Blog Top Of The Town

พบกับเรื่องราว Top Top ของคน Top Top สถานที่ Top Top กับทุกเรื่องราวที่ Top Top กับรายการ Top Of The Town ช่อง Superบันเทิง ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 น.

ซอกแซกสุดยอดนักธุรกิจรุ่นใหม่เจ้าของ Netdesign By TOP OF THE TOWN

December10





วันเสาร์นี้ 2 พิธีกรอารมณ์ดี พี่ปุ้ย+น้องโยจะพาคุณผู้ชมไปเปิดบ้านสุดยอดนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่เจ้าของ Netdesignเฉลิมรัฐ  นาควิเชียร มาท้าพิสูจน์ว่าเขาอัจฉริยะหรือฟลุค ถึงได้รวยฝ่าวิกฤติได้ในรายการ TOP OF THE TOWN วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคมนี้  เวลา 10.30-11.30 น. ทางช่องซูเปอร์บันเทิง เปลวเพลิงแห่งโลกมายา และทางเว็บไซต์

http://www.manager.co.th/Entertainment/LiveSuperEntertain.aspx


 


 



.

 

เดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ดร.ปุ้ยวางพ็อกเก็ตบุค 1 เล่ม เรื่อง “ รวยฝ่าวิกฤติ ” ที่โต๊ะทำงานแล้วบอกน้องโยว่า

“หนู..อ่านเล่มนี้ให้จบก่อนนะแล้วเดือนหน้าเราจะสัมภาษณ์หนุ่มน้อยเจ้าของเรื่องนี้ ”

น้องโยรับหนังสือไปแบบงง ๆ แล้วอ่านข้อความหน้าปกดัง ๆ ว่า

“ รวยฝ่าวิกฤติ โดย เฉลิมรัฐ   นาควิเชียร”ผมเรียนไม่เก่ง เป็นเด็กหลังห้อง อายุ 21ปี  ผมมีเงิน 10 ล้าน อายุ 24 ปี ผมมีเงิน 100 ล้าน นิตยสาร Business Week ยกย่องให้เป็น 1 ใน 25 ผู้ประกอบการรุ่นใหม่แห่งเอเชียและเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย”

“ ท้อป อย่างนี้ต้องตามไปถึงบ้านค่ะ พี่ปุ้ยน้องโยตอบรับทันที

“ จะประสานให้จ้ะ  พี่เคยเจอเขาในเวทีสัมมนา 2-3 ครั้งแล้ว รู้สึกโอเคมาก ไม่เว่อร์ ดูเป็นคนสบาย ๆ  ลุคก็ทันสมัย และโลกกลมมากเพราะเขาเป็นเพื่อนกับคุณจิตตนาถ  ลิ้มทองกุลด้วยนะ อายุอานามน่าจะรุ่น ๆ เดียวกันด้วย ”

“ อย่าช้าค่ะพี่ ท้อปอย่างนี้ น้องโยอยากเจอในรายการเราค่ะ ”

เปิดรายการกันกลางถนนแบบนี้เค้าเรียกว่า “Top on The Road”

แล้วรายการเราก็ได้รับการตอบรับแทบจะทันทีที่ติดต่อไปเพื่อนัดสัมภาษณ์คุณนนท์ / เฉลิมรัฐ  นาควิเชียรที่บ้านเลขที่ 14 ถ. สุทธิสาร-ลาดพร้าว 64 ด้วยไมตรีจิตอันดียิ่งจากเจ้าของบ้านหนุ่ม โสด ที่กล้าบอกว่า เขารวยฝ่าวิกฤติ  ปัจจุบันเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ Netdesign จำนวน 11 สาขาและธุรกิจอื่น ๆ หากคุณ ๆ อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ  ตามมาอ่านเรื่องราวชีวิตของเขานะคะ

 

