ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Entries Tagged as 'ประวัติศาสตร์'

กระทบไหล่ลูกหลาน “ขงจื๊อ” และ ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนจบ)

June 19th, 2017 · Comments Off on กระทบไหล่ลูกหลาน “ขงจื๊อ” และ ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนจบ) · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม

กงยู (Gong Yoo) หรือ กง จี ชอน (Gong Ji-chul) ดาราดังจากซีรีส์เกาหลีเรื่อง  รักวุ่นวายของเจ้าชายกาแฟ หรือ Coffee Prince, ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่องดังแห่งปี 2559 ของเกาหลี นั่นคือ Train to Busan ที่ได้ชื่อภาษาไทยคือ ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง ไม่ทราบว่าตัว “กงยู” เองรู้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นลูกหลานของปราชญ์นามอุโฆษของโลกอย่าง “ขงจื๊อ” แต่ถ้าจะให้สืบค้นไป จริงๆ ก็คงไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงอะไร เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า “เจียผู่ (家谱)” หรือ Family Tree ของตระกูลข่ง (孔氏) นั้นถือเป็นบันทึกตระกูลที่ถูกจดจารมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลกคือ กว่า 2,500 ปี และจากข้อมูลที่อัพเดตเมื่อปี 2552 (ค.ศ.2009) มีรายชื่อลูกหลานตระกูลข่งบันทึกอยู่มากกว่า […]

[Read more →]

Tags:··················

สัมผัสตัวเป็นๆ ลูกหลาน “ขงจื๊อ” ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนที่ 1)

June 11th, 2017 · Comments Off on สัมผัสตัวเป็นๆ ลูกหลาน “ขงจื๊อ” ญาติพี่น้อง “กงยู” (ตอนที่ 1) · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม

ตอนที่แล้ว ผมเขียนถึงเรื่องความเชื่อของชาวจีนว่า หากนับจากตัวเราไล่เรียงบรรพบุรุษไปประมาณ 500 รุ่นที่แล้ว ทุกคนต่างเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ซึ่งจะจริงหรือไม่จริงไม่รู้ แต่นักวิทยาศาสตร์ในโลกตะวันตกยืนยันว่า ต้นทางพันธุกรรมของมนุษย์โลกทุกวันนี้คือ มนุษย์เพศหญิงที่อาศัยอยู่ในแถบทวีปอัฟริกาเมื่อ 150,000 ปีที่แล้ว โดยตั้งฉายาให้เธอว่า ไมโตคอนเดรียล อีฟ (Mitochondrial Eve) คำถามน่าสนใจต่อมาก็คือหากลองถามตัวเอง และคนรอบข้างว่า เรารู้จัก ปู่ ย่า ตา ทวด และบรรพบุรุษย้อนกลับไปได้กี่รุ่นกัน 3 รุ่น 4 รุ่น 5 รุ่น หรือ 10 รุ่น 20 รุ่น หรือมากกว่านั้น? บอกตรงๆ ว่าทุกวันนี้คนทั่วๆ ไป หากรู้จักบรรพบุรุษแค่ 5 รุ่น 10 รุ่นก็ถือว่าเยี่ยมแล้ว เพราะระบบการจดบันทึกวงศ์วานว่านเครือ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Family Tree ของครอบครัวคุณนั้นต้องทำได้ค่อนข้างดีและสมบูณ์มาก แต่จริงๆ เรื่องเหล่านี้ชาติพันธุ์ที่คิดค้นเรื่องนี้ไว้เป็นชาติแรก และทำมาอย่างต่อเนื่องหลายพันปีแล้วก็คือ “ชาวจีน” เมื่อหลายพันปีก่อน […]

[Read more →]

Tags:·········

จริงหรือที่เขาว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นญาติกัน”? กับ บรรพบุรุษของคนแซ่ลิ้ม

May 15th, 2017 · Comments Off on จริงหรือที่เขาว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นญาติกัน”? กับ บรรพบุรุษของคนแซ่ลิ้ม · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม

