ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

ประชาชนคุกคามสื่อ หรือ สื่อคุกคามประชาชน

October 30th, 2008 · 46,521 Comments · การเมือง

 

ในเมื่อมติชนบอกว่าตัวเองเป็นสื่อคุณภาพ เพราะฉะนั้น มติชนเองก็ต้องมั่นใจด้วยว่าผู้อ่านมติชนก็ย่อมเป็นคนคุณภาพของประเทศด้วยเช่นกัน แล้วพี่จะไม่เชื่อถือในวิจารณญาณของผู้อ่านหนังสือของพี่เลยหรือ?

 

.

เช้าวันนี้ ผมเปิดอ่านมติชนรายวันที่ห้องอ่านหนังสือของสำนักงานเหมือนเคย …

 

 

และเหมือนทุกครั้ง ผมพลิกไปอ่านคอลัมน์ของพี่บุญเลิศ ช้างใหญ่ บก.อาวุโสของเครือมติชน วันนี้พี่บุญเลิศ เขียนบทความเรื่อง คุกคามสื่อ-สื่อคุกคาม ที่มีเนื้อหากล่าวเตือน ตัดพ้อ ต่อว่า การเคลื่อนไหวรณรงค์โดยคุณ สนธิ ลิ้มทองกุล และแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้มีการเลิกซื้อหนังสือพิมพ์ในเครือมติชน ประกอบไปด้วย มติชนรายวัน มติชนสุดสัปดาห์ ข่าวสด รวมไปถึงประชาชาติธุรกิจ

 

 

ด้วยความเคารพพี่บุญเลิศ ในฐานะเป็นนักหนังสือพิมพ์รุ่นพี่ ซึ่งผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่เคยพูดคุยด้วย เพียงแต่เคารพท่านผ่านทางตัวหนังสือ ไม่ว่าจะในหนังสือพิมพ์ พ็อคเกตบุ๊ค หรือ การสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์

 

 

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ พี่บุญเลิศ เป็นหนึ่งในคอลัมนิสต์และคนมติชนที่เข้าอกเข้าใจ พันธมิตรฯ มาตลอด พี่บุญเลิศเขียนบทความสนับสนุน การเมืองใหม่ ประชาภิวัฒน์ ของพันธมิตรฯ หลายชิ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์และเป็นกำลังใจให้กลุ่มพันธมิตรฯ ทั้งสิ้น

 

 

ทว่า ในบทความชิ้นล่าสุด …

 

 

พี่บุญเลิศ ตัดพ้อเป็นประโยคยาวๆ ตอนหนึ่งว่า “คนทำสื่อและคนที่ใช้สื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อไปบรรลุเป้าหมายการต่อสู้ทางการเมืองประกาศด้วยเสียงอันดังและท่าทีแข็งกร้าวว่า สื่อต้องเลือกข้าง โดยอยู่ข้างความถูกต้อง จากนั้นก็บอกว่า สื่อของตนและพวกตนเท่านั้นที่ถูกต้อง สื่ออื่นๆ คนอื่นที่เห็นไม่ตรงกับตนเอง เป็นสื่อที่เลวทราม ต่ำช้า ใช้ไม่ได้ ไม่ต้องไปซื้อมาอ่าน ไม่ต้องไปเปิดดู ไม่ต้องฟัง ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์และนักจัดรายการวิทยุคนไหนพูดอะไรออกไปไม่เป็นที่สบอารมณ์จะโดนใส่ร้าย เสียดสี ทันที ไม่เว้นเรื่องส่วนตัวซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมเลยแม้แต่น้อย … ”

 

 

แม้พี่จะไม่บอก แต่ผมก็เชื่อว่าคนทำสื่อที่พี่หมายถึงนั้นคือ คุณ สนธิ ลิ้มทองกุล และ สื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่พี่ว่าก็คงไม่พ้นสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ซึ่งข้อความข้างต้น รวมถึงเนื้อหาในบทความทั้งหมด ตัวผมเองในฐานะคนทำสื่อตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ก็ขอน้อมรับคำติติงและคำแนะนำไว้ด้วยความเคารพ

 

 

อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากจะขออนุญาตบ่นกับพี่บุญเลิศ ผ่านข้อเขียนชิ้นนี้กลับเช่นกัน

 

 

