ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

Entries Tagged as 'mblog'

สึกิจิที่ไม่ได้มีแค่ “ปลา กับ ซูชิ” ตอนจบ

July 15th, 2016 · Comments Off on สึกิจิที่ไม่ได้มีแค่ “ปลา กับ ซูชิ” ตอนจบ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, อาหาร, เศรษฐกิจ

ตลาดสึกิจิไม่ได้มีแค่ “ปลา” กับ “ซูชิ” …. อย่างที่เคยเล่าไปว่า ตลาดสึกิจิถูกแบ่งพื้นที่เป็นตลาดภายใน และตลาดภายนอก ตลาดภายในมีร้านค้าส่งปลา อาหารทะเล และสินค้าอื่นๆ ประมาณ 680 ร้าน ส่วนตลาดภายนอกมีร้านค้าประมาณ 400 ร้าน รวมแล้วมากกว่า 1,000 ร้าน ช่วงหลายปีหลังมานี้สึกิจิไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเดินเตร็ดเตร่เข้าไปยังตลาดด้านใน โดยยอมให้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่หลั่งไหลมาเยี่ยมชมตลาดแห่งนี้มักจะเข้าไปรบกวนการทำงาน ของผู้ปฏิบัติงานและพ่อค้า สังเกตได้จากรถสามล้อขนปลาแบบคนยืนขับที่แล่นไปมาอย่างขวักไขว่ ซึ่งหลายครั้งเกือบที่จะเฉี่ยวชนเอานักท่องเที่ยวที่มัวแต่ถ่ายรูป หรือ มัวแต่เซลฟี They have no manners. They take a picture without permission. พวกเขาไม่มีมารยาท พวกเขาถ่ายรูปโดยไม่ได้ขออนุญาต I want to bring fishes to my shop fast. ฉันต้องการจะเอาปลาไปส่งที่ร้านของฉันให้เร็วที่สุด   ผมเห็นป้ายข้างต้นตั้งแต่ปี 2553 เมื่อครั้งไปเยือนสึกิจิครั้งแรก […]

[Read more →]

Tags:····························

กินซูชิ บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 2

July 8th, 2016 · Comments Off on กินซูชิ บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 2 · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, อาหาร

“ศาสตร์ของการเสิร์ฟซูชิที่มีคุณภาพคือ หนึ่ง ต้องรู้ว่าปลาอะไรที่อยู่ในฤดูและปลาอะไรควรจะกินเวลาใด สอง แหล่งที่มาของปลาก็สำคัญ และ สามคือหาร้านขายปลาที่น่าเชื่อถือและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน สามสิ่งนี้สำคัญที่สุด” – – – ทายาทแห่งร้านไดวะซูชิ   ฝนเดือนมิถุนายนของกรุงโตเกียวยังคงโปรยปราย ผมกดชัตเตอร์ถ่ายรูปป้ายสถานีสึกิจิ (Tsukiji Station; 築地駅) เพื่อบันทึกความทรงจำ ก่อนที่ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้จะถูกย้ายไปยังเขตโทโยสุ (Toyosu; 豊洲) ในเดือนพฤศจิกายน 2559 นี้เพื่อรองรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ซึ่งโตเกียวจะเป็นเจ้าภาพในปี 2563 หรือ ค.ศ.2020 เขาว่าสาเหตุที่ต้องย้ายเพราะ สึกิจิเป็นตลาดเก่า ที่อยู่ใกล้ย่านดาวน์ทาวน์ของกรุงโตเกียวอย่างเช่น ย่านกินซ่ามากเกินไป อีกทั้งสาธารณูปโภคก็เสื่อมโทรม สู้ตลาดแห่งใหม่ที่โทโยสุไม่ได้ เพราะที่นั่นทั้งตลาดจะติดเครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้สาธารณูปโภคด้านการขนส่ง-โลจิสติกส์ที่โทโยสุก็สะดวกสบาย และอยู่ห่างจากตลาดเดิมเพียงแค่ราวสองกิโลเมตร คำถามที่ผมและทุกคนสงสัยคือ เมื่อตลาดย้ายไป สึกิจิก็จะไม่ใช่ตลาดปลาอีกต่อไป แล้วเสน่ห์ของสึกิจิที่ต้องเปลี่ยนชื่อเป็นโทโยสุจะยังหลงเหลืออยู่สักเท่าไร? จากสถานีรถไฟใต้ดิน ผมเดินลัดเลาะไปบริเวณริมถนน ด้านขวาเป็นถนนชินโอฮาชิ ซ้ายเป็นร้านค้าบริเวณตลาดนอกของสึกิจิ ทั้งร้านผัก ผลไม้ ราเม็ง อาหารทะเล ร้านข้าวหน้า (ดงบุริ) ร้านเทมปุระ ฯลฯ … […]