สิบกว่าปีที่แล้ว สมัยเรียนอยู่ที่ปักกิ่ง อาจารย์วิชาปรัชญาชาวเหอหนานบอกผมว่า คนจีนเชื่อว่า หากนับจากตัวเรา ไล่เรียงบรรพบุรุษไปประมาณ 500 รุ่นที่แล้ว ทุกคนต่างเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ผิงไฟกองเดียวกัน กินข้าว-คีบเกี๊ยวจากหม้อเดียวกัน ถามว่าตอนนั้นผมเชื่อไหม ตอบเลยว่า “ไม่ค่อยเชื่อ” … ฝั่งนักคณิตศาสตร์ชาวตะวันตกคำนวณว่า หากคิดตัวเลขง่ายๆ เพียงแค่นับจากตัวเราขึ้นไปยัง พ่อ แม่ ปู่ ยา ตา ยาย ทวด ฯลฯ เพียง 4 รุ่น หากไม่มีการผสมพันธุ์ในเครือญาติ (Inbreed) กันเลย “เรา” ทุกคนจะมีบรรพบุรุษ 30 คน แล้วถ้าคำนวณย้อนไปอีกเพิ่มจาก 4 รุ่น เป็น 40 รุ่นล่ะ? คำตอบก็คือ 2^40 (2 ยกกำลัง 40) เราก็จะมีบรรพบุรุษทั้งหมดกว่า 1,099,511 ล้านคน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน เมื่อประมาณ 450 ปีก่อนคริสตกาล … […]

[Read more →]

Tags:···········

สัตว์ประหลาด และปริศนาธรรมที่ “บ้านขงจื๊อ”

May 5th, 2017 · Comments Off on สัตว์ประหลาด และปริศนาธรรมที่ “บ้านขงจื๊อ” · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม

ณ มุมเล็กๆ มุมหนึ่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ กลีบดอกบ๊วยสีขาวอมชมพูร่วงกลาดเกลื่อนอยู่เต็มพื้นหิน ซื่อเหอย่วน (บ้านจีนแบบโบราณ) ที่ผมมาเยือนในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งอดีต คฤหาสน์จีนโบราณขนาด 150 กว่าห้อง เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ เพราะมันคือ หนึ่งในเพชรเม็ดงามของเมือง ชีว์ฟู่ (曲阜) แห่งมณฑลซานตง บ้านเกิดของขงจื๊อ (孔子) นักปราชญ์ชาวจีนและศาสดาของลัทธิขงจื๊อที่มีชีวิตอยู่ช่วง 2500 ปีก่อน ปรัชญา แนวคิด คำสอน ตั้งแต่ตอนนั้นยังตกทอดมาถึงลูกหลานชาวจีนและชาวโลกมาต่อเนื่องยาวนานจนถึงปัจจุบัน                 เมืองชีว์ฟู่มีสถานที่สำคัญสามแห่งที่ผู้มาเยือนห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ประกอบไปด้วย หนึ่ง วัดขงจื๊อ (ข่งเมี่ยว; 孔庙) สอง สุสานขงจื๊อ (ข่งหลิน; 孔林) และ สาม จวนตระกูลข่ง (ขงฝู่; 孔府) คนจีนเรียกสถานที่ทั้งสามแห่ง รวมๆ ว่า “สามข่ง (三孔)” ซึ่งหากจะเปรียบเทียบความสำคัญของ “สามข่ง” แห่งเมืองชีว์ฟู่ ก็คงคล้ายคลึงกับ “สังเวชนียสถาน” ในมโนทัศน์ของชาวพุทธ หรือ “เมกกะ” […]

[Read more →]

Tags:··················

กินซูชิ บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 2

July 8th, 2016 · Comments Off on กินซูชิ บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 2 · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, อาหาร

