ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Entries Tagged as 'หนังสือ'

พลิกอ่านประวัติศาสตร์ที่เกือบหล่นหาย : Red-Color News Soldier (红色新闻兵)

September 28th, 2017 · Comments Off on พลิกอ่านประวัติศาสตร์ที่เกือบหล่นหาย : Red-Color News Soldier (红色新闻兵) · กล้อง-ถ่ายภาพ, ต่างประเทศ, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, หนังสือ

ชะตาชีวิตของคนคนหนึ่งนั้น แน่นอนว่าต้องพึ่งพาการดิ้นรนและต่อสู้ส่วนบุคคล แต่ก็จำเป็นต้องพิจารณาถึงบริบททางประวัติศาสตร์ด้วย (一个人的命运啊,当然要靠自我奋斗,但是也要考虑到历史的行程) —– เจียง เจ๋อหมิน อดีตผู้นำรุ่นที่ 3 ของจีน และประธานาธิบดีคนที่ 5 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน *********************************** ผมพาครอบครัวไปเดินซื้อหนังสือในงานมหกรรมหนังสือ Big Bad Wolf Bangkok 2017 เมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา หลังจากที่เลือกซื้อหนังสือเด็กที่ดูน่าสนใจให้ลูกๆ ได้จำนวนหนึ่ง และปล่อยให้เด็กๆ ได้หยิบหนังสือที่เขาชอบคนละเล่มสองเล่ม ก่อนจะเดินออกมาชำระเงินผมเหลือบไปเห็นหนังสือปกสีแดงสดเล่มหนึ่ง เมื่อจับอ่านให้ชัดจึงเห็นชื่อหนังสือระบุว่า Red-Color News Soldier : Secret Archive Hidden For 40 Years, The Unseen Story of The Cultural Revolution หนังสือหนา 300 กว่าหน้า ปกหนังสือคลุมพลาสติกสีแดง พิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทอง กระดาษอาร์ตมันสลับกระดาษปอนด์ พิมพ์ในประเทศอิตาลีเล่มนี้แปะป้ายราคาไว้แค่ 230 บาท […]

[Read more →]

Tags:·····

เมื่อความจริงปรากฎว่า “ชายไทยกลัวเมีย” มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

September 15th, 2017 · Comments Off on เมื่อความจริงปรากฎว่า “ชายไทยกลัวเมีย” มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา · ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, หนังสือ

“ฤดูปีเดือนในเสี้ยมหลอก๊กไม่เที่ยง พื้นแผ่นดินก็เปียกแฉะ ชาวชนต้องอยู่เรือนเป็นหอสูง (เรือนโบราณที่มีชั้นบนชั้นล่าง ชั้นบนจีนเรียกว่าหอ) หลังคามุงด้วยไม้หมากเอาหวายผูก ที่มุงด้วยกระเบื้องก็มี เครื่องใช้ไม่มีโต๊ะ เก้าอี้และม้านั่ง ใช้แต่พรมกับเสื่อหวายปูพื้น ประชาชนนับถือเซกก่า (พุทธศาสนา) ผู้ชายบวชเป็นเจง (พระภิกษุ) ผู้หญิงบวชเป็นหนี (นางชี) ไปอยู่ตามวัด ผู้ที่มียศศักดิ์และมั่งมีนั้น เคารพหุด (นับถือพระภิกษุที่สำเร็จ) มีเงินทองถึงร้อยก็ทำทานกึ่งหนึ่งด้วยไม่มีความเสียดาย … การใช้จ่ายเงินทองสุดแล้วแต่ผู้หญิง ด้วยผู้หญิงมีสติปัญญา ผู้ชายที่เป็นสามีก็ต้องเชื่อฟัง” – – – ประเทศไทยในตำนานจีน (หน้าที่ 6-7) หลายวันก่อน เฟซบุ๊กเพจ Chuan An Books ของสำนักพิมพ์ชวนอ่าน นำลิงก์เอกสารเก่าแก่เรื่อง “ประเทศไทยในตำนานจีน” เป็นฉบับ PDF ความยาวทั้งสิ้น 62 หน้า มาเผยแพร่ … ผมได้อ่านดูแล้วเห็นว่าน่าสนใจดีจึงอยากนำบางส่วนมาเล่าสู่กันฟัง “ประเทศไทยในตำนานจีน” ฉบับนี้ตีบาร์โคดว่าเป็นของห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TULIB) จัดพิมพ์ขึ้นโดยกรมศิลปากรจากดำริของ นายพันเอก หลวงพรหมโยธี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อแจกจ่ายในงานฌาปนกิจศพของนายอึ้งยุกหลง […]

[Read more →]