ครอบครัวผมเป็นครอบครัวเล็ก ๆ  ฐานะปานกลาง  คุณพ่อรับราชการประจำเป็นอัยการคุณแม่เป็นแม่บ้าน มีลูก 2 คน คือผมและน้องสาว ช่วงที่ผมเกิดนั้นคุณพ่อรับราชการที่จ.นนทบุรี พอดี ผมจึงมีชื่อเล่นว่า นนท์  เฉลิมรัฐ  นาควิเชียร เกริ่นประวัติชีวิตของเขาในตอนเริ่มต้นของบทสัมภาษณ์

ตั้งแต่เล็ก ๆ ผมเรียนที่โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมเรียนหนังสือไม่เก่ง  นั่งเรียนหลังห้อง  ในบรรดาวิชาเรียนทั้งหมด มีวิชาเดียวที่ช่วยเชิดหน้าชูตาให้ผมได้มากที่สุด ก็คือวิชาศิลปะ  ผมมีความสามารถทางด้านศิลปะมากพอสมควร จึงทำให้ผมใช้ความสามารถด้านนี้เป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันทักษะทางศิลปะกับโรงเรียนอื่น  แล้วก็ไม่ผิดหวัง  ผมคว้ารางวัลกลับโรงเรียนเป็นประจำ  แต่วิชาอื่นกลับเรียนไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์  ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแก้สมการ ทำไมสมการทั้ง 2 ข้างต้องเท่ากัน ..ผมงง เฉลิมรัฐ  ยิ้มหน้าเป็น





สมุดรวบรวมผลงานศิลปะตั้งแต่ยังเด็ก 

ผมเรียนสาธิตเกษตรฯ  ถึงชั้น ม. 4  ผมก็ไปสอบเทียบชั้นม.6 ได้และเอ็นทรานซ์ติดคณะนิเทศศิลป์ ม.ศิลปากรในปีเดียวกัน  ตอนนั้นผมอายุ 15 ปีเท่านั้น

  อ้าว  ไหนคุณนนท์บอกว่า ตัวเองเรียนไม่เก่ง  แต่ทั้งสอบเทียบทั้งเอ็นท์ติด ตั้งแต่เพิ่งใช้คำนำหน้าว่านายล่ะคะ  พิธีกรสาวทักท้วง

ตอนสอบเทียบผมคิดว่าไม่ยากเท่าไหร่นัก  ส่วนตอนเอ็นทรานซ์คณะนิเทศศิลป์  ใช้คะแนนทักษะทางศิลปะเยอะ ผมเลยเอ็นท์ติด  ตอนเรียนศิลปากร  ผมมีฉายาว่า  ไอ้ยิ้ม  เพราะไม่ว่ารุ่นพี่จะว้ากอะไรก็ตาม  ผมก็ยิ้ม เฉย  แต่…ไม่ทำ เช่น ไปรับน้องชายทะเล  รุ่นพี่สั่งให้น้องผู้ชายทุกคนถอดกางเกงใน  แล้วเอามาคลุกรวมอยู่ในถุงใบเดียวกัน  จากนั้นก็ให้รุ่นน้องหยิบ  ใครหยิบได้ตัวไหนก็ใส่ตัวนั้นไปทั้งวันยันกลับบ้าน  เขาถือว่ามาเรียนคณะเดียวกัน  กลิ่นเดียวกันแล้ว  เป็นต้น  ผมก็ยิ้ม เฉย..แต่ไม่ถอด รุ่นพี่ว้ากอะไร ก็ยิ้มลูกเดียว  ประกอบกับเป็นเด็กที่สุดในคณะฯ   รุ่นพี่ถึงกับเกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้จะเอายังไงกับผมดี  เลยได้ฉายา  ไอ้ยิ้ม  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา 

นอกจากทักษะทางศิลปะแล้ว  ผมยังมีความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งครับพี่   เล่าถึงตรงนี้เฉลิมรัฐ  เริ่มคุยออกรสแล้ว 

 

  ผมสามารถเอาเท้าพาดคอได้  บางทีก็โชว์พาว..แบบบ้า ๆ  นั่งเอาเท้าพาดคอมันกลางถนนหน้าพระลานมันงั้นแหละ หนุกดีพี่  เรียนที่นี่สนุก มันส์ และผมก็ชอบถ่ายรูปด้วย  

