Blog Top Of The Town

พบกับเรื่องราว Top Top ของคน Top Top สถานที่ Top Top กับทุกเรื่องราวที่ Top Top กับรายการ Top Of The Town ช่อง Superบันเทิง ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00 น.

พาล่องแม่กลองท่องเที่ยวแบบท้อป ท้อป อันซีนไทยแลนด์กับรายการ Top Of The Town

October29

 

บ่ายโมงวันเสาร์แบบนี้  ขอเชิญดูรายการอารมณ์ดี TOP OF THE TOWN เพราะเสาร์นี้  สองสาวพิธีกรอารมณ์ดี พี่ปุ้ย+น้องโยและทีมงานอารมณ์ป่วน  จะชวนคุณผู้ชม ไปท่องแม่กลองแบบลั้ลลากับอันซีนไทยแลนด์อย่างตลาดร่มหุบ วัดค่ายบางกุ้ง แถมท้ายด้วยการล่องเรือแบบเกือบเสียว  เรามีนัดกันวันเสาร์ที่ 31  ตุลาคมนี้  เวลา 13.00-14.00 น. ทางช่องซูเปอร์บันเทิง เปลวเพลิงแห่งโลกมายา และทางเว็บไซต์ http://www.manager.co.th/Entertainment/LiveSuperEntertain.aspx 

 

 

 

 

 

 

.

  นัด 07.30 น. ที่ลานจอดรถวัดเพชรสมุทรวรวิหารนะครับ  นั่นคือข้อความที่แขกรับเชิญประจำสัปดาห์นี้ คือ อ.สามารถ  สว่างแจ้ง  อาจารย์ประจำวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงครามส่งมาให้ดร.ปุ้ย

ผมจะใส่เสื้อสีฟ้าเพราะเป็นสีประจำจังหวัดสมุทรสงครามครับ

ปรากฏว่า 08.30 น. กว่าทีมงานจะขับรถไปถึงที่หมาย  เพราะมัวแต่รอกันไปแล้วก็รอกันมา  แวะเติมน้ำมัน  แวะกินกาแฟ แวะเข้าห้องน้ำ    จึงเลทกันไป 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ เมื่อถึงที่หมาอ.สามารถมารอเราร่วมชั่วโมง  เหงื่อเปียกโชกเต็มหลัง  ดร.ปุ้ยในฐานะอาวุโสที่สุดในทีมรีบขอโทษแขกรับเชิญด้วยความเกรงใจอย่างยิ่ง  แดดเริ่มไล่มา อ.สามารถ รีบพาพวกเราเดินลัดเลาะไปจุดอันซีนไทยแลนด์จุดแรก  นั่นคือ ตลาดร่มหุบ ที่บอกว่ารีบก็เพราะกลัวไม่ทันรถไฟมหาชัย-แม่กลองที่จะล่องมาจุดนี้ก่อน 9 โมงเช้า เพื่อเก็บภาพการหุบร่มของบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่วางข้าวของเต็ม 2 ข้างทางรถไฟ  แม้กระทั่งกลางราง   เอ้า…รีบจ้ำ…จ้ำ…กลิ้ง….กลิ้ง……

 

                       บรรยากาศตลาดร่มหุบก่อนรถไฟมา

 

วันนี้เราถ่ายช่วงของโปรดกันก่อนที่ตลาดริมทางรถไฟ  หรือ ตลาดร่มหุบ ซึ่ง 2 ข้างทางนอกจากจะมีการวางถ้วย ถัง กะละมัง  ไห เพื่อขายของตามประสาตลาดสดแล้วยังมีชาวแม่กลองมาจับจ่ายซื้อของตามปกติ  และบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาดักรอภาพอันซีนไทยแลนด์อย่างลุ้นระทึก 

 

                         รถไฟมาแล้ว….สังเกตณ์ร่มหุบเรียบร้อย

 

