ไชน่าทาวน์ ย่านเยาวราช  อย่าพลาดชมวันเสาร์ที่
13 กุมภาพันธ์นี้  เวลา 10.30-11.30 น.
ทางช่องซูเปอร์บันเทิง เปลวเพลิงแห่งโลกมายา และทางเว็บไซต์http://www.manager.co.th/Entertainment/LiveSuperEntertain.aspx

..งานนี้มาลุ้นกันนะคะว่าพิธีกรและแขกรับเชิญจะอิ่มกันไปถึงไหน

.



น้องโย  น้องตาส และน้องฮัทจ๋า  พี่ปุ้ยและพี่เอ๋ย  มาถึงหัวมังกร/วัดไตรมิตรวิทยาราม
แล้วนะจ๊ะ น้อง ๆ อยู่ถึงไหนกันแล้วเอ่ย
พี่ได้กราบเรียนขออนุญาตถ่ายทำที่วัดฯ เรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ เดี๋ยวเจอกันหน้าโบสถ์เลยจ้า
ดร.ปุ้ย ส่งเสียงทักทายตามสายไปยังทีมงานอารมณ์ป่วน

 


พวกหนูมาถึงได้ครู่หนึ่งแล้วค่ะ กำลังวนหาที่จอดรถอยู่ค่ะ วันนี้หนูพาพี่แนน(ภญ.ปุณฐิตา  กรธนาพงศ์) มาด้วยนะคะ น้องโย ตอบกลับมาพร้อมแจ้งว่าจะมีสาวสวยระดับอดีตราชินีช้างอีกคนมาร่วมรายการด้วย

จ้า  พี่ก็พาพี่เอ๋ย(ผศ.ดร.พรปภัสสร  ปริญชาญกล) มาด้วย  พอบอกว่าเราจะมาเยาวราชนะ  อู๊ยยยยสมาชิกอยากมาเพียบ

 

เมื่อสมาชิกทั้งหมดพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว  เราได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก คุณโน้ต เจ้าหน้าที่สาวจากส่วนนิทรรศการ
วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร
เป็นไกด์พาชมพระมหามณฑปประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร
(หลวงพ่อทองคำ)
ข้อมูลโดยสังเขปเกี่ยวกับพระมหามณฑปประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร
(หลวงพ่อทองคำ)
 
ซึ่งทางรายการเราได้รับจาก คุณโน้ต มีดังนี้ค่ะ

ในส่วนของนิทรรศการนี้เพิ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่
24 ธันวาคม 2552
นี้เองโดยจัดสร้างขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับชุมชนเยาวราชประชาคมนักธุรกิจเขตสัมพันธวงศ์
วัดไตรมิตรวิทยาราม และพุทธศาสนิกชนทั่วไป จัดสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
และเพื่อประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากรให้มีความวิจิตรงดงามและยิ่งใหญ่สมฐานะบารมีแห่งพระพุทธรูปทองคำล้ำค่าของโลก

 


 

ภายในพระมหามณฑปชั้นบนสุด  คือชั้น 4 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรรณปฏิมากร  ส่วนนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

ชั้น
3
เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการพระพุทธมหาสุวรรรณปฏิมากร

ชั้น
2
เป็นศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ซึ่งนำเสนอเป็นภาพยนตร์ 4 มิติสวยงามมาก

สองส่วนนี้เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์
(หยุดวันจันทร์) เวลา 08.00-17.00 น.

ทั้งนี้ทางวัดได้เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าชมฟรี ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชมชั้น 4
คนละ 20 บาท ส่วนนิทรรศการคนละ 100 บาทเท่านั้น

                 

                      

 

เราอิ่มใจในบรรยากาศอันแสนสง่างาม
สะอาดสะอ้าน ระดับท้อปของพระพระมหามณฑป  สุขใจและปลื้มปิติที่ได้กราบไหว้หลวงพ่อทองคำ/พระพุทธรูปสุโขทัยไตรมิตรซึ่งล่าสุดมีพระนามว่า พระพุทธมหาสุวรรรณปฏิมากร
  และยังเพลิดเพลินกับนิทรรศการในห้องโถงซึ่งมีบรรยากาศเทียบเท่าโรงแรมระดับห้าดาว  เมื่อเก็บภาพได้พอสมควรแล้ว  เราจึงอำลาคุณโน้ตและท่านพระครูโสภณ เพื่อไปยังจุดท้องมังกร คือ
แถววัดเล่งเน่ยยี่
เพื่อถ่ายทำช่วงเป็นอยู่คือ ต่อไป

