ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Entries Tagged as 'ประวัติศาสตร์จีน'

กระทบไหล่ลูกหลาน “ขงจื๊อ” และ ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนจบ)

June 19th, 2017 · Comments Off on กระทบไหล่ลูกหลาน “ขงจื๊อ” และ ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนจบ) · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม

กงยู (Gong Yoo) หรือ กง จี ชอน (Gong Ji-chul) ดาราดังจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง  รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ หรือ Coffee Prince, ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่องดังแห่งปี 2559 ของเกาหลี นั่นคือ Train to Busan ที่ได้ชื่อภาษาไทยคือ ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง ไม่ทราบว่าตัว “กงยู” เองรู้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นลูกหลานของปราชญ์นามอุโฆษของโลกอย่าง “ขงจื๊อ” แต่ถ้าจะให้สืบค้นไป จริงๆ ก็คงไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไร เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า “เจียผู่ (家谱)” หรือ Family Tree ของตระกูลข่ง (孔氏) นั้นถือเป็นบันทึกตระกูลที่ถูกจดจารมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลกคือ กว่า 2,500 ปี และจากข้อมูลที่อัพเดตเมื่อปี 2552 (ค.ศ.2009) มีรายชื่อลูกหลานตระกูลข่งบันทึกอยู่มากกว่า […]

[Read more →]

Tags:··················

สัมผัสตัวเป็นๆ ลูกหลาน “ขงจื๊อ” ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนที่ 1)

June 11th, 2017 · Comments Off on สัมผัสตัวเป็นๆ ลูกหลาน “ขงจื๊อ” ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนที่ 1) · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม

ตอนที่แล้ว ผมเขียนถึงเรื่องความเชื่อของชาวจีนว่า หากนับจากตัวเราไล่เรียงบรรพบุรุษไปประมาณ 500 รุ่นที่แล้ว ทุกคนต่างเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งจะจริงหรือไม่จริงไม่รู้ แต่นักวิทยาศาสตร์ในโลกตะวันตกยืนยันว่า ต้นทางพันธุกรรมของมนุษย์โลกทุกวันนี้คือ มนุษย์เพศหญิงที่อาศัยอยู่ในแถบทวีปอัฟริกาเมื่อ 150,000 ปีที่แล้ว โดยตั้งฉายาให้เธอว่า ไมโตคอนเดรียล อีฟ (Mitochondrial Eve) คำถามน่าสนใจต่อมาก็คือหากลองถามตัวเอง และคนรอบข้างว่า เรารู้จัก ปู่ ย่า ตา ทวด และบรรพบุรุษย้อนกลับไปได้กี่รุ่นกัน 3 รุ่น 4 รุ่น 5 รุ่น หรือ 10 รุ่น 20 รุ่น หรือมากกว่านั้น? บอกตรงๆ ว่าทุกวันนี้คนทั่วๆ ไป หากรู้จักบรรพบุรุษแค่ 5 รุ่น 10 รุ่นก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว เพราะระบบการจดบันทึกวงศ์วานว่านเครือ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Family Tree ของครอบครัวคุณนั้นต้องทำได้ค่อนข้างดีและสมบูณ์มาก แต่จริงๆ เรื่องเหล่านี้ชาติพันธุ์ที่คิดค้นเรื่องนี้ไว้เป็นชาติแรก และทำมาอย่างต่อเนื่องหลายพันปีแล้วก็คือ “ชาวจีน” เมื่อหลายพันปีก่อน […]

[Read more →]

Tags:·········

จริงหรือที่เขาว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นญาติกัน”? กับ บรรพบุรุษของคนแซ่ลิ้ม

May 15th, 2017 · Comments Off on จริงหรือที่เขาว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นญาติกัน”? กับ บรรพบุรุษของคนแซ่ลิ้ม · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม

