ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Entries Tagged as 'ประวัติศาสตร์'

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5)

November 9th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ภาพยนตร์, หนังสือ

“สำหรับคนญี่ปุ่น การสูญเสียเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์ในสงครามโลกครั้งที่สองยังคงเป็นรอยแผลบาดลึกอยู่ในใจแม้กระทั่งวันนี้ หลังสงครามสิ้นสุดรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นปัจจุบันซึ่งเรียกกันว่าเป็นฉบับสันติภาพ ตลอดจนการศึกษาของญี่ปุ่นต่างก็มีจุดเน้นที่ว่า ‘ต่อแต่นี้ไปญี่ปุ่นจะละสิทธิการทำสงคราม’ …” — โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·, นางาซากิ ยลเสน่ห์ล้ำ … ย้ำอดีตลึก เย็นวันหนึ่งกลางเดือนกันยายน 2558 … ผมนัดกับ “ดร.หนุ่ม” โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·และเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย สังสรรค์กันที่ร้านอาหารใจกลางย่านห้างสรรพสินค้าของกรุงเทพมหานคร วันเวลาผันผ่าน พวกเราจากเด็กวัยรุ่น ต่างย่างเข้าสู่วัยกลางคน ปัจจุบัน ดร.หนุ่ม กลายเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยโตเกียวการต่างประเทศ (Tokyo University of Foreign Studies) อีกทั้งยังมีสถานะเป็นนักเขียน นักแปล ล่าม คนพากษ์เสียงโฆษณาและวิดีทัศน์ พิธีกร และนักจัดรายการวิทยุภาคภาษาไทยของ NHK World Radio Japan ด้วย โดยปัจจุบัน ดร.หนุ่ม อาศัยอยู่ที่กรุงโตเกียวเป็นการถาวร คราวนี้ ดร.หนุ่ม กลับมาบ้านเกิดแค่เจ็ดวัน เพื่อมาเก็บข้อมูลงานวิจัย ผมเลยถือโอกาสนัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันกว่าสิบปีมากินข้าวและพูดคุยสัพเพเหระ ทั้งเรื่องเก่า เรื่องเพื่อน เรื่องกิน เรื่องเที่ยว […]

[Read more →]

Tags:························

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4)

October 22nd, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, ภาพยนตร์, วัฒนธรรม, หนังสือ

11 นาฬิกา 2 นาที คือ เวลาที่เข็มสั้น-เข็มยาวบนนาฬิกาไม้เรือนนั้นบอกไว้ วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 สามวันให้หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า บนเกาะฮอนชู เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29 ที่ได้ชื่อเล่นว่า Bockscar พร้อมกับเครื่องบินอีก 5 ลำ ได้รับภารกิจพิเศษให้นำระเบิดปรมาณูแบบระเบิดเข้าข้างใน โดยใช้วัสดุกัมมันตรังสีพลูโตเนียม (Plutonium implosion–type) ชื่อเล่น “แฟตแมน (Fat Man)” ซึ่งมีความแตกต่างจากระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย (Little Boy)” ที่ถูกทิ้งที่ฮิโรชิม่าที่เป็นระเบิดแบบกระบอกปืน ใช้วัสดุกัมมันตรังสียูเรเนียม (Uranium gun-type) ทว่ามีอำนาจในการทำลายล้างใกล้เคียงกันคือ เทียบเท่ากับลูกระเบิดทีเอ็นทีประมาณ 15,000-21,000 ตัน [1] ช่วงเช้ามืดก่อนฟ้าสาง Bockscar พร้อมฝูงบินออกเดินทางจากฐานบินในมหาสมุทรแปซิฟิก มุ่งหน้าไปยังโคะคุระ (小倉市) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นแหล่งผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำสงคราม ทว่า ด้วยอุปสรรคทางด้านสภาพอากาศและทัศนวิสัยทำให้ในเวลาต่อมา Bockscar จึงเบนหัวไปทางเมืองนางาซากิเป้าหมายรองของภารกิจในวันนั้นแทน ก่อนหน้าเดือนสิงหาคม […]

[Read more →]

Tags:···············

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3)

