ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

จริงหรือที่เขาว่า “มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นญาติกัน”? กับ บรรพบุรุษของคนแซ่ลิ้ม

May 15th, 2017 · No Comments · ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม

ภาพจาก pinterest.com

ภาพจาก pinterest.com

สิบกว่าปีที่แล้ว สมัยเรียนอยู่ที่ปักกิ่ง อาจารย์วิชาปรัชญาชาวเหอหนานบอกผมว่า คนจีนเชื่อว่า หากนับจากตัวเรา ไล่เรียงบรรพบุรุษไปประมาณ 500 รุ่นที่แล้ว ทุกคนต่างเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ผิงไฟกองเดียวกัน กินข้าว-คีบเกี๊ยวจากหม้อเดียวกัน

ถามว่าตอนนั้นผมเชื่อไหม ตอบเลยว่า “ไม่ค่อยเชื่อ” …

ฝั่งนักคณิตศาสตร์ชาวตะวันตกคำนวณว่า หากคิดตัวเลขง่ายๆ เพียงแค่นับจากตัวเราขึ้นไปยัง พ่อ แม่ ปู่ ยา ตา ยาย ทวด ฯลฯ เพียง 4 รุ่น หากไม่มีการผสมพันธุ์ในเครือญาติ (Inbreed) กันเลย “เรา” ทุกคนจะมีบรรพบุรุษ 30 คน

แล้วถ้าคำนวณย้อนไปอีกเพิ่มจาก 4 รุ่น เป็น 40 รุ่นล่ะ?

คำตอบก็คือ 2^40 (2 ยกกำลัง 40) เราก็จะมีบรรพบุรุษทั้งหมดกว่า 1,099,511 ล้านคน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน เมื่อประมาณ 450 ปีก่อนคริสตกาล … ซึ่งในความเป็นจริงแล้วจำนวนดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ เพราะนักวิทยาศาสตร์ประเมินกันว่าตั้งแต่โลกใบนี้มีมนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมา เคยมีมนุษย์ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้เพียงแค่ราว 107,000 ล้านคนเท่านั้น (ปัจจุบันโลกใบนี้มีประชากรอยู่ราว 7,300 ล้านคน) [1]

ภาพจากยูทูป Are We All Related? by It's Okay To Be Smart

ภาพจากยูทูป Are We All Related? by It’s Okay To Be Smart

003-Are-We-All-Related_[15-36-39]

ภาพจากยูทูป Are We All Related? by It’s Okay To Be Smart

นักวิทยาศาสตร์จึงสรุปได้เลยว่ามนุษย์ทุกคนต้องเกิดจากการผสมพันธุ์ลักษณะที่เป็นเครือญาติกัน (Inbreeding) แน่นอน ทั้งยังประเมินด้วยว่า นับตั้งแต่เผ่าพันธุ์ที่เชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์อุบัติขึ้นบนโลกเมื่อราว 2 แสนปีก่อน ถึงปัจจุบันน่าจะมีมนุษย์ตกทอดกันมาแล้วราว 7,000-8,000 รุ่น โดยจากการศึกษาทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางดีเอ็นเอสันนิษฐานว่า เมื่อ 150,000 ปีที่แล้วมีมนุษย์เพศหญิงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทวีปอัฟริกาเป็นต้นทางของพันธุกรรมของมนุษย์โลกที่อาศัยและมีชีวิตอยู่ ณ ปัจจุบันทั้งหมด โดยนักพันธุศาสตร์ตั้งฉายาให้เธอว่า ไมโตคอนเดรียล อีฟ (Mitochondrial Eve)

ภาพจากยูทูป Are We All Related? by It's Okay To Be Smart

ภาพจากยูทูป Are We All Related? by It’s Okay To Be Smart

ขณะที่มนุษย์คนอื่นๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับ “ไมโตคอนเดรียล อีฟ” นั้นไม่สามารถสืบสายพันธุ์ตกทอดกันมาถึงปัจจุบันได้

ดังนั้นหากสรุปเป็นภาษาง่ายๆ ก็คือ หากสมมติฐานดังกล่าวถูกต้อง เราทุกคนบนโลกนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในทวีปใด ผิวสีอะไร ตัวสูงตัวเตี้ย ตาโตตาตี่ พูดภาษาอะไร หรือนับถือศาสนาใด ในอดีตอันไกลโพ้นล้วนแล้วแต่เป็นญาติพี่น้อง และมีบรรพบุรุษคนเดียวกันทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม หากถามเราแต่ละคนว่า รู้จักบรรพบุรุษของย้อนกลับไปได้กี่รุ่นกัน?

3 รุ่น 4 รุ่น 5 รุ่น หรือ 10 รุ่น?

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จักคนรุ่นพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ไปสุดที่รุ่นทวด แต่ส่วนน้อยนักที่จะทราบว่า บรรพบุรุษรุ่นเราเป็นใคร เคยประกอบอาชีพอะไร มีถิ่นกำเนิดมาจากที่ไหน ฯลฯ ด้วยข้อจำกัดทั้งทางด้านกายภาพ ภาษา การจดบันทึก ฯลฯ

เอาเข้าจริง หากปราศความสนใจและข้อมูลที่จดบันทึกทางประวัติศาสตร์ คนเราก็ไม่ต่างอะไรจาก “จอกแหนที่ไร้ราก” ที่ล่องลอยไปตามกระแสน้ำแห่งกาลเวลา รอวันที่จะดับสลายไปในระยะเวลาไม่กี่สิบปี หรือ อย่างมากร้อยปีเท่านั้น

