ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

หลงเสน่ห์ “เบนโตะ” ตอนที่ 1

March 14th, 2015 · No Comments · ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

“การหาความรื่นรมย์ในพื้นที่เล็กๆ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น”– Design Talks by NHK

คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมักจะมีจุดมุ่งหมายไปหาอาหารและของกินที่สด สะอาด แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก เนื้อหมู เนื้อวัว ซูชิ ซาซิมิ เทมปุระ ผัก ผลไม้ ฯลฯ ตั้งแต่ของกินเล่นข้างถนน เรียกได้ว่าของน่ากินที่ญี่ปุ่นนั้นให้สาธยายก็สาธยายกันได้ไม่จบไม่สิ้น

แต่วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงอาหาร และวัฒนธรรมการกินประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น แต่คนไทยมักจะไม่ค่อยสังเกตหรือสนใจกันเท่าไหร่ นั่นคือ “อาหารกล่อง” หรือที่เรียกว่า “เบนโตะ (弁当)” นั่นเอง

ในความรู้สึกของ คนนอกที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนไทย คำว่า “อาหารกล่อง” นั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไรนัก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกิน “อาหารกล่องโฟม” ที่ภาษาวัยรุ่นสมัยก่อนเขาเรียกว่า อาหารกินกันตาย กินกันหิว จับยัดใส่ปากให้ท้องอิ่มไว้ก่อน เวลาต้องไปปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ ไปเข้าค่าย เดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งตรงจุดนี้เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากมุมมองของคนญี่ปุ่นกับ “เบนโตะ” โดยสิ้นเชิง เพราะ “เบนโตะ” นั้นอยู่ในวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก จนโต จนแก่ และกลายเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญ เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นกินอาหารใส่กล่องกันในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ไปโรงเรียน ไปทำงาน ไปปิคนิค ไปเที่ยว หรือออกไปทำธุระต่างจังหวัด ภรรยาทำเบนโตะให้สามีไปทำงาน คุณแม่ทำเบนโตะให้คุณลูกไปโรงเรียน คนโสดทำเบนโตะให้ตัวเองไปทานกลางวันที่บริษัท ในญี่ปุ่นอาหารกล่องมีประวัติศาสตร์มานับร้อยๆ ปี ว่ากันว่ารากของ “เบนโตะ” นั้นคือ “ข้าวปั้น” ที่ชาวนาญี่ปุ่นนำไปรับประทานเวลาออกไปทำไร่ไถนา หรือเดินทางไกล ก่อนที่ในเวลาต่อมาข้าวปั้นจะวิวัฒนาการกลายเป็นอาหารใส่ในกล่องเมื่อราว 500 กว่าปีก่อน*

ภาพจากรายการ Design Talks ตอน Talking about bento โดย NHK World วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558

แต่หากจะย้อนไปไกลว่านั้น หลักฐานระบุว่าว่า “เบนโตะ” มีที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (南宋; ค.ศ.1127-1279) โดยรากศัพท์ของคำว่า “เบนโตะ” นั้นคือ ภาษาจีนคำว่า “เปี้ยนตัง (便当)” ซึ่งจริงๆ ไม่ได้มีความหมายว่าอาหารกล่อง แต่หมายความว่าสะดวกสบาย ราบรื่น ทั้งนี้ในภาษาจีน สำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่คำว่า “อาหารกล่อง” นั้นต้องใช้คำว่า “เหอฟ่าน (盒饭)” ส่วนชาวจีนบนเกาะฮ่องกงใช้คำว่า 饭盒มีเพียงชาวไต้หวันเท่านั้นที่เรียกขานอาหารกล่องเหมือนชาวญี่ปุ่นนั่นคือ “เปี้ยนตัง (辨當)”

มองญี่ปุ่น เหลียวไปดูจีน ฮ่องกง ไต้หวันแล้ว กลับมาดูบ้านเรากันบ้าง

ผมไม่เคยสังเกตเลยว่า คำว่า “ปิ่นโต” ของบ้านเรานั้นเอาเข้าจริงก็ออกเสียงคล้ายๆ “เบนโตะ” ของญี่ปุ่นไม่น้อย จึงลองไปค้นข้อมูลดู แล้วก็พบว่ามันเกี่ยวข้องกันจริงๆ ด้วย

ส.พลายน้อย หรือ สมบัติ พลายน้อย ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2553 เคยบันทึกเรื่องนี้เอาไว้ในหนังสือรู้ร้อยแปด เล่ม 2 ว่า “ที่พิพิธภัณฑ์เอกชนที่จังหวัดราชบุรี ได้เก็บปิ่นโตสังกะสีเคลือบไว้เป็นจำนวนมาก ปิ่นโตเป็นของเก่าที่พวกโปรตุเกสนำเข้ามา ในภาษาโปรตุเกสเรียกว่า ‘ปินโต’ แต่ไทยออกเสียงว่า ‘ปิ่นโต’

คำว่า ในภาษาโปรตุเกส แปลว่า ลูกไก่ และยังไม่พบหลักฐานว่าพวกโปรตุเกสส่งปิ่นโตเข้ามาขายในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีจารึกที่ภาพเขียนรูปคนญี่ปุ่นที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แต่งเป็นโคลงไว้ว่า