September 25th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

009-DSCF6336

จากสถานีรถไฟ แท็กซี่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พาเรามายังที่พักซึ่งตั้งตรงข้ามกับไชน่าทาวน์ หรือ ดินแดนคนจีนแห่งนางาซากิพอดิบพอดี ในญี่ปุ่นมีไชน่าทาวน์ใหญ่ๆ อยู่ 3 แห่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองท่าสำคัญทั้งสิ้น ประกอบไปด้วย โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ ซึ่งถือเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอยู่ใกล้กับเมืองหลวงโตเกียว โกเบ ไชน่าทาวน์ ในแถบคันไซซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างโอซาก้าและ นางาซากิ ไชน่าทาวน์ ที่ถือเป็นไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นางาซากิ ไชน่าทาวน์ (長崎新地中華街) หรือ ถนนคนจีนซินตี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าห้าร้อยปี ก่อร่างสร้างตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1698 ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 พอมาถึงยุคเอะโดะ หรือ ยุคโทะกุงะวะซึ่งผู้ปกครองญี่ปุ่นดำเนินนโยบายโดดเดี่ยวตัวเอง (Isolaitonism) ปิดประเทศไม่ทำการค้าขายกับโลกภายนอก เว้นไว้แต่เพียงเมืองนางาซากิ ทำให้ไชน่าทาวน์ที่นางาซากิยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก นางาซากิเป็นประตูการค้าและการแลกเปลี่ยนทางองค์ความรู้ วัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ยกตัวอย่างเช่นอาหาร ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง “เทมปุระ” ก็เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าชาวโปรตุเกส ขณะเดียวกันที่นางาซากิมีอาหารเลื่องชื่ออีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศเช่นกันนั่นคือ ชัมปง ชัมปง (Champon) เป็นอาหารเส้นที่กำเนิดที่นางาซากิ โดยได้รับอิทธิพลมาจากบะหมี่ของชาวจีน แต่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นอาหารท้องถิ่น ด้วยส่วนผสมของเนื้อหมู กุ้ง หอย […]

[Read more →]

Tags:···················

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2)

September 16th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2) · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, อาหาร

005-IMG_3791-web

เมษายน 2557 … ผมกับคณะเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 648 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินฟุกุโอกะแต่เช้าตรู่ ก่อนจะกระโดดขึ้นรถไฟจากสถานีฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ ในเที่ยว 09.55น. รถด่วนชิงกันเซ็นวิ่งตัดผ่านท้องทุ่ง บ้านเรือน และเมืองเล็กๆ บนเกาะคิวชู มุ่ง ไปยังเมืองนางาซากิ ข้อมูลบนรถไฟบอกว่าเราจะถึงเมืองนางาซากิภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผ่านเมืองซางะ และเมืองอิซาฮายะ แม้จะเมื่อยล้าจากการเดินทางด้วยเที่ยวบินรอบดึก แม้ร่างกายร่ำร้องให้พักผ่อนด้วยการงีบหลับบนรถไฟ แต่ในใจลึกๆ กลับโบยบินไปถึงจุดหมายปลายทางเสียแล้ว ตอนเด็กๆ ผมจำได้ ฮิโรชิมา-นางาซากิ เป็นชื่อเด็กๆ ทุกคนต้องรู้จัก ในฐานะเมืองสองแห่งที่เป็นเป้าหมายของระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหนังสือเรื่อง “ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว” สมัยเรียนอยู่ชั้นประถม ที่โรงเรียนมีการนำหนังสือนอกเวลาเรื่องซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัวมาให้อ่าน ผมจำได้ว่าผมอ่านหนังสือเรื่องนี้อยู่หลายรอบ ไม่นับรวมกับการที่ในชุดหนังสือยังมีเทปคาสเซ็ทแนบมา ซึ่งผมกับพี่ๆ ก็นำมาเปิดฟังกันอีกหลายรอบ ได้ฟังทีไรก็รู้สึกสลดหดหู่แทนเด็กหญิงซาดาโกะ เศร้าใจแทนครอบครัวของเธอ รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จนในที่สุดก็พลอยจำชื่อเมืองฮิโรชิมา-นางาซากิ ได้ขึ้นใจ ………………………… นางาซากิ (長崎市) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนางาซากิ บนเกาะคิวชู เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จากลักษณะทางภูมิศาสตร์นางาซากิที่ชื่อในภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า “คาบสมุทรยาว” ก็ชัดว่าเมืองแห่งนี้เป็นแผ่นดินที่มีน้ำล้อมสามด้าน […]

[Read more →]

Tags:··············

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (1)

September 8th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (1) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, สื่อ

