ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

ก้อนหินของ “คนสร้างสะพาน”

March 17th, 2018 · No Comments · กล้อง-ถ่ายภาพ, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม


001-IMG_5960-web
               “หินก้อน แรกร่วง ลงพื้น
               ก้อนอื่น ร่วงตาม ทับถม
               กลบมิด ก้อนเก่า เจ้าจม
               สะสม เป็นทาง ให้เดิน
แด่ครูโกมล คีมทอง*

เกือบทุกเช้าตรู่หลังการเดินทางมาถึง “ฟุกุโอกะ (福岡市)” ผมจะออกวิ่ง บนเส้นทางที่คุ้นเคย

เช้าวันนี้ จากที่พักในย่านกิออน (祇園) ผมออกเดินกึ่งวิ่งไปบนฟุตบาธริมถนน บนเส้นทางที่ทอดยาวมุ่งหน้าไปยังเทนจิน (天神) การออกวิ่งตอนเช้าหลังการเดินทางอันแสนเหนื่อยล้าถือเป็นความปลุกความสดชื่นให้ร่างกาย อีกทางหนึ่งถือเป็นการกระตุ้นให้หัวสมองให้กระปรี้กระเปร่า

เส้นทางประจำในการวิ่งยามเช้าของผม ผ่าน Canal City ข้ามสะพานที่ทอดผ่าน แม่น้ำ Naka แม่น้ำสายสำคัญของเกาะคิวชูออกไปสู่อ่าวฮากาตะ ผ่านเขต Nakasu ย่านโคมแดงที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะคิวชู และแหล่งบันเทิงอันมีชื่อเสียงของเมืองฟุกุโอกะ

ครั้งนี้ผมเห็นหญิงสาวในคราบเครื่องสำอางและลิปสติกหนาเปื้อนหน้าเดินหัวเราะผ่านไปเป็นกลุ่ม อายไลเนอร์ที่เปื้อนเลอะจากขอบตาลงมาเกือบจะถึงแก้มของหญิงสาวนางหนึ่ง และกลิ่นแอลกอฮอล์ที่วิ่งมาแตะจมูก ทำให้ผมทราบว่าพวกเธอคงเพิ่งเลิกงาน ถัดไปอีกไม่ไกลเป็นชายวัยกลางคนกำลังยืนพิงเสาสำรอกอาหารและเครื่องดื่มเมื่อคืนออกมาอย่างไม่อายใคร …

หรือ เขาอาจจะไม่ทันสังเกตว่ามีคนกำลังวิ่งผ่านไป

แต่ก็ช่างเถอะเมื่อคืนเป็นวันศุกร์นี่นา คงเป็นเรื่องแปลกถ้าเช้าวันเสาร์ย่าน Nakasu ไม่มีคนเมาออกมาเดินเพ่นพ่านเสียบ้าง

ผ่านย่าน Nakasu ผมวิ่งเลี้ยวซ้ายเลียบแม่น้ำ ผ่านย่านยะไต (屋台) หรือ ย่านแผงลอย-รถเข็นอาหาร อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายังฟุกุโอกะอย่างไม่ขาดสาย ทว่า เช้าตรู่เช่นนี้ริมแม่น้ำ Naka มียะไตที่ปิดบริการแล้วหลงเหลือเพียงหนึ่งคัน จอดไว้เพื่อรอการเคลื่อนย้าย คราบน้ำจากการชำระล้างเศษอาหารของการสังสรรค์เมื่อคืนยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้ทราบว่าเมื่อคืนที่นี่คึกคักเพียงใด

002-IMG_5972-web

พอเลยไปอีกหน่อย ลมเย็นยามเช้าจากแม่น้ำก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้า ผมเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อให้ไปถึงสวนดอกไม้ที่ปลูกเอาไว้บริเวณริมน้ำ แวะชมโคมไฟหินสูงราวสิบเมตร อายุเกือบ 120 ปี จุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งของเขตนี้  วิ่งผ่านด้านหน้าของห้างสรรพสินค้า Canal City ลัดเลาะไปตามย่านอยู่อาศัยของชาวญี่ปุ่น เรื่อยไปจนพบกับประตูทางเข้าศาลเจ้าสุมิโยชิ

 003-IMG_5984-web

ศาลเจ้าสุมิโยชิ (住吉神) แห่งฮากาตะ เป็นศาลเจ้าชินโตที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 3 เพื่อคุ้มครองเกี่ยวกับการเดินทางทางทะเล

ในอดีต ปกติแล้วชาวญี่ปุ่นที่ต้องเดินทางจากญี่ปุ่นไปคาบสมุทรเกาหลีและจีนจะมาเดินทางไปสักการะศาลเจ้าสุมิโยชิที่เป็นศาลเจ้าหลักในนานิวะ (ปัจจุบันคือ “โอซาก้า”) ก่อนการเดินทาง จากนั้นจะเดินสายไปสักการะศาลเจ้าสุมิโยชิบริเวณทะเลเซโตะ (ทะเลที่กั้นกลางระหว่างเกาะฮอนชู เกาะชิโกะกุ และเกาะคิวชู สามเกาะหลักของประเทศญี่ปุ่น เส้นทางคมนาคมทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลญี่ปุ่น) แล้วจึงเดินทางมาที่ศาลเจ้าสุมิโยชิที่ฮากาตะแห่งนี้เป็นแห่งสุดท้ายเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนที่พวกเขาจะล่องเรือออกไปสู่มหาสมุทรอันไพศาล