[Read more →]

Tags:·······················

บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 1

June 30th, 2016 · Comments Off on บอกลา “สึกิจิ” ตอนที่ 1 · กล้อง-ถ่ายภาพ, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, สื่อ, อาหาร, เศรษฐกิจ

04.30น. นาฬิกาปลุกดังขึ้น กลางโรงแรมเล็กๆ ในย่านอุเอะโนะ มหานครโตเกียว ผมเอื้อมมือไปปิดนาฬิกา ก่อนงัวเงียลุกขึ้นมาแปรงฟัน และล้างหน้าแบบลวกๆ ก่อนจะสวมเสื้อแจ็คเกตกันฝน หยิบกระเป๋ากล้องสะพายออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังสถานีโอกาชิมาชิ เพื่อที่จะจับรถไฟใต้ดินสายฮิบิยา ไปยังสถานีสึกิจิปลายทาง ปลายเดือนมิถุนายน 2559 โตเกียวชุ่มฉ่ำไปด้วยร่องรอยของน้ำฝน บรรยากาศเช้ามืดของกรุงโตเกียวแตกต่างจากช่วงเวลากลางวันอย่างสิ้นเชิง บนชานชลาสถานีรถไฟใต้ดินมีคนยืนอยู่ไม่กี่คน เมื่อขึ้นไปบนรถไฟที่มุ่งหน้าไปยังตลาดสึกิจิ ที่นั่งก็มีว่างให้จับจองเกือบทุกตู้ มีสาวๆ ในชุดกิโมโนคู่หนึ่งนอนสัปหงกอยู่ใกล้ที่นั่งริมประตูคล้ายว่าพวกเธอเหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืนและกำลังอยู่ระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อพูดถึงชื่อ “สึกิจิ (Tsukiji; 築地市場)” เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ แต่คนที่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นอย่างปลาดิบ เชื่อว่าต้องเคยได้ยินชื่อ เพราะตลาดแห่งนี้ถือเป็นตลาดค้าส่งอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนปีละหลายล้านคน ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยหลายแห่งมักจะติดป้ายว่า “ปลานำเข้าตรงจากตลาดสึกิจิ สัปดาห์ละ X เที่ยว” อันเป็นการอ้างอิงถึงคุณภาพปลาว่าอยู่ในระดับดีที่สุด และจะทำให้สามารถตั้งราคาขายให้สูงขึ้นไปด้วยได้ ตลาดสึกิจิ ถือเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุมิดะ ใกล้ย่านใจกลางมหานครโตเกียว ติดกับย่านกินซ่า ย่านช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ชื่อดัง โดยพื้นที่ของตลาดมีขนาดใหญ่ถึง 230,000 ตารางเมตร หรือพอๆ กับพื้นที่ของสนามฟุตบอล 30 สนามเรียงต่อกัน ไม่เพียงมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แต่มูลค่าทางเศรษฐกิจของตลาดแห่งนี้ก็มโหฬารตามไปด้วย กล่าวคือ ทุกวันตลาดแห่งนี้มีการซื้อขายอาหารทะเลและสินค้าต่างๆ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,500 […]

[Read more →]

Tags:················

ลองเทคโนโลยี Wireless Charging สุดล้ำในราคาตลาดนัด ตอนที่ 1

February 28th, 2016 · Comments Off on ลองเทคโนโลยี Wireless Charging สุดล้ำในราคาตลาดนัด ตอนที่ 1 · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, สื่อ, ไอที - เทคโนโลยี