แล้วคุณนนท์มาเริ่มจับธุรกิจตอนไหนคะ ” พิธีกรสาวพาเข้าเรื่องเพราะจังหวะนั้นเฉลิมรัฐ  กำลังจะโชว์ความสามารถพิเศษจริง ๆ

ผมเรียนจบปริญญาตรีจากศิลปากรตอนอายุแค่ 19 ปีเท่านั้น   แล้วก็เข้าทำงานประจำ  ทำมัน 3 ที่เลยครับ  ประมาณว่า อยากทำ มันสนุก เพราะเป็นงานใหม่คือ งานออกแบบเว็บไซต์ ซึ่งเข้าทางผมเพราะใช้ความสามารถด้านศิลปะบวกกับความรู้ทางคอมพิวเตอร์ ผมทำงานประจำอยู่ 2 ปี แล้วจึงเริ่มเปิดโรงเรียนอินเทอร์เน็ตและการออกแบบ Netdesign 



คุณพ่อซึ่งทำหน้าที่เจิมป้ายแทนหลวงพ่อ

 ผมเปิดโรงเรียนตอนปี 2540 เป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง  ที่เปิดก็เพราะบริษัทต่าง ๆ ที่ผมออกแบบเว็บไซต์ให้ในช่วงนั้น  เขามักเรียกให้ผมไปสอน พอหลาย ๆ คน หลาย ๆ ที่เข้า รวมกันได้เป็น 10 คน ผมจึงบอกพวกเขาว่ามาเรียนทีเดียวไปเลยจะดีไหม ผมจะเปิดเป็นโรงเรียนเลย เพราะผมก็ชอบสอน พอคิดได้ปุ๊บผมก็ลงมือทำปั๊บ  ทั้งที่ตังค์ก็ไม่มีนะ  ผมไปเช่าที่ว่างของห้างฟอร์จูนทาวน์  แบบขอเครดิต คอมพิวเตอร์ผมก็ขอเครดิต ป้ายโรงเรียนผมก็ตัดเอาเอง  วันเปิดโรงเรียนก็ได้หลวงพ่อ คือ คุณพ่อของผมเอง  ท่านเป็นคนเจิมป้ายโรงเรียนให้  ลูกศิษย์รุ่นแรก ๆ ของผมเขาก็อาจจะงง ๆ เพราะ เดี๋ยวผมก็เป็นเจ้าหน้าที่ต้อนรับ  เดี๋ยวผมก็กลับไปใส่สูททำหน้าที่สอน  เสร็จปุ๊ปผมก็สลัดคราบอาจารย์ไปทำหน้าที่นักการภารโรงทำความสะอาดห้องเรียนเหยงเหยง  แบกคูลเลอร์น้ำ กรอกน้ำให้ลูกศิษย์ได้มีน้ำดื่มระหว่างพักเรียน  เดี๋ยวผมก็ลุกไปแจกใบปลิวเชิญชวนให้คนมาเรียน ฯลฯ สารพัดจะทำ



 

แค่ปีแรกของการเปิดโรงเรียนก็เริ่มติดตลาด  มีลูกศิษย์มาเรียนจำนวนมาก ผมก็ค่อย ๆ ขยายธุรกิจเรื่อยมา  ลูกศิษย์รุ่นแรก ๆ ของผม  ผมก็เชิญมาสอนที่โรงเรียน  และให้หุ้นส่วนแก่พวกเขาด้วย  เพื่อให้พวกเขาช่วยกันบริหารโรงเรียนให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป  ผมทำงานหนักมากในระยะแรก ๆ  แต่มาถึงทุกวันนี้ผมบริหารงานแบบสบาย ๆ โดยใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยประกอบกับการวางตัวของผม  ผมจะไม่ทำตัวเป็นเจ้านายกับลูกน้อง  แต่จะใช้ระบบพี่ -น้องซะมากกว่า  เพราะเวลามีปัญหาอะไรพวกเขาสามารถเดินเข้าพูดคุยกับผมได้อย่างเปิดอกและโดยตรง

