ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

“ปาฏิหาริย์” ของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” (3)

May 22nd, 2009 · 51,159 Comments · การเมือง, ชีวิต-สังคม

ในสายตาของ บุคคลภายนอก ศัตรู หรือ คนที่ไม่รู้จัก … “สนธิ ลิ้มทองกุล” ดูจะเป็นคนเข้าถึงยาก เป็นผู้ที่บางคนให้ความเคารพรัก บางคนเกลียด … บางคนคาดหวัง บางคนเกรงกลัว … บางคนบอกน่ารัก บางคนบอกก้าวร้าว …

 

สนธิ ลิ้มทองกุลในวันบวช ที่ จ.อุดรธานี 8 พฤศจิกายน 2550

.

แต่ไม่ว่าใครจะรู้จักสนธิ ลิ้มทองกุล ในแง่มุมไหน สนธิ ลิ้มทองกุลที่ผมและชาวผู้จัดการ-เอเอสทีวี รู้จักก็เป็น “ปุถุชนธรรมดา” ที่มีรัก-มีโลภ-มีโกรธ-มีหลง …. มีเลือด-มีเนื้อ-มีความเจ็บปวด-มีน้ำตา

 

 

แต่ภาพที่ผมเห็น ณ ขณะนั้น แม้จะถูกลอบยิงเป็นร้อยๆ นัด แต่คุณสนธิในสภาพบาดเจ็บสาหัส ก็ยังคงเป็น “สนธิ ลิ้มทองกุล” คนเดิมที่ผมรู้จักตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็น “สนธิ” ที่สามารถเก็บความรู้สึก-กัดฟันฝังความเจ็บปวดไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้ในวันที่ถูกยิงเลือดท่วมตัว แต่เขาก็ยังสามารถรวบรวมเอาพลังเดินขึ้นเตียงพยาบาลได้ด้วยตนเอง อย่างไม่ต้องเรียกหาให้คนหาม หรือ ร้องเรียกให้ใครเข้าประคับประคองแต่อย่างใด

 

 

วันนั้น เขาเดินขึ้นเตียงพยาบาลด้วยสองขา … แม้ว่าร่างในสภาพเสื้อผ้าทั้งท่อนบน ท่อนล่างจะโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด แว่นตาจะชโลมไปด้วยโลหิตจากกะโหลกศีรษะที่แตกและมีรอยเศษกระสุนฝังใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าอกซึ่งมีรอยถลอกของอาวุธที่ว่ากันว่าเป็น “กระสุนปืน” …

 

 

ทั้งนี้ในระหว่างที่คุณสนธิกำลังนอนให้แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลวชิระฯ ตรวจอาการอยู่ในห้องฉุกเฉินและเตรียมที่จะเข้าห้องซีทีเพื่อเอกซเรย์สมองอยู่นั้น พี่ๆ เรียกให้ผมเข้าไปถ่ายรูปบาดแผลของคุณสนธิ เก็บเอาไว้ทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นที่ศีรษะด้านขวาเหนือขมับ ที่แขนขวา และ ที่สำคัญที่ “หน้าอกด้านซ้าย” ใกล้กับหัวใจ

 

 

พิจารณา “บาดแผล” บริเวณหน้าอกด้านซ้าย คร่าวๆ ด้วยสายตา บาดแผลดังกล่าว เป็นแผลถลอกคล้ายถูกของแข็งกระแทกค่อนข้างแรง จนผิวหนังหลุดลอกไปส่วนหนึ่ง ขณะที่รอบๆ บาดแผลเป็นวงจ้ำเลือด … (ดังภาพ)

 

 

ทั้งนี้ในเวลาต่อมาเมื่อมาพิจารณาเพิ่มเติมจากเสื้อชุดที่คุณสนธิใส่ในวันนั้นแล้ว (ปัจจุบันชุดดังกล่าวถูกเก็บใส่กรอบ อยู่ ณ บ้านพระอาทิตย์) ก็จะพบว่าเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวที่คุณสนธิใส่ ตรงจุดที่เป็นรอยแผลบริเวณหน้าอกด้านซ้ายดังกล่าวนั้น เป็นรูคล้าย “กระสุน” ที่เจาะผ่านเสื้อผ้าไปแล้ว และพร้อมจะปลิดชีพบุคคลที่สวมใส่เสื้อผ้าฝ้ายตัวนั้นให้ดับชีวิต แดดิ้นไปในบัดดล

 

 

