ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

จับกล้อง (อีกที)

January 30th, 2008 · 405 Comments · ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ศิลปะ-วรรณกรรม

30 มกราคม 2551

 

 

.

30 มกราคม 2551 

 

ในสายตาของผม พ่อ เป็นคนที่ทำงานหนักและใช้ชีวิตอย่างสมถะมาก ถึงมากที่สุด

 

 ตั้งแต่ผมจำความได้ ในวันธรรมดา พ่อจะตื่นตีสี่ หรือ ตีสี่ครึ่งเพื่อออกไปทำงานที่โรงพยาบาลตอนตีห้ากว่าๆ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์พ่อจะออกทำงานที่คลินิกสายสักหน่อยประมาณตี 5 ครึ่ง โดยวันจันทร์-เสาร์ พ่อจะกลับถึงบ้านประมาณ 1 ทุ่มครึ่งถึง 2 ทุ่ม ส่วนวันอาทิตย์พ่อจะกลับมาบ้านในช่วงเย็น

 

 ชีวิตของพ่อไม่เคยมีวันหยุด จะหยุดก็แต่ในวันที่จำเป็นจริงๆ หรือวันที่แม่หรือลูกรบเร้าจริงๆ ว่าถึงเวลาต้องไปพักผ่อน ไปเที่ยวกันบ้างแล้ว ซึ่งก็นานๆ ครั้งเพียงปีละหรือสองครั้งเท่านั้น …

 

 เมื่อได้จับกล้องนิคอนของพ่อ ผมรู้ว่าจริงๆ แล้ว ครั้งหนึ่งพ่อก็เคยผ่านสมัยวัยหนุ่มที่นิยมใช้ของดีของแพงมาเหมือนกันเพราะนอกจากกล้องนิคอนแล้ว ผมมานึกได้ว่าในห้องนอนเก่าของพ่อยังมีเครื่องเล่นแผ่นเสียง แอมป์ ลำโพง ยี่ห้อแมคอินทอชประดับอยู่ ตู้เย็น-เครื่องซักผ้า เตาอบของบ้านเราแม่ก็บอกว่า พ่อกับแม่ขนมาจากอเมริกาทั้งนั้น โดยของต่างๆ เหล่านี้แม้จะราคาแพงแต่ก็ถือว่าคุ้มค่าทั้งสิ้น เพราะต่างก็มีอายุมากกว่า 20 ปีกว่าจะหมดอายุการใช้งาน

 

 เมื่อถึงวันจันทร์ถัดมา ผมพกกล้องนิคอนตัวเก่าของพ่อไปโรงเรียนด้วย เอาไปให้เพื่อนๆ ช่วยกันสำรวจว่ามันสามารถซ่อมแซมหรือทำอะไรได้บ้าง เป็นโชคดีของผมที่ชีวิตในช่วงมัธยมปลาย ผมได้รู้จักกับมิตรแท้หลายต่อหลายคน และได้ใช้ชีวิตช่วงมัธยมปลายอย่างคุ้มค่าที่สุด

 

 เนื่องจากกล้องนิคอนตัวเก่า รังถ่านเครื่องวัดแสงเน่าไปเสียแล้ว เวลาถ่ายภาพผมจึงมักจะยืมกล้องของเพื่อนมาใช้เป็นตัวอ้างอิงในการวัดแสง ฟิล์ม ISO200 Speed Shutter เท่านี้ รูรับแสงควรกว้างเท่าไหร่ พวกเรา ค่อยๆ หัดถ่าย เก็บหอมรอมริบค่าขนมประจำสัปดาห์เพื่อซื้อฟิล์ม ล้างฟิล์ม อัดรูป สรรหาเป้าหมายและเทคนิคในการถ่ายรูปใหม่ๆ มาลองกันอยู่เสมอ

 

 … โดยมีเป้าหมายหลักเป็นสาวๆ ที่อยู่ในห้อง : P

 

 กระทั่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ ผมที่สามารถสอบเทียบชั้น ม.6 ได้อย่างฟลุคๆ ก็ทดลองไปลงสนามสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย โดยไม่ได้หวังอะไรนอกจากการไปสัมผัสบรรยากาศของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงวัยรุ่นเกือบทุกคนในประเทศนี้

 

 ผมจำได้ว่า ผมเข้าสอบโดยไร้ความกดดัน ไม่มีใครไปรับ-ส่ง ไม่มีคนคอยส่งข้าวส่งน้ำ คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เป็นสนามสอบก็อยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงานของพ่อ ใกล้ๆ กับโรงเรียน รอบเช้าก็เดินไปสอบ กลางวันก็สังสรรค์กับเพื่อนๆ ก่อนที่ตอนบ่ายจะไปสอบต่อ แล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน

 

 อย่างไรก็ตาม ผลการสอบที่ออกมานั้นถือว่าเกินกว่าที่ทุกคนคาด … ผมสอบติดคณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

 คนที่ดูแปลกใจที่สุดคือพ่อกับแม่ที่ไม่เคยคิด หรือคาดหวังมาก่อนว่าลูกชายคนสุดท้องจะเอาดีกับเขาได้ …

 

 วันเปิดเทอม ผมเดินยืดอกในโรงเรียน เพราะทุกๆ ปีที่กระดานของโรงเรียนจะประกาศว่ามีนักเรียนคนใด ชั้นใด ห้องใดบ้างที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และเท่าที่จำได้ในปีนั้นดูเหมือนจะมีนักเรียนชั้น ม.4 แค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สอบติด

 

 การสอบเอนทรานซ์ติดในตอนนั้นเป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดหนึ่งในชีวิตการถ่ายภาพของผม เพราะ พ่อกับแม่อนุญาตให้ผมซื้อกล้องถ่ายรูปชั้นดีได้หนึ่งชุดและนั่นเองเป็นจุดเริ่มของความสนใจในการถ่ายรูปของผมอย่างจริงๆ จังๆ

สวนอ้อยอิ่ง ซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

Tags: ··

405 Comments so far ↓