ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

One Dish A Day 1 : จานแรก

September 14th, 2013 · No Comments · กล้อง-ถ่ายภาพ, ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ไอที - เทคโนโลยี

First-Dish

ว่ากันว่า ยุคนี้สมัยนี้มนุษย์โลก ถ่ายรูปกันเป็นบ้าเป็นหลัง ถ่ายรูปท้องฟ้า ถ่ายรูปสายน้ำ ถ่ายรูปหมา-แมว ถ่ายรูปเท้าตัวเองเวลาไม่มีอะไรทำ ถ่ายรูปตัวเองทำท่าคิกขุ-แอ๊บแบ๊ว ถ่ายรูปกันแม้แต่เวลานั่งอุจจาระ เพื่ออัปโหลดลงโซเชียลเน็ตเวิร์กโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เฟซบุ๊ก หรือ อินสตาแกรม ฯลฯ

อินสตาแกรม (Instagram) ระบุว่า ณ พ.ศ.นี้ (พ.ศ.2556, ค.ศ.2013) ทุกๆ นาที มีรูปอัปโหลดขึ้นอินสตาแกรมเฉลี่ยมากถึง 27,800 ภาพ ซึ่งหากคิดเป็นชั่วโมงก็ 27,800×60 = 1,668,000 ภาพ/ชั่วโมง หรือหากคิดเป็นวันก็เท่ากับ 1,668,000×24 ก็ประมาณ 40,000,000 ภาพ/วัน (อ่านว่า “สี่สิบล้านภาพ” ต่อวัน เผื่อใครจะขี้เกียจนับเลขศูนย์) หรือหากคิดเป็นเดือนที่มีเฉลี่ยเดือนละ 30 วัน ก็เท่ากับ 40 ล้านx30 = 1,200 ล้านภาพ/เดือน หรือ ถ้าคิดเป็นปีก็เอา 1,200 ล้านx12 เดือน ก็จะเท่ากับประมาณ 14,400 ล้านภาพต่อปี

ส่วนเฟซบุ๊ก (facebook) ซึ่งก็เป็นเจ้าของอินสตาแกรม เพราะซื้ออินสตาแกรมไปเป็นเจ้าของเมื่อเดือนเมษายน 2555 ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 30,000 ล้านบาท ก็บอกเช่นกันว่า ณ วันนี้ ทุกๆ นาที มีภาพถูกอัปโหลดขึ้นเฟซบุ๊กมากถึงราว 208,300 ภาพ ซึ่งถ้าอยากคิดเป็นต่อปีก็เอา 208,300 คูณด้วย 525,600 เพราะโดยเฉลี่ยหนึ่งปีจะมี 525,600 นาทีโดยประมาณ ซึ่งจะเท่ากับ 109,482,480,000 ภาพ/ปี!!!

ตัวเลขเหล่านี้นับวันจะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่คลิปโฆษณาชิ้นนี้ของ บริษัทแอปเปิลบอกว่า “Everyday more photos are taking with the (i)Phone …”

httpv://www.youtube.com/watch?v=Bp_cxxqOaPM

ใช่ครับ … อย่างที่ทุกคนทราบ ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็น “กล้องถ่ายภาพ” ประจำตัวของมนุษย์ไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อย แม่ค้าริมถนน พนักงานบริษัท หรือ แม้แต่ช่างภาพมืออาชีพ ความก้าวหน้าและความสะดวกสบายของเทคโนโลยีที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ทำให้การถ่ายภาพง่ายดายราวกับการนับ 1-2-3 ทั้งยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเราไปอย่างสิ้นเชิง