ทว่า “คมกระสุน” หรือ “อาวุธที่พุ่งเข้ามา” กลับไม่สามารถทำทะลุผ่านร่างกาย เข้าปลิดขั้วหัวใจ บุคคลผู้นั้นได้ดังประสงค์ของคนลั่นไกและคนที่อยู่เบื้องหลังแผนอำมหิต

 

 

… “เพชฌฆาตไร้หัวใจ” เพียงหยุดนิ่งอยู่ที่ชั้นผิวหนัง และ ก่อให้เกิดรอยถลอกบริเวณผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น

 

 

“ปาฏิหาริย์” ไม่เพียงแต่เกิดกับคุณสนธิเท่านั้น แต่รวมถึงคนขับรถและผู้ติดตามด้วย

 

 

พี่ยาว – วายุภักษ์ ผู้ติดตามที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับรถตามเนื้อตัวแทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรนอกจากรอยถลอกตามแขน-ขา โดยในเวลาต่อมา “พี่ยาว” เล่าให้พวกเราฟังว่า ตอนรู้ว่าถูกยิงก็ได้แต่ก้มหลบลูกกระสุนที่ยิงสาดมาเหมือนกับห่าฝน แต่ที่รู้สึกได้ก็คือกระสุนเฉียดร่างกายไป-มา เหมือนกับมีคนปัดสิ่งเหล่านั้นออกไป ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

พี่ยาว – วายุภักษ์ ที่ รพ.วชิระฯ 17 เม.ย. 52

 

มีเพียง ญา – อดุลย์ พลขับเท่านั้นที่ ได้รับบาดเจ็บมากที่สุดจากการลอบสังหารครั้งนี้ แต่อาการโดยรวม รวมถึงหลังการผ่าตัด สมองก็สามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้รวดเร็วอย่างอัศจรรย์

 

 

สารภาพกันอย่างตรงไปตรงมาในช่วงชีวิต 30 ปีบนโลกนี้ของผม ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้กับตามาก่อน … และในช่วงชีวิตที่เหลือก็ไม่อยากเห็นอีก

 

 

คุณพ่อผมเป็นแพทย์ คุณแม่เป็นพยาบาล พี่สาวเป็นวิศวกร พี่ชายเป็นแพทย์ ผมถูกเลี้ยงดู ให้การศึกษาและเติบโต มาด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ แม้จะไม่เคยลบหลู่ แต่ผมก็ไม่เคยเชื่อเรื่องราว “ปากต่อปาก” ที่ใครต่อใครลือกันว่า พระเครื่ององค์นี้พกแล้วยิงไม่เข้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้สวมแล้วยิงไม่ออก ตะกรุดแท่งนี้มีไว้แล้วหนังเหนียวฟัน-แทงไม่เข้า … แม้จะไม่เคยเชื่อ แต่ก็ไม่เคยคิดทดลอง และก็ไม่อยากให้ใครต้องเสี่ยงชีวิตเข้าพิสูจน์

 

 

ทว่า วันนี้ผมกลับมาประสบกับ “ปาฏิหาริย์” ที่ผมไม่เคยนึกถึงหรือจินตนาการถึงตลอดมา

 

 

ในอีกห้วงหนึ่งของความรู้สึกนึกคิด ขณะที่กดชัตเตอร์ถ่ายรูปบาดแผลทั้งหมดอยู่นั้นเอง ผมหวนนึกไปถึงคำพูดประโยคหนึ่งที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ลุกขึ้นสู้รบกับ “ระบอบทักษิณ” อย่างเดียวดายในปี 2548 คุณสนธิกล่าวอยู่บ่อยครั้งทั้งกับคนรอบตัวและกับสาธารณะ

 

 

“ขอสู้แบบ ตายเป็นตาย-เจ๊งเป็นเจ๊ง แม้ต้องกัดลิ้น และ ต้องอมเลือดอยู่เต็มปากก็ตาม …”

 

 

ณ วินาที ที่ผมได้เห็น สนธิ ลิ้มทองกุล นอนใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่บนเตียงด้วยทีท่าที่สงบนิ่ง ผมเชื่ออย่างสนิทใจ และ เชื่ออย่างปราศจากข้อสงสัยว่า

 

 

“สนธิ ลิ้มทองกุล” ผู้นี้เป็นปุถุชนเหนือคำว่า “ธรรมดา” ตัวจริง ซึ่งผมมีวาสนาได้รู้จักและใกล้ชิดด้วยในช่วงชีวิตหนึ่ง ชีวิตนี้

 

Tags: ·····

51,159 Comments so far ↓