ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๔

June 23rd, 2014 · No Comments · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

001-IMG_0529-resize


ประวัติการครอบครองวังถนนพระอาทิตย์ อาจกล่าวได้ว่าเริ่มต้นขึ้นพร้อมๆ กับการเริ่มต้นสกุลอิศรเสนา เมื่อพระบวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ องค์ต้นสกุลได้รับพระราชทานวังแห่งนี้ ในฐานะพระโอรสของ “วังหน้า” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒

“วังหน้า” ในรัชสมัยนั้น คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ โดยทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงนับเป็นพระอนุชาร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ทรงมีความดีความชอบในการศึกสงครามมาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนเสนานุรักษ์ และเลื่อนขึ้นเป็นกรมหลวงเสนานุรักษ์ในปลายรัชกาล โดยโปรดเกล้าฯ ให้รับพระบัณฑูรน้อย คือ เท่ากับมีพระอิสริยยศรองจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ซึ่งทรงดำรงพระยศเป็นองค์รัชทายาทอยู่ในขณะนั้น

ครั้นถึงรัชกาลที่ ๒ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์ ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลอยู่ในฐานะพระมหาอุปราช แต่ทรงประชวรสิ้นพระชนม์เสียในรัชกาลที่ ๒ นั้นเอง สมเด็จพระบวรราชเจ้าเจ้ามหาเสนานุรักษ์ทรงมีโอรสธิดารวม ๔๐ พระองค์ แต่เมื่อขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมพระราชวังบวรฯ ในรัชกาลที่ ๒ นั้น มีพระโอรสที่เจริญพระชันษาถึงกำหนดออกวังเพียง ๓ พระองค์ ได้แก่

๑.พระองค์เจ้าชายประยงค์ (ต่อมาทรงกรมเป็น กรมขุนธิเบศรบวร)
๒.พระองค์เจ้าชายปาน (ต่อมาทรงกรมเป็น กรมหมื่นอมรมนตรี)
๓.พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ (ต่อมาทรงกรมเป็นกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดช)

พระองค์เจ้าชายประยงค์นั้น สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ โปรดให้ไปประทับ ณ พระนิเวศน์เดิม คือ จวนซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เคยประทับเมื่อครั้งยังทรงรับราชการในรัชสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี (ปัจจุบันคือกรมอู่ทหารเรือ) แล้วทรงสร้างวังขึ้นอีกแห่งหนึ่งติดกับพระนิเวศน์เดิมทางด้านใต้ พระราชทานแก่พระองค์เจ้าชายปาน

ส่วนพระองค์เจ้าชายพงศ์อิศเรศร์นั้น สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ทรงสร้างวังพระราชทานอยู่ด้านเหนือของวังหน้า เลยคลองคูเมืองเดิมออกไป เป็นอาณาบริเวณอันเคยเป็นเขตที่อยู่อาศัยของข้าราชการฝ่ายวังหน้ามาก่อนในรัชกาลที่ ๑

วังที่สร้างขึ้นพระราชทานพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์นี้ตั้งอยู่บริเวณ ถนนพระอาทิตย์ในปัจจุบัน เมื่อมีการตัดถนนพระอาทิตย์ในกาลต่อมาจึงเป็นที่รู้จักกันในนาม “วังถนนพระอาทิตย์”

วังแห่งนี้จะมีอาณาเขตแน่นอนประการใดไม่ปรากฎหลักฐานเท่าที่มีระบุถึงคือใน “ตำนานวังเก่า” ที่ว่า “…เขตอยู่ติดกับวังเจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาต่อลงมาข้างใต้…” (หน้า ๔๗)

ป้อมพระสุเมรุ

ป้อมพระสุเมรุ

อนึ่ง เจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎา หรือ เจ้าฟ้าลา (พ.ศ. ๒๓๐๓ – ๒๓๕๐) ทรงเป็นพระอนุชาต่างพระราชชนนี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ เมื่อ รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างกำแพงแนวพระนคร แล้วสร้างป้อมพระสุเมรุเป็นป้อมใหญ่ทางทิศเหนือ ได้ทรงโปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาทรงมาประทับในบริเวณนี้ โดยสร้างวังขึ้นชื่อ “วังริมป้อมพระสุเมรุ” อย่างไรก็ตามเมื่อสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงจักรเจษฎาสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.๒๓๕๐ วังป้อมพระสุเมรุก็ถูกปล่อยให้รกร้าง โดยปัจจุบันบริเวณริมถนนพระสุเมรุ (ตรงข้ามอาคารโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช ซึ่งปัจจุบันถูกกรมธนารักษ์ปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์บางลำพู หรือ พิพิธบางลำพู) เหลือซากตัววังเพียงบางส่วน กับ ศาลกรมหลวงจักรเจษฎา (ดังภาพ)

ส่วนหนึ่งของ "วังริมป้อมพระสุเมรุ" ที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน บริเวณริมถนนพระสุเมรุ

ส่วนหนึ่งของ “วังริมป้อมพระสุเมรุ” ที่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน บริเวณริมถนนพระสุเมรุ