“ศาสตร์ของการเสิร์ฟซูชิที่มีคุณภาพคือ หนึ่ง ต้องรู้ว่าปลาอะไรที่อยู่ในฤดูและปลาอะไรควรจะกินเวลาใด สอง แหล่งที่มาของปลาก็สำคัญ และ สามคือหาร้านขายปลาที่น่าเชื่อถือและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน สามสิ่งนี้สำคัญที่สุด” – – – ทายาทแห่งร้านไดวะซูชิ   ฝนเดือนมิถุนายนของกรุงโตเกียวยังคงโปรยปราย ผมกดชัตเตอร์ถ่ายรูปป้ายสถานีสึกิจิ (Tsukiji Station; 築地駅) เพื่อบันทึกความทรงจำ ก่อนที่ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้จะถูกย้ายไปยังเขตโทโยสุ (Toyosu; 豊洲) ในเดือนพฤศจิกายน 2559 นี้เพื่อรองรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ซึ่งโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2563 หรือ ค.ศ.2020 เขาว่าสาเหตุที่ต้องย้ายเพราะ สึกิจิเป็นตลาดเก่า ที่อยู่ใกล้ย่านดาวน์ทาวน์ของกรุงโตเกียวอย่างเช่น ย่านกินซ่ามากเกินไป อีกทั้งสาธารณูปโภคก็เสื่อมโทรม สู้ตลาดแห่งใหม่ที่โทโยสุไม่ได้ เพราะที่นั่นทั้งตลาดจะติดเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้สาธารณูปโภคด้านการขนส่ง-โลจิสติกส์ที่โทโยสุก็สะดวกสบาย และอยู่ห่างจากตลาดเดิมเพียงแค่ราวสองกิโลเมตร คำถามที่ผมและทุกคนสงสัยคือ เมื่อตลาดย้ายไป สึกิจิก็จะไม่ใช่ตลาดปลาอีกต่อไป แล้วเสน่ห์ของสึกิจิที่ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นโทโยสุจะยังหลงเหลืออยู่สักเท่าไร? จากสถานีรถไฟใต้ดิน ผมเดินลัดเลาะไปบริเวณริมถนน ด้านขวาเป็นถนนชินโอฮาชิ ซ้ายเป็นร้านค้าบริเวณตลาดนอกของสึกิจิ ทั้งร้านผัก ผลไม้ ราเม็ง อาหารทะเล ร้านข้าวหน้า (ดงบุริ) ร้านเทมปุระ ฯลฯ … […]

[Read more →]

Tags:·······················

บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 1

June 30th, 2016 · Comments Off on บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 1 · กล้อง-ถ่ายภาพ, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, สื่อ, อาหาร, เศรษฐกิจ

04.30น. นาฬิกาปลุกดังขึ้น กลางโรงแรมเล็กๆ ในย่านอุเอะโนะ มหานครโตเกียว ผมเอื้อมมือไปปิดนาฬิกา ก่อนงัวเงียลุกขึ้นมาแปรงฟัน และล้างหน้าแบบลวกๆ ก่อนจะสวมเสื้อแจ็คเกตกันฝน หยิบกระเป๋ากล้องสะพายออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังสถานีโอกาชิมาชิ เพื่อที่จะจับรถไฟใต้ดินสายฮิบิยา ไปยังสถานีสึกิจิปลายทาง ปลายเดือนมิถุนายน 2559 โตเกียวชุ่มฉ่ำไปด้วยร่องรอยของน้ำฝน บรรยากาศเช้ามืดของกรุงโตเกียวแตกต่างจากช่วงเวลากลางวันอย่างสิ้นเชิง บนชานชลาสถานีรถไฟใต้ดินมีคนยืนอยู่ไม่กี่คน เมื่อขึ้นไปบนรถไฟที่มุ่งหน้าไปยังตลาดสึกิจิ ที่นั่งก็มีว่างให้จับจองเกือบทุกตู้ มีสาวๆ ในชุดกิโมโนคู่หนึ่งนอนสัปหงกอยู่ใกล้ที่นั่งริมประตูคล้ายว่าพวกเธอเหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืนและกำลังอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อพูดถึงชื่อ “สึกิจิ (Tsukiji; 築地市場)” เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ แต่คนที่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นอย่างปลาดิบ เชื่อว่าต้องเคยได้ยินชื่อ เพราะตลาดแห่งนี้ถือเป็นตลาดค้าส่งอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนปีละหลายล้านคน ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยหลายแห่งมักจะติดป้ายว่า “ปลานำเข้าตรงจากตลาดสึกิจิ สัปดาห์ละ X เที่ยว” อันเป็นการอ้างอิงถึงคุณภาพปลาว่าอยู่ในระดับดีที่สุด และจะทำให้สามารถตั้งราคาขายให้สูงขึ้นไปด้วยได้ ตลาดสึกิจิ ถือเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุมิดะ ใกล้ย่านใจกลางมหานครโตเกียว ติดกับย่านกินซ่า ย่านช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ชื่อดัง โดยพื้นที่ของตลาดมีขนาดใหญ่ถึง 230,000 ตารางเมตร หรือพอๆ กับพื้นที่ของสนามฟุตบอล 30 สนามเรียงต่อกัน ไม่เพียงมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แต่มูลค่าทางเศรษฐกิจของตลาดแห่งนี้ก็มโหฬารตามไปด้วย กล่าวคือ ทุกวันตลาดแห่งนี้มีการซื้อขายอาหารทะเลและสินค้าต่างๆ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,500 […]