001-IMG_1367-web

ปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 7 ทศวรรษแห่งการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง … สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งในสมรภูมิเอเชียก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น สงครามมหาเอเชียบูรพา (Greater East Asia War) สงครามแปซิฟิก (Pacific War) สงครามต่อต้านญี่ปุ่น (抗日战争) แล้วแต่ห้วงเวลาของสงคราม และประสบการณ์ของผู้คนในแต่ละประเทศ ในห้วงเวลาสิบกว่าปีมานี้ ผมมีโอกาสเดินทางไปยังเมืองนานกิง (หนานจิง) สามครั้ง โดยทุกครั้งผมล้วนมีโอกาสได้ไปเยือน หอที่ระลึกการสังหารหมู่ที่หนานจิง (南京大屠杀纪念馆) สถานที่ซึ่งบันทึกถึงความโหดร้ายอันแสนสาหัสของสงคราม ที่อาจจะเรียกได้ว่าเปลี่ยน “ผืนแผ่นดินอันงดงาม” ให้เป็น “นรกบนดิน” ย้อนอดีตไปเมื่อปี ค.ศ.1937 หรือ 78 ปีก่อน หรือ 8 ปีก่อนสงครามโลกจะสิ้นสุด นานกิงถือเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนที่มีประชากรหนาแน่นถึงหนึ่งล้านคน ทั้งยังมีสถานะเป็น 1 ใน 7 เมืองหลวงที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ก่อนที่ กองทัพญี่ปุ่นจะเริ่มรุกคืบเข้ามาปิดล้อมเมืองแห่งนี้ในช่วงปลายปี และทำให้เมืองหลวงแห่งนี้แตกสลายภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ความโหดร้ายของสิ่งที่กองทัพญี่ปุ่นทำที่นานกิงนั้นคงไม่ต้องพูดถึงซ้ำ เพราะ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีคนจีนเสียชีวิตถึงกว่า 300,000 คน ส่วนความเสียหายนั้นมิอาจประเมินค่าได้ มีหลักฐานเป็นบันทึก […]

[Read more →]

Tags:···········

วิ่งรอบวัง Tokyo Imperial Palace

May 20th, 2015 · Comments Off on วิ่งรอบวัง Tokyo Imperial Palace · กล้อง-ถ่ายภาพ, กีฬา, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

008-IMG_7445-web

       “ในการวิ่งระยะไกล คู่ต่อสู้หนึ่งเดียวที่คุณต้องเอาชนะคือตัวคุณเอง วิถีที่คุณคุ้นเคย (In long-distance running the only opponent you have to beat is yourself, the way you used to be)” – ฮารุกิ มูราคามิ        ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แม้ผมจะไม่ใช่คนวิ่งไวและไม่ใช่คนวิ่งเก่งขนาดไปลงแข่งวิ่งมาราธอน แต่เหตุผลสำคัญหลักของการออกวิ่งเป็นประจำก็คือ “การวิ่ง” ทำให้ผมได้ออกกำลังกายตามตารางเวลาและโอกาส ที่ชีวิตประจำวันจะเอื้ออำนวย โดยไม่ต้องไปอ้างอิงกับตารางเวลาของใครๆ        หลายปีที่ผ่านมา ปกติแล้วทุกๆ สัปดาห์ผมจะใช้เวลาก่อนกลับบ้าน ช่วงเย็นแวะจอดรถในซอยสุโขทัย เพื่อไปวิ่งรอบๆ พระราชวังสวนจิตรลดาที่มีความยาวประมาณ 3.4 กิโลเมตรต่อหนึ่งรอบ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์นั้น ผมมักจะแวะไปวิ่งที่สวนจตุจักร หรือรอบหมู่บ้าน โดยหากฝนตกก็จะไปวิ่งที่สถานออกกำลังกายใกล้บ้าน       […]

[Read more →]

Tags:·········

หลงเสน่ห์ “เบนโตะ” ตอนที่ 1

March 14th, 2015 · Comments Off on หลงเสน่ห์ “เบนโตะ” ตอนที่ 1 · ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