Tags:·······

สติ – ลิง – พรปีใหม่ ๒๕๕๙

January 2nd, 2016 · Comments Off on สติ – ลิง – พรปีใหม่ ๒๕๕๙ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, หนังสือ

ในวันเริ่มต้นศักราชใหม่ปีวอก ๒๕๕๙ ผมถือโอกาสพาครอบครัวเดินทางไปไหว้พระ และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารเหมือนเช่นทุกปี เปรียบเทียบกับปีก่อนๆ ปีนี้วัดเบญฯ ดูจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีน การได้พบเจอผู้คนจำนวนมากในช่วงขึ้นศักราชใหม่เช่นนี้ ทำให้ได้คิดอะไรหลายอย่าง เหมือนกับท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย เราจึงมีโอกาสได้ฉุกคิด อยู่กับตัวเองและทำความรู้จักตัวเรามากขึ้น สิ่งแรกที่ผมคิดถึงก็คือ ส.ค.ส. พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ซึ่งมีพรพระราชทานระบุ “สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ ขอจงมีความสุขความเจริญ Happy New Year” สังเกตว่า พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่ได้ให้พรประชาชนด้วยความร่ำรวย หรือ ฟุ้งเฟ้อ แต่ทรงย้ำเตือนให้ทุกคนคำนึงถึงสิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือ กำลังกายที่แข็งแรง กำลังใจที่เข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ “สติที่รู้เท่าทันอยู่เสมอ” ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่เองย่อมนำมาสู่ความสุขความเจริญของทุกคน สังคม และประเทศชาติ ถัดมา เมื่อกล่าวถึงเรื่องสติ โยงเข้ากับปีวอก หรือ ปีลิง ทำเอาผมอดหวนนึกไปถึง คำสอนของพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ใน หนังสือโพชฌงค์ : พุทธวิธีเสริมสุขภาพ* ทั้งนี้ […]

[Read more →]

Tags:···········

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5)

November 9th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ภาพยนตร์, หนังสือ

“สำหรับคนญี่ปุ่น การสูญเสียเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์ในสงครามโลกครั้งที่สองยังคงเป็นรอยแผลบาดลึกอยู่ในใจแม้กระทั่งวันนี้ หลังสงครามสิ้นสุดรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นปัจจุบันซึ่งเรียกกันว่าเป็นฉบับสันติภาพ ตลอดจนการศึกษาของญี่ปุ่นต่างก็มีจุดเน้นที่ว่า ‘ต่อแต่นี้ไปญี่ปุ่นจะละสิทธิการทำสงคราม’ …” — โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·, นางาซากิ ยลเสน่ห์ล้ำ … ย้ำอดีตลึก เย็นวันหนึ่งกลางเดือนกันยายน 2558 … ผมนัดกับ “ดร.หนุ่ม” โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·และเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย สังสรรค์กันที่ร้านอาหารใจกลางย่านห้างสรรพสินค้าของกรุงเทพมหานคร วันเวลาผันผ่าน พวกเราจากเด็กวัยรุ่น ต่างย่างเข้าสู่วัยกลางคน ปัจจุบัน ดร.หนุ่ม กลายเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยโตเกียวการต่างประเทศ (Tokyo University of Foreign Studies) อีกทั้งยังมีสถานะเป็นนักเขียน นักแปล ล่าม คนพากษ์เสียงโฆษณาและวิดีทัศน์ พิธีกร และนักจัดรายการวิทยุภาคภาษาไทยของ NHK World Radio Japan ด้วย โดยปัจจุบัน ดร.หนุ่ม อาศัยอยู่ที่กรุงโตเกียวเป็นการถาวร คราวนี้ ดร.หนุ่ม กลับมาบ้านเกิดแค่เจ็ดวัน เพื่อมาเก็บข้อมูลงานวิจัย ผมเลยถือโอกาสนัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันกว่าสิบปีมากินข้าวและพูดคุยสัพเพเหระ ทั้งเรื่องเก่า เรื่องเพื่อน เรื่องกิน เรื่องเที่ยว […]

[Read more →]

Tags:························

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4)

October 22nd, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, ภาพยนตร์, วัฒนธรรม, หนังสือ

