ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Tokyo Diary (11) … แผ่นดินไหว-สึนามิญี่ปุ่น บทเรียนบนคราบเลือดและรอยน้ำตา

March 13th, 2011 · 30 Comments · ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, สิ่งแวดล้อม

ความรู้สึกเมื่อได้เห็นภาพคลื่นยักษ์สึนามิซัดเรือเดินสมุทรเข้ากระแทกกับสะพานใหญ่, ภาพคอนเทนเนอร์กับรถนับร้อยๆ คันถูกกระแสน้ำจากมหาสมุทรแปซิฟิกพัดปลิวไปมาราวกับเศษกระดาษในอ่างน้ำวน, ภาพมหานทีแห่งโคลนที่ผสมปนเปไปด้วยซากปรักหักพังของสิ่งต่างๆ เข้าท่วมทับสนามบินเซ็นได ฯลฯ แทบจะไม่แตกต่างไปจากความรู้สึกเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว

ภาพ The Great Wave Off Kanagawa, by Hokusai

บ่ายวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2554 ระหว่างนั่งประชุมอยู่ที่กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ผมได้รับแจ้งข่าวว่า บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะญี่ปุ่นเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดมหึมา แรงสั่นสะเทือนขนาด 8.9 ริกเตอร์ (ในเวลาต่อมาทางการญี่ปุ่นแก้ไขว่าแรงสั่นสะเทือนน่าจะสูงถึง 9.0 ริกเตอร์) และได้ก่อให้เกิดมหันตภัยคลื่นยักษ์สึนามิสูงกว่า 10 เมตร เข้าซัดเมืองชายฝั่งทางตอนเหนือของญี่ปุ่น

แผ่นดินไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นห่างจากกรุงโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 382 กิโลเมตร ทำให้มีการประกาศจากศูนย์เตือนภัยสึนามิในแปซิฟิก เตือนภัยสึนามิ ทั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ หมู่เกาะมารินา ฯลฯ

คลื่นยักษ์สึนามิพัดเข้าถล่มเมืองนาโทริ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น (ภาพรอยเตอร์)

เมื่อได้เห็นภาพคลื่นสึนามิเข้าซัดถล่มเมืองเซ็นได และเมืองต่างๆ ของจังหวัดมิยะงิ ประเทศญี่ปุ่น ก็ยิ่งทำให้ผมยิ่งรู้สึกขนลุกซู่ และหวนนึกย้อนไปถึงเมื่อครั้ง 10 ปีที่แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ 9/11 ที่ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ กลางมหานครนิวยอร์ค และอีกหลายเมืองในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 (ค.ศ.2001)

ความรู้สึกเมื่อได้เห็นภาพคลื่นยักษ์สึนามิซัดเรือเดินสมุทรเข้ากระแทกกับสะพานใหญ่, ภาพคอนเทนเนอร์กับรถนับร้อยๆ คันถูกกระแสน้ำจากมหาสมุทรแปซิฟิกพัดปลิวไปมาราวกับเศษกระดาษในอ่างน้ำวน, ภาพมหานทีแห่งโคลนที่ผสมปนเปไปด้วยซากปรักหักพังของสิ่งต่างๆ เข้าท่วมทับสนามบินเซ็นได ฯลฯ แทบจะไม่แตกต่างไปจากความรู้สึกเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว เมื่อได้เห็นภาพเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ถล่มทลายลงมา (ไม่นับเหตุการณ์สึนามิในปี 2547 ที่น่าโศกสลดยิ่งกว่า)

…… จะผิดแผกก็เพียง ภัยพิบัติ ณ พ.ศ. นี้พิสูจน์ให้เห็นถึง ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและความบอบบางของมนุษยชาติทั้งมวล ส่วนเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีที่แล้วที่นิวยอร์กบ่งบอกถึงหายนะจากการฉกฉวยแย่งชิงผลประโยชน์ ความโลภโมโทสันและความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุดในสังคมมนุษย์