ทุกวันนี้ใช้ชีวิตอย่างไรคะ พิธีกรสาวหยอดคำถาม



ปลาคาร์พแสนรักของคุณนนท์ที่จะต้องมาให้อาหารทุกวันแม้จะดึกและเหนื่อยแค่ไหน

 ผมเข้านอน 6 โมงเช้า  ไปตื่นอีกที บ่ายสองโมง  ก็ทานอาหารมื้อแรกฝีมือคุณแม่  ซึ่งนั่นคืออาหารที่อร่อยที่สุดในโลก  ท่านจะชื่นใจทุกครั้งที่ลูก ๆ ทานอาหารที่ทำปรุงอย่างเอร็ดอร่อย  จากนั้นผมก็ออกจากบ้านที่เมืองทองฯ  ค่อย ๆ ตระเวณไปตามโรงเรียนสาขาต่าง ๆ และคอยเช็คงานทางโทรศัพท์ ทางอินเทอร์เน็ตหากแต่ละสาขามีข้อปรึกษา  ช่วงค่ำ ๆ ผมชอบแวะมาที่บ้านหลังนี้เพื่อมาว่ายน้ำ  ออกกำลังกาย  สุขภาพผมแข็งแรงนะ  เช็คร่างกายตลอด  และที่สำคัญผมต้องมาให้อาหารปลาคาร์พกว่าร้อยตัว  พวกเขารอผม  ผมเลี้ยงปลาเหมือนคนอื่นเขาเลี้ยงน้องหมา  จำได้ทุกตัวและตั้งชื่อให้เขาด้วย

           

            

ภาพวาดฝีมือคุณนนท์จะมีให้เห็นทุกห้องของบ้าน  

บ้านหลังนี้ตอนแรกผมคิดไว้ว่าจะปลูกเพื่อให้ฝรั่งเช่าอยู่  แต่ด้วยความที่เราออกแบบ ตกแต่งเอง  ภาพวาดติดฝาผนังผมก็วาดเอง  มันก็เลยรู้สึกผูกพัน  ไม่อยากให้ใครเช่า เลยเอาไว้อยู่เอง  แต่ไม่ค่อยได้อยู่หรอกครับ  มาแค่ว่ายน้ำและให้อาหารปลามากกว่า

บ้านหลังนี้สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงจากสองมือกับหนึ่งสมองที่ได้มาคือความภาคภูมิใจ





วันนั้นมีมุมถ่ายรายการเยอะมากจนเลือกแทบไม่ถูกค่ะ 



  แล้วคุณนนท์มีแฟนหรือยัง  และมีเวลาว่างให้คุณพ่อคุณแม่บ้างไหมคะเนี่ย พิธีกรสาวถามด้วยความอยากรู้ส่วนตัว

  ผมยังไม่มีแฟนครับ  ไม่ได้ตอบแบบดารานะครับ  ทุกวันนี้หากมีเวลาว่างตรงกันผมชอบพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวประเทศแปลก ๆ ที่คนอื่นเขาไม่ค่อยนิยมไปกัน แต่เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง อันนี้คุณพ่อคุณแม่ผมท่านเป็นคนชอบอย่างนี้นะครับ เช่น ไปประเทศโครเอเชีย  อิหร่าน แอฟริกา  เป็นต้น ล่าสุดเพิ่งกลับมาจากประเทศลาว ผมก็ไปแอ็คชั่นบ้า ๆ ถ่ายภาพเก็บไว้ เหมือนเดิม หนุกดี เฉลิมรัฐพูดุคยอย่างเป็นกันเอง ด้วยท่วงท่าสบาย ๆ  แต่มั่นใจในตัวเอง



ขอบคุณภาพถ่ายจากนิตยสาร Business Week 

 ทำไม นิตยสาร Business Week ยกย่องให้เป็น 1 ใน 25 ผู้ประกอบการรุ่นใหม่แห่งเอเชียและเป็นหนึ่งเดียวของประเทศไทย คะ พิธีกรสาวยิงคำถามไฮไลท์