ผมได้หยิบจับเจ้า Samsung Galaxy S6 มือถือระดับแฟลกชิปของค่ายซัมซุงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่มันจะตกรุ่นเมื่อไม่กี่วันมานี้ -_-” ส่วนตัวผมเองพกโทรศัพท์ติดตัวอยู่สองเครื่องทั้งระบบปฏิบัติ iOS และ Android ด้วยความจำเป็นในหน้าที่การงานที่ต้องใช้งานมือถือทั้งสองระบบ เพื่อทดสอบระบบเว็บไซต์ และ Application แต่การได้มาใช้งานเจ้า Galaxy S6 ทำให้ผมได้ลองเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง โดยหนึ่งในนั้นที่ผมสนใจมากก็คือ เทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) วิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลัง Wireless Charging หรือ Inductive Charging คือ การส่งต่อพลังงานด้วยการเหนี่ยวนำ โดยเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้เป็นสนามแม่เหล็กแผ่ออกไปจากแท่นชาร์จ ขณะที่ ณ ปลายทางคือเครื่องโทรศัพท์มือถือก็จะมีตัวรับที่เปลี่ยนสนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งต่อไปยังแบตเตอรี่ เมื่อเปรียบเทียบกับสายชาร์จแบบดั้งเดิม การชาร์จแบบไร้สาย มีข้อได้เปรียบหลายประการด้วยกัน เช่น  ไม่มีการสัมผัสกันระหว่างขั้วไฟฟ้า ทำให้ลดความเสี่ยงในเรื่องของไฟกระชากที่ขั้วทองแดง ทั้งยังห่างไกลจากน้ำทำให้ลดโอกาสในการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร, ในเชิงการแพทย์การชาร์จแบบไร้สายช่วยลดการติดเชื้อได้มาก นอกจากนี้เมื่อไม่มีการเสียดสีหรือสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ไฟฟ้ากับที่ชาร์จ ทำให้เพิ่มความทนทานในการใช้งาน และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อดีแล้วก็ย่อมมีข้อด้อย อย่างแรกคือ ชาร์จได้ช้ากว่าการชาร์จแบบมีสาย เพราะการชาร์จไร้สายเป็นการถ่ายทอดพลังงานด้วยพลังงานสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าต่ำเพียงแค่ 0-5 วัตต์เท่านั้น ส่วนข้อด้อยอีกประการหนึ่งก็คืออุปกรณ์มีราคาแพง […]

[Read more →]

Tags:················

ทำ “สปาเกตตี้ คาโบนารา” ง่ายๆ คลาสสิกๆ แบบเชฟอิตาเลียน

January 16th, 2016 · Comments Off on ทำ “สปาเกตตี้ คาโบนารา” ง่ายๆ คลาสสิกๆ แบบเชฟอิตาเลียน · กล้อง-ถ่ายภาพ, ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, อาหาร

000-12493710_1110776498946804_8543505228011523456_o

หากมีเวลาว่าง ผมเป็นคนชอบลองทำอาหารต่างๆ โดยส่วนใหญ่สูตรที่ได้จะมาจากเว็บไซต์ต่างๆ หรือ การดูคลิปยูทิวบ์ก่อนนอน ตั้งแต่อาหารไทย จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ อเมริกัน อิตาเลียน ฯลฯ สัปดาห์ก่อนผมไปเปิดเจอคลิปวิดีโอวิธีการทำ สปาเกตตี้ คาโบนารา (Spaghetti Carbonara) ในแบบชาวอิตาเลียนแท้ๆ จากเชฟชาวอิตาเลียนสองคน คือ อันโตนิโอ คาร์ลุชโช (Antonio Carluccio) และ เจนนาโร คอนทัลโด (Gennaro Contaldo) [1] จึงหยิบเอามาลองทำ โดยดัดแปลงเล็กน้อย แต่ยังคงความคลาสสิกของสปาเกตตี้ คาโบนารา แบบดั้งเดิมเอาไว้ สำหรับเชฟคาร์ลุชโช และเชฟคอนทัลโดนั้นเป็นพ่อครัวและกูรูด้านอาหารอิตาเลียน ผู้ดำเนินรายการ Two Greedy Italians สารคดีที่ทั้งคู่พาผู้ชมท่องไปทั่วอิตาลีเพื่อแสวงหายอดอาหารของแดนรองเท้าบูต โดยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี 2 และเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมาก ว่ากันแล้วก็เอาให้ถึงแก่น ถามว่าพาสต้ายอดนิยมชนิดนี้มีประวัติศาสตร์และจุดเริ่มต้นอย่างไร? กล่าวถึงต้นตอของ “สปาเกตตี้ คาโบนารา” นั้นมีหลายเรื่องเล่า เรื่องหนึ่งว่ากันว่าเป็นอาหารพื้นถิ่นของชาวโรมัน โดยอาหารชนิดนี้คิดค้นโดยคนตัดไม้ที่เผาถ่านเป็นเชื้อเพลิงในเขตภูเขาของแคว้นอาบรุซโซ (Abruzzo) ซึ่งคนตัดไม้และเผาถ่านจะทำอาหารจานนี้โดยใช้ถ่านไม้เนื้อแข็งเป็นเชื้อเพลิง […]

