ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Tokyo Diary

July 12th, 2010 · 21,658 Comments · ต่างประเทศ, เศรษฐกิจ, ไอที - เทคโนโลยี

ต้นเดือนมีนาคม 2553 เลขานุการกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการ ติดประกาศธรรมดาๆ ชิ้นหนึ่งบนกระดานข่าวแจ้งพนักงานบนชั้น 3 ของบ้านพระอาทิตย์  …… “สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกผู้สื่อข่าวอายุไม่เกิน 35 ปี เพื่อรับทุนอบรมด้านหนังสือพิมพ์จากสมาคมผู้พิมพ์-ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แห่งญี่ปุ่น (Nihon Shinbun Kyokai; NSK) หรือ NSK-CAJ Fellowship Program ครั้งที่ 31 …”

 

.

ฮืออออ … เฮฮฮฮ!!!

 
 ในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ เสียงเฮของบรรดากองเชียร์ดังขึ้นทั่วบริเวณ บ่งบอกถึงความดีใจอย่างสุดขีดหลัง ลี ชุง-ยอง นักเตะเกาหลีใต้สามารถยิงประตูตีเสมอทีมชาติอุรุกวัยได้ในครึ่งหลังของการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้รอบที่ 2 นัดแรก

 
 ผมนั่งฟังเสียงอึกทึกอยู่ที่ทางออกรอขึ้นเครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 642 จุดหมายคือสนามบินนาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่อีกราวครึ่งชั่วโมงประตูขึ้นเครื่องจะเปิดรับผู้โดยสาร

 
 ย้อนไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2553 เลขานุการกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการ ติดประกาศธรรมดาๆ ชิ้นหนึ่งบนกระดานข่าวแจ้งพนักงานบนชั้น 3 ของบ้านพระอาทิตย์

 
 “สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบคัดเลือกผู้สื่อข่าวอายุไม่เกิน 35 ปี เพื่อรับทุนอบรมด้านหนังสือพิมพ์จากสมาคมผู้พิมพ์-ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แห่งญี่ปุ่น (Nihon Shinbun Kyokai; NSK) หรือ NSK-CAJ Fellowship Program ครั้งที่ 31 …”

 
 ประกาศชิ้นดังกล่าวเตะตาและกระตุ้นความสนใจของผมขึ้นมาทันทีเมื่อ ประโยคต่อไประบุว่าผู้ได้รับทุนดังกล่าวจะต้องเดินทางไปอบรมที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 14 วัน ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม 2553 พร้อมกับเพื่อนสื่อมวลชนจากอีก 6 ชาติในภูมิภาคอาเซียน

 
 ผมรีบปลดประกาศดังกล่าวลงจากกระดานเพื่อนำไปถ่ายเอกสาร ก่อนติดมันกลับคืนไปในที่ที่มันควรอยู่

 
 ขั้นตอนการสมัครสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนไม่ได้ยุ่งยากอะไรเพราะทางสมาพันธ์ฯ เพียงต้องการตัวแทนผู้สื่อข่าวไทยรุ่นใหม่หนึ่งคนที่สามารถเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทางสื่อของญี่ปุ่นได้ โดยทางผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติคือ อายุไม่เกิน 35 ปี ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์โดยประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เป็นสมาชิกในองค์กรวิชาชีพที่อยู่ในสมาพันธ์ฯ ได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชาหน่วยงานและมีความสามารถทางภาษาอังกฤษในระดับที่สามารถสื่อสารได้คล่องแคล่ว

 
 อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายดายไปเสียทั้งหมด เพราะเมื่อผู้สมัครมีหลายคน แต่ที่ว่างมีเพียงหนึ่งที่ ทางผู้บริหารสมาพันธ์ฯ จึงต้องทำการจัดสอบคัดเลือกเพื่อประกอบการตัดสินใจ

 
 การสอบคัดเลือกถูกจัดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 23 มีนาคม 2553 หลังวันปิดรับสมัครเพียงไม่กี่วัน …

 
 ในวันสอบ ผมพบว่ามีผู้สมัครทุนนี้ 5 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่ที่มีความกระตือรือร้น มีความสามารถ และพร้อมจะพิสูจน์ว่าตัวเองพร้อมที่จะเป็นตัวแทนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักข่าวไทยที่จะไปแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถกับเพื่อนบ้านในอาเซียนและเอเชีย

 

 

 
 ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น …

 
 NSK-CAJ Fellowship Program ถูกริเริ่มในการประชุมบรรณาธิการระหว่าง ญี่ปุ่นกับอาเซียน เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้วในเดือนกันยายน พ.ศ.2521 (ค.ศ.1978) โดยบรรณาธิการจำนวน 16 คน จาก 5 ชาติอาเซียนที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซีย (CAJ) กับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นจำนวน 23 คน ได้พบปะและพูดคุยกันที่โรงแรมฟูจิซังโรกุ (Fujisanroku) จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น และได้ออกแถลงการณ์ร่วมในการจัดโครงการแลกเปลี่ยนดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม

 
 หลังจากการประชุมครั้งนั้นได้ราว 7 เดือน ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน NSK-CAJ Fellowship Program ครั้งแรกก็ถูกจัดขึ้นภายใต้พื้นฐานความสัมพันธ์อันดีระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน และความสอดคล้องของนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นที่มีต่ออาเซียนซึ่ง นายทาเคโอะ ฟูกูดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในขณะนั้นประกาศเอาไว้ก่อนหน้านั้นว่า “ต้องสนับสนุนสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างสายใยแห่งความเชื่อมั่นระหว่างญี่ปุ่นและภูมิภาคอาเซียนให้เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อมิให้เกิดสภาวะของขั้วมหาอำนาจทางการทหารขึ้นมาอีก” [1]

 
 “มหาอำนาจทางการทหาร” ในที่นี้ หมายความถึง บทบาทของญี่ปุ่นในมหาสงครามเอเชียบูรพา (Greater East Asia War) ซึ่งถูกผนวกรวมอยู่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2480-2488) และกินความกระทบไปถึงการแผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

 
 คุณชายชาตรี ลิ้มจรูญ อดีตประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์อาเซียนเคยเล่าให้ฟังว่า เดิมทีในช่วง 15 ปีแรก (พ.ศ.2521-2535) ของ NSK-CAJ Fellowship Program ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสื่อญี่ปุ่นกับสื่ออาเซียนเพื่อฝึกอบรม แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อของสองฝ่ายนั้น ชาติที่เป็นสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์อาเซียนมีโควต้าในการจัดส่งนักหนังสือพิมพ์ของตนเองไปอบรมที่ญี่ปุ่นชาติละ 3 คน เป็นเวลา 2 เดือน ต่อมาจึงมีการปรับเปลี่ยน โดยลดจำนวนลงเหลือประเทศละ 2 คน ระยะเวลาหนึ่งเดือนครึ่ง …

 
 ส่วนครั้งล่าสุดนั้น ด้วยสภาวะทางธุรกิจของหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นที่ย่ำแย่ลงมาก จากพัฒนาการและการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบกับภาวะการขาดทุนแบบบักโกรกของเจแปน แอร์ไลน์ (JAL) หนึ่งในสปอนเซอร์ใหญ่ด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำให้สมาคมผู้พิมพ์-ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แห่งญี่ปุ่นต้องปรับลดค่าใช้จ่ายของโครงการและลดโควต้าผู้สื่อข่าวอาเซียนเหลือเพียงชาติละ 1 ทุน พร้อมทั้งหดเวลาสั้นลงเหลือเพียง 14 วัน

 

 

 
 ในปี 2551 จากสถิติยอดตีพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ทั่วโลกที่รวบรวมโดยสมาคมนักหนังสือพิมพ์โลก (World Association of Newspapers; WAN) ระบุว่า ญี่ปุ่น จีนและอินเดียเป็น 3 ชาติมหาอำนาจของโลกที่ในแต่ละวันมีการจำหน่ายหนังสือพิมพ์มากที่สุด โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ยึดครอง Top5 ของหนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดในโลกไว้ทั้งหมด คือ

 

 

อันดับ 1 Yomiuri Shimbun  ราว 14.067 ล้านฉบับต่อวัน

อันดับ 2 Asahi Shimbun  ราว 12.121 ล้านฉบับต่อวัน

อันดับ 3 Mainichi Shimbun  ราว   5.587 ล้านฉบับต่อวัน

อันดับ 4 Nihon Keizai Shimbun  ราว   4.635 ล้านฉบับต่อวัน

อันดับ 5 Chunichi Shimbun  ราว   4.512 ล้านฉบับต่อวัน

 
 ส่วนอันดับที่ 6 เป็นของ Bild จากเยอรมนี ยอดจำหน่าย 3.548 ล้านฉบับต่อวัน) อันดับ 7 เป็น ชานเข่าเซียวสิ (参考消息 หรือ Reference News) จากจีนที่มียอดจำหน่าย 3.183 ล้านฉบับต่อวัน อันดับ 8 เป็น The Times of India (3.146 ล้านฉบับ) อันดับ 9 The Sun จากอังกฤษ (2.986 ล้านฉบับ) และ อันดับ 10 คือ People’s Daily (人民日报) กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (2.808 ล้านฉบับ)[2]

 
 ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้ วันนี้อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ สื่อที่สุดอิทธิพลที่สุดในดินแดนอาทิตย์อุทัยกำลังมีปัญหาครับ แม้จะยังไม่หนักหนาเท่ากับหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาหรือตะวันตก แต่สัญญาณหลายๆ อย่างก็เริ่มบ่งชี้แล้วว่าพวกเขาต้องปรับตัว …

 

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิงจาก

[1] NSK-CAJ Fellowship Program Commemorative Leaflet : Follow the footprints of the program for 30 years.

 

[2] List of newspapers in the world by circulation, From Wikipedia อย่างไรก็ตาม นับถึงปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ซึ่งผมจะกล่าวในบทต่อๆ ไปว่า มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

Tags: ············

21,658 Comments so far ↓