สิบกว่าปีที่แล้ว สมัยเรียนอยู่ที่ปักกิ่ง อาจารย์วิชาปรัชญาชาวเหอหนานบอกผมว่า คนจีนเชื่อว่า หากนับจากตัวเรา ไล่เรียงบรรพบุรุษไปประมาณ 500 รุ่นที่แล้ว ทุกคนต่างเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ผิงไฟกองเดียวกัน กินข้าว-คีบเกี๊ยวจากหม้อเดียวกัน ถามว่าตอนนั้นผมเชื่อไหม ตอบเลยว่า “ไม่ค่อยเชื่อ” … ฝั่งนักคณิตศาสตร์ชาวตะวันตกคำนวณว่า หากคิดตัวเลขง่ายๆ เพียงแค่นับจากตัวเราขึ้นไปยัง พ่อ แม่ ปู่ ยา ตา ยาย ทวด ฯลฯ เพียง 4 รุ่น หากไม่มีการผสมพันธุ์ในเครือญาติ (Inbreed) กันเลย “เรา” ทุกคนจะมีบรรพบุรุษ 30 คน แล้วถ้าคำนวณย้อนไปอีกเพิ่มจาก 4 รุ่น เป็น 40 รุ่นล่ะ? คำตอบก็คือ 2^40 (2 ยกกำลัง 40) เราก็จะมีบรรพบุรุษทั้งหมดกว่า 1,099,511 ล้านคน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน เมื่อประมาณ 450 ปีก่อนคริสตกาล … […]

[Read more →]

Tags:···········

สัตว์ประหลาด และปริศนาธรรมที่ “บ้านขงจื๊อ”

May 5th, 2017 · Comments Off on สัตว์ประหลาด และปริศนาธรรมที่ “บ้านขงจื๊อ” · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม

ณ มุมเล็กๆ มุมหนึ่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ กลีบดอกบ๊วยสีขาวอมชมพูร่วงกลาดเกลื่อนอยู่เต็มพื้นหิน ซื่อเหอย่วน (บ้านจีนแบบโบราณ) ที่ผมมาเยือนในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งอดีต คฤหาสน์จีนโบราณขนาด 150 กว่าห้อง เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ เพราะมันคือ หนึ่งในเพชรเม็ดงามของเมือง ชีว์ฟู่ (曲阜) แห่งมณฑลซานตง บ้านเกิดของขงจื๊อ (孔子) นักปราชญ์ชาวจีนและศาสดาของลัทธิขงจื๊อที่มีชีวิตอยู่ช่วง 2500 ปีก่อน ปรัชญา แนวคิด คำสอน ตั้งแต่ตอนนั้นยังตกทอดมาถึงลูกหลานชาวจีนและชาวโลกมาต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน                 เมืองชีว์ฟู่มีสถานที่สำคัญสามแห่งที่ผู้มาเยือนห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ประกอบไปด้วย หนึ่ง วัดขงจื๊อ (ข่งเมี่ยว; 孔庙) สอง สุสานขงจื๊อ (ข่งหลิน; 孔林) และ สาม จวนตระกูลข่ง (ขงฝู่; 孔府) คนจีนเรียกสถานที่ทั้งสามแห่ง รวมๆ ว่า “สามข่ง (三孔)” ซึ่งหากจะเปรียบเทียบความสำคัญของ “สามข่ง” แห่งเมืองชีว์ฟู่ ก็คงคล้ายคลึงกับ “สังเวชนียสถาน” ในมโนทัศน์ของชาวพุทธ หรือ “เมกกะ” […]

[Read more →]

Tags:··················

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4)

October 22nd, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, ภาพยนตร์, วัฒนธรรม, หนังสือ

11 นาฬิกา 2 นาที คือ เวลาที่เข็มสั้น-เข็มยาวบนนาฬิกาไม้เรือนนั้นบอกไว้ วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 สามวันให้หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า บนเกาะฮอนชู เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29 ที่ได้ชื่อเล่นว่า Bockscar พร้อมกับเครื่องบินอีก 5 ลำ ได้รับภารกิจพิเศษให้นำระเบิดปรมาณูแบบระเบิดเข้าข้างใน โดยใช้วัสดุกัมมันตรังสีพลูโตเนียม (Plutonium implosion–type) ชื่อเล่น “แฟตแมน (Fat Man)” ซึ่งมีความแตกต่างจากระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย (Little Boy)” ที่ถูกทิ้งที่ฮิโรชิม่าที่เป็นระเบิดแบบกระบอกปืน ใช้วัสดุกัมมันตรังสียูเรเนียม (Uranium gun-type) ทว่ามีอำนาจในการทำลายล้างใกล้เคียงกันคือ เทียบเท่ากับลูกระเบิดทีเอ็นทีประมาณ 15,000-21,000 ตัน [1] ช่วงเช้ามืดก่อนฟ้าสาง Bockscar พร้อมฝูงบินออกเดินทางจากฐานบินในมหาสมุทรแปซิฟิก มุ่งหน้าไปยังโคะคุระ (小倉市) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นแหล่งผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำสงคราม ทว่า ด้วยอุปสรรคทางด้านสภาพอากาศและทัศนวิสัยทำให้ในเวลาต่อมา Bockscar จึงเบนหัวไปทางเมืองนางาซากิเป้าหมายรองของภารกิจในวันนั้นแทน ก่อนหน้าเดือนสิงหาคม […]