เป็นที่ทราบกันดีว่าในแวดวงสื่อมวลชน โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ชื่อ “มติชน” มีสถานะของการเป็น “สถาบัน” ที่น่าเชื่อถือ ผลิตบุคลากรคุณภาพ และผลิตชิ้นงานคุณภาพให้แก่แวดวงสื่อสารมวลชนมารับใช้สังคมจำนวนมาก ส่วนหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน และ มติชนสุดสัปดาห์ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ประชาชนชนชั้นกลาง

 

 

ตัวผมเองก็เช่นกัน ผมอ่านมติชนและมติชนสุดสัปดาห์มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มติชนสุดสัปดาห์ริเริ่มเอาภาพตัดต่อนักการเมืองมาขึ้นปก) และเมื่อเข้าสู่วัยทำงานก็ยังติดตามอ่านมติชนอยู่อย่างสม่ำเสมอ รุ่นพี่สื่อหลายคนในสำนักสื่อที่ผมอยู่ก็เป็นศิษย์เก่ามติชน นักข่าวผู้อาวุโสของมติชนหลายคนก็รู้จักมักจี่และคุ้นเคยกันดีกับรุ่นพี่สื่อในเครือที่ผมสังกัดอยู่

 

 

พูดตามตรงครับพี่ แม้ตัวผมเองไม่ได้ศึกษาร่ำเรียนมาโดยตรงทางด้านสื่อสารมวลชน ทว่า ในช่วงหลายปีหลังมานี้ ผมเองก็รู้สึก “ตงิด ตงิด” ไม่น้อยกับการที่สื่อใช้คำว่า “เสรีภาพสื่อ” อย่างพร่ำเพรื่อ และ เช่นกันรวมไปถึงแนวคิดที่ว่า “แมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวัน” ด้วยเช่นกัน

 

 

ในฐานะที่ตัวพี่เองเป็นผู้สื่อข่าวที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงนี้มานาน พี่คงทราบดีว่า แวดวงสื่อที่เราคลุกคลีอยู่มันเน่าเฟะ เละเทะขนาดไหน องค์กรวิชาชีพของสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็น สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย หรือ สมาคมผู้สื่อข่าวแขนงอื่น สมาคมช่างภาพต่างๆ เองมี ศักยภาพในการตักเตือน ควบคุมจริยธรรม มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพในการจัดการพวกเดียวกันเองมากน้อยแค่ไหน?

 

 

เมื่อไม่กี่วันมานี้ศิษย์เก่ามติชนที่ชื่อ กิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ ก็เพิ่งกล่าวหา พันธมิตรฯ ว่ากำลัง “คุกคามสื่อ” คล้ายๆ กับบทความที่พี่เพิ่งเขียนโดยกิตติพงษ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า

 

 

“พันธมิตรไม่มีเหตุผลที่จะคุกคามเครือมติชนเลย เพราะ ข่าวสด ไม่ได้บิดเบือน เป็นการนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการแปลผิดแต่ประการใด   ที่น่าแปลกคือ ผู้นำพันธมิตรเป็นสื่อมวลชนในเครือผู้จัดการ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำสภาการหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลสื่อกันเอง  ซึ่งเป็นช่องทางที่พันธมิตรน่าจะใช้ถ้าเห็นว่าข่าวสดลงข่าวไม่เป็นธรรม ไม่ใช่วิธีรณรงค์ให้เลิกซื้อหนังสือพิมพ์อย่างที่ทำอยู่  เพราะยิ่งทำจะทำให้สังคมเห็นว่าพันธมิตรฯ ต้องการผูกขาดการนำเสนอข่าวสารไว้เองด้วยวิธีคุกคาม เหมือนวิธีแบบ “ระบอบทักษิณ” ที่พันธมิตรฯ บอกว่าต้องการล้มล้าง”

 

 

พูดตามตรง ตัวผมเอง เพื่อนๆ และพันธมิตรฯ หลายคนก็ไม่เห็นว่า “การรณรงค์ไม่ให้ซื้อมติชน” นั้นจะเป็นการคุกคามสื่อตรงไหน เพราะ ผู้เสพสื่อย่อมมีวิจารณญาณ ในการรับสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชนชั้นกลาง” ที่เป็นทั้งผู้เสพสื่อของมติชน และ เป็นทั้งพันธมิตรฯ

 

 

ใช่หรือไม่ว่า เขามีปัญญา ที่จะใช้เงินในกระเป๋าไปในทางใด?