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง….เสียงเตือนของรถไฟ  อ.สามารถบอกเราว่าจวนมาแล้ว  2 ช่างภาพหนุ่มน้องตาส และน้องตี๋เตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทำ  ส่วน 3 สาว คือ ดร. ปุ้ย น้องโย และน้องยู  ยืนทำตัวลีบอยู่ข้างทางรถไฟ  ช่วยลุ้นกับพี่ ๆ พ่อค้าแม่ขายให้เก็บของทันเวลารถไฟผ่านมา  โดยมีกะละมังข้าวโพดต้มเป็นของชิ้นสุดท้ายที่แม่ค้าเก็บออกจากรางรถไฟแบบเฉียดฉิว .. ฟิ้วววววว จังหวะรถไฟแล่นผ่าน  บรรดาร่มทั้งหลายที่เคยกางป้องกันแดดระหว่างค้าขายก็ทยอยหุบตัวลง  เป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก  นี่คือที่มาของชื่อ ตลาดร่มหุบ  และที่น่าลุ้นอีกอย่างหนึ่งก็คือ  การวางของสดใกล้รางรถไฟ  ต้องกะวางองศาแบบเป๊ะ  จะวางสูงกว่านี้ก็ไม่ได้  มิฉะนั้นก็อาจโดนล้อของม้าเหล็กสายมหาชัย-แม่กลองบดขยี้ไปง่าย ๆ

สังเกตณ์ใต้ท้องรถไฟค่ะ

 

เฮ้อออออ ... ข้าวของทุกอย่างรอดหมด  เสียงถอนหายใจของนักท่องเที่ยวและทีมงานพวกเราที่ลุ้นกันมาก  โดยเฉพาะดร.ปุ้ยจะห่วงน้องโยมากเป็นพิเศษ  ด้วยความที่เธอตัวโตจึงเกรงว่าบางชิ้นส่วนบนร่างกายน้องโยจะติดไปกับขบวนรถไฟ  หรือบางชิ้นส่วนของรถไฟจะติดเธอมาอันนี้ต้องพิจารณากันเองนะคะ  ด้วยความจำกัดของพื้นที่ซึ่งเรายืนแอบข้างทาง  จากนั้นเราจึงเปิดรายการและเดินชมสินค้า อาหารทะเลสด ๆ ราคาไม่แพง  ไม่ว่าจะเป็นปลาทูแม่กลองขนานแท้ หน้างอ คอหัก เข่งละ 10 บาทมี  2 ตัว ปลากะพงตัวเป้ง  ปูทะเลทั้งปูตัวผู้ ตัวเมียและปูกะเทย  มีครบทุกเพศ  รวมั้งขนมหวานแบบไทย ๆ เรา  และของกินเล่น ฯลฯ 

ระหว่างถ่ายทำ  ดร. ปุ้ย สังเกตเห็น น้องโย เงียบผิดปกติซึ่งโดยปกติแล้วช่วงของโปรดจะเป็นช่วงที่น้องโยดูจะมีความสุขที่สุด ดร.ปุ้ย พยายามชวนพูดชวนคุย  แต่ก็รู้สึกว่า  น้องไม่หือไม่อือ ไม่ลั้ลลาเหมือนเคย ชวนกินขนมก็แล้ว  ยังไม่ค่อยตอบรับ  เอ…ต้องมีอะไรแน่  รอปิดเบรกนี้ก่อน แล้วค่อยถามค่ะ 

วัดเพชรสมุทรวรวิหาร

 

                                  หลวงพ่อวัดบ้านแหลม 

จากนั้นเราเคลื่อนขบวนไปเปิดรายการกันที่หน้าวัดเพชรสมุทรวรวิหาร  เพื่อนมัสการหลวงพ่อวัดบ้านแหลม  พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทีมงานทุกคน  มาถึงตรงนี้น้องโย เริ่มลั้ลลามากขึ้นแต่ยังไม่เต็มร้อยซะทีเดียว  ดร.ปุ้ยคนช่างสงสัยทนไม่ไหว  เลยถามน้องไปว่า

หนูเป็นอะไรไปรึเปล่า  ป่วยไหม ปวดท้องไหม  อากาศร้อนเกินไปรึเปล่า  ดร.ปุ้ยยิงคำถามรัวเป็นชุดด้วยความเป็นห่วงน้องน้อยประจำรายการ

ภาพนี้เจ้าตัว..ขอร้องให้ลงเปรียบเทียบระหว่างทางรถไฟกับตัวน้องค่ะ

เปล่าค่ะ  หนูไม่ได้ป่วยเป็นอะไร แต่…หนูไม่ชอบที่แคบและที่สำคัญหนูกลัวภาพปลาถูกทุบหัวดิ้นกระแด่ว ๆ ที่ตลาดร่มหุบเมื่อกี้นี้มาก ๆ มันติดตาหนูมาตั้งแต่สมัยเด็กที่เดินตามคุณแม่ไปจ่ายตลาด  พอวันนี้มาเปิดรายการแต่เช้าที่จุดนี้  หนูเลยอึ้ง ๆ แต่ตอนนี้โอเคแล้วค่ะ  ทริปต่อไป  ค่ายบางกุ้ง  ไปกันเลยค่ะ