[Read more →]

Tags:···············

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3)

September 25th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

009-DSCF6336

จากสถานีรถไฟ แท็กซี่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พาเรามายังที่พักซึ่งตั้งตรงข้ามกับไชน่าทาวน์ หรือ ดินแดนคนจีนแห่งนางาซากิพอดิบพอดี ในญี่ปุ่นมีไชน่าทาวน์ใหญ่ๆ อยู่ 3 แห่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองท่าสำคัญทั้งสิ้น ประกอบไปด้วย โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ ซึ่งถือเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอยู่ใกล้กับเมืองหลวงโตเกียว โกเบ ไชน่าทาวน์ ในแถบคันไซซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างโอซาก้าและ นางาซากิ ไชน่าทาวน์ ที่ถือเป็นไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นางาซากิ ไชน่าทาวน์ (長崎新地中華街) หรือ ถนนคนจีนซินตี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าห้าร้อยปี ก่อร่างสร้างตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1698 ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 พอมาถึงยุคเอะโดะ หรือ ยุคโทะกุงะวะซึ่งผู้ปกครองญี่ปุ่นดำเนินนโยบายโดดเดี่ยวตัวเอง (Isolaitonism) ปิดประเทศไม่ทำการค้าขายกับโลกภายนอก เว้นไว้แต่เพียงเมืองนางาซากิ ทำให้ไชน่าทาวน์ที่นางาซากิยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก นางาซากิเป็นประตูการค้าและการแลกเปลี่ยนทางองค์ความรู้ วัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ยกตัวอย่างเช่นอาหาร ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง “เทมปุระ” ก็เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าชาวโปรตุเกส ขณะเดียวกันที่นางาซากิมีอาหารเลื่องชื่ออีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศเช่นกันนั่นคือ ชัมปง ชัมปง (Champon) เป็นอาหารเส้นที่กำเนิดที่นางาซากิ โดยได้รับอิทธิพลมาจากบะหมี่ของชาวจีน แต่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นอาหารท้องถิ่น ด้วยส่วนผสมของเนื้อหมู กุ้ง หอย […]

[Read more →]

Tags:···················

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (1)

September 8th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (1) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, สื่อ

001-IMG_1367-web

ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 7 ทศวรรษแห่งการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง … สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งในสมรภูมิเอเชียก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น สงครามมหาเอเชียบูรพา (Greater East Asia War) สงครามแปซิฟิก (Pacific War) สงครามต่อต้านญี่ปุ่น (抗日战争) แล้วแต่ห้วงเวลาของสงคราม และประสบการณ์ของผู้คนในแต่ละประเทศ ในห้วงเวลาสิบกว่าปีมานี้ ผมมีโอกาสเดินทางไปยังเมืองนานกิง (หนานจิง) สามครั้ง โดยทุกครั้งผมล้วนมีโอกาสได้ไปเยือน หอที่ระลึกการสังหารหมู่ที่หนานจิง (南京大屠杀纪念馆) สถานที่ซึ่งบันทึกถึงความโหดร้ายอันแสนสาหัสของสงคราม ที่อาจจะเรียกได้ว่าเปลี่ยน “ผืนแผ่นดินอันงดงาม” ให้เป็น “นรกบนดิน” ย้อนอดีตไปเมื่อปี ค.ศ.1937 หรือ 78 ปีก่อน หรือ 8 ปีก่อนสงครามโลกจะสิ้นสุด นานกิงถือเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนที่มีประชากรหนาแน่นถึงหนึ่งล้านคน ทั้งยังมีสถานะเป็น 1 ใน 7 เมืองหลวงที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ก่อนที่ กองทัพญี่ปุ่นจะเริ่มรุกคืบเข้ามาปิดล้อมเมืองแห่งนี้ในช่วงปลายปี และทำให้เมืองหลวงแห่งนี้แตกสลายภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ความโหดร้ายของสิ่งที่กองทัพญี่ปุ่นทำที่นานกิงนั้นคงไม่ต้องพูดถึงซ้ำ เพราะ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีคนจีนเสียชีวิตถึงกว่า 300,000 คน ส่วนความเสียหายนั้นมิอาจประเมินค่าได้ มีหลักฐานเป็นบันทึก […]

[Read more →]