 

จากจุดหัวมังกร
/วงเวียนโอเดียน
คือ แถว วัดไตรมิตรวิทยาราม
วรวิหาร
เราอำลามาด้วยความรู้สึกดี ๆ มากมาย เนื่องจากได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งจากพี่
ๆ เจ้าหน้าที่รวมทั้งได้รับความเมตตาจากท่านพระครูโสภณ ฯ ซึ่งอนุญาตให้ทางรายการบันทึกภาพได้เต็มที่  ทั้งนี้เพื่อร่วมกันเผยแพร่สิ่งดี ๆ
ของเมืองไทยผ่านสื่อต่าง ๆ แถมพกด้วยความเสียดายนิด ๆ  ที่ไปไม่ทันรับประทานข้าวแกงร้านคุณย่า ซึ่งเป็นร้านข้าวแกงฝีมือเลิศเปิดขายข้างวัดไตรมิตรฯ
เฉพาะช่วงเช้า-บ่ายนิด ๆ ก็ขายหมดแล้ว..เราจึงจำใจฝากไว้ก่อน… โอกาสหน้าขอให้คุณผู้ชมไปพิสูจน์ความอร่อยที่ร้านข้าวแกงนี้ด้วยนะคะ

เรานำรถไปจอดในวัดคณิกาผล ซึ่งดร.ปุ้ยได้เล่าประวัติให้ทีมงานอารมณ์ป่วนฟังคร่าว ๆ ถึงที่มาของชื่อวัด
(เดิมชื่อ วัดใหม่ยายแฟง) และอานิสงส์ผลบุญที่ยายแฟงได้รับจากการนำเม็ดเงินจากอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการค้าบริการทางเพศไปทำบุญสร้างวัด  ซึ่งสมเด็จพุฒาจารย์
(โต พรหมรังสี) วัดระฆัง
ท่านได้ให้ความเห็นว่า มีอานิสงส์ผลบุญ
เพียงสลึงเฟื้องซึ่งเท่ากับค่าบริการทางเพศของนางคณิกาต่อครั้งในสมัยนั้น
เท่านั้น
ทีมงานพยักหน้ากันหงึกหงัก แต่ก็ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า อย่างน้อยที่สุดวันนี้พวกเราต้องขอบคุณคุณยายแฟง ที่ได้สร้างวัดนี้ขึ้นในย่านการค้าสำคัญทำให้เรามีที่จอดรถใกล้
ๆ ท้องมังกร

 

เราเดินจากด้านในตีโอบขึ้นไปด้านหน้าแถบเจริญกรุง 21 ใกล้กับวัดเล่งเน่ยยี่ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาจึงไม่สามารถเข้าไปไหว้เจ้าในวัดจีนแห่งนี้ได้ทัน เราเก็บภาพบรรยากาศอันแสนคึกคักของย่านเยาวราชในช่วงสัปดาห์เทศกาลตรุษจีน
ซึ่ง
พี่เอ๋ย แขกรับเชิญเทปนี้ชวนแวะ หจก.ห้างขายยาย่งซิ่งตึ๊ง เพื่อซื้อยาจีนสูตรป้องกันโรคมะเร็งซึ่งมีตัวยาหลายขนานเพื่อนำไปปรุงกับอาหาร  และใกล้ ๆ กันนั้น หน้าปากซอยเจริญกรุง 21 เราชวนกันรองท้องช่วงใกล้เวลาเย็นด้วยของว่างเบา ๆ อย่างซาลาเปา
หมั่นโถว  ซิ่วท้อ ฮวกก้วย ฯลฯ ของ
ร้านเจ๊ง้อซึ่งขายโดยเฮียกล้วย รูปหล่อ  โดย น้องโย สาวน้อยหน้าหวานประจำรายการติดอกติดใจหมั่นโถวมันเทศมากมาย   ทั้งชิมและซื้อกลับบ้านไปฝากคุณแม่สุดที่รักอีกห่อใหญ่

                      

หลังจากนั้นเราเดินขึ้นไปใกล้วัดเล่งเน่ยยี่ เนื่องจากน้องแนน  แขกรับเชิญอีกท่านหนึ่งขอแวะร้านดารา
ของเฮียผดุง
ซึ่งขายกระดาษไหว้เจ้า
พร้อมแนะเคล็ดลับในการไหว้
เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยสำหรับผู้ที่เกิดปีชงกับปีเสือ  ต่อมาแขกรับเชิญทั้ง 2 สาวของเราอุทธรณ์ว่า ท้องเริ่มหิวแล้ว  มาแถวนี้ขอแวะทานบะหมี่จับกังรองท้องก่อนจะได้ไหม
..แต่
ดร.ปุ้ยและน้องโย ขอผลัดออกไปอีกนิดเพื่อข้ามถนนไปฟากตลาดเก่า เพื่อเก็บภาพบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนก่อน  เพราะร้านค้าต่าง ๆ ทยอยเก็บร้านกันแล้วในเวลาประมาณ
6 โมงเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาขณะนั้น

