ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

สมาคม (ชมดาว) สื่อฯ

November 3rd, 2008 · No Comments · การเมือง, ชีวิต-สังคม

เหตุการณ์ปิดล้อมและบุกยึด ศูนย์ข่าวภาคเหนือของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมาหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในช่วงเช้าของวันที่ 26 ส.ค. ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถ.วิภาวดีรังสิต

.

วริษฐ์ ลิ้มทองกุล

เช้าวันนี้ (3 พ.ย.) เกิดเหตุการณ์ปิดล้อมและบุกยึดศูนย์ข่าวภาคเหนือของ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จ.เชียงใหม่ขึ้น โดย กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มรักเชียงใหม่ 51” ประมาณ 200 คน นำโดย นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าถูกหนุนหลังโดย รัฐบาลและ ส.ส.พรรคพลังประชาชน หลังกรณีที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนำเสนอข่าวว่า เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2551 ที่ผ่านมาในงาน “ความจริงวันนี้สัญจร” ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน มีขบวนการจ้างวานคนจากเชียงใหม่เข้าร่วมชุมนุม

 

 

โดย ตอนหนึ่งของการรายงานข่าว ได้ระบุว่า นักการเมืองท้องถิ่นเชียงใหม่ให้ข้อมูลกับ “ทีวีไทย” ว่า คนเชียงใหม่ที่ไปชุมนุมได้รับเบี้ยเลี้ยงวันละ 500 บาท และค่าอาหารอีกวันละ 200 บาท ส่วนค่าเดินทาง และที่พักผู้ดำเนินรายการจะรับผิดชอบให้ทั้งหมด และกำหนดค่าเบี้ยเลี้ยงให้เป็นเวลา 5 วัน เพื่อจูงใจให้ไปชุมนุม

 

 

เหตุการณ์ปิดล้อมและบุกยึด ศูนย์ข่าวภาคเหนือของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมาหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในช่วงเช้าของวันที่ 26 ส.ค. ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถ.วิภาวดีรังสิต

 

 

ในแง่มุมของผู้ทำงานสื่อแล้ว เหตุการณ์ข้างต้นล้วนกล่าวได้ว่าเป็น “การคุกคามสื่อ” ทางกายภาพด้วยกันทั้งคู่ ส่วนผู้ที่กระทำจะมีเหตุผล-ความเหมาะสม อย่างไรก็แล้วแต่ใครจะมอง …

 

 

ทว่า ทราบไหมครับว่า ท่าทีของ สมาคมสื่อสารมวลชนหลายสมาคม ประกอบไปด้วย สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และ สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ต่อ 2 กรณีมีความแตกต่างกันอย่างไร

 

 

กรณีวันที่ 26 ส.ค. พันธมิตรฯ บุกยึด NBT

 

แถลงการณ์ร่วม ฉบับที่ 1

เรื่องการคุกคามเสรีภาพและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน

 

 

จากกรณีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมด้วยอาวุธ ที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกรุกเข้าไปในสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือเอ็นบีที เมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคารที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยบังคับให้พนักงานของสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวยุติการทำหน้าที่ และตัดสัญญาณการออกอากาศ เพื่อปิดกั้นไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน โดยให้เหตุผลว่าสถานีโทรทัศน์แห่งนี้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลนั้น พฤติกรรมของกลุ่มดังกล่าว ไม่ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใดก็ตาม ถือว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างรุนแรงและอุกอาจที่ สุดครั้งหนึ่ง เพราะมีการคุกคาม ข่มขู่ และขัดขวางการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

 

 

ดังนั้นองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึง ขอประณาม การกระทำดังกล่าวและถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้

 

 

จาก เหตุการณ์กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกเข้าไปภายในสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที และบังคับให้สถานียุติการออกอากาศ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมกล่าวหาว่าสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือของรัฐบาล หรือเสนอข่าวอย่างลำเอียง การกระทำดังกล่าวเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างรุนแรงเช่นกัน

 

ถ้ากลุ่มพันธมิตรเห็นว่ารัฐบาลใช้สถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเป็นกระบอก เสียงอย่างผิดกฎหมาย ก็ควรใช้ช่องทางกฎหมายและบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญดำเนินการ ไม่ควรใช้กำลังบุกรุกเข้าตัดสัญญาณการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เช่นที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพราะในพื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่ได้เป็นหน่วยงานราชการทั่วไป แต่เป็นสถานที่ทำงานขององค์กรสื่อมวลชนด้วย ซึ่งควรได้รับการเคารพในสิทธิของผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน

 

นอกจากนี้ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่ามีการปิดล้อมรถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์หลายสถานี ในหลายๆ พื้นที่ องค์กรวิชาชีพสื่อขอเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวยุติการขัดขวางการ ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนทุกประเภท ทั้งนี้ สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งสามองค์กรเคารพในสิทธิการชุมนุมโดยสงบและปราศจาก อาวุธตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เห็นว่ากลุ่มผู้ชุมนุมย่อมต้องเคารพในสิทธิและเสรีภาพการทำหน้าที่สื่อ มวลชนที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

 

พร้อมกันนี้องค์กรวิชาชีพสื่อทั้งสามองค์กร ขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนทุกแขนงปฏิบัติหน้าที่นำเสนอข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา มีความอดทนในการทำหน้าที่ ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือมีส่วนทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติที่กำลังตกอยู่ในภาวะความขัดแย้งและอาจนำไปสู่ ความรุนแรงได้

