ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

เมื่อ คนเหล็ก … (กลับ) มาเหยียบบ้านพระอาทิตย์

July 2nd, 2009 · 4,339 Comments · การเมือง, ชีวิต-สังคม

“ตอนอยู่ในรถมันเบลอๆ ตาจะปิดอยู่แล้ว ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่า นาย (คุณสนธิ) จะเป็นยังไง แล้วก็คิดถึงลูก 2 คน คิดอยู่ว่าคงทำบุญมาแค่นี้ คงมีโอกาสได้อยู่ดูแลลูกกับเมียแค่นี้ …”

 

.บ่ายวันพฤหัสบดี (2 ก.ค.) ระหว่างที่สางงานอยู่ที่บ้านเจ้าพระยา ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่วรรณ เลขานุการของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ระบุว่า ตอนนี้มีคนมาเยี่ยมอยู่ที่บ้านพระอาทิตย์





…… เขาคนนั้นชื่อ “ญา”





“ญา” หรือที่เหล่าพันธมิตรฯ ต่างรู้จักกันดีในนาม “อดุลย์ แดงประดับ” คนขับรถและผู้ติดตามของคุณสนธิ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ลอบสังหารคุณสนธิ ในช่วงเช้ามืดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา บริเวณใกล้สี่แยกบางขุนพรหม ด้วยอาวุธสงครามนานาชนิด กระสุนและระเบิดมากกว่า 100 นัด





วันที่ 17 เม.ย. 52 แพทย์โรงพยาบาลมิชชั่นแถลงอาการบาดเจ็บสาหัสของของ “ญา” โดยระบุว่า





“โรงพยาบาลได้รับผู้ป่วยเมื่อเวลา 06.15 น. โดย บาดเจ็บถูกยิงบริเวณศีรษะ ทรวงอกด้านขวา และต้นแขนขวา คณะแพทย์ซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูก ศัลยกรรมสมอง ศัลยกรรมทรวงอก ได้รักษาโดยการผ่าตัดสมอง ทรวงอก และกระดูกต้นแขนขวาพบเศษกระสุน 2-3 จุด ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 4-5 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น ขณะนี้ นำผู้ป่วยไปยังแผนกไอซียูเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังอยู่ในภาวะวิกฤต





“อาการที่ร้ายแรงที่สุดคือบาดแผลที่ท้ายทอยด้านบน ซึ่งมีเศษกระสุนทำให้เนื้อสมองเสียหาย จึงมีการรักษาเนื้อที่ยุ่ยและล้างทำความสะอาดภายใน ส่วนที่ทรวงอกก็มีอาการปอดฟกช้ำ แต่ทุกอย่างก็อยู่ในมาตรฐานการรักษาอย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดคนไข้รู้สึกตัว ตอบสนองได้ดี สามารถลืมตาได้ แต่ยังพูดไม่ได้เนื่องจากยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งคงต้องติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อไปอีก 24-48 ชั่วโมงว่าจะมีอาการสมองบวมหรือไม่ และอาการโดยรวมเป็นอย่างไร …”





ในเวลาต่อมา หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้นทางญาติและเพื่อนร่วมงานได้มีการตัดสินใจย้าย “ญา” อดุลย์ จากโรงพยาบาลมิชชั่นไปยังโรงพยาบาลจุฬาฯ เพื่อทำการรักษาต่อและพักฟื้น เช่นเดียวกับ คุณสนธิ และ “พี่ยาว” วายุภักษ์ มังคละสินธุ์ ผู้ติดตามอีก 1 คน





“ตอนโดนยิงผมยังเห็น เห็นนาย เห็นนิว (เพื่อนการ์ด) รู้ว่าขึ้นรถมาโรงพยาบาล ตอนอยู่ในรถมันเบลอๆ ตาจะปิดอยู่แล้ว ตอนนั้นยังคิดอยู่ว่า นาย (คุณสนธิ) จะเป็นยังไง แล้วก็คิดถึงลูก 2 คน คิดอยู่ว่าคงทำบุญมาแค่นี้ คงมีโอกาสได้อยู่ดูแลลูกกับเมียแค่นี้ … แต่โชคยังดีที่ไม่หลับ ถ้าหลับไปตอนนั้นก็คงจะหลับไปเลย” ญา เล่าให้พี่ๆ เพื่อนๆ ฟังแบบชัดถ้อยชัดคำ โดยกล่าวย้ำถึงจิตใต้สำนึกที่คิดถึงคุณสนธิ ลูกชายวัย 5 ขวบ (น้องนาร์ซิส) ลูกสาววัย 2 ขวบ (น้องแก้ม) และภรรยาที่รักยิ่งอยู่ตลอดเวลา


“ผมมารู้ตัวแบบเบลอๆ อีกทีก็ตอนย้ายโรงพยาบาล … แต่ไม่รู้ว่าตอนอยู่โรงพยาบาลจุฬาฯ ผ่าตัดไปอีก 2 ครั้ง ตื่นมาอีกทีก็หลังการผ่าตัดครั้งที่ 2 ตอนดึก … ตอนนั้นยังเบลอๆ นึกว่ายังอยู่ที่มิชชั่นอยู่”




ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ “ญา” เข้ารับการผ่าตัดสมองเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง โดยในวันที่ 18 เม.ย. ผศ.นพ.สุรชัย เคารพธรรม ศัลยแพทย์ระบบประสาท และ คณะแพทย์แถลงว่าเขามีอาการสมองบวมซึ่งเกิดได้จากอาการของผู้ป่วยที่ผ่าตัดสมอง และมีอาการเซื่องซึม จึงต้องนำเข้าผ่าตัดอีกครั้งบริเวณ “สมองน้อย” ขณะที่ในช่วงเช้าวันที่ 19 เม.ย. ระบุรายละเอียดภายหลังการผ่าตัดว่า ผลการผ่าตัดในช่วงเช้าเป็นที่น่าพอใจ คนไข้รู้สึกตัวดี และตอบสนองได้เร็วขึ้น ลืมตาได้ อย่างไรก็ตามยังไม่พ้นขีดอันตรายจำต้องอยู่ในไอซียู และได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนเรื่องแขนขาที่อ่อนแรงยังคงเดิม





หลังออกจากห้องไอซียู ผมมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยม “ญา” ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกธนาคารกรุงเทพ รพ.จุฬาฯ ก็พบว่าอาการของ “ญา” ดีขึ้นอย่างน่าประหลาด โดยเฉพาะ อาการในส่วนสมอง ที่ถูกผ่าตัดมาถึง 3 ครั้งกลับฟื้นฟูขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ สามารถสนทนา ดูทีวี อ่านหนังสือได้ หลังจากการผ่าตัดไม่ถึงสองสัปดาห์ดี!





ที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็คือ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขากลับมาเยือนบ้านพระอาทิตย์อีกครั้งและเดินขึ้นบันไดมาด้วยเท้าทั้ง 2 ข้าง (จากเดิมหลังการผ่าตัดแรกๆ ที่แพทย์แสดงความกังวลว่า กระสุนที่เจาะเข้าไปฝังอยู่ในส่วนสมองซีกขวานั้นอาจจะทำให้ “ญา” จะไม่สามารถเดินเหินได้เป็นปกติอีกตลอดชีวิต)





แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ภายในเวลา 2 เดือนครึ่งเขาสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถเดินไปเดินมาได้โดยใช้ไม้เท้าทรงตัว ขาและเท้าข้างซ้ายที่เคยนึกว่าอาจจะต้องเป็นอัมพาตก็ฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว





“นอกจากต้องยกให้ฝีมือหมอแล้ว ครั้งนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ……” ญาพูดกับพวกเราด้วยแววตาเชื่อมั่น





ณ วันนี้ หากไม่นับ “แท่งเหล็ก” ดามกระดูกที่ยื่นออกมาจากต้นแขนข้างขวา รอยแผลผ่าตัดยาวบนศีรษะ และ รอยแผลที่ข้างในถูกฝังไว้ด้วยกระสุนบริเวณท้ายทอย (ปัจจุบันเศษกระสุนก็ยังอยู่) แล้ว “ญา” เกือบจะเป็น “ญา” คนเดิมที่พวกเราเคยทักทาย พูดคุยและหยอกล้อเมื่อเกือบ 3 เดือนก่อน หลังจากได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัดชั้นเยี่ยมของ รพ.จุฬาฯ และ สภากาชาดไทย





“ตอนนี้ก็มีอาการชาที่ร่างกายซีกซ้ายอยู่ ส่วนแขวนขวา (ที่กระดูกแหลกละเอียด) ก็ขยับได้ เพียงแต่ข้อมือและนิ้วต่างๆ ยังไม่แข็งแรงดี ต้องกายภาพบำบัดอีก ส่วนขาซ้าย หมอบอกว่าถ้าเดินได้สัก 90% ก็ให้กลับบ้านได้แล้ว… ผมไปทำกายภาพ ก็กังวลเรื่องแผลผ่าตัดบนหัวที่ยุบลงไป แต่พอเจอได้คนอื่นก็รู้ว่าเรานี่เด็กๆ ไปเลย บางคนหัวยุบเข้าไปเท่ากำปั้น ก็คิดว่าเรายังโชคดีกว่าคนอื่นเขา” ญา ยิ้มพร้อมกับชูสองนิ้ว บ่งบอกถึงสภาพจิตใจที่มีความหวัง และมองโลกในแง่ดีเสมอ



 




วันนี้ … ผลพวงจากการทำกรรมดี ทำความดี จิตใจที่ซื่อสัตย์-บริสุทธิ์ ได้ส่งผลให้ “ญา” ไม่เพียงได้รับการปกป้อง-คุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้รับการรักษาอย่างดีจากแพทย์-พยาบาล ได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัว แต่เขายังได้รับทั้ง แรงใจ แรงภาวนา คำอธิษฐาน และกำลังทรัพย์ที่ช่วยเหลือสำหรับค่ารักษาจากพี่น้องพันธมิตรฯ ทั้งหลายทั่วทุกสารทิศ





“ญา” ยิ้มอย่างอายๆ ก่อนฝากผมมาบอกกับพี่น้องทุกคนด้วยว่า ไม่รู้จะตอบแทน ต่อความห่วงใยและความกรุณาของพี่น้องทุกคนเช่นไรดี ณ เวลานี้ก็คงได้แต่กล่าวคำว่า “ขอบคุณ”





… แล้ว “คนเหล็ก” คนนี้จะกลับมา

 


Tags: ·····

4,339 Comments so far ↓