ส่วนตัว ผมชอบการถ่ายภาพมาตั้งแต่เด็ก แรกเริ่มเดิมทีผมถ่ายภาพด้วยกล้องคอมแพ็กต์แบบฟิล์ม หรือ ที่เรียกกันเล่นๆ ว่า “กล้องป๊อกแป๊ก” นั่นแหละ ต่อมาก็เปลี่ยนมาถ่ายรูปด้วยกล้อง SLR (Single-Lens Reflex) ยี่ห้อนิคอนตัวเก่าของคุณพ่อที่ซื้อมาจากอเมริกาสมัยตอนเรียนและทำงานเป็นแพทย์อยู่ที่นิวยอร์ก

ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะได้ขยับขยายเป็นเจ้าของกล้องใหญ่ หรือ กล้อง SLR เป็นครั้งแรกเมื่อตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่อ ปีที่ 5 … ซึ่งหากนับถึงวันนี้กล้องตัวนั้นก็มีอายุเกือบ 20 ปีแล้ว และยังนอนนิ่ง ปลดเกษียณอยู่ในลิ้นชักที่บ้าน

ผมมาเริ่มหัดใช้กล้องดิจิตอลตอนเรียนจบ และเริ่มทำงานข่าวเป็นครั้งแรกในปี 2543 โดยตอนนั้นเริ่มใช้กล้อง Sanyo ขนาดเซ็นเซอร์ประมาณ 1 หรือ 2 Megapixel จำไม่ได้แน่ชัด ซึ่งเป็นของบริษัทเพื่อทำงานข่าว ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้กล้องดิจิตอลของ Canon, Nikon, Sony, Panasonic, Fuji โดยสลับเปลี่ยนไปมาตามยุคสมัยและความสะดวก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้กล้องดิจิตอลได้ให้ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างสูง แม้ในบางอารมณ์ผมจะมีความรู้สึกโหยหากล้องฟิล์มบ้าง แต่นั่นก็คงเป็นอารมณ์อาลัยอาวรณ์ หรือ ห่วงหาอาทร กล้องตัวเก่า กล้องตัวแรก เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เพราะจากปัจจัยและสาเหตุนานัปการได้พิสูจน์ว่า “กล้องฟิล์ม” ได้กลายเป็นวัตถุโบราณที่เหมาะจะตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ไปเรียบร้อยแล้ว

ทุกวันนี้ แม้ว่าในกระเป๋าทำงานผมจะมีกล้องดิจิตอลคอมแพ็กต์ติดไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินต้องใช้ในการทำงานข่าว แต่ผมกลับใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือคือไอโฟน เพื่อการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน เกือบทุกวัน

เช่นเดียวกับอีกคนอีกหลายๆ คน … บอกตรงๆ ก็คือผมมีความสุขกับการถ่ายภาพครับ โดยเฉพาะการหยิบโทรศัพท์มือถือ หรือ กล้องขึ้นมาถ่ายสิ่งที่ตัวเองเห็นรอบๆ ตัว ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ในแต่ละวันผมถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือของตัวเองวันละ 5-10 ภาพ โดยราว 5% ของภาพที่ผมถ่ายจะถูกอัปโหลดภาพขึ้นในอินสตาแกรม หรือ เฟซบุ๊กด้วยจุดประสงค์ต่างๆ กัน

ทั้งนี้ เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาภาพที่ตัวเองถ่ายให้ละเอียดขึ้นอีกนิด ผมพบว่าในบรรดารูปที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอล (โดยเฉพาะจากกล้องในโทรศัพท์มือถือ) ผมชอบถ่ายรูปอาหารที่ตัวเองเคยรับประทานไว้มากที่สุด ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็มีพฤติกรรมเช่นนี้

อาจเป็นด้วยว่า คนที่ชอบถ่ายรูปอาหารไม่ใช่ดารา หรือ เป็นคนหน้าตาดีขนาดที่ต้องถ่ายรูปตัวเองเก็บเอาไว้ เอาไว้โชว์ หรือ พวกเราไม่ใช่ช่างภาพอาชีพที่ประสบกับสถานการณ์แปลกๆ หรือมีมุมมองดีๆ อยู่เป็นประจำ ดังนั้น สิ่งที่ดูน่าจะรื่นรมย์ที่สุดในชีวิตระหว่างวันของคนที่อาศัยในเมืองใหญ่ และทำงานประจำที่ดูเหมือนว่าวิถีชีวิตจะซ้ำซากจำเจ คงหนี้ไม่พ้นหนึ่งในช่วงเวลาพักผ่อนที่น่าจะรื่นรมย์ที่สุด ก็คือ “เวลากินข้าว”