โดยส่วนตัว ชีวิตผมได้พึ่งอานิสงส์ของสิ่งที่เรียกว่า “แซ่” หรือ “ซิ่ง ()” ในวัฒนธรรมจีนมายึดเหนี่ยวไม่น้อย เพราะอย่างน้อยๆ ผมก็ทราบว่าบรรพบุรุษของผมแซ่ลิ้ม หรือในภาษาจีนกลางคือ “หลิน (林)” ที่แปลว่า “ป่า”

แซ่ลิ้ม หรือ หลิน ในปัจจุบัน ถูกเขียนภาษาอังกฤษได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Lin, Lim, Liem, Lam, Im, Hayashi หรือ Ling แล้วแต่ว่าคนๆ นั้นเป็นคนจีนมาจากประเทศอะไรไม่ว่า จีน ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สหรัฐฯ หรือจากยุโรปก็ตาม

ตอนเรียนอยู่ที่ปักกิ่ง ผมเจอรุ่นน้องชาวเกาหลีใต้ ชื่อ “อิม มีราน” เธอรีบบอกเลยว่าเราเป็นญาติห่างๆ กัน เพราะชื่อจีนกลางของเธอคือ “หลิน เหม่ยหลาน”

ผมไม่ได้ถามว่าปู่แซ่อิมของเธอไปตั้งรกรากอยู่ที่เกาหลีได้อย่างไร และทำไมบรรพบุรุษแซ่ลิ้มของผมจึงไปตั้งรกรากอยู่บนเกาะไหหลำ เพราะถามไปเราก็คงนับญาติกันไม่ถูก

จากข้อมูลของสารานุกรมร้อยแซ่ (百家姓) ว่ากันว่า แซ่ลิ้มเป็นตระกูลที่มีสมาชิกมากเป็นอันดับ 17 บนแผ่นดินใหญ่ และใหญ่เป็นอันดับสองบนเกาะไต้หวัน โดยตามตำนานที่ตกทอดกันมา บรรพบุรุษของคน “แซ่ลิ้ม” ทั่วโลก คือ บุตรของปี่กาน (比干) อัครมหาเสนาบดีของ โจ้วอ๋อง กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ซาง (商紂王) [2]

ภาพวาดปี่กาน (比干) บรรพบุรุษของคนแซ่ลิ้ม ตามจินตนาการของจิตรกรจีน

ภาพวาดปี่กาน (比干) บรรพบุรุษของคนแซ่ลิ้ม ตามจินตนาการของจิตรกรจีน

ราชวงศ์ซาง เป็นราชวงศ์โบราณของจีนในช่วง 1,700 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึง 1,100 ปีก่อนคริสต์ศักราช ก่อนจะเสียแผ่นดินให้กับราชวงศ์โจว

“ปี่กาน” ถือเป็นขุนนางผู้สัตย์ซื่อคนสุดท้ายที่พยายามปกป้องและยืดอายุราชวงศ์ซางให้ยืนยาวออกไป แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

“กระทั่งรัชสมัยตี้ซิ่ง (帝幸) นั้น ศึกขัดแย้งทางการเมืองภายในทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก ขุนนางรอบข้างต่างลุกฮือขึ้นต่อต้าน แม้ว่าต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่รุนแรงนี้ แต่โจ้วอ๋อง (商紂) หรือตี้ซิ่ง (帝幸) กลับไม่คิดปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสิ่งใด ทั้งไม่รับฟังคำตักเตือนจากผู้หวังดี ลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อ ซึ่งยิ่งโหมกระพือความขัดแย้งภายในเพิ่มขึ้น

“ขณะเดียวกัน ก็เปิดศึกกับเผ่าตงอี๋ (東夷) เพิ่มภาระอันหนักอึ้งให้กับประชาชน และทำให้สูญเสียกำลังทหารภายในประเทศอีกด้วย ดังนั้น เมื่อโจวอู่อ๋อง (周武王) ยกทัพเข้ามาประชิดชายแดน โจ้วอ๋องจึงได้แต่รวบรวมกำลังพล เพื่อออกไปรับศึก ผลสุดท้ายกำลังทหารฝ่ายซางขาดกำลังใจในการรบ กลับเป็นฝ่ายยอมแพ้เปิดทางให้กับโจวอู่อ๋อง เมื่อเห็นดังนั้น โจ้วอ๋องจึงหอบทรัพย์สมบัติหลบหนีไปยังเมืองลู่ไถ สุดท้ายเสียชีวิตที่นั่น ราชวงศ์ซางจึงถึงกาลสิ้นสุด” นั่นคือ เรื่องราวที่ถูกบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อราว 1,100 ปี ก่อนคริสต์ศักราช หรือ 3,100 กว่าปีที่แล้ว

เมื่อเวลาผ่านไปๆ “ปี่กาน” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบิดาของต้นกำเนิดตระกูลลิ้ม ก็กลายเป็นเทพองค์หนึ่ง โดยได้รับการยกย่องจากชาวจีนให้เป็น เทพเจ้าแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋น หรือที่คนแต้จิ๋วในเมืองไทยเรียกว่า “บุ่งไฉ่ซิงเอี้ย (文财神爷)”

ภาพวาด "ปี่กาน" ในฐานะเทพเจ้าแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋นองค์หนึ่ง (文财神)

ภาพวาด “ปี่กาน” ในฐานะเทพเจ้าแห่งโชคลาภฝ่ายบุ๋นองค์หนึ่ง (文财神)

 

อ้างอิง : 

[1] Are We All Related? by It’s Okay To Be Smart; https://www.youtube.com/watch?v=mnYSMhR3jCI

[2] 林姓; https://zh.wikipedia.org/wiki/%E6%9E%97%E5%A7%93

 

Tags: ···········

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.