001-IMG_4039-web

“การหาความรื่นรมย์ในพื้นที่เล็กๆ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น”– Design Talks by NHK คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมักจะมีจุดมุ่งหมายไปหาอาหารและของกินที่สด สะอาด แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก เนื้อหมู เนื้อวัว ซูชิ ซาซิมิ เทมปุระ ผัก ผลไม้ ฯลฯ ตั้งแต่ของกินเล่นข้างถนน เรียกได้ว่าของน่ากินที่ญี่ปุ่นนั้นให้สาธยายก็สาธยายกันได้ไม่จบไม่สิ้น แต่วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงอาหาร และวัฒนธรรมการกินประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น แต่คนไทยมักจะไม่ค่อยสังเกตหรือสนใจกันเท่าไหร่ นั่นคือ “อาหารกล่อง” หรือที่เรียกว่า “เบนโตะ (弁当)” นั่นเอง ในความรู้สึกของ คนนอกที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนไทย คำว่า “อาหารกล่อง” นั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไรนัก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกิน “อาหารกล่องโฟม” ที่ภาษาวัยรุ่นสมัยก่อนเขาเรียกว่า อาหารกินกันตาย กินกันหิว จับยัดใส่ปากให้ท้องอิ่มไว้ก่อน เวลาต้องไปปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ ไปเข้าค่าย เดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งตรงจุดนี้เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากมุมมองของคนญี่ปุ่นกับ “เบนโตะ” โดยสิ้นเชิง เพราะ “เบนโตะ” นั้นอยู่ในวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก […]

[Read more →]

Tags:······

จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๖

July 13th, 2014 · Comments Off on จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๖ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

004-Untitled-web

หนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ของ พระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) ทำให้พวกเราได้ทราบถึงข้อมูลบางประการเกี่ยวกับวังถนนพระอาทิตย์ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ หรือเมื่อราว ๙๐ กว่าปีที่แล้วว่า อาณาเขตที่ดินอันเคยเป็นวังถนนพระอาทิตย์เดิมได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น ๔ แปลงในหมู่ทายาทและบรรดาเชื้อสายสกุลอิศรเสนาที่สืบมาจากกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดช หรือ พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ เกือบทั้งสิ้น โดยยังคงอาศัยอยู่รวมกันในที่สี่แปลงนี้ โดยมีพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ทายาทผู้ครอบครองที่ดินหนึ่งในสี่แปลงเป็นผู้ปกครองดูแล อาณาเขตวังถนนพระอาทิตย์เดิมในสมัยที่กรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดชยังดำรงพระชนม์อยู่ และยังมิได้มีการแบ่งแยกออกเป็นสี่ส่วนนั้น น่าจะกล่าวได้ว่า ศูนย์กลางของวังคงไม่พ้นไปจากตำหนักที่ประทับ ตำหนักนี้เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว มีหลักฐานระบุว่าตกเป็นของหม่อมเจ้ากระจ่าง พระโอรสองค์ใหญ่ ตำหนักนี้คงจะอยู่ในที่แปลงใดแปลงหนึ่งในสี่แปลงนั้นเอง เพียงแต่ว่าในสมัยที่กล่าวถึงคือ ในรัชกาลที่ ๖ นั้น ศูนย์กลางความสำคัญของวังถนนพระอาทิตย์ได้ย้ายมาอยู่เสียที่บ้านพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ผู้เป็น “หม่อมราชวงศ์ผู้ใหญ่” ในสกุลแล้ว บ้านของเจ้าพระยาวรพงศ์ฯ ในขณะนั้น นอกจากตึกใหญ่ที่ระบุถึงในหนังสือกราบบังคมทูลแล้ว คงจะประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างเป็นเรือนบริวารอีกหลายหลัง เพราะปรากฎในประวัติชีวิตของท่านว่าได้มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นที่บ้านแห่งนี้มากมายหลายหลาก ทั้งราชการและกิจการงานส่วนตัว ซึ่งแต่ละงานล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องต้องอาศัยฝีมือ หรือ แรงงานคนจำนวนสิบจำนวนร้อยทั้งสิ้น ในด้านงานราชการ ในสมัยที่ท่านรับราชการอยู่ในรัชกาลที่ ๕ นั้น ท่านจัดเป็นช่างหลวงคนสำคัญผู้หนึ่ง ซึ่งมีบทบาทและผลงานในด้านการก่อสร้าง ตกแต่งพระที่นั่งหรือพระตำหนักในบรมมหาราชวัง และในพระราชวังสวนดุสิต งานตกแต่งพระที่นั่งหรือพระตำหนัก ในส่วนของการจัดหาเครื่องใช้จำพวกมุ้ง […]

[Read more →]

Tags:············

จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๕

June 30th, 2014 · Comments Off on จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๕ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม

005

“หม่อมราชวงศ์เย็น” เกิดเมื่อต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ (เกิดเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๔๐๕ – ๒๖ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๔) เริ่มเข้ารับราชการเป็นนายสิบทหารช่าง ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับขุนหมื่นชาวที่รักษาความสะอาดในพระที่นั่ง มีโอกาสได้รับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ อย่างใกล้ชิด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เลื่อนขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งเป็นพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ จางวางมหาดเล็กในช่วงท้ายแห่งรัชกาล พระชาวรพงศ์พิพัฒน์ได้รับราชการต่อมาจนกระทั่งถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นเป็นเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ อันนับเป็นเกียรติยศสูงสุดอันจะพึงมีพึงได้แห่งข้าราชการ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้เคยทรงนิพนธ์ไว้ว่า “… ในสกุลอิศรเสนานี้อัศจรรย์อย่าง ๑ ซึ่งมีอุปนิไศรยในการช่างแทบจะไม่เว้นตัว ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าลงมาจนถึงชั้นหม่อมราชวงษ์ …” (หนังสืองานศพหม่อมเทวาธิราช (ม.ร.ว.แดง อิศรเสนา) : หน้า ข.) เจ้าพระยาวรพงศ์ฯ ก็มิได้พ้นไปจากอุปนิสัยอันถ่ายทอดกันมาในสกุลของท่าน ในสมัยที่ท่านเข้ารัชราชการใหม่ๆ ภารกิจที่ท่านได้ควบคุมดูแลจนสำเร็จและส่งผลให้ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นเป็นผู้บังคับกรมเด็กชา (เด็กชา คือ ข้าราชการชั้นผู้น้อยจําพวกรับใช้ในกรมมหาดเล็ก) มีตำแหน่งนายร้อยตรี ทหารหน้านั้น ก็คืองานซ่อมแซมปรับปรุงพระที่นั่งและตำหนักในพระราชฐาน อันเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะและฝีมือในการช่างโดยตรงนั่นเอง และต่อจากนั้นมาก็ยังปรากฎผลงานในเชิงช่างของท่านมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นก่อสร้างพระที่นั่งหรือตำหนักต่างๆ เพิ่มเติมในพระบรมมหาราชวัง หรืองานโยธาของแผ่นดิน อันได้แก่การสร้างถนนสายต่างๆ […]

[Read more →]

Tags:·········

จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๔

June 23rd, 2014 · Comments Off on จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๔ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

ป้อมพระสุเมรุ

ประวัติการครอบครองวังถนนพระอาทิตย์ อาจกล่าวได้ว่าเริ่มต้นขึ้นพร้อมๆ กับการเริ่มต้นสกุลอิศรเสนา เมื่อพระบวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ องค์ต้นสกุลได้รับพระราชทานวังแห่งนี้ ในฐานะพระโอรสของ “วังหน้า” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ “วังหน้า” ในรัชสมัยนั้น คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ โดยทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงนับเป็นพระอนุชาร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ทรงมีความดีความชอบในการศึกสงครามมาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนเสนานุรักษ์ และเลื่อนขึ้นเป็นกรมหลวงเสนานุรักษ์ในปลายรัชกาล โดยโปรดเกล้าฯ ให้รับพระบัณฑูรน้อย คือ เท่ากับมีพระอิสริยยศรองจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ซึ่งทรงดำรงพระยศเป็นองค์รัชทายาทอยู่ในขณะนั้น ครั้นถึงรัชกาลที่ ๒ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์ ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลอยู่ในฐานะพระมหาอุปราช แต่ทรงประชวรสิ้นพระชนม์เสียในรัชกาลที่ ๒ นั้นเอง สมเด็จพระบวรราชเจ้าเจ้ามหาเสนานุรักษ์ทรงมีโอรสธิดารวม ๔๐ พระองค์ แต่เมื่อขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมพระราชวังบวรฯ ในรัชกาลที่ ๒ นั้น มีพระโอรสที่เจริญพระชันษาถึงกำหนดออกวังเพียง ๓ พระองค์ ได้แก่ ๑.พระองค์เจ้าชายประยงค์ (ต่อมาทรงกรมเป็น กรมขุนธิเบศรบวร) ๒.พระองค์เจ้าชายปาน (ต่อมาทรงกรมเป็น กรมหมื่นอมรมนตรี) ๓.พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ (ต่อมาทรงกรมเป็นกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดช) พระองค์เจ้าชายประยงค์นั้น […]

[Read more →]

Tags:·············