ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Tokyo Diary (9) … หนุ่มสาวที่กลัวฝน

September 12th, 2010 · 79,824 Comments · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, เศรษฐกิจ

 เมื่อลงรถไฟสายเคโอ จากสถานี Tama-Dobutsukoen เพื่อเดินทางไปยังมหาวิทยทาลัยชูโอ วิทยาเขตทามะ ระหว่างทางผมพบเห็นหนุ่มสาวนักศึกษาชาวญี่ปุ่นจำนวนมากที่ต่างก็ลงจากรถไฟ กางร่มก่อนที่จะก้าวเดินมุ่งหน้าไปในทิศทางต่างๆ วัยรุ่นนักศึกษาเหล่านี้ไม่มีเครื่องแบบของสถาบัน เพราะต่างคนต่างก็มีความสนใจ มีรสนิยม และมีวิถีในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไปภายใต้กรอบใหญ่ๆ ของสังคมญี่ปุ่นที่ไม่มีใครมองเห็น …

 

.

 

 ปลายเดือนมิถุนายน ต้นเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงหน้าฝนของกรุงโตเกียว …

 

 

 สำหรับคนที่มาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก แม้ฤดูกาลนี้จะไม่ได้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรอบปีสำหรับการมาเยือนญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบาน หรือ ฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี

 

 

แต่ “หน้าฝน” ที่แทรกตัวอยู่กลาง “ฤดูร้อน” ของญี่ปุ่นก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ช่วยเปิดหูเปิดตา “ไกจิน” (ชาวต่างชาติที่ถูกจัดเป็นคนนอกของสังคมญี่ปุ่น) อย่างผมไม่น้อย

……………………………

 

 บ่ายวันถัดมา นัตซึกิซัง สตาฟหนุ่มของสมาคมผู้พิมพ์-ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แห่งญี่ปุ่น (NSK) จัดให้คณะสื่อมวลชนจาก 7 ชาติอาเซียนได้พบปะกับ ศาสตราจารย์มาซาฮิโร ยามาดะ (Masahiro Yamada) ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยชูโอ เพื่อที่จะสนทนากันในเรื่องราวของ “สภาพสังคมญี่ปุ่นโดยเฉพาะ คนญี่ปุ่นในวัยหนุ่มสาวและแนวโน้มของการแต่งงาน”

 

 

 มหาวิทยาลัยชูโอ (Chuo University;中央大学) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเก่าแก่ของญี่ปุ่นโดยมีอายุครบ 125 ปีในปีนี้ (ก่อตั้งหลังมหาวิทยาลัยโตเกียวเพียง 8 ปี) มหาวิทยาลัยชูโอค่อนข้างมีชื่อเสียงในสาขาสังคมศาสตร์โดยเฉพาะด้านกฎหมาย หลังผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านฝน ผ่านลม ผ่านสงคราม และผ่านแผ่นดินไหวมาเกินศตวรรษ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยชูโอถูกแบ่งออกเป็น 3 วิทยาเขต คือ หนึ่ง วิทยาเขตทามะ เมืองฮาชิโอจิ (เมืองย่อยของมหานครโตเกียว) ซึ่งเป็นเขตของคณะศิลปศาสตร์ สอง วิทยาเขตโครากูเอนที่เป็นเขตของคณะด้านวิทยาศาสตร์ และ อิชิกายา (ชินจูกุ) ที่เปิดการเรียนการสอนด้านกฎหมายเป็นหลัก [23]

 

 

 ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยชูโอตั้งอยู่ ณ วิทยาเขตทามะ เมืองฮาชิโอจิ ซึ่งถือเป็นเขตการศึกษาสำคัญแห่งหนึ่งของมหานครโตเกียวเพราะมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยตั้งอยู่อย่างหนาแน่น

 

 

 เมื่อลงรถไฟสายเคโอ จากสถานี Tama-Dobutsukoen เพื่อเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยชูโอ วิทยาเขตทามะ ระหว่างทางผมพบเห็นหนุ่มสาวนักศึกษาชาวญี่ปุ่นจำนวนมากที่ต่างก็ลงจากรถไฟ กางร่มก่อนที่จะก้าวเดินมุ่งหน้าไปในทิศทางต่างๆ วัยรุ่นนักศึกษาเหล่านี้ไม่มีเครื่องแบบของสถาบัน เพราะต่างคนต่างก็มีความสนใจ มีรสนิยม และมีวิถีในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไปภายใต้กรอบใหญ่ๆ ของสังคมญี่ปุ่นที่ไม่มีใครมองเห็น