แผ่นดินไหวครั้งนี้ที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นว่ากันว่ารุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 100 กว่าปี และติดอันดับต้นๆ ของเหตุแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ขณะที่ความร้ายแรงของคลื่นสึนามิก็ได้รับฉายาจากผู้เชี่ยวชาญของญี่ปุ่นว่าเป็น “สึนามิแห่งศตวรรษ” เลยทีเดียว

………………………

ผมพยายามนึกย้อนทวนเข็มนาฬิกาเวลากลับไปในเดือนมิถุนายน 2553 บนโต๊ะอาหารเลี้ยงรับรองสื่อมวลชนจาก 7 ชาติอาเซียนของสมาคมผู้พิมพ์-ผู้โฆษณาและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์แห่งญี่ปุ่น (Nihon Shinbun Kyokai; NSK) คุณคิโยฮารุ มูราตะ (Kiyoharu Murata) หัวหน้าศูนย์ข่าวประจำโตเกียวของหนังสือพิมพ์ The Shizuoka Shimbun หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของชิชูโอกะ ถิ่นของภูเขาไฟฟูจิบอกกับผมว่า ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม หนังสือพิมพ์ของเขาคงไม่ได้พาพวกเราไปชมหนึ่งในภูเขาไฟที่เลื่องชื่อที่สุดในโลก (โด่งดังขนาดที่ว่า ผมเชื่อว่าบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นในทุกๆ ประเทศทั่วโลกจะต้องมีร้านหนึ่งชื่อ “ฟูจิ”) แต่จะให้ไปดูระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวและการรับมือกับคลื่นสึนามิของคนท้องถิ่นกันแทน

 หะแรกที่ได้ยินว่าจะอดไปชมภูเขาไฟฟูจิ เพราะต้องไปดูงานเรื่องระบบการเตือนภัยแผ่นดินไหวและสึนามิ ทำเอาผมและเพื่อนสื่อมวลชนอาเซียนร่วมคณะต่างรู้สึกเสียดายไปตามๆ กัน แต่ในเมื่อมันเป็น “งาน” พวกเราก็ไม่มีข้อโต้แย้งอันใด

 “ชิซูโอกะเป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีประชากรประมาณ 3.7 ล้านคน อยู่ห่างจากโตเกียวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 1 ชั่วโมงหากนั่งรถไฟหัวจรวดชินคันเซ็น” คุณมูราตะบอก และว่าภายใต้ความงดงามของภูเขาไฟฟูจิ และไร่ชาอันสวยงาม (ชิซูโอกะถือเป็นแหล่งผลิตชาเขียวที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น) นั้นซุกซ่อนเอาไว้ด้วยภยันตรายทางธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งนั่นคือ ธรณีพิบัติและคลื่นยักษ์สึนามิ

 “รู้ไหมครับว่าทำไมภูเขาไฟที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นจึงตั้งอยู่ในจังหวัดชิซูโอกะ?” คุณมูราตะยกประเด็นขึ้นมาถามเรา

เมื่อคำตอบของคำถามคือความเงียบ คุณมูราตะจึงกล่าวต่อว่า “ก็เพราะภายใต้จังหวัดชิซูโอกะเป็นรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก 3 แผ่น นั่นคือ แผ่นยูเรเซียน (Eurasian Plate)”, แผ่นอเมริกาเหนือ (North American Plate) และ แผ่นฟิลิปปินส์ (Philippine Sea Plate) นี่เองเป็นสาเหตุว่าทำไมภูเขาไฟฟูจิถึงสูงที่สุดในญี่ปุ่นกว่า 3,700 เมตร และชิซูโอกะจึงเป็นจุดเสี่ยงภัยที่สุดแห่งหนึ่งที่จะเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่เรียกว่า “แผ่นดินไหวโตไก”