[Read more →]

Tags:·············

สติ – ลิง – พรปีใหม่ ๒๕๕๙

January 2nd, 2016 · Comments Off on สติ – ลิง – พรปีใหม่ ๒๕๕๙ · กล้อง-ถ่ายภาพ, ครอบครัว, ชีวิต-สังคม, หนังสือ

ในวันเริ่มต้นศักราชใหม่ปีวอก ๒๕๕๙ ผมถือโอกาสพาครอบครัวเดินทางไปไหว้พระ และขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารเหมือนเช่นทุกปี เปรียบเทียบกับปีก่อนๆ ปีนี้วัดเบญฯ ดูจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจีน การได้พบเจอผู้คนจำนวนมากในช่วงขึ้นศักราชใหม่เช่นนี้ ทำให้ได้คิดอะไรหลายอย่าง เหมือนกับท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย เราจึงมีโอกาสได้ฉุกคิด อยู่กับตัวเองและทำความรู้จักตัวเรามากขึ้น สิ่งแรกที่ผมคิดถึงก็คือ ส.ค.ส. พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ซึ่งมีพรพระราชทานระบุ “สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๙ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ ขอจงมีความสุขความเจริญ Happy New Year” สังเกตว่า พระเจ้าแผ่นดินของเราไม่ได้ให้พรประชาชนด้วยความร่ำรวย หรือ ฟุ้งเฟ้อ แต่ทรงย้ำเตือนให้ทุกคนคำนึงถึงสิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือ กำลังกายที่แข็งแรง กำลังใจที่เข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ “สติที่รู้เท่าทันอยู่เสมอ” ซึ่งสิ่งเหล่านี้นี่เองย่อมนำมาสู่ความสุขความเจริญของทุกคน สังคม และประเทศชาติ ถัดมา เมื่อกล่าวถึงเรื่องสติ โยงเข้ากับปีวอก หรือ ปีลิง ทำเอาผมอดหวนนึกไปถึง คำสอนของพระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ใน หนังสือโพชฌงค์ : พุทธวิธีเสริมสุขภาพ* ทั้งนี้ […]

[Read more →]

Tags:···········

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5)

November 9th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : บทสนทนาที่กรุงเทพ (5) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ภาพยนตร์, หนังสือ