 

ศ.มาซาฮิโร ยามาดะกับนักข่าวจากสิงคโปร์และฟิลิปปินส์

 

 ณ ห้องทำงานของภาควิชาสัมคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ศ.ยามาดะ พร้อมกับลูกศิษย์ชั้นปี 3 ปี 4 ในระดับปริญญาตรีรอพวกเราอยู่บนโต๊ะประชุมขนาดกะทัดรัด หลังจากผลัดเปลี่ยนกันแนะนำตัวเสร็จสิ้น ศ.ยามาดะ หนึ่งในนักวิชาการญี่ปุ่นผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาครอบครัว (Family Sociologist) โดยเฉพาะปัญหาและสาเหตุเกี่ยวกับการลดลงของอัตราการเกิดของคนญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่เกี่ยวรัด พัวพัน และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการเมืองของญี่ปุ่นในวงกว้าง ก็เริ่มต้นการเลกเชอร์ด้วยหัวข้อเล็กๆ คือ “วิกฤตการลดลงของอัตราการแต่งงานในญี่ปุ่น (Japan’s Marriage Crisis)”

 

 

 …… เมื่อพูดถึง “ผู้ชาย – ผู้หญิงญี่ปุ่น”

 

 

 ในสายตาและความรับรู้ของคนไทยและคนชาติอื่นๆ ภาพของ “ผู้ชายญี่ปุ่น” ก็คือ ผู้หาเลี้ยงครอบครัว เป็นคนบ้างาน ที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ โดยหลังจากเสร็จงานแล้วก็ยังต้องไปสังสรรค์กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานต่อ (ซึ่งในสังคมญี่ปุ่นแล้วการสังสรรค์คือการทำงานในอีกความหมายหนึ่ง) ก่อนที่จะได้กลับบ้านในช่วงดึก โดยค่านิยมบ้างานของผู้ชายญี่ปุ่นนี้เองเป็นต้นกำเนิดของ โรคคาโรชิ (Karoushi หรือ Karoshi) หรือ การเสียชีวิตจากการทำงานหนัก (Death from Overwork)

 

 

 หากใครนึกภาพลักษณ์ของผู้ชายชาวญี่ปุ่นทั่วไปไม่ออก ลองกลับไปเปิดดูการ์ตูนโดเรมอนแล้วลองจินตนาการภาพของ “โนบิซูเกะ โนบิ” พ่อของ “โนบิตะ” ดูก็จะเห็นชัดว่า “โนบิซูเกะ โนบิ” นั้นถูกสร้างขึ้นมาจากพฤติกรรมมนุษย์เงินเดือน (Salaryman) ญี่ปุ่นทั่วไป ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ดื่มหนัก (จนบ่อยครั้งแม่ต้องให้โนบิตะกับโดเรมอนไปรับพ่อกลับจากสถานีรถไฟบ่อยครั้ง เนื่องจากเมาสุรา)

 

 

 ขณะที่เมื่อกล่าวถึงผู้หญิงชาวญี่ปุ่น ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยยังคงจินตนาการภาพของ “ผู้หญิงญี่ปุ่น” จากละครโทรทัศน์เรื่อง “โอชิน” นั่นคือ ผู้หญิงที่เป็นเมีย เป็นแม่ และเป็นนักสู้นิรนามผู้อยู่เบื้องหลังทุกๆ ความสำเร็จของสามีและครอบครัว

 

 

ด้านหนังสือ Japanization โดย อ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ได้ให้คำจำกัดความของผู้หญิงญี่ปุ่นในอุดมคติไว้ว่า

 

 

