ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Entries Tagged as 'วัฒนธรรม'

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4)

October 22nd, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, ภาพยนตร์, วัฒนธรรม, หนังสือ

11 นาฬิกา 2 นาที คือ เวลาที่เข็มสั้น-เข็มยาวบนนาฬิกาไม้เรือนนั้นบอกไว้ วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 สามวันให้หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า บนเกาะฮอนชู เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29 ที่ได้ชื่อเล่นว่า Bockscar พร้อมกับเครื่องบินอีก 5 ลำ ได้รับภารกิจพิเศษให้นำระเบิดปรมาณูแบบระเบิดเข้าข้างใน โดยใช้วัสดุกัมมันตรังสีพลูโตเนียม (Plutonium implosion–type) ชื่อเล่น “แฟตแมน (Fat Man)” ซึ่งมีความแตกต่างจากระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย (Little Boy)” ที่ถูกทิ้งที่ฮิโรชิม่าที่เป็นระเบิดแบบกระบอกปืน ใช้วัสดุกัมมันตรังสียูเรเนียม (Uranium gun-type) ทว่ามีอำนาจในการทำลายล้างใกล้เคียงกันคือ เทียบเท่ากับลูกระเบิดทีเอ็นทีประมาณ 15,000-21,000 ตัน [1] ช่วงเช้ามืดก่อนฟ้าสาง Bockscar พร้อมฝูงบินออกเดินทางจากฐานบินในมหาสมุทรแปซิฟิก มุ่งหน้าไปยังโคะคุระ (小倉市) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นแหล่งผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำสงคราม ทว่า ด้วยอุปสรรคทางด้านสภาพอากาศและทัศนวิสัยทำให้ในเวลาต่อมา Bockscar จึงเบนหัวไปทางเมืองนางาซากิเป้าหมายรองของภารกิจในวันนั้นแทน ก่อนหน้าเดือนสิงหาคม […]

[Read more →]

Tags:···············

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3)

September 25th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

009-DSCF6336

จากสถานีรถไฟ แท็กซี่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พาเรามายังที่พักซึ่งตั้งตรงข้ามกับไชน่าทาวน์ หรือ ดินแดนคนจีนแห่งนางาซากิพอดิบพอดี ในญี่ปุ่นมีไชน่าทาวน์ใหญ่ๆ อยู่ 3 แห่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองท่าสำคัญทั้งสิ้น ประกอบไปด้วย โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ ซึ่งถือเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอยู่ใกล้กับเมืองหลวงโตเกียว โกเบ ไชน่าทาวน์ ในแถบคันไซซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างโอซาก้าและ นางาซากิ ไชน่าทาวน์ ที่ถือเป็นไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นางาซากิ ไชน่าทาวน์ (長崎新地中華街) หรือ ถนนคนจีนซินตี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าห้าร้อยปี ก่อร่างสร้างตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1698 ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 พอมาถึงยุคเอะโดะ หรือ ยุคโทะกุงะวะซึ่งผู้ปกครองญี่ปุ่นดำเนินนโยบายโดดเดี่ยวตัวเอง (Isolaitonism) ปิดประเทศไม่ทำการค้าขายกับโลกภายนอก เว้นไว้แต่เพียงเมืองนางาซากิ ทำให้ไชน่าทาวน์ที่นางาซากิยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก นางาซากิเป็นประตูการค้าและการแลกเปลี่ยนทางองค์ความรู้ วัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ยกตัวอย่างเช่นอาหาร ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง “เทมปุระ” ก็เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าชาวโปรตุเกส ขณะเดียวกันที่นางาซากิมีอาหารเลื่องชื่ออีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศเช่นกันนั่นคือ ชัมปง ชัมปง (Champon) เป็นอาหารเส้นที่กำเนิดที่นางาซากิ โดยได้รับอิทธิพลมาจากบะหมี่ของชาวจีน แต่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นอาหารท้องถิ่น ด้วยส่วนผสมของเนื้อหมู กุ้ง หอย […]

[Read more →]

Tags:···················

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2)

September 16th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2) · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, อาหาร