“สำหรับคนญี่ปุ่น การสูญเสียเลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์ในสงครามโลกครั้งที่สองยังคงเป็นรอยแผลบาดลึกอยู่ในใจแม้กระทั่งวันนี้ หลังสงครามสิ้นสุดรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นปัจจุบันซึ่งเรียกกันว่าเป็นฉบับสันติภาพ ตลอดจนการศึกษาของญี่ปุ่นต่างก็มีจุดเน้นที่ว่า ‘ต่อแต่นี้ไปญี่ปุ่นจะละสิทธิการทำสงคราม’ …” — โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·, นางาซากิ ยลเสน่ห์ล้ำ … ย้ำอดีตลึก เย็นวันหนึ่งกลางเดือนกันยายน 2558 … ผมนัดกับ “ดร.หนุ่ม” โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์·และเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย สังสรรค์กันที่ร้านอาหารใจกลางย่านห้างสรรพสินค้าของกรุงเทพมหานคร วันเวลาผันผ่าน พวกเราจากเด็กวัยรุ่น ต่างย่างเข้าสู่วัยกลางคน ปัจจุบัน ดร.หนุ่ม กลายเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยโตเกียวการต่างประเทศ (Tokyo University of Foreign Studies) อีกทั้งยังมีสถานะเป็นนักเขียน นักแปล ล่าม คนพากษ์เสียงโฆษณาและวิดีทัศน์ พิธีกร และนักจัดรายการวิทยุภาคภาษาไทยของ NHK World Radio Japan ด้วย โดยปัจจุบัน ดร.หนุ่ม อาศัยอยู่ที่กรุงโตเกียวเป็นการถาวร คราวนี้ ดร.หนุ่ม กลับมาบ้านเกิดแค่เจ็ดวัน เพื่อมาเก็บข้อมูลงานวิจัย ผมเลยถือโอกาสนัดเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันกว่าสิบปีมากินข้าวและพูดคุยสัพเพเหระ ทั้งเรื่องเก่า เรื่องเพื่อน เรื่องกิน เรื่องเที่ยว […]

[Read more →]

Tags:························

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4)

October 22nd, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : แสงหิ่งห้อยบนนาฬิกาไม้ (4) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, ภาพยนตร์, วัฒนธรรม, หนังสือ

11 นาฬิกา 2 นาที คือ เวลาที่เข็มสั้น-เข็มยาวบนนาฬิกาไม้เรือนนั้นบอกไว้ วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 สามวันให้หลังจากสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า บนเกาะฮอนชู เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29 ที่ได้ชื่อเล่นว่า Bockscar พร้อมกับเครื่องบินอีก 5 ลำ ได้รับภารกิจพิเศษให้นำระเบิดปรมาณูแบบระเบิดเข้าข้างใน โดยใช้วัสดุกัมมันตรังสีพลูโตเนียม (Plutonium implosion–type) ชื่อเล่น “แฟตแมน (Fat Man)” ซึ่งมีความแตกต่างจากระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย (Little Boy)” ที่ถูกทิ้งที่ฮิโรชิม่าที่เป็นระเบิดแบบกระบอกปืน ใช้วัสดุกัมมันตรังสียูเรเนียม (Uranium gun-type) ทว่ามีอำนาจในการทำลายล้างใกล้เคียงกันคือ เทียบเท่ากับลูกระเบิดทีเอ็นทีประมาณ 15,000-21,000 ตัน [1] ช่วงเช้ามืดก่อนฟ้าสาง Bockscar พร้อมฝูงบินออกเดินทางจากฐานบินในมหาสมุทรแปซิฟิก มุ่งหน้าไปยังโคะคุระ (小倉市) เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นแหล่งผลิตอาวุธที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการทำสงคราม ทว่า ด้วยอุปสรรคทางด้านสภาพอากาศและทัศนวิสัยทำให้ในเวลาต่อมา Bockscar จึงเบนหัวไปทางเมืองนางาซากิเป้าหมายรองของภารกิจในวันนั้นแทน ก่อนหน้าเดือนสิงหาคม […]

[Read more →]

Tags:···············

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3)

September 25th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” : ไชน่าทาวน์กับชัมปง (3) · กล้อง-ถ่ายภาพ, การเมือง, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์จีน, วัฒนธรรม, อาหาร