ศาลกรมหลวงจักรเจษฎา

ศาลกรมหลวงจักรเจษฎา

หากพิจารณาตัวเมืองกรุงเทพฯ ในขณะนั้นจะพบว่ามีกำแพงเมืองรายล้อมรอบพระนคร กับมีป้อมและประตูเมืองอยู่เป็นระยะๆ แนวกำแพงเมืองจะเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ป้อมพระสุเมรุที่ปากคลองรอบกรุงด้านเหนือ (หรือที่เรียกกันว่าคลองบางลำพู) ไปจรดป้อมจักรเพชรที่ปากคลองรอบกรุงด้านใต้ (คลองโอ่งอ่าง) แล้ววนอ้อมรอบพระนครไปตามแนวคลองรอบกรุงจนบรรจบกัน ป้อมพระสุเมรุนั้นเป็นป้อมใหญ่สำหรับรักษาพระนครด้านทิศเหนือ วังของกรมหลวงจักรเจษฎาที่กล่าวถึง ตั้งอยู่ภายในกำแพงพระนครข้างป้อมพระสุเมรุนี้ ส่วนวังของพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ที่ว่ามีอาณาเขตติดกับวังกรมหลวงจักรเจษฎาลงมาข้างใต้ ก็คือตั้งอยู่ถัดเข้ามาทางสะพานพระปิ่นเกล้านั่นเอง

005-บ้านพระอาทิตย์2

พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์นั้น เป็นเจ้านายที่มีพระชันษายืนยาวพระองค์หนึ่ง คือ ประสูติตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ รัชกาลที่ ๑ และดำรงพระชนม์ชีพมาจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ อย่างไรก็ตามไม่ปรากฎว่าได้ทรงรับราชการในกรมกองใด การที่ทรงได้รับสถาปนาขึ้นเป็นกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดชในปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ นั้น ก็ด้วยทรงเป็นพระโอรสในกรมพระราชวังบวรสถานมงคลและ “… ได้วิสาสะคุ้นเคยในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และบัดนี้ก็ประกอบด้วยพระวัยยุฒิเจริญพระชนมายุมานาน เปนพระเจ้าบวรวงศ์เธอผู้ใหญ่อยู่แล้ว สมควรจะเปนพระองค์เจ้ามีกรมพระองค์หนึ่งเพื่อจะให้ปรากฎ เปนพระเกียรติยศสืบไปภายหน้าจะได้เปนอันฉลองพระเดชพระคุณแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวัง ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งได้ทรงพระกรุณายกย่อง พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์แต่ก่อนมา” (เรื่องเฉลิมพระยศเจ้านายหน้า ๘๘-๘๙)

เมื่อเป็นดังนี้ ก็อาจกล่าวได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ กรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดชทรงครอบครองวังถนนพระอาทิตย์ วังแห่งนี้คงจะมิได้ถูกใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติราชการของกรมกองใด นอกเสียจากเป็นวังที่ประทับส่วนพระองค์ ที่ทรงได้มาจากการที่ทรงมีสถานะเป็นพระโอรสในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

หากพิเคราะห์ถึงช่วงเวลาของการกำเนิดวังถนนพระอาทิตย์แห่งนี้ โดยคำนวณจากพระชนมายุของพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ ซึ่งประสูติเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๔๓ หากพระชันษาจะเจริญถึงออกวังได้ อย่างน้อยก็จะเป็นหลังโสกันต์ (โกนจุก) ในปีพุทธศักราช ๒๓๕๖ และจากการที่มีระบุไว้ในตำนานวังเก่าว่าพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ เป็นโอรส ๑ ในจำนวน ๓ องค์ของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ที่พระชันษาถึงกำหนดออกวังในเวลาที่สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ยังดำรงพระชนม์อยู่โดยที่สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ.๒๓๖๐ วังแห่งนี้จึงน่าจะสร้างในช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ.๒๓๕๖-๒๓๖๐

กรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดช สิ้นพระชนม์เมื่อปี พ.ศ.๒๔๑๗ หลังจากนั้นได้มีการแบ่งปันมรดกในระหว่างพระโอรส พระธิดา หม่อมเจ้ากระจ่างโอรสองค์ใหญ่เป็นผู้ได้ครอบครองตำหนักที่ประทับ (ประวัติเจ้าคุณพ่อ : หน้า ๑) อย่างไรก็ตามที่ดินผืนที่เป็นอาณาเขตวังนั้นยังคงเป็นหลักแหล่งที่ตั้งรกรากของเชื้อสายทั้งหมดในราชสกุลอิศรเสนาของพระองค์ท่านสืบต่อมาอีกเป็นเวลายาวนาน

เชื้อสายผู้ทำให้วังถนนพระอาทิตย์มีความสำคัญและเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ได้แก่ “หม่อมราชวงศ์เย็น” ซึ่งเป็นบุตรหม่อมเจ้าเสาวรส โอรสองค์เล็กในกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดชกับหม่อมทับ

แผนผังลำดับบรรพบุรุษสกุลอิศรเสนา ต้นกำเนิดวังพระอาทิตย์ หรือ บ้านพระอาทิตย์ในปัจจุบัน (จากหนังสือบ้านพระอาทิตย์หน้าที่ ๘)

แผนผังลำดับบรรพบุรุษสกุลอิศรเสนา ต้นกำเนิดวังพระอาทิตย์ หรือ บ้านพระอาทิตย์ในปัจจุบัน (จากหนังสือบ้านพระอาทิตย์หน้าที่ ๘)

ที่มา : หนังสือบ้านพระอาทิตย์ จัดทำโดยมูลนิธิไชย้ง ลิ้มทองกุล จัดพิมพ์เดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๗, หน้าที่ ๖ – ๙
ติดตามต่อตอนที่ ๕ : จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์”

Tags: ·············

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.