  เขาให้เหตุผลว่า  เพราะผมเป็นผู้ประกอบการที่ไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจจากทางครอบครัวแต่อย่างใด  และธุรกิจที่ผมริเริ่มก็เริ่มในช่วงเศรษฐกิจในประเทศไทยตกต่ำ แต่ผมสามารถประกอบการจนกระทั่งรวยฝ่าวิกฤติ  ภายในระยะเวลาไม่นานนัก  ที่จริงแล้วหากผมเรียนมาทางด้านบริหารธุรกิจ  ผมอาจจะไม่กล้าตัดสินใจเปิดโรงเรียนในช่วงนั้นก็ได้  แต่ผมเปิดโรงเรียนในตอนนั้นเพราะผมชอบสอน  รู้สึกดีที่ได้ทำ ผมก็เลยทำ  ไม่มีทฤษฎีอะไรรองรับเลย  รู้แต่ว่าอยากทำ ก็ลงมือทำ  เริ่มจากสองมือเปล่าของตัวเอง  ข้อสำคัญก็คือ  ผมไม่มีอะไรจะเสียด้วยมั้ง  ผมเลยกล้าเสี่ยง  ผมเป็นคนชอบเรียนนะ  ผมจบปริญญาตรี 2 ใบ จบปริญญาโท 2 ใบ  คือด้านศิลปะและด้านกฎหมาย ตอนนี้ผมเรียนปริญญาเอก  สาขาเทคโนโลยีการศึกษา ที่  คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนใกล้จะจบแล้วครับ เหลือแต่วิทยานิพนธ์อย่างเดียว

ผมยึดหลักสำคัญในการทำธุรกิจจากคำที่คุณพ่อของผมสอน ว่า ใช้ปัญญาเป็นอาวุธ  ใช้ความบริสุทธิ์เป็นเกราะกำบัง ผมจึงทำธุรกิจโดยไม่มีศัตรู ไม่ต้องมากลัวว่าเราจะเดินทางไปไหนต่อไหนไม่ปลอดภัย  และไม่มีอะไรซุกใต้พรมเด็ดขาด

เฉลิมรัฐ เล่าถึงตรงนี้ก่อนหันไปมองของสะสมของเขาด้วยสายตาปลาบปลื้มเหมือนเด็กมองของเล่น

 

 



การวาดรูปและการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรกที่คุณนนท์โปรดปรานอีกอย่างหนึ่่ง

แหม…เหมือนเราเลยเนอะพี่ปุ้ยเนอะ  เราก็เริ่มรายการเล็ก ๆ ของเราแบบไม่มีอะไรเลย ที่เรากล้า  ก็เพราะมีเหตุผลเหมือนคุณนนท์  เพราะ เราไม่มีอะไรจะเสีย  อิอิ..แล้วเราจะเป็นแบบเขาได้ไหมเนี่ยพี่ปุ้ยน้องโย สาวน้อยช่างฝันกระซิบกระซาบกับดร.ปุ้ยผู้ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมาโดยตลอด

อนาคตไม่มีใครรู้  แต่เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด สักวันหนึ่ง  เราคงได้เจออะไรดี ๆ  บ้าง  ว่าแต่ตอนนี้ปิดเบรกลาหนุ่มน้อยคนนี้ก่อน  เผื่อเขาจะต้องไปดูแลธุรกิจที่สาขาอื่น ๆ ต่อ  แล้วเราก็ลาคุณผู้ชมได้แล้วจ้ะ ดร.ปุ้ยเร่งเครื่องทีมงาน

 