11 นาฬิกา 2 นาที คือ เวลาที่เข็มสั้น-เข็มยาวบนนาฬิกาไม้เรือนนั้นบอกไว้ วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 สามวันให้หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า บนเกาะฮอนชู เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29 ที่ได้ชื่อเล่นว่า Bockscar พร้อมกับเครื่องบินอีก 5 ลำ ได้รับภารกิจพิเศษให้นำระเบิดปรมาณูแบบระเบิดเข้าข้างใน โดยใช้วัสดุกัมมันตรังสีพลูโตเนียม (Plutonium implosion–type) ชื่อเล่น “แฟตแมน (Fat Man)” ซึ่งมีความแตกต่างจากระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย (Little Boy)” ที่ถูกทิ้งที่ฮิโรชิม่าที่เป็นระเบิดแบบกระบอกปืน ใช้วัสดุกัมมันตรังสียูเรเนียม (Uranium gun-type) ทว่ามีอำนาจในการทำลายล้างใกล้เคียงกันคือ เทียบเท่ากับลูกระเบิดทีเอ็นทีประมาณ 15,000-21,000 ตัน [1] ช่วงเช้ามืดก่อนฟ้าสาง Bockscar พร้อมฝูงบินออกเดินทางจากฐานบินในมหาสมุทรแปซิฟิก มุ่งหน้าไปยังโคะคุระ (小倉市) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นแหล่งผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำสงคราม ทว่า ด้วยอุปสรรคทางด้านสภาพอากาศและทัศนวิสัยทำให้ในเวลาต่อมา Bockscar จึงเบนหัวไปทางเมืองนางาซากิเป้าหมายรองของภารกิจในวันนั้นแทน ก่อนหน้าเดือนสิงหาคม […]

[Read more →]

Tags:···············

สิ่งที่ “มาเก๊า” ต้องสูญเสียไปตลอดกาล หลังการมาถึงของบ่อนพนันและกาสิโน

June 20th, 2015 · 28 Comments · การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, วัฒนธรรม, สื่อ, หนังสือ, เศรษฐกิจ

ภาพจาก www.macaocenter.com

เดือนมิถุนายน 2558 สังคมไทยถูกโยนข้อเสนอเรื่อง “บ่อนพนัน หรือ กาสิโน” ลงมาให้ขบคิดอีกครั้งว่า ควรมีการจัดตั้งให้ถูกกฎหมาย จัดระเบียบใหม่จากของที่เคยอยู่ใต้ดิน เอาขึ้นมาอยู่บนดิน รัฐและเจ้าหน้าที่รัฐจะได้ไม่ต้องไปวิ่งไล่จับให้เสียงบประมาณ ทั้งยังสามารถเก็บภาษี-กำไร เข้ารัฐได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนกับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนตัวผมเป็นคนไม่ชอบเล่นการพนัน มีบางครั้งที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลตามความเชื่อที่เกี่ยวพันกับจิตวิญญาณ แต่ก็นานๆ ครั้ง ปีละไม่เกิน 2-3 งวด ผมไม่นิยมชมชอบเล่นการพนันถึงขนาดที่ว่า หลายครั้งที่มีโอกาสธุระที่ลาสเวกัส มหานครแห่งการพนัน ก็ไม่เคยเสียเงินให้สล็อตแมชชีน โต๊ะบาคารา หรือ การพนันอื่นๆ แม้สักดอลลาร์หรือสักเซนต์หนึ่ง มิใช่ว่าผมมองเรื่องโชคลาภ หรือ ดวงชะตาเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ผมเห็นว่า “การพนัน” ไม่ว่าจะเป็น หวย หุ้น บ่อน หรือกาสิโน จริงๆ แล้วเป็น “เกมสถิติ” ที่ “เจ้ามือไม่มีวันแพ้ (The House Always Wins)” ต่างหาก อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นนักเรียนเศรษฐศาสตร์ ผมจึงได้ยิน ได้ฟังและได้ขบคิดเกี่ยวกับ เกี่ยวกับผลรับเชิงเศรษฐ กิจที่อาจเกิดขึ้นหากรัฐอนุญาตให้มีการตั้งบ่อนการพนันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ […]

[Read more →]

Tags:·········

หลงเสน่ห์เบนโตะ – “ไหปลาหมึก” ที่อาคาชิ

April 10th, 2015 · Comments Off on หลงเสน่ห์เบนโตะ – “ไหปลาหมึก” ที่อาคาชิ · ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, หนังสือ, อาหาร

