ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5)

November 9th, 2015 · No Comments · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ภาพยนตร์, หนังสือ

สำหรับคนญี่ปุ่น การสูญเสียเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์ในสงครามโลกครั้งที่สองยังคงเป็นรอยแผลบาดลึกอยู่ในใจแม้กระทั่งวันนี้ หลังสงครามสิ้นสุดรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นปัจจุบันซึ่งเรียกกันว่าเป็นฉบับสันติภาพ ตลอดจนการศึกษาของญี่ปุ่นต่างก็มีจุดเน้นที่ว่า ต่อแต่นี้ไปญี่ปุ่นจะละสิทธิการทำสงครามโฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·, นางาซากิ ยลเสน่ห์ล้ำ … ย้ำอดีตลึก

เย็นวันหนึ่งกลางเดือนกันยายน 2558 … ผมนัดกับ “ดร.หนุ่ม” โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·และเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย สังสรรค์กันที่ร้านอาหารใจกลางย่านห้างสรรพสินค้าของกรุงเทพมหานคร

วันเวลาผันผ่าน พวกเราจากเด็กวัยรุ่น ต่างย่างเข้าสู่วัยกลางคน ปัจจุบัน ดร.หนุ่ม กลายเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยโตเกียวการต่างประเทศ (Tokyo University of Foreign Studies) อีกทั้งยังมีสถานะเป็นนักเขียน นักแปล ล่าม คนพากษ์เสียงโฆษณาและวิดีทัศน์ พิธีกร และนักจัดรายการวิทยุภาคภาษาไทยของ NHK World Radio Japan ด้วย โดยปัจจุบัน ดร.หนุ่ม อาศัยอยู่ที่กรุงโตเกียวเป็นการถาวร

คราวนี้ ดร.หนุ่ม กลับมาบ้านเกิดแค่เจ็ดวัน เพื่อมาเก็บข้อมูลงานวิจัย ผมเลยถือโอกาสนัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันกว่าสิบปีมากินข้าวและพูดคุยสัพเพเหระ ทั้งเรื่องเก่า เรื่องเพื่อน เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องการเมือง เรื่องเมืองไทย เรื่องญี่ปุ่น โดยตอนหนึ่งเราวกไปถึงเรื่อง “นางาซากิ”

ผมทราบดีว่า ดร.หนุ่มชอบเมืองนางาซากิมาก มากจนเขียนหนังสือออกมาหนึ่งเล่ม นั่นคือ นางาซากิ ยลเสน่ห์ล้ำ … ย้ำอดีตลึก โดยตีพิมพ์ออกมาตั้งแต่ พ.ศ.2550

001

ผมบอก ดร.หนุ่มว่า ผมกำลังจะเขียนถึงเรื่องนานกิงและนางาซากิ สองเมืองของสองประเทศที่เคยบอบช้ำอย่างแสนสาหัสจากผลของสงคราม สองเมืองที่ผมมีโอกาสได้ไปเยือนและรู้สึกได้ว่าในสายลมที่พัดผ่านนั้นยังคงเจือไว้ด้วยเสียงคร่ำครวญและละอองน้ำตาของผู้สูญเสีย

สาเหตุที่ผมตัดสินใจเขียนบล็อก จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” ที่ทุกท่านกำลังอ่านอยู่นี้ก็เพราะทราบข่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นโดย นายชินโซ อาเบะ ได้เสนอกฎหมายความมั่นคง ซึ่งประกอบด้วยกฎหมายหลายฉบับเข้าสู่รัฐสภา

สำหรับกฎหมายความมั่นคงฉบับดังกล่าว ถูกเรียกว่า กฎหมายสงคราม หรือ War Bills มีเนื้อหาสำคัญคืออนุญาตให้ญี่ปุ่นสามารถสร้างเสริมแสนยานุภาพทางทหาร และทำการรบในเชิงรุกได้ ด้วยการส่งกองกำลังทหารไปรบในต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขหลัก 3 ข้อคือ

1.เมื่อญี่ปุ่นหรือพันธมิตรถูกโจมตีจนอาจส่งผลต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น หรือเป็นอันตรายต่อประชาชน
2.เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นๆ อีกแล้วที่จะป้องกันตนเองให้อยู่รอดและคุ้มครองประชาชน
3.การใช้กำลังทหารต้องทำเมื่อมีความจำเป็น และต้องใช้น้อยที่สุด

ทั้งนี้รัฐธธรรมนูญฉบับปัจจุบันของญี่ปุ่นซึ่งใช้มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้สละสิทธิ์ในการทำสงครามเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยกองทัพที่มีอยู่เป็นกองกำลังป้องกันตนเองเท่านั้น แม้ในช่วงที่ผ่านมาญี่ปุ่นจะมีการส่งทหารออกไปนอกประเทศ แต่ก็เป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ด้านมนุษยธรรม โดยเข้าร่วมในกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติเท่านั้น

002-Abe

การเปลี่ยนแปลงอันมี “กฎหมายสงคราม” เป็นจุดเริ่มต้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายกลาโหมครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่มีการจัดตั้งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลและอากาศ อีกทั้งยังมีนัยยะอย่างสูงในการเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ อย่างเช่น ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ สาธารณรัฐอิสลาม และที่สำคัญที่สุดการแผ่แสนยานุภาพของจีน

นี่เท่ากับว่ากฎหมายสงครามฉบับนี้คือคำประกาศอย่างเป็นทางการว่า “ญี่ปุ่นขอทวงสิทธิในการทำสงครามคืน”

เป็นการทวงสิทธิครั้งแรกในรอบ 70 ปี หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง โดยสหรัฐอเมริกาผู้ทิ้งระเบิดปรมาณูลงยังฮิโรชิมา-นางาซากิเพื่อหยุดยั้งกองทัพแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น มาวันนี้กลับกลายเป็นผู้หนุนหลังรัฐบาลญี่ปุ่นให้แก้กฎหมายและฟื้นฟูกองทัพขึ้นมา เพื่อเป็น “ทัพหน้า” และ “แนวรบด้านตะวันออกไกล” ของสหรัฐอเมริกา

ในทางตรงกันข้าม การขยายแสนยานุภาพของจีนด้วยการถมทะเลให้เป็นเกาะ ในทะเลจีนใต้ ก็สร้างความหงุดหงิด-โกรธแค้น-รำคาญให้กับประเทศเพื่อนบ้าน และกำลังเป็นปมที่อาจก่อให้เกิดการปะทะและทวีความตึกเครียดมากขึ้นทุกที ยิ่งผู้นำจีนประกาศชัดว่าต้องการจะขยายแสนยานุภาพทางทะเล เพื่อปกป้องทรัพยากรและอธิปไตยของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ

003-China-runway

บอกตามตรงผมหวั่นใจเหลือเกินว่า ทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้จะกลายเป็นชนวนก่อสงครามใหญ่อีกครั้ง

………………..

“กูจะเขียนถึงเรื่องสุสานหิ่งห้อย (Grave of the Fireflies) ด้วยนะ” ผมบอก ดร.หนุ่ม บนโต๊ะอาหาร
“ดูจบด้วยเหรอ?” ดร.หนุ่มถามด้วยความสงสัย
“ดูแล้ว … แต่ไม่กล้าดูอีก” ผมตอบ

004-Grave-of-the-Fireflies---Setsuko's-Death

Tags: ························

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.