[Read more →]

Tags:················

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5)

November 9th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ภาพยนตร์, หนังสือ

“สำหรับคนญี่ปุ่น การสูญเสียเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์ในสงครามโลกครั้งที่สองยังคงเป็นรอยแผลบาดลึกอยู่ในใจแม้กระทั่งวันนี้ หลังสงครามสิ้นสุดรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นปัจจุบันซึ่งเรียกกันว่าเป็นฉบับสันติภาพ ตลอดจนการศึกษาของญี่ปุ่นต่างก็มีจุดเน้นที่ว่า ‘ต่อแต่นี้ไปญี่ปุ่นจะละสิทธิการทำสงคราม’ …” — โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·, นางาซากิ ยลเสน่ห์ล้ำ … ย้ำอดีตลึก เย็นวันหนึ่งกลางเดือนกันยายน 2558 … ผมนัดกับ “ดร.หนุ่ม” โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·และเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย สังสรรค์กันที่ร้านอาหารใจกลางย่านห้างสรรพสินค้าของกรุงเทพมหานคร วันเวลาผันผ่าน พวกเราจากเด็กวัยรุ่น ต่างย่างเข้าสู่วัยกลางคน ปัจจุบัน ดร.หนุ่ม กลายเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยโตเกียวการต่างประเทศ (Tokyo University of Foreign Studies) อีกทั้งยังมีสถานะเป็นนักเขียน นักแปล ล่าม คนพากษ์เสียงโฆษณาและวิดีทัศน์ พิธีกร และนักจัดรายการวิทยุภาคภาษาไทยของ NHK World Radio Japan ด้วย โดยปัจจุบัน ดร.หนุ่ม อาศัยอยู่ที่กรุงโตเกียวเป็นการถาวร คราวนี้ ดร.หนุ่ม กลับมาบ้านเกิดแค่เจ็ดวัน เพื่อมาเก็บข้อมูลงานวิจัย ผมเลยถือโอกาสนัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันกว่าสิบปีมากินข้าวและพูดคุยสัพเพเหระ ทั้งเรื่องเก่า เรื่องเพื่อน เรื่องกิน เรื่องเที่ยว […]

[Read more →]

Tags:························

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4)

October 22nd, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, ภาพยนตร์, วัฒนธรรม, หนังสือ

11 นาฬิกา 2 นาที คือ เวลาที่เข็มสั้น-เข็มยาวบนนาฬิกาไม้เรือนนั้นบอกไว้ วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 สามวันให้หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า บนเกาะฮอนชู เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29 ที่ได้ชื่อเล่นว่า Bockscar พร้อมกับเครื่องบินอีก 5 ลำ ได้รับภารกิจพิเศษให้นำระเบิดปรมาณูแบบระเบิดเข้าข้างใน โดยใช้วัสดุกัมมันตรังสีพลูโตเนียม (Plutonium implosion–type) ชื่อเล่น “แฟตแมน (Fat Man)” ซึ่งมีความแตกต่างจากระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย (Little Boy)” ที่ถูกทิ้งที่ฮิโรชิม่าที่เป็นระเบิดแบบกระบอกปืน ใช้วัสดุกัมมันตรังสียูเรเนียม (Uranium gun-type) ทว่ามีอำนาจในการทำลายล้างใกล้เคียงกันคือ เทียบเท่ากับลูกระเบิดทีเอ็นทีประมาณ 15,000-21,000 ตัน [1] ช่วงเช้ามืดก่อนฟ้าสาง Bockscar พร้อมฝูงบินออกเดินทางจากฐานบินในมหาสมุทรแปซิฟิก มุ่งหน้าไปยังโคะคุระ (小倉市) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นแหล่งผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำสงคราม ทว่า ด้วยอุปสรรคทางด้านสภาพอากาศและทัศนวิสัยทำให้ในเวลาต่อมา Bockscar จึงเบนหัวไปทางเมืองนางาซากิเป้าหมายรองของภารกิจในวันนั้นแทน ก่อนหน้าเดือนสิงหาคม […]

[Read more →]

Tags:···············

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3)