“ผู้หญิงญี่ปุ่นถูกความคาดหวังของสังคมกำหนดให้รับบทบาทเพียงสองอย่าง คือ แม่และเมีย … ผู้หญิงญี่ปุ่นและสังคมญี่ปุ่นถูกทำให้เชื่อว่าหน้าที่ของ ‘แม่บ้าน’ ที่จะต้องเป็นทาสรับใช้สามีและลูกนั้นเป็นคุณสมบัติของผู้หญิงญี่ปุ่นโดยแท้ ดังนั้นด้วยความหวังและด้วยการรับรู้อัตลักษณ์ของผู้หญิงเช่นนี้จึงเป็นปัจจัยกำหนดให้ผู้หญิงญี่ปุ่นส่วนใหญ่พยายามทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด แม้ผู้หญิงที่มีการศึกษาและมีโอกาสทำงานนอกบ้านก็จะยอมออกจากงาน เพื่อเป็นแม่บ้านเต็มตัวภายหลังการแต่งงาน …” [24]

 

 

 อย่างไรก็ตามหนังสือ Japanization และ ศ.ยามาดะ ก็ได้ให้ข้อเท็จจริงที่ทุบทำลายความเชื่อที่ว่า “ผู้หญิงญี่ปุ่น คือ แม่บ้าน (โอคุซัง)” โดยอธิบายว่าภาพลักษณ์ของผู้หญิงญี่ปุ่นดังกล่าวเป็นเพียงการมอบหมายบทบาท-หน้าที่ การสร้างจินตภาพและวาทกรรมที่สังคมญี่ปุ่นประดิษฐ์ขึ้นมาในห้วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นยุคใหม่เท่านั้น นั่นคือ ช่วง 20 กว่าปีของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ระหว่าง 2493-2516 หรือ ค.ศ.1950-1973)

 

 

 ศ.ยามาดะ เล่าให้พวกเราฟังว่า จากประสบการณ์การศึกษาเรื่องความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการแต่งงานของชาวญี่ปุ่นเป็นเวลากว่า 25 ปีของท่าน พบว่า อัตราการแต่งงานของชายหนุ่มและหญิงสาวชาวญี่ปุ่นนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง และนั่นเป็นสาเหตุสำคัญหลักของวิกฤตการลดลงในอัตราการเกิดของชาวญี่ปุ่น จนทำให้สังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมที่มีอัตราการเกิด (Birth Rate) ต่ำที่สุดในโลกคือ ในปี 2552 มีเด็กญี่ปุ่นเกิดใหม่เพียง 7.64 คน ในประชากรทุกๆ 1,000 คนในแต่ละปี ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยของโลกแล้วจะเห็นได้ชัดว่าแตกต่างกันมาก โดยอัตราการเกิดเฉลี่ยทั่วโลกนั้นเท่ากับ 19.95 ต่อประชากรหนึ่งพันคน [25]

 

 

 เมื่อพิจารณาจากอัตราการเจริญพันธุ์ (Fertility Rate) หรือ จำนวนเด็กที่เกิดต่อผู้หญิงหนึ่งคน ก็จะพบว่าในห้วง 65 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ช่วงที่ญี่ปุ่นยังโรมรันพันตูอยู่กับสงครามโลกครั้งที่สอง จนญี่ปุ่นและโลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 คือระหว่างปี พ.ศ.2483-2548 (ค.ศ.1940-2005) จำนวนบุตรที่คู่สามีภรรยาชาวญี่ปุ่นมีนั้นลดลงมากกว่าครึ่งต่อครึ่ง

 

 

กล่าวคือ จากสถิติปี ค.ศ.1940 ที่คู่แต่งงานชาวญี่ปุ่น (ซึ่งแต่งงานมาแล้ว 15-19 ปี) มีบุตรเฉลี่ย 4.27 คน พอมาถึงปี ค.ศ.2005 ครอบครัวชาวญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยถือว่าให้กำเนิดบุตรน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์คือเพียง 2.09 คน (พิจารณาจากตารางด้านล่าง) 

 

 

ที่มา : The report on the 13th Japanese national Fertility Survey, 2005, the National Institute of Population and Social Security Research

 

 

 

 ศ.ยามาดะกล่าวว่า “วิกฤตการแต่งงาน” อันเป็นผลมาจากภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มาตรฐานการใช้ชีวิตที่สูงขึ้น ความคาดหวังและทัศนคติต่อการมีชีวิตคู่ของหนุ่ม-สาว ชาวญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้สังคมญี่ปุ่นกำลังตกอยู่ในหล่มของวิกฤตด้านประชากร

 

 

 วิกฤตที่ยากจะแก้ไขและเป็นบ่อเกิดของปรสิตพันธุ์ใหม่ของสังคม ที่เรียกว่า “กาฝากครอบครัว”

 

 

หมายเหตุ :

[23] Chuo University, From Wikipedia

[24] อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์, Japanization, สำนักพิมพ์ openbooks, 2548, หน้า 156-165.