005-IMG_3791-web

เมษายน 2557 … ผมกับคณะเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 648 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินฟุกุโอกะแต่เช้าตรู่ ก่อนจะกระโดดขึ้นรถไฟจากสถานีฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ ในเที่ยว 09.55น. รถด่วนชิงกันเซ็นวิ่งตัดผ่านท้องทุ่ง บ้านเรือน และเมืองเล็กๆ บนเกาะคิวชู มุ่ง ไปยังเมืองนางาซากิ ข้อมูลบนรถไฟบอกว่าเราจะถึงเมืองนางาซากิภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผ่านเมืองซางะ และเมืองอิซาฮายะ แม้จะเมื่อยล้าจากการเดินทางด้วยเที่ยวบินรอบดึก แม้ร่างกายร่ำร้องให้พักผ่อนด้วยการงีบหลับบนรถไฟ แต่ในใจลึกๆ กลับโบยบินไปถึงจุดหมายปลายทางเสียแล้ว ตอนเด็กๆ ผมจำได้ ฮิโรชิมา-นางาซากิ เป็นชื่อเด็กๆ ทุกคนต้องรู้จัก ในฐานะเมืองสองแห่งที่เป็นเป้าหมายของระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหนังสือเรื่อง “ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว” สมัยเรียนอยู่ชั้นประถม ที่โรงเรียนมีการนำหนังสือนอกเวลาเรื่องซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัวมาให้อ่าน ผมจำได้ว่าผมอ่านหนังสือเรื่องนี้อยู่หลายรอบ ไม่นับรวมกับการที่ในชุดหนังสือยังมีเทปคาสเซ็ทแนบมา ซึ่งผมกับพี่ๆ ก็นำมาเปิดฟังกันอีกหลายรอบ ได้ฟังทีไรก็รู้สึกสลดหดหู่แทนเด็กหญิงซาดาโกะ เศร้าใจแทนครอบครัวของเธอ รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จนในที่สุดก็พลอยจำชื่อเมืองฮิโรชิมา-นางาซากิ ได้ขึ้นใจ ………………………… นางาซากิ (長崎市) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนางาซากิ บนเกาะคิวชู เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จากลักษณะทางภูมิศาสตร์นางาซากิที่ชื่อในภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า “คาบสมุทรยาว” ก็ชัดว่าเมืองแห่งนี้เป็นแผ่นดินที่มีน้ำล้อมสามด้าน […]

[Read more →]

Tags:··············

สิ่งที่ “มาเก๊า” ต้องสูญเสียไปตลอดกาล หลังการมาถึงของบ่อนพนันและกาสิโน

June 20th, 2015 · 28 Comments · การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, วัฒนธรรม, สื่อ, หนังสือ, เศรษฐกิจ

ภาพจาก www.macaocenter.com

เดือนมิถุนายน 2558 สังคมไทยถูกโยนข้อเสนอเรื่อง “บ่อนพนัน หรือ กาสิโน” ลงมาให้ขบคิดอีกครั้งว่า ควรมีการจัดตั้งให้ถูกกฎหมาย จัดระเบียบใหม่จากของที่เคยอยู่ใต้ดิน เอาขึ้นมาอยู่บนดิน รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐจะได้ไม่ต้องไปวิ่งไล่จับให้เสียงบประมาณ ทั้งยังสามารถเก็บภาษี-กำไร เข้ารัฐได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนกับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนตัวผมเป็นคนไม่ชอบเล่นการพนัน มีบางครั้งที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามความเชื่อที่เกี่ยวพันกับจิตวิญญาณ แต่ก็นานๆ ครั้ง ปีละไม่เกิน 2-3 งวด ผมไม่นิยมชมชอบเล่นการพนันถึงขนาดที่ว่า หลายครั้งที่มีโอกาสธุระที่ลาสเวกัส มหานครแห่งการพนัน ก็ไม่เคยเสียเงินให้สล็อตแมชชีน โต๊ะบาคารา หรือ การพนันอื่นๆ แม้สักดอลลาร์หรือสักเซนต์หนึ่ง มิใช่ว่าผมมองเรื่องโชคลาภ หรือ ดวงชะตาเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ผมเห็นว่า “การพนัน” ไม่ว่าจะเป็น หวย หุ้น บ่อน หรือกาสิโน จริงๆ แล้วเป็น “เกมสถิติ” ที่ “เจ้ามือไม่มีวันแพ้ (The House Always Wins)” ต่างหาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นนักเรียนเศรษฐศาสตร์ ผมจึงได้ยิน ได้ฟังและได้ขบคิดเกี่ยวกับ เกี่ยวกับผลรับเชิงเศรษฐ กิจที่อาจเกิดขึ้นหากรัฐอนุญาตให้มีการตั้งบ่อนการพนันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ […]