 

                                                                         หลวงพ่อนิลมณี 

สิบห้านาทีต่อมาเราก็มาถึงจุดอันซีนไทยแลนด์จุดที่ 2 วัดค่ายบางกุ้ง หรือชาวบ้านเรียกว่า  วัดโพธิ์ปรก  กล่าวคือ  โบสถ์ทั้งหลังของวัดแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ ต้นไทร  ต้นไกร และต้นกร่าง  ทีมงานเราเก็บภาพความงดงามและเข้าไปนมัสการหลวงพ่อนิลมณี  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ 

 

น้องโยต่อด้วยแขกรับเชิญของเราอ.สามารถและดร.ปุ้ย

 

ทำไปได้…….

 

จากนั้นเดินออกมาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระจ้าตากสินมหาราช  ค่ายบางกุ้งนี้เดิมเคยเป็นที่พักค่ายสมัยกรุงธนบุรีสมัยทำศึกกับพม่า  แล้วไทยเรารบชนะทัพพม่า ณ ที่ตั้ง ค่ายแห่งนี้  บริเวณรอบ ๆ วัดจึงมีปูนปั้นจำลองท่ามวยไทยของทหารหาญในยุคนั้นให้คนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจ

คุณยายบรรจงพับกระทงใบตองใบจิ๊ดจิ๋ว

ก่อนที่เราจะไปลุยต่อกันที่จุดที่ 3 วัดภุมรินทร์กุฎีทอง  น้องโย  ซึ่งขณะนี้อาการเป็นปกติแล้วก็เริ่มหิวขนม  ขณะขับรถออกไปก็สงสัยว่าทำไมน้องโยเลี้ยวรถเข้าไปในบริเวณทางออกวัดค่ายบางกุ้ง อ๋อ ที่แท้เธอก็เจอคุณยายท่านหนึ่งขายไอศครีมกะทิใส่โถดินเผาขนาดกะทัดรัดน่ารักด้วยดีไซน์และไอเดีย เพราะคุณยายบรรจงพับกระทงใบตองใบจิ๊ดจิ๋วรองไอศกรีมกะทิรสเลิศ  ประดับด้วยดอกกล้วยไม้ 1 ดอก แหม ..เรียกว่า  เวลคัม ไอศกรีม ก็คงไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แต่ที่สำคัญราคาไอศกรีมทั้งหม้อดินเผาด้วยราคาอยู่ที่ 20 บาท แต่ความอร่อยยยยเกินราคา(ใครไม่ต้องชวนน้องโยชวนเอง)

ยิ้มอย่างนี้หายเป็นปกติแน่นอน….แต่ไอศกรีมน่าทานมากแถมอร่อยและราคาถูก

เมื่อ น้องตาส น้องตี๋เห็นพี่โยออกอาการปกติแล้ว  ก็เลยอยากปกติบ้างโดยการไอศกรีมตามพี่โย  แถมน้องตาสยังซื้อของเล่นไปฝากลูกตัวน้อยด้วย  (อ้าว .. เฉลยซะแล้วว่า ตาสซัง เป็นช่างภาพพ่อลูกอ่อน  เรทติ้งตกกันคราวนี้แหละ)

กุฎีทอง  

 

วัดภุมรินทร์กุฎีทอง  เป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเป็นวัดที่ เศรษฐีทอง บิดาของ นางนาก ซึ่งเป็นชื่อของพระมเหสีในรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ท่านได้สร้างกุฏิไม้สักทองทั้งหลังถวายท่านเจ้าอาวาสในสมัยนั้น  เนื่องจากเคยได้รับการทำนายทายทักว่า  บุตรสาวจะได้เป็นนางพญามหากษัตริย์ในภายภาคหน้า  ท่านเศรษฐีทองจึงตั้งใจไว้ว่า  หากกาลข้างหน้าเป็นตามคำทำนายแล้วไซร้จะถวายกุฏิทอง 1 หลังแก่วัดนี้

 