เราเดินดูสินค้าต่างๆ ซึ่งวางขายกันอย่างละลานตา  แวะชม แวะชิมหลายร้านรวมทั้งแวะร้านเจ๊แดงซึ่งขายฮ่อยจ๊อ
แฮกึ๊น และลูกชิ้นกุ้งสุดอร่อย
 แถมขากลับเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยยังเรียกให้ชิมยำเกี้ยมฉ่ายรสจี๊ดซึ่งเป็นสินค้าขายดีประจำร้าน  เท่านั้นยังไม่พอยังห่อใส่ถุงให้ดร.ปุ้ยและน้องโยกลับไปทานที่บ้านต่อ..ขอบคุณมาก ๆ
ค่ะ

                  

 ..แต่เราใจร้อน  ไม่รอให้ถึงบ้านหรอกค่ะ
เพราะเราตามรอยแขกรับเชิญ 2 สาว พี่เอ๋ยและน้องแนน
  ซึ่งกำลังซู้ดบะหมี่จับกังของเฮียสุวิทย์ กันอย่างเมามันในซอยเจริญกรุง 23 เราจึงตามไปสมทบเพื่อร่วมวงรับประทานกับ
2 สาว  แกล้มกับ
ยำเกี้ยมฉ่ายรสจี๊ด  เข้ากั๊น เข้ากัน  เฮียสุวิทย์ บอกว่าขายมาหลายสิบปีแล้ว
เดี๋ยวนี้ขายชามละ 30 บาท พิเศษชามละ 40 บาท แต่ยังคงคอนเซปท์เดิมคือ
เพียบทั้งปริมาณและคุณภาพ เราสั่งแบบธรรมดาคนละชาม..อิอิ..ขนาดรองท้องนะเนี่ย  ยังฟาดกันหมดเล้ย  โดยเฉพาะน้องฮัท  อร่อยชามใหญ่เพราะพี่เอ๋ยเล่นกลตักใส่ชามน้องฮัท ซะเยอะ จนต้องขอตัวช่วยจากทางร้านซึ่งมีบริการ ห่อให้ด้วย  กลับบ้านไปอร่อยต่อเนื่องอีก 1 ห่อหญ่าย ๆ

 

ค่ำแล้วเราย้ายที่จอดรถจากวัดคณิกาผล  ไปยังที่จอดรถอัจฉริยะข้างภัตตาคารตั้งใจอยู่  ที่จอดรถในถนนสายทองคำนี้อัตราค่าจอดรถสนนราคาชั่วโมงละ
40 บาทค่ะ แสงสียามค่ำคืนช่วงเทศกาลอย่างนี้สดสวย งดงาม มีการประดับประดาโคมสีแดง
และป้ายอวยพรเต็มฟากถนน ช่วงของโปรดอย่างนี้เราเปิดกันด้วยของโปรดจริง
  ของ
พิธีกรสาวประจำรายการ  นั่นคือ

                        

ขนมจุ๋ยก้วย ร้านเจ๊ไน้ หน้าร้านทองเซ่งเฮงหลี ซึ่งเป็นของว่างอย่างหนึ่งของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน  หน้าตาคล้ายขนมถ้วยรสเค็มโรยหน้าด้วยไชโป๊รสกำลังดีจาก
จ.สุรินทร์ 
เจ๊ไน้ยืนยันว่าขนมร้านเจ๊เป็นเจฟู้ด  แปลว่า ไม่มีหมูเจือปน  ดังนั้นน้องตาสช่างภาพซึ่งเป็นหนุ่มน้อยมุสลิมจึงได้ชิมขนมจุ๋ยก้วยเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่พลาดหวังจากร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ร้านอร่อย  ซึ่งหยุดทุกวันอังคาร ทุกคนที่ได้ชิมต่างยกหัวนิ้วโป้งให้กับความอร่อยที่หารับประทานยากหากไม่ใช่ย่านคนจีน  ดังนั้นสาว ๆ ทั้งหลายจึงซื้อกลับบ้านกันคนละหลาย
ๆ ห่อ โดยเฉพาะ
น้องโย (อีกแล้วค่ะคุณผู้ชม)