[Read more →]

Tags:·········

วิ่งรอบวัง Tokyo Imperial Palace

May 20th, 2015 · Comments Off on วิ่งรอบวัง Tokyo Imperial Palace · กล้อง-ถ่ายภาพ, กีฬา, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

008-IMG_7445-web

       “ในการวิ่งระยะไกล คู่ต่อสู้หนึ่งเดียวที่คุณต้องเอาชนะคือตัวคุณเอง วิถีที่คุณคุ้นเคย (In long-distance running the only opponent you have to beat is yourself, the way you used to be)” – ฮารุกิ มูราคามิ        ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายด้วยการวิ่ง แม้ผมจะไม่ใช่คนวิ่งไวและไม่ใช่คนวิ่งเก่งขนาดไปลงแข่งวิ่งมาราธอน แต่เหตุผลสำคัญหลักของการออกวิ่งเป็นประจำก็คือ “การวิ่ง” ทำให้ผมได้ออกกำลังกายตามตารางเวลาและโอกาส ที่ชีวิตประจำวันจะเอื้ออำนวย โดยไม่ต้องไปอ้างอิงกับตารางเวลาของใครๆ        หลายปีที่ผ่านมา ปกติแล้วทุกๆ สัปดาห์ผมจะใช้เวลาก่อนกลับบ้าน ช่วงเย็นแวะจอดรถในซอยสุโขทัย เพื่อไปวิ่งรอบๆ พระราชวังสวนจิตรลดาที่มีความยาวประมาณ 3.4 กิโลเมตรต่อหนึ่งรอบ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์นั้น ผมมักจะแวะไปวิ่งที่สวนจตุจักร หรือรอบหมู่บ้าน โดยหากฝนตกก็จะไปวิ่งที่สถานออกกำลังกายใกล้บ้าน       […]

[Read more →]

Tags:·········

หลงเสน่ห์เบนโตะ – “ไหปลาหมึก” ที่อาคาชิ

April 10th, 2015 · Comments Off on หลงเสน่ห์เบนโตะ – “ไหปลาหมึก” ที่อาคาชิ · ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, หนังสือ, อาหาร

220x200---prod_18

“สังคมญี่ปุ่นเหมือนกับกล่องเบนโตะ ทุกอย่างอยู่ในที่ของมัน องค์ประกอบทุกอย่าง รวมถึงตัวกล่องต้องดูดีและสวยงาม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือทุกส่วนมีหน้าที่และพันธกิจของมัน ทุกส่วนประกอบถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วน โดยไม่มีการเชื่อมโยงต่อกันและกัน ในอีกมุมหนึ่ง สังคมตะวันตกนั้นเหมือนกับแซนด์วิช” – Japan Today จากข้อมูลการจัดประเภทชาวญี่ปุ่นแบ่ง “เบนโตะ” ออกเป็น 5 ประเภทหลัก* ดังนี้คือ มาคุโนอุชิ เบนโตะ – เบนโตะประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (1603-1868) ซึ่งผู้ที่ไปชมละครคาบุกิจะนำเบนโตะไปรับประทานในช่วงระหว่างพักการแสดงตอนม่านปิด ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นคำว่า “ม่าน” คือ “มาคุ” จึงเป็นที่มาของชื่อเบนโตะประเภทนี้ “มาคุโนอุชิ เบนโตะ” ได้รับความนิยมมาถึงทุกวันนี้ และสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามสถานีรถไฟหรือร้านสะดวกซื้อ โดยจะประกอบด้วยปลา,เนื้อ, ผักต้ม, ผักดอง และข้าวซึ่งอาจโรยด้วยงา และอาจมีบ๊วยหวานมาให้ด้วยก็ได้ โอมุสุบิ – ข้าวปั้น หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ โอนิกิริ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบทั้งแบบสามเหลี่ยม ก้อนกลม หรือเป็นแท่ง และอาจห่อด้วยสาหร่าย หรือโรยด้วยงาหรือผงโรยข้าวประเภทต่างๆ โชกะยากิ เบนโตะ – ข้าวกล่องหมูผัดขิง เป็นอาหารยอดนิยมสำหรับรองท้องยามบ่าย และหาซื้อได้แทบทุกร้านสะดวกซื้อ […]