220x200---prod_18

“สังคมญี่ปุ่นเหมือนกับกล่องเบนโตะ ทุกอย่างอยู่ในที่ของมัน องค์ประกอบทุกอย่าง รวมถึงตัวกล่องต้องดูดีและสวยงาม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือทุกส่วนมีหน้าที่และพันธกิจของมัน ทุกส่วนประกอบถูกแบ่งเป็นสัดเป็นส่วน โดยไม่มีการเชื่อมโยงต่อกันและกัน ในอีกมุมหนึ่ง สังคมตะวันตกนั้นเหมือนกับแซนด์วิช” – Japan Today จากข้อมูลการจัดประเภทชาวญี่ปุ่นแบ่ง “เบนโตะ” ออกเป็น 5 ประเภทหลัก* ดังนี้คือ มาคุโนอุชิ เบนโตะ – เบนโตะประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (1603-1868) ซึ่งผู้ที่ไปชมละครคาบุกิจะนำเบนโตะไปรับประทานในช่วงระหว่างพักการแสดงตอนม่านปิด ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นคำว่า “ม่าน” คือ “มาคุ” จึงเป็นที่มาของชื่อเบนโตะประเภทนี้ “มาคุโนอุชิ เบนโตะ” ได้รับความนิยมมาถึงทุกวันนี้ และสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามสถานีรถไฟหรือร้านสะดวกซื้อ โดยจะประกอบด้วยปลา,เนื้อ, ผักต้ม, ผักดอง และข้าวซึ่งอาจโรยด้วยงา และอาจมีบ๊วยหวานมาให้ด้วยก็ได้ โอมุสุบิ – ข้าวปั้น หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ โอนิกิริ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบทั้งแบบสามเหลี่ยม ก้อนกลม หรือเป็นแท่ง และอาจห่อด้วยสาหร่าย หรือโรยด้วยงาหรือผงโรยข้าวประเภทต่างๆ โชกะยากิ เบนโตะ – ข้าวกล่องหมูผัดขิง เป็นอาหารยอดนิยมสำหรับรองท้องยามบ่าย และหาซื้อได้แทบทุกร้านสะดวกซื้อ […]

[Read more →]

Tags:·········

แด่ … มนุษย์ต่างดาวที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี

September 20th, 2014 · Comments Off on แด่ … มนุษย์ต่างดาวที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, หนังสือ

IMG_0737-web

“ผมเตรียมตัวตายไว้ตั้งแต่อายุ 35 แล้ว เพราะเมื่อ 35 ผมหมดภาระจากเรื่องที่มนุษย์เขาทำกัน เช่น ส่วนใหญ่จะหาบ้าน ที่อยู่อาศัย หาเครื่องนุ่มห่ม หายารักษาโรค หรือหาอาหารการกิน ทีนี้พอผมอายุ 35 ผมพ้นภาระเรื่องเหล่านี้แล้ว บ้านเป็นสิบๆ หลัง ไม่ใช่หลังเดียว” – ถวัลย์ ดัชนี ……………………… ธันวาคม 2553 ผมและภรรยา เดินทางขึ้นไปทำบุญที่จังหวัดเชียงราย พร้อมกับครอบครัวของคุณสุรวิชช์ วีรวรรณ โดยเราพักกันอยู่ที่บ้านไร่ในตำบลนางแล อำเภอเมือง บ่ายแก่ๆ ของวันที่เราไปถึง คุณสุรวิชช์ก็เอ่ยชวนผมกับภรรยาขึ้นว่า จะไปชม “บ้านดำ” ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ที่อยู่ซอยข้างๆ กันไหม ขับรถไปไม่น่าจะเกิน 5-10 นาที ซึ่งพวกเราก็ตกลง โดยขับรถออกไปกันทั้งหมด 4 คน เราไปถึงบ้านดำกันตอนจะหมดเวลาเข้าชมพอดีจึงไม่ได้มีโอกาสเข้าไปด้านใน ทว่า เราโชคดีกว่าเพราะได้เจอเจ้าของบ้านที่กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวจากกรุงเทพฯ กลุ่มเล็กๆ โดยเมื่อเข้าไปใกล้ผมก็พบว่า หนึ่งในนักข่าวที่กำลังรุมล้อม อ.ถวัลย์อยู่นั้น คือ […]

[Read more →]

Tags:···········

ประวัติบ้านพระอาทิตย์ ตอนที่ ๑

June 4th, 2014 · Comments Off on ประวัติบ้านพระอาทิตย์ ตอนที่ ๑ · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, หนังสือ

