ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Entries Tagged as 'บางลำภู'

จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๔

June 23rd, 2014 · Comments Off on จาก “วังถนนพระอาทิตย์” ถึง “บ้านพระอาทิตย์” ตอนที่ ๔ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

ป้อมพระสุเมรุ

ประวัติการครอบครองวังถนนพระอาทิตย์ อาจกล่าวได้ว่าเริ่มต้นขึ้นพร้อมๆ กับการเริ่มต้นสกุลอิศรเสนา เมื่อพระบวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ องค์ต้นสกุลได้รับพระราชทานวังแห่งนี้ ในฐานะพระโอรสของ “วังหน้า” ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ “วังหน้า” ในรัชสมัยนั้น คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ โดยทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ และสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงนับเป็นพระอนุชาร่วมพระชนกชนนีกับพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ทรงมีความดีความชอบในการศึกสงครามมาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมขุนเสนานุรักษ์ และเลื่อนขึ้นเป็นกรมหลวงเสนานุรักษ์ในปลายรัชกาล โดยโปรดเกล้าฯ ให้รับพระบัณฑูรน้อย คือ เท่ากับมีพระอิสริยยศรองจากสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร (คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) ซึ่งทรงดำรงพระยศเป็นองค์รัชทายาทอยู่ในขณะนั้น ครั้นถึงรัชกาลที่ ๒ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์ ทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลอยู่ในฐานะพระมหาอุปราช แต่ทรงประชวรสิ้นพระชนม์เสียในรัชกาลที่ ๒ นั้นเอง สมเด็จพระบวรราชเจ้าเจ้ามหาเสนานุรักษ์ทรงมีโอรสธิดารวม ๔๐ พระองค์ แต่เมื่อขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมพระราชวังบวรฯ ในรัชกาลที่ ๒ นั้น มีพระโอรสที่เจริญพระชันษาถึงกำหนดออกวังเพียง ๓ พระองค์ ได้แก่ ๑.พระองค์เจ้าชายประยงค์ (ต่อมาทรงกรมเป็น กรมขุนธิเบศรบวร) ๒.พระองค์เจ้าชายปาน (ต่อมาทรงกรมเป็น กรมหมื่นอมรมนตรี) ๓.พระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ (ต่อมาทรงกรมเป็นกรมหมื่นกระษัตริย์ศรีศักดิเดช) พระองค์เจ้าชายประยงค์นั้น […]

[Read more →]

Tags:·············

ประวัติบ้านพระอาทิตย์ ตอนที่ ๓ : เสียงละหมาดในสายลม

June 17th, 2014 · Comments Off on ประวัติบ้านพระอาทิตย์ ตอนที่ ๓ : เสียงละหมาดในสายลม · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม

000

บนชั้น ๕ ของบ้านพระอาทิตย์ ผมได้ยินเสียงละหมาดลอยมาตามลม … สิบกว่าปีที่แล้ว บนชั้น ๕ ของบ้านพระอาทิตย์ ซึ่งถูกใช้เป็นกองบัญชาการเริ่มแรกของกองบรรณาธิการเว็บไซต์ผู้จัดการ ยามดวงอาทิตย์ใกล้อัสดง คือ ห้วงเวลาที่นักข่าวเกือบทุกคนต่างยุ่งหัวปั่นที่สุด กับทั้งการทำข่าวบนเว็บไซต์และการปิดข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้น เนื่องจากเรื่องราว-ข่าวสารทั้งหมดในรอบวันมักจะขมวดปม และประเดประดังเข้าสู่กองบรรณาธิการ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงละหมาด ผมจะวางมือจากแป้นพิมพ์ หันออกไปมองยังนอกหน้าต่างบนชั้น ๕ ของบ้านพระอาทิตย์ ทุกครั้งผมจะพบกับภาพกรุงเทพมหานครยามอาทิตย์อัสดง จินตนาการว่าตัวเองกำลังนั่งเครื่องย้อนเวลากลับไปในอดีตตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์ ……………………………. “ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเป็น หลวงยกกระบัตร (อัยการ) รับราชการอยู่อัมพวา (สมุทรสงคราม) ส่วนพระอนุชาคือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเป็น นายสุดจินดา (มหาดเล็กหุ้มแพร) รับราชการอยู่ในพระนครศรีอยุธยาจึงคุ้นเคยกับพระเจ้าตากมาก่อนนานแล้ว “พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขามีบันทึกเกี่ยวกับการถวายตัวของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกกับพระราชอนุชาไว้ มีความว่า เมื่อพระเจ้าตากสถาปนากรุงธนบุรีและทำพิธีปราบดาภิเษกเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงโปรดให้ นายสุดจินดา (บุญมา) ตั้งบ้านเรือนอยู่นอกกำแพงพระนครด้านเหนือวัดตองปุ (หรือวัดกลางนา) หรือบริเวณวัดชนะสงครามถึงป้อมพระสุเมรุทุกวันนี้” สุจิตต์ วงศ์เทศ บันทึกไว้ในหนังสือกรุงเทพฯ มาจากไหน? [1] นายสุดจินดา (บุญมา) ซึ่งในเวลาต่อมาคือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท หรือ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท […]

[Read more →]

Tags:············

One Dish A Day 2 : ไข่กระทะ กับ สภากาแฟ

September 20th, 2013 · Comments Off on One Dish A Day 2 : ไข่กระทะ กับ สภากาแฟ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, อาหาร, ไอที - เทคโนโลยี

ชุดไข่กระทะ ร้านเฮี้ยะไถ่กี่

คนในเมืองใหญ่มักจะมีข้ออ้างในการไม่ทำโน่น ไม่ทำนี่ เช่น มาสายเพราะรถติด ไม่ไปออกกำลังเพราะฝนตก กลับบ้านดึกเพราะรถเมล์ไม่มา-รถตู้ไม่จอด ส่งงานไม่ทันเพราะไฟดับ-เน็ตเน่า ฯลฯ ส่วนตัวผมเองก็ติดนิสัย “ขี้อ้าง” ข้างต้นบางข้อเช่นกัน หลายปีก่อน หนึ่งในข้ออ้างที่ผมพร่ำบอกกับตัวเองเป็นประจำเพื่อกลบเกลื่อนความเสียนิสัยของตัวเองก็คือ “ผมไม่กินข้าวเช้า เพราะผมตื่นสาย!” ครับ ผมมักจะใช้ข้ออ้างของการประกอบอาชีพนักข่าวมากล่อมตัวเองว่า ผมทำงานดึก นอนสักประมาณ ตี 1 หรือ ตี 2 และผมตื่นประมาณ 7 หรือบางครั้ง 8 โมงเช้า ผมเลยไม่กินข้าวเช้า โดยมักจะอ้างกับตัวเองว่า ชีวิตนักข่าวเป็นชีวิตที่ไม่มีตารางเวลาแน่ชัด แทบจะไม่มีวันหยุด (อย่างมากก็สัปดาห์ละ 1 วัน) แทบจะไม่มีวันหยุดตามเทศกาล ไม่มีค่าล่วงเวลา ไม่มีค่าเสี่ยงภัย ไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเอง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อ 4-5 ปีก่อน ครั้งที่ผมถูกมอบหมายให้เป็นโปรดิวเซอร์รายการเช้าทาง ASTV ที่ออกอากาศเวลา 6.00-7.00น. ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ทำให้ตารางชีวิตประจำวันของผมเปลี่ยนแปลงไปหมด กล่าวคือ ต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนตื่นเช้ามาก … คือ […]

[Read more →]

Tags:··················