หลังจากเก็บบรรยากาศของวัดมาฝากคุณผู้ชมแล้ว  อ.สามารถ ได้เหมาเรือข้ามฟากแบบเอ็กซคลูสีฟสุด ๆ ในราคาคนละ 5 บาท เหมาลำผู้โดยสารคือทีมงาน 6 คน ในราคา 30 บาทถ้วน  แถมคุณลุงคนขับเรือใจดี๊ดี  บอกว่าหากจะข้ามฟากกลับให้โทรตามคุณลุงได้เลย  คุณผู้ชมอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องนั่งเรือข้ามฟาก  เพราะเราจะไปเก็บภาพบรรยากาศที่อุทยาน ร.2 และตลาดน้ำอัมพวากันต่อไงคะ  ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการจอดรถเนื่องจากวันเสาร์-อาทิตย์อย่างนี้ที่จอดรถหายากมาก ๆ และอาจเข้าไปเสียเวลารถติดด้านใน 

ก่อนถึงที่หมาย ดร. ปุ้ย ขอให้แวะซื้อ เบอร์เกอร์ปลาทูไทย  ซึ่งมีรถขายตั้งอยู่ด้านข้างอุทยาน ร. 2 โดยมีสโลแกนว่า ชาตินี้ต้องกินให้ได้  เพราะใช้ของดีท้องถิ่น คือ ปลาทูแม่กลองคลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบ ๆ ประกบด้วยขนมปังและผักกาดแก้วสด ๆ  ราคาขายอันละ 29 บาท 4 อัน 100 บาท ต้องอุดหนุนคนไทยค่ะ แถมพี่ขายน้ำหวานร้นข้าง ๆ ใจดีให้น้ำเก๊กฮวยใส่แก้วดินเผาโดเรม่อนเราดื่มฟรีมาอีก  ชื่นใจจริงค่ะ จ๊วบบบ 

ตลาดน้ำอัมพวา

อุทยาน ร.2

แดดร้อนมากค่ะแต่สู้ ต้องขอบคุณหมวกสวย ๆ ค่ะ

เที่ยงวันนั้นระหว่างเดินชมอุทยาน ร.2 และตลาดน้ำอัมพวา  ดร.ปุ้ยและน้องโย  สองพิธีกรสาวอารมณ์ดีสวมใส่หมวกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์  ของกลุ่มแม่บ้านสหกรณ์หุบกะพง  จ.เพชรบุรี  ซึ่งร้านของ พี่กล้า หนุ่มพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  เจ้าของปั๊มปตท. ขาเข้าชะอำนำมาวางขายในปั๊มพร้อมกับกาแฟสดรสเข้ม  รับรองทั้งคุณภาพและดีไซน์สวยถูกใจสาวน้อย สาวใหญ่ แน่นอนค่ะ  วัดเรทติ้งได้จากสองพิธีกรสาวเวลาเดินไปไหน  มักจะถูกทักว่า  หมวกสวย หากใครผ่านไปก่อนถึงชะอำแวะเข้าปั๊มปตท.ของพี่กล้าได้นะคะ  สวยได้  ไม่แพงด้วยค่ะ รับประกันคุณภาพโดยเป็นสินค้าส่งออก ประเทศญี่ปุ่น มาแล้วนะคะ

 

 

หมวกสวย ๆจากผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์

ได้เวลาพักทานอาหารกลางวันที่ร้านปากอวน ตามที่เจ้าถิ่นแนะนำเป็นอาหารประเภทจานเดียว  เช่น ข้าวหมูแดง หมูกรอบ เกี๊ยวปลา และทะเลลวกจิ้มรสเด็ด  รับประกันความอร่อยของน้ำจิ้มทุกชนิดในร้านนี้ค่ะ แถมเจ้าของร้านอัธยาศัยดีมาก ๆ ด้วย

เห็นชูสองนิ้วแบบนี้ความจริงเป็นยังไงคงต้องดูในรายการค่ะ

 

จุดสุดท้ายที่ถ่ายทำคือ ที่บ้านสว่างแจ้ง บริเวณท่าน้ำบ้าน อ.สามารถ ซึ่งเตรียมเรือพายให้ทีมงานเราถ่ายทำวิถีชาวสวนแม่กลองใน ช่วงเป็นอยู่คือ  โดยมีคุณแม่ให้เกียรติเป็นนายท้ายเรือ 

คุณแม่ อ.สามารถ ให้เกียรติเป็นนายท้ายเรือ

น้องตี๋งานนี้ได้รางวัลช่างภาพขวัญใจเด็ก ๆ(สาว)

น้องตาสซังงานนี้ต้องยกนิ้วให้เพราะเป็นตั้งแต่ TD,คนพายเรือ,ตากล้อง,คนเก็บลูกจากได้รับรางวัลคุณพ่อ(อุ๊ยไม่ใช่) TD ดีเด่น