 สำหรับของสะสมทั้งหลายของเฉลิมรัฐ  นาควิเชียร เขาได้จัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน  เช่นเดียวกับรูปภาพทั้งหลายในช่วงชีวิตต่าง ๆ ของเขา  ก็ได้รับการคัดเลือก และจัดเก็บอย่างดี  รวมทั้งถ้อยคำ การแสดงออกทุกอย่างที่เป็นเขา  ได้สะท้อนถึงลักษณะนิสัยส่วนตัวที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากบุพการีมาอย่างดีเลิศ (เหล่านี้ต่างหากคือต้นทุนจากครอบครัวซึ่งมีค่ามากกว่าเงินทอง)  แต่สิ่งของเหล่านั้นจะเป็นอะไร  และ เฉลิมรัฐ ผู้ประกอบการหนุ่มรุ่นใหม่  หน้าใสปิ๊ง  ผู้มีท่วงทีสบาย ๆ แต่มั่นใจในทุกการกระทำคนนี้จะมีข้อความอะไรฝากถึง คุณจิตตนาถ  ลิ้มทองกุล ในฐานะเพื่อนวัยใกล้เคียงกัน  ขอเชิญคุณ ๆ ติดตามชมได้ในรายการ TOP OF THE TOWN  สิบโมงครึ่งวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคมนี้ นะคะ 

แล้วช่วยกันหาคำตอบนะคะ  ว่า อัจฉริยะ หรือฟลุค  เขาคนนี้จึง รวยฝ่าวิกฤติ 

ติ-ชมและแนะนำรายการได้ที่E-Mail :topofthetown-tv@hotmail.com

 หรือFacebookกลุ่มTop Of The Town

 

รีรันทุกวันอาทิตย์เวลา 02.00 น. – 03.00 น., 23.00 – 24.00 น. และทุกวันพุธเวลา 10.30น.-11.30น.

 

 

6 Comments to

“ซอกแซกสุดยอดนักธุรกิจรุ่นใหม่เจ้าของ Netdesign By TOP OF THE TOWN”

  1. December 30th, 2009 at 2:36 pm       BonuS Says:

    นี่แหละ ยอดมนุษย์ตัวจิง
    เก่งมากๆ เลยค่ะ


  2. December 14th, 2009 at 8:44 am       คิกขุ Says:

    ชอบคนรุ่นใหม่สร้างตัวน่าชื่นชม เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆๆๆๆ


  3. December 12th, 2009 at 5:28 pm       เจ้าเงาะ Says:

    เคยไปลองเรียน web design ที่นี่ในยุคแรกๆ
    ได้เรียนกับคุณเฉลิมรัฐด้วย สอนสนุกดีนะ เหมาะกับเด็กๆ ที่ต้องการปูพื้นฐานความรู้
    แต่ทักษะทางคอมต่างๆ ได้มาจากการฝึกฝนลองผิดลองถูก เพราะรายละเอียดมันเยอะมาก

    เคยเห็นหนังสือของคุณเฉลิมรัฐ รู้สึกยินดีนะด้วยใจจริงกับความสำเร็จ
    ๓๓๓๓๓๓๓๓๙
    @^____^@/”)


  4. December 12th, 2009 at 2:37 pm       แมน Says:

    เคยอ่านประวัติของพี่นนแล้ว เก่งมากน่าชื่นชมคับ


  5. December 11th, 2009 at 2:25 pm       hanzen Says:

    ขอแชร์หน่อย…. เคยไปเรียนที่ Net Design เจอคนสอนสอนไม่ได้เรื่อง ตอนนั้นไปเรียน ASP ที่สาขา เยาฮัน (รู้จักป่าว เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อเป็นฟอร์จูนแล้ว) คนสอนเป็นผู้หญิง สอนห่วยมาก ถามอะไรก็ตอบไม่ได้ เลยเลิกเรียนเลยอ่ะ…. เงินไม่เอาคืนด้วย รมณ์เสียมาก…. แต่บางคนก็สอนดี แล้วแต่คนสอนจริงๆ… เพราะงั้นเวลาจะเรียนควรถามเพื่อนๆ หรือคนที่เคยเรียนแล้วให้ดีก่อนว่าคนสอน สอนดีมั๊ย ไม่งั้นจะหมดอารมณ์เรียนเหมือนผม


  6. December 10th, 2009 at 3:04 pm       korpai Says:

    =ชอยที่ให้พ่อเจิมให้แทนหลวงพ่อ
    นี่แหละของแท้


You must be logged in to post a comment.