 

น.ส.นาตยา เชษฐโชติรสนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวยุติการคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อทุกประเภท และขอให้เคารพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และรัฐบาลจะปล่อยให้เกิดเหตุอย่างนี้ไม่ได้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมถือว่าขาดความชอบธรรมแล้ว ทั้งนี้ ขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือน ไม่อคติและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์รุนแรง

 

 

 

กรณีวันที่ 3 พ.ย. กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 บุกยึด TPBS

 

แถลงการณ์

กรณี ปิดล้อมสถานีทีวีไทย ทีวีสาธารณะ จังหวัดเชียงใหม่

       จากเหตุการณ์กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จำนวนร่วม 200 คน มาปิดล้อมและบุกเข้าไปในที่ตั้ง ศูนย์ข่าวภาคเหนือของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะตัดน้ำ ตัดไฟ เพื่อไม่ให้ออกอากาศเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2551 ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่องค์กรสื่อถูกคุกคามอันเป็นผลสืบเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง

 

 
ถึงแม้ว่าความไม่พอใจของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 จะมาจากการเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส แต่เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสย่อมต้องให้เวลา และโอกาสอยู่แล้วเนื่องเพราะเป็นหลักปฏิบัติสากล ที่สื่อทุกแขนงจะต้องเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ถูกพาดพิงชี้แจงอย่างรอบด้านและเป็นธรรม

 

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้อง ให้ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และทุกกลุ่มที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเสนอข่าว ใช้ช่องทางที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อลดการเผชิญหน้ากันในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศชาติกำลังเผชิญกับความแตกแยกอย่างรุนแรง ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำการใดอันจะเป็นการเพิ่มปัญหามากขึ้นไปอีก

 

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ขอให้กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 หยุดการข่มขู่คุกคามสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสทันที และขอให้สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ให้พื้นที่ เวลา กับกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนพิจารณาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องกำกับดูแลมิให้เกิดเหตุรุนแรงเป็นอันขาด

 

นอกจากนี้ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ เข้าใจการทำงานของผู้สื่อข่าวและสื่อทุกแขนง ว่า ทำตามหน้าที่มิได้มีเจตนาจะสนับสนุน หรือโจมตีฝ่ายใด ขณะเดียวกัน ในสถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวเช่นนี้ ผู้สื่อข่าวควรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง เสนอข่าวอย่างรอบด้านและเป็นธรรม เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเป็นเงื่อนไขให้มีการก่อความรุนแรงขึ้นอีก

3 พฤศจิกายน 2551

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย (http://www.thaibja.org/)

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (http://www.tja.or.th/)

สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย (http://www.tcta.or.th/)

จากความคล้ายคลึงกันของเหตุการณ์ทั้งสอง กับความแตกต่างในปฏิกิริยาของสมาคมสื่อสารมวลชนเป็น คำประณาม และ คำเรียกร้อง … วิญญูชน (ไม่จอมปลอม) ทั้งหลายได้โปรดพิจารณาและพิเคราะห์ดูเถิดว่าพวกเราควรสรรเสริญสมาคมสื่อฯ เหล่านี้ และ ผู้บริหารสมาคมเช่นไรดี?

 

 

 

Tags: ·····

No Comments so far ↓

  • athenaz

    NBT = Narok Broadcasting TV
    พวกนี้ก็ไม่ต่างกับพวกที่มัยบุก เนชั่น เมื่อสองปีก่อน !

    เลี้ยงโจร อันธพาลไว้เต็มเมือง ..!!

  • athenaz

    NBT = Narok Broadcasting TV
    พวกนี้ก็ไม่ต่างกับพวกที่มัยบุก เนชั่น เมื่อสองปีก่อน !

    เลี้ยงโจร อันธพาลไว้เต็มเมือง ..!!

  • zerostation

    ผมเขียนแถลงการณ์ขำ ๆ ไว้ ถ้าพี่ว่างก็เข้าไปอ่านเล่น ๆ ดูนะครับ แต่ผมไม่มั่นใจว่าเหมาะสมรึเปล่า

  • zerostation

    ผมเขียนแถลงการณ์ขำ ๆ ไว้ ถ้าพี่ว่างก็เข้าไปอ่านเล่น ๆ ดูนะครับ แต่ผมไม่มั่นใจว่าเหมาะสมรึเปล่า

  • zerostation

    ที่แท้คนที่ท่าทางอันธพาลต้องพูดหวาน ๆ ๆ พูดดี ๆๆ แต่ถ้าคนดี ๆ ๆ ต้องพูดแรง ๆ ๆ นั่นเองสังคมนี้

    ถึงว่าพอกล่าวถึงการเจรจา สานสันติ เสวนา พอคนได้ยินก็ปุ๊บ ก็ ปิ๊ง นึกถึงพันธมิตรก่อนเลย ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เองสังคมไทย

  • zerostation

    ที่แท้คนที่ท่าทางอันธพาลต้องพูดหวาน ๆ ๆ พูดดี ๆๆ แต่ถ้าคนดี ๆ ๆ ต้องพูดแรง ๆ ๆ นั่นเองสังคมนี้

    ถึงว่าพอกล่าวถึงการเจรจา สานสันติ เสวนา พอคนได้ยินก็ปุ๊บ ก็ ปิ๊ง นึกถึงพันธมิตรก่อนเลย ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เองสังคมไทย