[25] Birth rate, From Wikipedia

 

Tags: ·················

79,824 Comments so far ↓

  • Flossie

    Feel free to surf to my webpage :: epilator reviews 2015 uk (Flossie)

  • business aid centre reviews

    An Honest Overview Of the Business Aid – The Very Best Business Support Centre Reviews

    Prior to trying to get your business of the ground for the first time,
    you’re not probably aware of just how challenging this journey is definitely going to be.
    Actually, almost 90 percent of companies are going to fail within the
    first 3 years. This failure price is one which can result
    from the truth that most business owners simply do not have
    the total amount of funding needed to remain above water.
    Even if you really have a fantastic company idea, where
    you’d like to be, this is not really likely to get you.
    Instead, these businesses are forced to close when they simply would not have
    enough money to pay for vital details of the business.
    If this is really a fight that you just usually do not need to engage in, you’ll
    need to discover a method of obtaining capital which you can feel confident in what you happen to be
    in a pinch. The key to solving this would
    be tap right into a resource that could make the difference all on earth
    if you are struggling from a monetary standpoint and to examine business
    help centre reviews. Just understanding that this is really a
    resource you could turn to would be in assisting your organization to survive a number of the difficult times that you’re certain to face an important element.
    If you’re now running a small or medium-size company, you almost certainly have experienced difficulty with cash flowing in, but you didn’t
    really know how to manage this.

    It is possible to feel confident that it’s likely
    to acquire a little additional money through taking full benefit of
    this business resource, after reading reviews about the business help center.

    Because you are getting capital that are offered with
    the concept of helping grow your organization, you do
    not have to carry this weight on your shoulders any longer.
    As soon as you are in a position to obtain this money, you would manage to put it
    to use for things like selling your business to pull customers of only spending cash on the material that will be vital to your own ability to create a product or service that is of exceptional quality in the doorway.
    Furthermore, you’ll be able to determine that this cash would be spent on training your workers with
    the objective of developing stronger leaders in your organization. Experience leaders and
    business know would be several of the very important things that any business expert would have to browse the market with any level of success, but this is
    a thing that could be difficult to find within society today.

    If you possess the money from the business centre, you’d then possess a
    much simpler time investing in your workers. It could let plenty of advantages to offer to the
    long run of your company while this may ensure they’re more productive within their current place.
    Getting money into your business would be on top of the listing
    when there’s anything you could use a bit of help with.

    After you read nowadays company assistance center reviews that have
    been printed by a number of the most successful business
    leaders on earth, you’d understand the effect that this government program may have under the proper circumstances.

    Since you really do not have the funds needed to keep working toward your goals, do not make the mistake of reaching the point of closing
    your business imply. Instead, make use of this tool given by
    the company aid center reviews so that you can train yourself about a strategy that will be amazingly useful to you personally later on.
    This resource would also be able to provide a helping hand in a number
    of other ways for example training and mentoring for business leaders in Australia.

    That is probably a thing that you’d reap the benefits of significantly unless you’re very assured in regards
    to the way in which that you have been directing a team.
    There are various types of business loans accessible, you’ll
    simply work toward getting the one that is fitted to your own specific needs.

    The business support centre can even help companies all
    across the private sector, you really do not need to be concerned about the probability
    of being left out to dry in the event that your business is geared to
    the private-sector of the market. Angel traders would likewise be something that you’ll be able to get help with, this may considerably increase your
    power to make the most of entering the marketplace today.

    Here is my webpage business aid centre reviews

  • jewellery voucher codes

    Glad I could help William.

    my web blog :: jewellery voucher codes

  • boom beach diamonds hack

    It can be of the pattern you want or even of your
    favorite group.