น้องยูปกติเป็น Co-Producer งานนี้ต้องแถมอีกหน้าที่คือเป็นคนพายเรือเนื่องจากน้องตาสซังให้เลือกระหว่างเป็นตากล้องกับคนพายเรือ น้องยูเลยขอเป็นคนพายเรือดีกว่า งานนี้ได้รางวัล “สวยเลือกไม่ได้”

สุดท้าย ดร.ปุ้ยได้รับรางวัลแต่งกายดีเด่นประเภทหมวก(กล่าวขวัญกันทั้งตลาดน้ำอัมพวา)

ส่วนน้องโยรางวัลที่ได้คงไม่พ้น รางวัลนำชิมดีเด่น (งานนี้น้องโยเป็นตากล้องเองด้วยค่ะ)

 พาทีมงานล่องเรือไปชิมลูกจากป่าสด ๆ ตัดจากต้นกันเห็น ๆ รสชาติดีทีเดียว แต่กว่าจะได้ชิมนั้นค่อนข้างทุลักทุเล  อย่าถามนะคะ ว่าทำไม เพราะเราอยากชวนคุณติดตามภาพเหล่านั้นได้ในรายการของเราค่ะ เรียกว่าถ้าดูแล้วต้องให้รางวัลทีมงานสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกยอดเยี่ยม

อ.สามารถรับรางวัลแขกรับเชิญดีเด่นประเภทอดทนเพราะอ.สามารถทำได้ทุกอย่าง

ตั้งแต่พาเที่ยว,พายเรือสุดท้ายคือเฉาะลูกจากให้ทีมงานได้ชิมกัน

 

ปิดท้ายทริปแม่กลองวันนั้นสุดประทับใจเนื่องจากคุณแม่ของ อ.สามารถ เกรงว่าทีมงานจะหิว  จึงได้เตรียม ปลาเผา  กุ้งหวาน ปูทะเลต้มสด ๆ  และมะพร้าวน้ำหอมชั้นดีไว้ต้อนรับ  มีหรือที่พวกเราจะปฏิเสธน้ำใจอันงดงามของผู้ใหญ่ใจดี  เลยฉลองศรัทธากันซะเต็มคราบ  …เราทานเผื่อคุณผู้ชมด้วยนะคะ

1 ชั่วโมงเต็ม ๆ  เทปนี้ อันซีน และเอ็กซคลูสีฟสุด ๆ รับรองค่ะ  อย่าลืมนะคะ     ติดตามชมได้ในรายการ TOP OF THE TOWN  ต้นชั่วโมงบ่ายวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคมนี้ค่ะ ทางช่อง Super บันเทิงเปลวเพลิงแห่งโลกมายา ที่นี้ที่เดียว

ติชม-แนะนำรายการได้ทาง e-mail:topofthetown-tv@hotmail.com

 ติดตามย้อนหลังได้ทางhttp://mblog.manager.co.th/topofthetown

และ Facebook กลุ่ม Top Of The Town

 

 

 

 

5 Comments to

“พาล่องแม่กลองท่องเที่ยวแบบท้อป ท้อป อันซีนไทยแลนด์กับรายการ Top Of The Town”

  1. November 6th, 2009 at 8:31 am       The Pinkpanther Says:

    ก็น่ารักดีค่ะ สีสันเมืองแม่กลอง มีอะไรที่น่าเที่ยวอีกมาก …..น่าสนุกดีค่ะ พิธีกรน่ารักดีหล่ะน๊า….ไว้มาเที่ยวอีกละกันค่ะ ชาวแม่กลองยินดีต้อนรับค่ะ


  2. November 1st, 2009 at 3:12 pm       hataraki Says:

    เมืองโปรดเลย
    ขอบคุณที่พาไปเที่ยวนะคะ


  3. November 1st, 2009 at 2:13 am       หนึ่งในทีมงาน Says:

    บ้านนี้ยึดสโลแกนเหมือนร้านหนังสือดอกหญ้าเลยค่ะ “เพียงแวะเข้ามาชม เราก็นิยมคุณอยู่ในใจ” นะคะ


  4. October 30th, 2009 at 5:09 pm       สุกใส Says:

    บ้านนี้แปลกจัง คนแวะเข้ามาอ่านก็เยอะ แต่ไม่ค่อยมีคนเมนท์


  5. October 30th, 2009 at 10:55 am       อ้อม Says:

    น่ารักดี เห็นแล้วอยากไปบ้างค่ะ


You must be logged in to post a comment.