อยู่เกาะญี่ปุ่นเวิ้ง วงเขา
เขาย่อมเป็นช่างดี แปดด้าน
โนโนต่ำแต่งดาวเงา งามปลาบ
สบส่งสินค้าป้าน ปิ่นโต

ลักษณะของปิ่นโตญี่ปุ่นในสมัยนั้นเป็นอย่างไร ไม่เคยเห็นมาได้ความในพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 2 เรื่องอิเหนา มีกลอนว่า ‘บ้างหาขนมส้มใส่ปิ่นโตสาน ของกินตระการหวานเปรี้ยว’ …ดังนี้แสดงว่าปิ่นโตในสมัยนั้นเป็นเครื่องสาน คงจะเป็นแบบเครื่องเขินทารัก (มีปิ่นโตเครื่องเขินสูงสี่ชั้น หาดูได้ยากเหมือนกัน แต่ไม่ทราบที่มา) ที่ญี่ปุ่นในปัจจุบันทำด้วยวัสดุทนความร้อน แต่ยังคงเรียกว่า เบนโต คำนี้ในภาษาในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงอาหารกลางวันและกล่องบรรจุอาหารกลางวันด้วย แต่ชนิดที่ซ้ำซ้อนชั้นว่ามีชื่อยาวเรียกว่า ‘กาเซเน เบนโต บาโก’ หมายถึง ภาชนะบรรจุอาหารซ้อนชั้น ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า เบนโต หรือปิ่นโตของไทยนั้นเอง ตามความหมายเดิมส่อให้เห็นว่า แรกเริ่มเดิมทีใช้บรรจุอาหารติดตัวไปรับประทานตอนกลางวันนอกบ้าน

ในหนังสือสัพะวะจะนะพาสาไท ของปาเลอกัว ได้ให้ความหมายของคำว่า ‘ปิ่นโต’ ไว้ดังนี้ ‘chinese basket with three rows’ ว่าเป็นเครื่องสานแบบจีน มีสามชั้น …” **

ที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม หรือ กู้กง (故宫) ชานกรุงไทเป บนเกาะไต้หวัน ผมเคยเห็น “ปิ่นโต” สมัยราชวงศ์ชิง ที่ทำด้วยงาช้างขนาด 4 ชั้นถูกจัดแสดงอยู่ ภาษาจีนเรียกว่า “เซี่ยงหยาโล่วเตียวถีสือเหอ (象牙镂雕提食盒)” โดยปิ่นโตงาช้างขนาดสูง 45.4 เซนติเมตร กว้าง 21.6 เซนติเมตร ยาว 30.4 เซนติเมตร ชิ้นนี้ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของชาวจีนทั้งมวล เพราะถูกนำมาจากพระราชวังต้องห้ามที่กรุงปักกิ่ง และถือเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง***

แม้นักประวัติศาสตร์จีนส่วนใหญ่จะเชื่อว่าปิ่นโตงาช้างยุคราชวงศ์ชิงชิ้นนี้จะเป็นงานศิลปะที่น่าจะใช้เพื่อประดับ ตกแต่งและชื่นชมในพระราชวัง มากกว่าการใช้สอยเพื่อใส่อาหาร หรือของกินจริงๆ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ภาชนะที่เราเรียกกันว่า “ปิ่นโต” หรือที่ภาษาจีนกลางเรียกว่า “สือเหอ (食盒)” ซึ่งแปลว่า “กล่องใส่อาหาร” นั้นก็มีที่ทางในประวัติศาสตร์จีนมาต่อเนื่องยาวนานมิใช่น้อย

ในยุคจีนโบราณชาวจีนตั้งแต่สามัญชน ไปจนถึงขุนนาง เชื้อพระวงศ์ รวมทั้งภัตตาคารร้านอาหารต่างใช้ “สือเหอ” ซึ่งส่วนใหญ่ทำมาจากไม้ โดยเฉพาะไม้ไผ่ เพื่อใส่อาหารและของใช้ต่างๆ กันอย่างแพร่หลาย ทว่าจนถึงปัจจุบันวัฒนธรรมการใช้ “สือเหอ” ในจีนก็ค่อยๆ เจือจาง จนกระทั่ง “สือเหอ” กลายเป็นเพียงของสะสมในตลาดค้าของเก่า ที่นักสะสมซื้อหามาชื่นชมเท่านั้น

ด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ สถานะของ “เหอฟ่าน” ในจีน หรือ “ปิ่นโต” ในไทยค่อยๆ จางหายไปจากชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่าตรงกันข้ามกับ “เบนโตะ” ของสังคมญี่ปุ่นที่แม้จะมีรากเดียวกัน แต่กลับมีพัฒนาการ มีวิวัฒนาการ จนกระทั่ง “เบนโตะ” กลายเป็นสัญลักษณ์และเอกลักษณ์หนึ่งของญี่ปุ่น ที่ชาวโลกรู้จักกันดีไปแล้ว

 

หมายเหตุ :
*รายการ Design Talks ตอน Talking about bento โดย NHK World วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 (http://www3.nhk.or.jp/nhkworld/english/tv/designtalks/archive201502200300.html)
**ปิ่นโต (http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=47750)
*** http://www.zwbk.org/mylemmashow.aspx?lid=136421

Tags: ······

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.