 ทฤษฎีแผ่นดินไหวโตไก (Tokai earthquakes Theory) ถูกกล่าวถึงเป็นครั้งแรกในแวดวงวิชาการเรื่องแผ่นดินไหวของญี่ปุ่นเมื่อเดือนสิงหาคม 2519 (ค.ศ.1976) และในเวลาต่อมาเป็นทฤษฎีแผ่นดินไหวที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยชาวญี่ปุ่นจัดแผ่นดินไหวโตไกให้เป็นหนึ่งในวัฏจักรของการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในญี่ปุ่น (และน่าจะในโลก) ทฤษฎีดังกล่าวระบุว่า แผ่นดินไหวโตไกเกิดขึ้นทุกๆ 100-150 ปี ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่คนญี่ปุ่นพอจะสืบค้นได้ ในห้วง 5-6 ร้อยปีที่ผ่านมา แผ่นดินไหวโตไกเกิดขึ้นแล้วสี่ครั้งนั่นคือ ค.ศ.1498, ค.ศ.1605, ค.ศ.1707 และครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2397 (ค.ศ.1854) คือ แผ่นดินไหวอันเซอิ-โตไก ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก [30]

 กลไกในการเกิดแผ่นดินไหวของโตไกก็คือ ทุกวันนี้แผ่นเปลือกโลกแผ่นฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นแผ่นที่รองอยู่ใต้พื้นมหาสมุทร มีการเคลื่อนตัวมุดลงไปใต้แผ่นยูเรเซียนที่รองรับผืนดินทุกๆ ปี ปีละหลายเซนติเมตร (ตามภาพ A) ก่อให้เกิดการสะสมของแรงดันบนเปลือกโลกแผ่นยูเรเซียนมากขึ้นๆ (ตามภาพ B) จนเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง เมื่อแผ่นยูเรเซียนเกิดการดันตัวสวนทางกับแผ่นฟิลิปปินส์ เพื่อปลดปล่อยพลังงานหรือแรงดันที่สะสมเอาไว้ เมื่อนั้นก็จะเกิดเหตุแผ่นดินไหวและก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมา (ตามภาพ C) [31]

 ทั้งนี้จากการศึกษาเหตุการแผ่นดินไหวในอดีตและคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเรื่องแผ่นดินไหวทำให้มีการคาดหมายกันว่าภายในระยะเวลาอันใกล้นี้อาจจะเกิด “แผ่นดินไหวโตไก” ขึ้น และระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวโตไกครั้งนี้จะรุนแรงมากในระดับ 8 ริกเตอร์ขึ้นไป

 “ทุกวันนี้ก่อนเข้านอน ข้างเตียงของผมจะวางไว้ด้วยรองเท้า และกระเป๋าที่บรรจุไฟฉาย เชือก อาหารและน้ำที่เพียงพอสำหรับการกินดื่มสามวัน เผื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมากลางดึก … แต่จริงๆ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากใส่รองเท้าเข้านอนเสียด้วยซ้ำ” คุณมูราตะพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความจริงจัง

 ณ เวลานั้น บนโต๊ะอาหารกลางวัน ไม่มีทางที่ใครจะสามารถล่วงรู้ได้ว่า อีกราว 9 เดือนให้หลัง เหตุแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นมิใช่ “แผ่นดินไหวโตไก” แต่เป็น “มหันตภัยแผ่นดินไหวโทโฮะกุ” ที่กลืนกินผู้คนไปแล้วมากกว่าหนึ่งพันชีวิต!

หมายเหตุ :

[30] Shizuoka Prefecture, Earthquake Disaster Prevention Guidebook, p1.

[31] Shizuoka Prefecture, Tokai Earthquake Preparedness in Shizuoka Prefecture Japan, April 2010, p1.