003-IMG_5998-web

003-IMG_5999-web

ในสมัยโบราณศาลเจ้าสุมิโยชิแห่งฮากาตะนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นศาลเจ้าที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในบริเวณชิกุเซ็น(ปัจจุบันคือ จังหวัดฟุกุโอกะ) แต่เดิมพื้นที่รอบศาลเจ้าเป็นแหลมปากแม่น้ำนากางาวะที่เชื่อมเข้าอ่าวฮากาตะ ศาลเจ้านี้สร้างเพื่ออุทิศให้แก่เทพเจ้าโซโคซึซึโอะ โน กามิ, เทพเจ้านากาซึซึโอะ โน กามิ และเทพเจ้าอุวะซึซึโอะ โน กามิ โดยเทพเจ้าเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินทางทางทะเล**

เช้าวันนี้ท้องฟ้าของฟุกุโอกะสดใส อากาศแม้จะเย็น แต่ก็อบอุ่นขึ้นกว่าสองวันก่อนหน้ามาก ผมเดินผ่านแท็กซี่ที่มาส่งผู้โดยสาร โค้งคำนับหนึ่งครั้งก่อนเดินผ่านโทะริอิ (鳥居) หรือ ประตูศาลเจ้าเข้าไปภายใน ทางลาดหินกรวดยังมีใบไม้กระจัดกระจาย

ฟืด ฟืด ฟืด … เสียงกวาดใบไม้ดังขึ้นเป็นระยะ

ข้างในพนักงานศาลเจ้ากำลังกวาดใบไม้กองรวมกันเป็นหย่อม ๆ ผมย่องเข้าไปหยิบกระบวยตักน้ำที่ศาลเจ้าเตรียมไว้แล้วใช้ราดที่มือซ้าย ล้างมือขวา รองน้ำจากกระบวยเพื่อล้างปากล้างหน้า และถือกระบวยด้วยมือขวายกขึ้นล้างด้ามจับอีกครั้งตามธรรมเนียม ก่อนเดินไปหน้าศาลเจ้าพนมมือขอพร ก่อนเดินย่องกลับออกมา

004-IMG_6018-web

หลังเดินผ่านโทะริอิออกมาจากบริเวณศาลเจ้าสุมิโยชิ ผมก็ออกวิ่งอีกครั้ง ข้ามสะพานสุมิโยชิ (住吉橋) สะพานซึ่งมีสีแดงอมส้มเหมือนกับสีของศาลเจ้าทอดผ่านแม่น้ำ Naka สะพานแห่งนี้ขนาดรถสามารถวิ่งสวนกันได้สองคัน โดยมีฟุตบาธกว้างอีกสองข้างสำหรับคนเดินเท้า

“หิน” สีดำก้อนหนึ่งถูกไว้วางที่บริเวณเชิงสะพานสุมิโยชิอีกฝั่งหนึ่ง
บนก้อนหินมีตัวอักษรญี่ปุ่นสีขาวเขียนเอาไว้ 5 แถว จากบนลงล่าง
ข้างก้อนหินมีป้ายระบุความสำคัญของก้อนหินก้อนนี้เป็น 4 ภาษา ญี่ปุ่น-อังกฤษ-จีน-เกาหลี ความว่า

 005-IMG_6019-web

ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 อินามิตสุ ยาเฮ (稲光弥平) ได้ทำการสำรวจหาสาเหตุว่าทำไมสะพานสุมิโยชิแห่งนี้จึงถูกกระแสน้ำพัดพาจนพังทุกครั้งที่เกิดอุทกภัย ในปี 2398 (ค.ศ.1855) เขาจึงใช้เงินส่วนตัวสร้างเกาะขึ้นบริเวณกลางแม่น้ำ และใช้เกาะเป็นฐานกลางแม่น้ำสร้างสะพานเชื่อมฝั่งทั้งสองได้สำเร็จ ก้อนหินที่ระลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวถูกค้นพบระหว่างการซ่อมแซมสะพานแห่งนี้ในช่วงปี 2473 (ค.ศ.1930) และถูกจัดวางไว้ ณ บริเวณปัจจุบัน เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงความสำเร็จของยาเฮตราบชั่วกาลนาน

ภาพวาดวีรกรรมของ อินามิตสุ ยาเฮ (稲光弥平) จากเว็บไซต์ www.ncbank.co.jp

ภาพวาดวีรกรรมของ อินามิตสุ ยาเฮ (稲光弥平) จากเว็บไซต์ www.ncbank.co.jp

007-IMG_6032-web450

 

หมายเหตุ :
*โกมล คีมทอง ครูของแผ่นดิน; http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9500000020096
**อ้างอิงจาก ศาลเจ้าซูมิโยชิที่เมืองฮากาตะ โดย japantravel.com; https://goo.gl/geFZyR

Tags: ··········

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.