September 25th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

009-DSCF6336

จากสถานีรถไฟ แท็กซี่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พาเรามายังที่พักซึ่งตั้งตรงข้ามกับไชน่าทาวน์ หรือ ดินแดนคนจีนแห่งนางาซากิพอดิบพอดี ในญี่ปุ่นมีไชน่าทาวน์ใหญ่ๆ อยู่ 3 แห่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองท่าสำคัญทั้งสิ้น ประกอบไปด้วย โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ ซึ่งถือเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอยู่ใกล้กับเมืองหลวงโตเกียว โกเบ ไชน่าทาวน์ ในแถบคันไซซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างโอซาก้าและ นางาซากิ ไชน่าทาวน์ ที่ถือเป็นไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นางาซากิ ไชน่าทาวน์ (長崎新地中華街) หรือ ถนนคนจีนซินตี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าห้าร้อยปี ก่อร่างสร้างตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1698 ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 พอมาถึงยุคเอะโดะ หรือ ยุคโทะกุงะวะซึ่งผู้ปกครองญี่ปุ่นดำเนินนโยบายโดดเดี่ยวตัวเอง (Isolaitonism) ปิดประเทศไม่ทำการค้าขายกับโลกภายนอก เว้นไว้แต่เพียงเมืองนางาซากิ ทำให้ไชน่าทาวน์ที่นางาซากิยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก นางาซากิเป็นประตูการค้าและการแลกเปลี่ยนทางองค์ความรู้ วัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ยกตัวอย่างเช่นอาหาร ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง “เทมปุระ” ก็เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าชาวโปรตุเกส ขณะเดียวกันที่นางาซากิมีอาหารเลื่องชื่ออีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศเช่นกันนั่นคือ ชัมปง ชัมปง (Champon) เป็นอาหารเส้นที่กำเนิดที่นางาซากิ โดยได้รับอิทธิพลมาจากบะหมี่ของชาวจีน แต่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นอาหารท้องถิ่น ด้วยส่วนผสมของเนื้อหมู กุ้ง หอย […]

[Read more →]

Tags:···················

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2)

September 16th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2) · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, อาหาร

005-IMG_3791-web

เมษายน 2557 … ผมกับคณะเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 648 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินฟุกุโอกะแต่เช้าตรู่ ก่อนจะกระโดดขึ้นรถไฟจากสถานีฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ ในเที่ยว 09.55น. รถด่วนชิงกันเซ็นวิ่งตัดผ่านท้องทุ่ง บ้านเรือน และเมืองเล็กๆ บนเกาะคิวชู มุ่ง ไปยังเมืองนางาซากิ ข้อมูลบนรถไฟบอกว่าเราจะถึงเมืองนางาซากิภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผ่านเมืองซางะ และเมืองอิซาฮายะ แม้จะเมื่อยล้าจากการเดินทางด้วยเที่ยวบินรอบดึก แม้ร่างกายร่ำร้องให้พักผ่อนด้วยการงีบหลับบนรถไฟ แต่ในใจลึกๆ กลับโบยบินไปถึงจุดหมายปลายทางเสียแล้ว ตอนเด็กๆ ผมจำได้ ฮิโรชิมา-นางาซากิ เป็นชื่อเด็กๆ ทุกคนต้องรู้จัก ในฐานะเมืองสองแห่งที่เป็นเป้าหมายของระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหนังสือเรื่อง “ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว” สมัยเรียนอยู่ชั้นประถม ที่โรงเรียนมีการนำหนังสือนอกเวลาเรื่องซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัวมาให้อ่าน ผมจำได้ว่าผมอ่านหนังสือเรื่องนี้อยู่หลายรอบ ไม่นับรวมกับการที่ในชุดหนังสือยังมีเทปคาสเซ็ทแนบมา ซึ่งผมกับพี่ๆ ก็นำมาเปิดฟังกันอีกหลายรอบ ได้ฟังทีไรก็รู้สึกสลดหดหู่แทนเด็กหญิงซาดาโกะ เศร้าใจแทนครอบครัวของเธอ รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จนในที่สุดก็พลอยจำชื่อเมืองฮิโรชิมา-นางาซากิ ได้ขึ้นใจ ………………………… นางาซากิ (長崎市) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนางาซากิ บนเกาะคิวชู เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จากลักษณะทางภูมิศาสตร์นางาซากิที่ชื่อในภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า “คาบสมุทรยาว” ก็ชัดว่าเมืองแห่งนี้เป็นแผ่นดินที่มีน้ำล้อมสามด้าน […]

[Read more →]

Tags:··············