 

Tags: ···············

30 Comments so far ↓

  • ผู้หวังดี

    ขอให้ชาวญี่ปุ่นทุกคนพ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยน่ะค่ะทุกคนชาวไทยจะเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะจากชาวประเทศไทย

  • ผู้หวังดี

    ขอให้ชาวญี่ปุ่นทุกคนพ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยน่ะค่ะทุกคนชาวไทยจะเป็นกำลังใจให้น่ะค่ะจากชาวประเทศไทย

  • athenaz

    นิวเคลีบคงเป็นความเข็บปวดของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง และครั้งสุดท้าย..ค่ะ

    ขอบคุณที่ทำให่นึกถึงญี่ปุ้นในอีกมุมค่ะ
    ^^

  • athenaz

    นิวเคลีบคงเป็นความเข็บปวดของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง และครั้งสุดท้าย..ค่ะ

    ขอบคุณที่ทำให่นึกถึงญี่ปุ้นในอีกมุมค่ะ
    ^^

  • Preecha

    ผมต้องบอกตามตรงว่า เมืองไทยยังไม่พร้อมที่จะสร้าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่สามารถที่จะมีแผนสำรองเพื่อที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้(ใส่ไว้ในแผนได้) เหตุผลที่พูดอย่างงี้เพราะว่า ต้อง กำจัดนักการเมืองโกงบ้าน โกงเมืองให้หมดก่อน ถึงจะสามารถสร้างได้ ดูอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ ก็สามารถดูได้ มีการโกงการสร้าง ถ้าเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ต้องสร้างได้มาตรฐาน การโกงต้องไม่มี เพราะมันเป็นการสร้างที่มีความอันตราย ใช้วัสดุ โลหะทุกชนิดต้องได้มาตรฐาน ไม่สามารถลด หรือเปลี่ยนได้

  • Preecha

    ผมต้องบอกตามตรงว่า เมืองไทยยังไม่พร้อมที่จะสร้าง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่สามารถที่จะมีแผนสำรองเพื่อที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าได้(ใส่ไว้ในแผนได้) เหตุผลที่พูดอย่างงี้เพราะว่า ต้อง กำจัดนักการเมืองโกงบ้าน โกงเมืองให้หมดก่อน ถึงจะสามารถสร้างได้ ดูอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ ก็สามารถดูได้ มีการโกงการสร้าง ถ้าเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ต้องสร้างได้มาตรฐาน การโกงต้องไม่มี เพราะมันเป็นการสร้างที่มีความอันตราย ใช้วัสดุ โลหะทุกชนิดต้องได้มาตรฐาน ไม่สามารถลด หรือเปลี่ยนได้

  • varitlim

    @LK ผู้ใหญ่ของประเทศไทยกำลังพยายามหาทางเดินหน้าแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 โรงตามพีดีพี 2010 อยู่ครับ
    @Kinoko ขออภัยด้วยครับที่หายไปนาน แต่สัปดาห์นี้จะเขียนอีกเรื่องนึงนะครับ ขอบคุณมากครับที่ติดตาม
    @chadatan ขอบคุณเช่นกันครับที่เข้ามาอ่านและให้คำแนะนำ-ติชม :)

  • varitlim

    @LK ผู้ใหญ่ของประเทศไทยกำลังพยายามหาทางเดินหน้าแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4 โรงตามพีดีพี 2010 อยู่ครับ
    @Kinoko ขออภัยด้วยครับที่หายไปนาน แต่สัปดาห์นี้จะเขียนอีกเรื่องนึงนะครับ ขอบคุณมากครับที่ติดตาม
    @chadatan ขอบคุณเช่นกันครับที่เข้ามาอ่านและให้คำแนะนำ-ติชม :)

  • chadatan

    ชอบทุกบทความของคุณมากค่ะ มีประโยชน์และน่าอ่าน ขอบคุณนะคะที่แบ่งปัน

  • chadatan

    ชอบทุกบทความของคุณมากค่ะ มีประโยชน์และน่าอ่าน ขอบคุณนะคะที่แบ่งปัน