009-DSCF6336

จากสถานีรถไฟ แท็กซี่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที พาเรามายังที่พักซึ่งตั้งตรงข้ามกับไชน่าทาวน์ หรือ ดินแดนคนจีนแห่งนางาซากิพอดิบพอดี ในญี่ปุ่นมีไชน่าทาวน์ใหญ่ๆ อยู่ 3 แห่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองท่าสำคัญทั้งสิ้น ประกอบไปด้วย โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ ซึ่งถือเป็นไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและอยู่ใกล้กับเมืองหลวงโตเกียว โกเบ ไชน่าทาวน์ ในแถบคันไซซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างโอซาก้าและ นางาซากิ ไชน่าทาวน์ ที่ถือเป็นไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นางาซากิ ไชน่าทาวน์ (長崎新地中華街) หรือ ถนนคนจีนซินตี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าห้าร้อยปี ก่อร่างสร้างตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1698 ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 พอมาถึงยุคเอะโดะ หรือ ยุคโทะกุงะวะซึ่งผู้ปกครองญี่ปุ่นดำเนินนโยบายโดดเดี่ยวตัวเอง (Isolaitonism) ปิดประเทศไม่ทำการค้าขายกับโลกภายนอก เว้นไว้แต่เพียงเมืองนางาซากิ ทำให้ไชน่าทาวน์ที่นางาซากิยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก นางาซากิเป็นประตูการค้าและการแลกเปลี่ยนทางองค์ความรู้ วัฒนธรรม ประเพณีที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ยกตัวอย่างเช่นอาหาร ดังที่กล่าวไปแล้วว่า อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมอย่าง “เทมปุระ” ก็เป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าชาวโปรตุเกส ขณะเดียวกันที่นางาซากิมีอาหารเลื่องชื่ออีกชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศเช่นกันนั่นคือ ชัมปง ชัมปง (Champon) เป็นอาหารเส้นที่กำเนิดที่นางาซากิ โดยได้รับอิทธิพลมาจากบะหมี่ของชาวจีน แต่ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นอาหารท้องถิ่น ด้วยส่วนผสมของเนื้อหมู กุ้ง หอย […]

[Read more →]

Tags:···················

จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2)

September 16th, 2015 · Comments Off on จาก “นานกิง” ถึง “นางาซากิ” (2) · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ต่างประเทศ, ท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม, อาหาร

005-IMG_3791-web

เมษายน 2557 … ผมกับคณะเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไทยเที่ยวบินที่ ทีจี 648 จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินฟุกุโอกะแต่เช้าตรู่ ก่อนจะกระโดดขึ้นรถไฟจากสถานีฮากาตะ เมืองฟุกุโอกะ ในเที่ยว 09.55น. รถด่วนชิงกันเซ็นวิ่งตัดผ่านท้องทุ่ง บ้านเรือน และเมืองเล็กๆ บนเกาะคิวชู มุ่ง ไปยังเมืองนางาซากิ ข้อมูลบนรถไฟบอกว่าเราจะถึงเมืองนางาซากิภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ผ่านเมืองซางะ และเมืองอิซาฮายะ แม้จะเมื่อยล้าจากการเดินทางด้วยเที่ยวบินรอบดึก แม้ร่างกายร่ำร้องให้พักผ่อนด้วยการงีบหลับบนรถไฟ แต่ในใจลึกๆ กลับโบยบินไปถึงจุดหมายปลายทางเสียแล้ว ตอนเด็กๆ ผมจำได้ ฮิโรชิมา-นางาซากิ เป็นชื่อเด็กๆ ทุกคนต้องรู้จัก ในฐานะเมืองสองแห่งที่เป็นเป้าหมายของระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหนังสือเรื่อง “ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว” สมัยเรียนอยู่ชั้นประถม ที่โรงเรียนมีการนำหนังสือนอกเวลาเรื่องซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัวมาให้อ่าน ผมจำได้ว่าผมอ่านหนังสือเรื่องนี้อยู่หลายรอบ ไม่นับรวมกับการที่ในชุดหนังสือยังมีเทปคาสเซ็ทแนบมา ซึ่งผมกับพี่ๆ ก็นำมาเปิดฟังกันอีกหลายรอบ ได้ฟังทีไรก็รู้สึกสลดหดหู่แทนเด็กหญิงซาดาโกะ เศร้าใจแทนครอบครัวของเธอ รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ จนในที่สุดก็พลอยจำชื่อเมืองฮิโรชิมา-นางาซากิ ได้ขึ้นใจ ………………………… นางาซากิ (長崎市) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนางาซากิ บนเกาะคิวชู เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จากลักษณะทางภูมิศาสตร์นางาซากิที่ชื่อในภาษาญี่ปุ่นแปลตรงตัวว่า “คาบสมุทรยาว” ก็ชัดว่าเมืองแห่งนี้เป็นแผ่นดินที่มีน้ำล้อมสามด้าน […]

[Read more →]

Tags:··············