ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

ประวัติบ้านพระอาทิตย์ ตอนที่ ๑

June 4th, 2014 · No Comments · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, หนังสือ

001-Untitled-4

สิบห้าปีก่อน เมื่อครั้งที่ผมมีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาในบริเวณรั้วสีส้มอ่อน ของบ้านเลขที่ ๑๐๒/๑ บ้านหลังใหญ่ริมถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร ผมไม่ทราบเลยว่าตัวเองจะมีความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้อย่างต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้

“บ้านพระอาทิตย์” ซึ่งในปัจจุบันประกอบด้วยบ้านหลังใหญ่และอาคาร ประกอบเป็นหมู่ตึกจำนวน ๓ หลัง สวนหน้าบ้าน สระน้ำกลางบ้าน พร้อมต้นไม้ใหญ่ภายในรั้วสีส้มอ่อน จริงๆ แล้วดูเหมือนสถานที่ท่องเที่ยว หรือคฤหาสน์หลังใหญ่ของพ่อค้า คหบดีผู้ร่ำรวยมากกว่าอาคารสำนักงานของหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการ รวมถึงบริษัทอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง หลายครั้งที่มีชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นฝรั่งหัวทอง หรือ นักท่องเที่ยวหัวดำชาวเอเชีย เดินดุ่มๆ เข้ามาในรั้วพร้อมยกกล้องถ่ายรูปขึ้นชักภาพเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ด้วยหลังคาทรงพีระมิด และสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยรัชกาลที่ ๗ ของตัวบ้านพระอาทิตย์ ประกอบกับความร่มรื่นของต้นไม้ ดอกไม้ และสนามหญ้าสีเขียว …

ความจริงแล้วก็ไม่ใช่แปลกที่จะมีคนเข้าใจผิดเช่นนั้น เพราะที่หน้าบ้านพระอาทิตย์มีการปักป้ายที่จัดทำโดยกรุงเทพมหานคร ระบุถึงความสำคัญของบ้านหลังนี้ไว้ดังนี้

“เดิมเป็นบ้านของ เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) เสนาบดีกระทรวงวังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ และต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขสู่ระบอบประชาธิปไตย อาณาบริเวณบ้านเป็นที่ดินของตระกูลที่ตกทอดมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ ได้สร้างบ้านของท่านลงในบริเวณนี้ มีขนาดพอสมควรแก่ฐานะ จนถึงปี พ.ศ.๒๔๖๙ เมื่อรัชกาลที่ ๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์แล้ว ท่านจึงได้สร้างตึกหลังใหญ่ขึ้นอย่างสง่างาม ณ บริเวณที่ตั้งหลังเดิมและท่านได้อาศัยอยู่ต่อมา จนถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ.๒๔๘๔

“ตัวตึกรูปทรงสี่เหลี่ยม ทางปีกขวามีสามชั้น หลังคาทรงพีระมิด บนยอดหลังคาติดตั้งเครื่องบอกทิศทางลม ทางปีกซ้ายมีเฉลียงทั้งชั้นล่างและชั้นบน หน้าต่างชั้นบนตกแต่งด้วยปูนสลักเป็นลายเส้นตามแนวโค้ง ภายในอาคารตกแต่งอย่างประณีต ช่องลมเหนือประตูเป็นไม้แกะสลักตามกรอบโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม พื้นปูด้วยกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ทั้งสีพื้นและลายสลับสีอย่างงดงาม”

บ้านพระอาทิตย์ที่เราเห็นในปัจจุบันนับถึงปีนี้ ๒๕๕๗ น่าจะมีอายุอย่างน้อย ๘๕ ปี โดยพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านพระอาทิตย์และบริเวณโดยรอบนั้น ถือว่ามีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า ๒๐๐ ปี หรือเรียกได้ว่าคู่กับกรุงรัตนโกสินทร์ก็ว่าได้ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของถนนพระอาทิตย์แหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งภาครัฐโดยกรมศิลปากรก็เห็นความสำคัญ จึงประกาศขึ้นทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๐๒/๑ ถนนพระอาทิตย์แห่งนี้เป็นโบราณสถาน ตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๒

การขึ้นทะเบียนบ้านพระอาทิตย์เป็นโบราณสถานส่งผลให้อาคารแห่งนี้มีสถานภาพเป็นอาคารอนุรักษ์ ภายใต้การคุ้มครองของพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ ซึ่งมิอาจรื้อถอน หรือกระทำการใดๆ อันจะเป็นการทำลายอาคารหลังนี้ได้

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๓ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของอาคารอนุรักษ์ สัญลักษณ์หนึ่งของถนนพระอาทิตย์ และชุมชนโดยรอบ เมื่อทายาทผู้ครอบครองบ้านถนนพระอาทิตย์ในตระกูลอิศรเสนาได้ตัดสินใจขายบ้านและที่ดินแห่งนี้ให้กับบุคคลภายนอกตระกูล และยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง-ปรับปรุงบ้านแห่งนี้ให้มีสภาพงดงามดังเช่นปัจจุบัน

หลายปีก่อน สหายของคุณพ่อผม ศ.นพ.วงศ์กุลพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการสภากาชาดไทย ซึ่งฝั่งมารดามีเชื้อสายตระกูลอิศรเสนา และมีความผูกพันกับบ้านหลังนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากบ้านพระอาทิตย์เป็นสถานที่เกิดของท่าน ได้เคยขอเข้ามาเยี่ยมชมบ้านและห้องที่ท่านถือกำเนิด  โดยได้แสดงความชื่นชมว่าเจ้าของปัจจุบันสามารถบำรุงรักษา และดูแลบ้านหลังนี้ได้อย่างดี

ตลอดระยะเวลากว่า ๒ ศตวรรษ พื้นที่แห่งนี้ และบ้านเลขที่ ๑๐๒/๑ ถนนพระอาทิตย์มิเพียงมีประทับอยู่ในความทรงจำของบุคคลธรรมดาๆ อย่างผม หรือผู้ที่เคยผ่านพบและแวะเวียนเข้ามา แต่บ้านพระอาทิตย์แห่งนี้ยังมีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์การเมืองและการปกครองมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ยุคต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งผมจะทยอยบอกเล่าในตอนต่อๆ ไป

 002-Untitled-2

003-Untitled-16

004-Untitled-5

 

ติดตามต่อตอนที่ ๒ : วังหลวง-วังหน้า และที่มาของบ้านพระอาทิตย์

Tags: ·············

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.