Tags:···········

หลงเสน่ห์ “เบนโตะ” ตอนที่ 1

March 14th, 2015 · Comments Off on หลงเสน่ห์ “เบนโตะ” ตอนที่ 1 · ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

001-IMG_4039-web

“การหาความรื่นรมย์ในพื้นที่เล็กๆ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น”– Design Talks by NHK คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมักจะมีจุดมุ่งหมายไปหาอาหารและของกินที่สด สะอาด แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก เนื้อหมู เนื้อวัว ซูชิ ซาซิมิ เทมปุระ ผัก ผลไม้ ฯลฯ ตั้งแต่ของกินเล่นข้างถนน เรียกได้ว่าของน่ากินที่ญี่ปุ่นนั้นให้สาธยายก็สาธยายกันได้ไม่จบไม่สิ้น แต่วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงอาหาร และวัฒนธรรมการกินประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น แต่คนไทยมักจะไม่ค่อยสังเกตหรือสนใจกันเท่าไหร่ นั่นคือ “อาหารกล่อง” หรือที่เรียกว่า “เบนโตะ (弁当)” นั่นเอง ในความรู้สึกของ คนนอกที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนไทย คำว่า “อาหารกล่อง” นั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไรนัก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกิน “อาหารกล่องโฟม” ที่ภาษาวัยรุ่นสมัยก่อนเขาเรียกว่า อาหารกินกันตาย กินกันหิว จับยัดใส่ปากให้ท้องอิ่มไว้ก่อน เวลาต้องไปปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ ไปเข้าค่าย เดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งตรงจุดนี้เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากมุมมองของคนญี่ปุ่นกับ “เบนโตะ” โดยสิ้นเชิง เพราะ “เบนโตะ” นั้นอยู่ในวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก […]

[Read more →]

Tags:······

“ฟง ฉังชิง” ขุนศึกผู้อาภัพแห่งราชวงศ์ถัง

January 13th, 2014 · Comments Off on “ฟง ฉังชิง” ขุนศึกผู้อาภัพแห่งราชวงศ์ถัง · ต่างประเทศ, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, หนังสือ

cover-8ad4b31c8701a18bc4b5e

“…กระหม่อมกราบทูลก่อนตาย ฝ่าบาทอาจเข้าพระทัยว่ากระหม่อมเพ้อเจ้อเหลวไหล หลังจากที่กระหม่อมตายแล้ว ขอฝ่าบาทอย่าได้ประมาทโจรกบฏ หวังว่าประเทศชาติคืนสู่ความสงบ ชนชาติหูพินาศสิ้น อย่างนั้นเป็นความปรารถนาของกระหม่อมแล้ว ขอยืดคอดื่มยาพิษ หันหาอาทิตย์ถวายสาร หากแม้นตายแล้วมีญาณรับรู้ ขอเป็นต้นหญ้าหน้ากองทัพ ชักนำผืนธงกองทัพราชัน ปราบโจรกบฏโดยราบคาบ เป็นตายตอบแทนพระคุณ สำนึกเต็มตื้นเหลือประมาณ กระหม่อมฟงฉังชิงกราบทูล” [1] หลายคนกับน้ำตาซึมเมื่อได้อ่านข้อความข้างต้นในจดหมายลาตายของ “แม่ทัพฟง ฉังชิง” ที่ปรากฎอยู่ในนิยายเรื่อง “เทพบุตร กู้บัลลังก์” นวนิยายจีนที่หยิบยืมช่วงหนึ่ง สมัยหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนยุคราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) ยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์หลายพันปีของจีนมาเป็นฉากหลัง โดยผู้ประพันธ์อ้างถึงเรื่องราวในรัชสมัยของฮ่องเต้ถังเสวียนจง (唐玄宗, ค.ศ. 685–762) ฮ่องเต้องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์ถัง สร้างเสริมตัวละคร รวมถึงเติมแต่งเหตุการณ์ เพื่อปลุกให้ยุทธนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้มีชีวิตขึ้นมา แม่ทัพฟง ฉังชิง (封常清) หรือ ฟงไอ้จื่อ (ไอ้เตี้ยแซ่ฟง) เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเทพบุตรกู้บัลลังก์ เขียนโดยจิ่วถู เนื่องจากฟง ฉังชิงเป็นอาจารย์และเปรียบได้กับบิดาบุญธรรมของตัวละครเอกสองตัวในนิยายเรื่องนี้ คือ หวังสุน และ อวี้เหวินจื้อ อย่างไรก็ตาม ขณะที่หวังสุน และอวี้เหวินจื้อ [2] […]

[Read more →]

Tags:···········