[Read more →]

Tags:·········

หลงเสน่ห์ “เบนโตะ” ตอนที่ 1

March 14th, 2015 · Comments Off on หลงเสน่ห์ “เบนโตะ” ตอนที่ 1 · ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

001-IMG_4039-web

“การหาความรื่นรมย์ในพื้นที่เล็กๆ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น”– Design Talks by NHK คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นมักจะมีจุดมุ่งหมายไปหาอาหารและของกินที่สด สะอาด แปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก เนื้อหมู เนื้อวัว ซูชิ ซาซิมิ เทมปุระ ผัก ผลไม้ ฯลฯ ตั้งแต่ของกินเล่นข้างถนน เรียกได้ว่าของน่ากินที่ญี่ปุ่นนั้นให้สาธยายก็สาธยายกันได้ไม่จบไม่สิ้น แต่วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงอาหาร และวัฒนธรรมการกินประเภทหนึ่งที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น แต่คนไทยมักจะไม่ค่อยสังเกตหรือสนใจกันเท่าไหร่ นั่นคือ “อาหารกล่อง” หรือที่เรียกว่า “เบนโตะ (弁当)” นั่นเอง ในความรู้สึกของ คนนอกที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนไทย คำว่า “อาหารกล่อง” นั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยเท่าไรนัก เพราะให้ความรู้สึกเหมือนกิน “อาหารกล่องโฟม” ที่ภาษาวัยรุ่นสมัยก่อนเขาเรียกว่า อาหารกินกันตาย กินกันหิว จับยัดใส่ปากให้ท้องอิ่มไว้ก่อน เวลาต้องไปปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ ไปเข้าค่าย เดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งตรงจุดนี้เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากมุมมองของคนญี่ปุ่นกับ “เบนโตะ” โดยสิ้นเชิง เพราะ “เบนโตะ” นั้นอยู่ในวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่เด็ก […]

[Read more →]

Tags:······

เมื่อผมเห็นเด็กญี่ปุ่นเดินไปโรงเรียน

January 30th, 2015 · Comments Off on เมื่อผมเห็นเด็กญี่ปุ่นเดินไปโรงเรียน · กล้อง-ถ่ายภาพ, ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, วัฒนธรรม

001-DSC_1298-web

ต้นปี 2558 ที่ผ่านมาองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว แห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) เปิดเผยข้อมูลสรุปตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในรอบปี 2557 ที่ถือเป็นสถิติปีแรกแบบครบปี หลังจาก ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยว ให้กับคนไทย โดยเริ่มบังคับใช้ใน วันที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ.2556 ทั้งนี้สถิติระบุว่า ตลอด 12 เดือนของ ปี 2557 มีคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งหมด 657,600 คน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 45.0 ย้อนหลัง 5 ปี สถิตินักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ปี 2557 – 657,600 คน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 45.0) ปี 2556 – 453,642 คน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ74.0) ปี 2555 – 260,640 คน (เพิ่มขึ้น ร้อยละ 79.8) […]

[Read more →]

Tags:······

แด่ … มนุษย์ต่างดาวที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี

September 20th, 2014 · Comments Off on แด่ … มนุษย์ต่างดาวที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, หนังสือ