 

เราเดินหน้าแท็คทีมหาของอร่อยรับประทานขึ้นไปที่ร้านนายเล็ก
(อ้วน) ก๋วยจั๊บน้ำใสเจ้าอร่อย
ซึ่งปรุงรสน้ำซุปได้เผ็ดร้อนถึงใจ  ทานพร้อมกับเครื่องในชิ้นโตได้ใจและหมูกรอบ
กร๊อบ กรอบ แทบไม่ต้องปรุงรสเพิ่มเลยแม้แต่นิดเดียว  สั่งทานพร้อมน้ำผลไม้ปั่นเย็น ๆ
ชื่นใจคลายร้อนได้ดีทีเดียว 

 


 

ดร.ปุ้ยเสนอกับทีมงานว่า  เดี๋ยวเราไปหาของหวานทานกันต่อดีไหม  มีหรือคะ จะมีใครอยากปฏิเสธ  เราจึงเดินขึ้นไปอีกนิดเดียวก็เจอร้านเต้าทึงเจ๊เหว่า  แต่สายตาเจ้ากรรมของทีมงานดันไปปะทะกับก๋วยเตี๋ยวหลอดและขนมจีบแบบแต้จิ๋วแท้
ๆ ของเฮียหลอเจ้าเก่า
จึงรี่เข้าไปสั่งมาทานกันก่อนปิดท้ายด้วยของหวาน ซึ่งรสมือเฮียหลอก็ไม่ได้ทำให้พวกเราผิดหวังสักนิด เพราะฝีมือสุดเก๋าในการทำแป้งและไส้ก๋วยเตี๋ยว  รวมทั้งขนมจีบที่มีหมูล้วน ๆ ไม่มีมันแกว หรือ
แห้วเจือปน  รสชาติหวาน นุ่มเต็มปาก
ได้ใจสุด ๆ  เราทั้งกิน 



ทั้งห่อกลับบ้านแล้วจึงปิดท้ายด้วยเต้าทึงนมสด
และเต้าทึงน้ำลำไยของร้านเจ๊เหว่า
ซึ่งใส่นานาธัญพืช สด ใหม่ใส่ชามในราคาชามละ
30 บาท โอย…อยากมีกระเพาะหลายก๊อกแบ่งเป็นของคาว 3 ส่วนและของหวาน 1 ส่วนแบบ
น้องโย จริงๆ
ถึงจะใส่สารพันอาหารรสอร่อยเลิศย่านไชน่าทาวน์ เยาวราชได้หมด

 

อ่านถึงตรงนี้
คุณผู้ชมคงไม่ต้องลุ้นกันแล้วนะคะว่าพิธีกรและแขกรับเชิญจะอิ่มกันไปถึงไหน แนะนำว่า  อย่าอ่านอย่างเดียวนะคะ  ท่านจะได้รับอรรถรสไม่เพียงพอ  ต้องติดตามชมรายการและพาคู่หวานไปกิน
ไปเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ด้วยค่ะ

 

เชิญคุณ
ๆ ติดตามชมบรรยากาศช่วงเทศกาลตรุษจีนหวาน ๆ 
@ ไชน่าทาวน์ ย่านเยาวราช  ได้ในรายการTOP OF THE TOWN สิบโมงครึ่งวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์นี้นะคะ  ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ค่ะ

 

ขอกราบนมัสการขอบคุณและขอบคุณ ท่านเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม
วรวิหาร และเถ้าแก่
เถ้าแก่เนี้ยทุกร้านที่เอ่ยถึงที่กรุณาอำนวยความสะดวกด้านสถานที่และข้อมูลในการถ่ายทำค่ะ

ติ-ชมและแนะนำรายการได้ที่E-Mail :topofthetown-tv@hotmail.com

หรือ Facebook กลุ่ม Top Of
The Town

รีรันทุกวันอาทิตย์เวลา 02.00 น. – 03.00 น., 23.00 – 24.00
น. และทุกวันพุธเวลา 10.30น.-11.30น.


 

One Comment to

“หวาน @ ไชน่าทาวน์ ย่านเยาวราช By TOP OF THE TOWN”

  1. February 11th, 2010 at 10:40 pm       hanzen Says:

    งานนี้เข้าทางน้องโยเต็มๆเลยล่ะสิเนี่ย… ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร ฟิตเฟ็ตเลดี้ยังมีเสื้อผ้าเผื่อไว้ให้อีกหลายไซส์ ^^


You must be logged in to post a comment.