“เวลากินข้าว” สิ่งของที่อยู่ใน “จานอาหาร” จะดีจะชั่ว จะถูกจะแพง จะอร่อยหรือไม่อร่อยอย่างไร อย่างน้อยก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่าจะสร้างความสุขให้กับเจ้าของและผู้ที่รับประทานได้ในระดับหนึ่ง ขั้นต่ำที่สุด สิ่งที่อยู่ในจานอาหารก็ช่วยให้คนกินท้องอิ่ม และมีแรงต่อสู้กับชีวิตต่อไป หรือ ถ้าหากคนที่มีทางเลือกขึ้นมาหน่อย ไม่ใช่นักโทษในคุกในตะราง หรือ คนยากคนจนที่หมดสิ้นหนทาง “อาหารในจาน” ย่อมจะให้มากกว่าความอิ่มท้องและพลังงานแก่ร่างกาย โดยสิ่งที่เพิ่มเติมมานั่นคือความสุข หรือ ความรื่นรมย์ในการใช้ชีวิตที่ผมกล่าวไปนั้นเอง

“ความรื่นรมย์” ที่ว่านี้เองเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมหยิบกล้องดิจิตอลขึ้นมาเก็บภาพอาหารแต่ละจานในทุกๆ วันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเป็นที่มาของบล็อก One Dish A Day ที่ผมเริ่มเขียนตอนนี้เป็นตอนแรก

สำหรับประโยชน์ของบล็อกนี้ นอกเหนือจากการนำภาพของกินมาขยายเป็นเรื่องราว บันทึกเก็บเอาไว้เพื่อให้ตัวผมเองอ่านภายหลังแล้ว ในด้านหนึ่ง ผมก็หวังว่า One Dish A Day น่าจะเพิ่มรอยยิ้มเล็กๆ ให้กับผู้หลงเข้ามาอ่านบล็อกแห่งนี้ได้บ้างสักคนสองคนก็ยังดี (หรืออาจจะเพิ่มน้ำย่อยกัดกระเพาะหากใครหลงเข้ามาอ่านเวลาท้องร้อง)

ส่วนในอีกด้านหนึ่งผมก็หวังว่าบล็อกนี้อาจจะช่วยกระตุกให้ทุกคนฉุกคิดว่า อย่างน้อยๆ อาหารที่พวกเรากินกันเฉลี่ยวันจะ 3 มื้อก็มีส่วนช่วยเพิ่มดีกรีความสุข เติมพลังชีวิต ให้ทุกๆ ท่านได้ แม้เพียงแค่ One Dish A Day ก็ยังดี

002-IMG_3052-800px

หมายเหตุ :

– ข้อมูลอ้างอิงสถิติการอัปโหลดภาพในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กจาก How Many Photos Are Uploaded to The Internet Every Minute? BY STAN HORACZEK ON MAY 27, 2013 (http://www.popphoto.com/news/2013/05/how-many-photos-are-uploaded-to-internet-every-minute)

– จริงๆ One Dish A Day คงไม่ได้มีมาเสิร์ฟในบล็อกแห่งนี้ให้กับท่านผู้อ่านสม่ำเสมอได้ทุกวันอย่างชื่อ ด้วยปัจจัยเรื่องงานประจำ และเรื่องส่วนตัวของผู้เขียนที่ไม่แน่ไม่นอน โดยอาจจะเป็น One Dish A Week แต่หวังว่าคงไม่ย่ำแย่จนกลายเป็น One Dish A Month 555

 

Tags: ············

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.