IMG_0737-web

“ผมเตรียมตัวตายไว้ตั้งแต่อายุ 35 แล้ว เพราะเมื่อ 35 ผมหมดภาระจากเรื่องที่มนุษย์เขาทำกัน เช่น ส่วนใหญ่จะหาบ้าน ที่อยู่อาศัย หาเครื่องนุ่มห่ม หายารักษาโรค หรือหาอาหารการกิน ทีนี้พอผมอายุ 35 ผมพ้นภาระเรื่องเหล่านี้แล้ว บ้านเป็นสิบๆ หลัง ไม่ใช่หลังเดียว” – ถวัลย์ ดัชนี ……………………… ธันวาคม 2553 ผมและภรรยา เดินทางขึ้นไปทำบุญที่จังหวัดเชียงราย พร้อมกับครอบครัวของคุณสุรวิชช์ วีรวรรณ โดยเราพักกันอยู่ที่บ้านไร่ในตำบลนางแล อำเภอเมือง บ่ายแก่ๆ ของวันที่เราไปถึง คุณสุรวิชช์ก็เอ่ยชวนผมกับภรรยาขึ้นว่า จะไปชม “บ้านดำ” ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ที่อยู่ซอยข้างๆ กันไหม ขับรถไปไม่น่าจะเกิน 5-10 นาที ซึ่งพวกเราก็ตกลง โดยขับรถออกไปกันทั้งหมด 4 คน เราไปถึงบ้านดำกันตอนจะหมดเวลาเข้าชมพอดีจึงไม่ได้มีโอกาสเข้าไปด้านใน ทว่า เราโชคดีกว่าเพราะได้เจอเจ้าของบ้านที่กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวจากกรุงเทพฯ กลุ่มเล็กๆ โดยเมื่อเข้าไปใกล้ผมก็พบว่า หนึ่งในนักข่าวที่กำลังรุมล้อม อ.ถวัลย์อยู่นั้น คือ […]

[Read more →]

Tags:···········

จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๖

July 13th, 2014 · Comments Off on จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๖ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

004-Untitled-web

หนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ของ พระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) ทำให้พวกเราได้ทราบถึงข้อมูลบางประการเกี่ยวกับวังถนนพระอาทิตย์ในปีพุทธศักราช ๒๔๖๓ หรือเมื่อราว ๙๐ กว่าปีที่แล้วว่า อาณาเขตที่ดินอันเคยเป็นวังถนนพระอาทิตย์เดิมได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น ๔ แปลงในหมู่ทายาทและบรรดาเชื้อสายสกุลอิศรเสนาที่สืบมาจากกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดช หรือ พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ เกือบทั้งสิ้น โดยยังคงอาศัยอยู่รวมกันในที่สี่แปลงนี้ โดยมีพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ทายาทผู้ครอบครองที่ดินหนึ่งในสี่แปลงเป็นผู้ปกครองดูแล อาณาเขตวังถนนพระอาทิตย์เดิมในสมัยที่กรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดชยังดำรงพระชนม์อยู่ และยังมิได้มีการแบ่งแยกออกเป็นสี่ส่วนนั้น น่าจะกล่าวได้ว่า ศูนย์กลางของวังคงไม่พ้นไปจากตำหนักที่ประทับ ตำหนักนี้เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว มีหลักฐานระบุว่าตกเป็นของหม่อมเจ้ากระจ่าง พระโอรสองค์ใหญ่ ตำหนักนี้คงจะอยู่ในที่แปลงใดแปลงหนึ่งในสี่แปลงนั้นเอง เพียงแต่ว่าในสมัยที่กล่าวถึงคือ ในรัชกาลที่ ๖ นั้น ศูนย์กลางความสำคัญของวังถนนพระอาทิตย์ได้ย้ายมาอยู่เสียที่บ้านพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ผู้เป็น “หม่อมราชวงศ์ผู้ใหญ่” ในสกุลแล้ว บ้านของเจ้าพระยาวรพงศ์ฯ ในขณะนั้น นอกจากตึกใหญ่ที่ระบุถึงในหนังสือกราบบังคมทูลแล้ว คงจะประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างเป็นเรือนบริวารอีกหลายหลัง เพราะปรากฎในประวัติชีวิตของท่านว่าได้มีกิจกรรมต่างๆ เกิดขึ้นที่บ้านแห่งนี้มากมายหลายหลาก ทั้งราชการและกิจการงานส่วนตัว ซึ่งแต่ละงานล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องต้องอาศัยฝีมือ หรือ แรงงานคนจำนวนสิบจำนวนร้อยทั้งสิ้น ในด้านงานราชการ ในสมัยที่ท่านรับราชการอยู่ในรัชกาลที่ ๕ นั้น ท่านจัดเป็นช่างหลวงคนสำคัญผู้หนึ่ง ซึ่งมีบทบาทและผลงานในด้านการก่อสร้าง ตกแต่งพระที่นั่งหรือพระตำหนักในบรมมหาราชวัง และในพระราชวังสวนดุสิต งานตกแต่งพระที่นั่งหรือพระตำหนัก ในส่วนของการจัดหาเครื่องใช้จำพวกมุ้ง […]

[Read more →]

Tags:············