 

 

ในเมื่อมติชนบอกว่าตัวเองเป็นสื่อคุณภาพ เพราะฉะนั้น มติชนเองก็ต้องมั่นใจด้วยว่าผู้อ่านมติชนก็ย่อมเป็นคนคุณภาพของประเทศด้วยเช่นกัน แล้วพี่จะไม่เชื่อถือในวิจารณญาณของผู้อ่านหนังสือของพี่เลยหรือ?

 

 

ถ้าคำพูดของคุณสนธิ หรือ แกนนำพันธมิตรฯ หรือ ผู้ปราศรัยบนเวที ให้เลิกซื้อมติชนและสื่อในเครือไร้เหตุผล ผมก็เชื่อว่า พันธมิตรฯ ส่วนใหญ่ก็คงไม่ปฏิบัติตาม ทั้งยังจะ “เสื่อมศรัทธา” กับคุณ สนธิ แกนนำ และผู้ปราศรัยอีกด้วย

 

 

พี่บุญเลิศครับ เคยได้ยินเสียงของแฟนๆ มติชนหรือไม่ว่า เขาผิดหวังกับท่าทีและบทบาทของพี่ช้าง และ เครือมติชน ณ วันนี้ขนาดไหน ทั้งๆ ที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนพวกเขาเพิ่งช่วยทั้งฉุด ทั้งดึง “มติชน” ให้หลุดพ้นจาก “อุ้งมือมาร” จากการเทคโอเวอร์ของ “อากู๋” และจากการครอบงำของคนที่มีเงินมหาศาลที่อยู่เบื้องหลังอากู๋อีกที

 

 

พี่และคนมติชนยังจำความเจ็บช้ำจากทุนยักษ์ในวันนั้นได้หรือไม่ และ ยังจำน้ำจิตของประชาชน น้ำใจของเพื่อนสื่อที่มีให้คนมติชนได้หรือไม่? ยังจำการสู้รบกับอำนาจเงินอย่างเอาเป็นเอาตายในวันนั้น จนทำให้พวกพี่ต้องเสียเพื่อนเก่าไปบางคน ได้หรือไม่?

 

 

พวกพี่คงตอบตัวเองได้ …

 

 

ในฐานะที่พี่บุญเลิศเป็นผู้อาวุโสของมติชนเอง พี่ก็คงทราบจากฝ่ายสมาชิกและฝ่ายจัดจำหน่ายแล้วว่า ณ วันนี้ ยอดมติชน ยอดข่าวสด ยอดมติชนสุดสัปดาห์ตามแผงลดลงหรือไม่ สมาชิกบอกเลิกรับเยอะขึ้นหรือไม่?

 

 

ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่า ปัญหาของมติชน ณ วันนี้ไม่ได้อยู่ที่ “การคุกคามสื่อ” แต่อยู่ที่ “สื่อคุกคามประชาชน-สื่อคุกคามตัวเองต่างหาก” ด้วยการเสนอข่าวอย่างจงใจบิดเบือน การเสนอข่าวที่ปราศจากวิจารณญาณ การเสนอข่าวที่ปราศจากความรับผิดชอบต่อสถานการณ์บ้านเมือง

 

 

ไม่เพียงแต่ “มติชน” แม้แต่ “ผู้จัดการ-เอเอสทีวี” เองถ้าวันใด คุกคามประชาชน คุกคามตัวเอง ตามแนวทางที่ผมว่า (วันนี้อาจจะกำลังเป็นอยู่ก็ได้ในสายตาคนบางกลุ่ม) ก็คงต้องประสบชะตากรรมร้าย และ พบจุดจบในที่สุด

 

 

สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พี่บุญเลิศ คนมติชน และศิษย์เก่ามติชนคงจะไม่ถือโทษและตีความข้อเขียนชิ้นนี้ไปในทางอื่น

 

 

ด้วยความเคารพ

วริษฐ์ ลิ้มทองกุล

30 ตุลาคม 2551

Tags: ··

46,521 Comments so far ↓

  • eyelid surgery

    Magnificent goods from you, man. I have take note your stuff prior to and you’re just too magnificent.
    I really like what you have obtained right here, really like what you
    are stating and the way wherein you are saying it.

    You’re making it entertaining and you continue
    to take care of to keep it smart. I can’t wait to learn far more from you.
    This is really a wonderful website.