Untitled-4

สิบห้าปีก่อน เมื่อครั้งที่ผมมีโอกาสเหยียบย่างเข้ามาในบริเวณรั้วสีส้มอ่อน ของบ้านเลขที่ ๑๐๒/๑ บ้านหลังใหญ่ริมถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร ผมไม่ทราบเลยว่าตัวเองจะมีความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้อย่างต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้ “บ้านพระอาทิตย์” ซึ่งในปัจจุบันประกอบด้วยบ้านหลังใหญ่และอาคาร ประกอบเป็นหมู่ตึกจำนวน ๓ หลัง สวนหน้าบ้าน สระน้ำกลางบ้าน พร้อมต้นไม้ใหญ่ภายในรั้วสีส้มอ่อน จริงๆ แล้วดูเหมือนสถานที่ท่องเที่ยว หรือคฤหาสน์หลังใหญ่ของพ่อค้า คหบดีผู้ร่ำรวยมากกว่าอาคารสำนักงานของหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการ รวมถึงบริษัทอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง หลายครั้งที่มีชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นฝรั่งหัวทอง หรือ นักท่องเที่ยวหัวดำชาวเอเชีย เดินดุ่มๆ เข้ามาในรั้วพร้อมยกกล้องถ่ายรูปขึ้นชักภาพเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ด้วยหลังคาทรงพีระมิด และสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยรัชกาลที่ ๗ ของตัวบ้านพระอาทิตย์ ประกอบกับความร่มรื่นของต้นไม้ ดอกไม้ และสนามหญ้าสีเขียว … ความจริงแล้วก็ไม่ใช่แปลกที่จะมีคนเข้าใจผิดเช่นนั้น เพราะที่หน้าบ้านพระอาทิตย์มีการปักป้ายที่จัดทำโดยกรุงเทพมหานคร ระบุถึงความสำคัญของบ้านหลังนี้ไว้ดังนี้ “เดิมเป็นบ้านของ เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) เสนาบดีกระทรวงวังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ และต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขสู่ระบอบประชาธิปไตย อาณาบริเวณบ้านเป็นที่ดินของตระกูลที่ตกทอดมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ ได้สร้างบ้านของท่านลงในบริเวณนี้ มีขนาดพอสมควรแก่ฐานะ จนถึงปี พ.ศ.๒๔๖๙ เมื่อรัชกาลที่ ๗ […]

[Read more →]

Tags:·············

“ฟง ฉังชิง” ขุนศึกผู้อาภัพแห่งราชวงศ์ถัง

January 13th, 2014 · Comments Off on “ฟง ฉังชิง” ขุนศึกผู้อาภัพแห่งราชวงศ์ถัง · ต่างประเทศ, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, หนังสือ

cover-8ad4b31c8701a18bc4b5e

“…กระหม่อมกราบทูลก่อนตาย ฝ่าบาทอาจเข้าพระทัยว่ากระหม่อมเพ้อเจ้อเหลวไหล หลังจากที่กระหม่อมตายแล้ว ขอฝ่าบาทอย่าได้ประมาทโจรกบฏ หวังว่าประเทศชาติคืนสู่ความสงบ ชนชาติหูพินาศสิ้น อย่างนั้นเป็นความปรารถนาของกระหม่อมแล้ว ขอยืดคอดื่มยาพิษ หันหาอาทิตย์ถวายสาร หากแม้นตายแล้วมีญาณรับรู้ ขอเป็นต้นหญ้าหน้ากองทัพ ชักนำผืนธงกองทัพราชัน ปราบโจรกบฏโดยราบคาบ เป็นตายตอบแทนพระคุณ สำนึกเต็มตื้นเหลือประมาณ กระหม่อมฟงฉังชิงกราบทูล” [1] หลายคนกับน้ำตาซึมเมื่อได้อ่านข้อความข้างต้นในจดหมายลาตายของ “แม่ทัพฟง ฉังชิง” ที่ปรากฎอยู่ในนิยายเรื่อง “เทพบุตร กู้บัลลังก์” นวนิยายจีนที่หยิบยืมช่วงหนึ่ง สมัยหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนยุคราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-907) ยุคสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์หลายพันปีของจีนมาเป็นฉากหลัง โดยผู้ประพันธ์อ้างถึงเรื่องราวในรัชสมัยของฮ่องเต้ถังเสวียนจง (唐玄宗, ค.ศ. 685–762) ฮ่องเต้องค์ที่ 6 แห่งราชวงศ์ถัง สร้างเสริมตัวละคร รวมถึงเติมแต่งเหตุการณ์ เพื่อปลุกให้ยุทธนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้มีชีวิตขึ้นมา แม่ทัพฟง ฉังชิง (封常清) หรือ ฟงไอ้จื่อ (ไอ้เตี้ยแซ่ฟง) เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเทพบุตรกู้บัลลังก์ เขียนโดยจิ่วถู เนื่องจากฟง ฉังชิงเป็นอาจารย์และเปรียบได้กับบิดาบุญธรรมของตัวละครเอกสองตัวในนิยายเรื่องนี้ คือ หวังสุน และ อวี้เหวินจื้อ อย่างไรก็ตาม ขณะที่หวังสุน และอวี้เหวินจื้อ [2] […]

[Read more →]

Tags:···········