ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

ลองถ่าย

February 6th, 2008 · 1,679 Comments · ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ศิลปะ-วรรณกรรม

6 กุมภาพันธ์ 2551

.

 

ก่อนอื่นใดต้องขอสวัสดีปีใหม่จีนกับท่านผู้อ่าน mBlog ทุกท่านก่อนนะครับ

 

 ผมไม่เคยเรียนถ่ายภาพแบบจริงๆ จังๆ ที่ไหนเลย การเรียนรู้นั้นใช้วิธีเก็บเล็ก-ผสมน้อย ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ กับกล้องที่มีอยู่ …

 

 กล้อง SLR ตัวแรกที่เป็นของผมจริงๆ และถือว่าเป็นครูคนแรกของผมนั้นเป็นกล้อง Nikon รุ่น F801s เลนส์ซูม 35-135 ที่แม่พาไปซื้อที่ร้านโฟโต้ไฟล์ (http://www.fotofile.net/) ที่ชั้นหนึ่งของห้างมาบุญครองเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว โฟโต้ไฟล์ถือว่าเป็นหนึ่งในร้านขายกล้องที่ผมมักจะแวะเวียนไปเป็นประจำเมื่อมีโอกาส (และแน่นอนมีเงิน) จุดเด่นของโฟโต้ไฟล์คือมีกล้องมีเลนส์ มีอุปกรณ์หลายๆ แบบทั้งมือหนึ่งมือสองโชว์อยู่ในตู้กระจก ถ้าใครต้องการจะขอเอาออกมาลองพนักงานในร้านก็จะกระตือรือร้นเอามาให้ลองโดยไม่อิดออด ทั้งพนักงานก็ล้วนแล้วแต่มีความรู้เรื่องกล้องพอสมควร ที่สำคัญไม่มีการบังคับให้ซื้อ

 

 ผมเป็นลูกค้าโฟโต้ไฟล์ตั้งแต่กล้องดิจิตอลยังไม่แพร่หลาย จนทุกวันนี้ทั้งร้านเหลือเพียงแค่มุมหน้าร้านแล้วก็ในห้องทำงานของเจ้าของร้านเท่านั้นกระมังที่มีกล้องฟิล์มวางให้เห็น …

 

 เมื่อแม่ซื้อกล้องกับเลนส์ให้แล้ว พี่เอก พี่ชายที่แสนดีของผม ซึ่งขณะนั้นสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้ก็เอ็นดูน้องด้วยการซื้อแฟลชขนาดเล็กเพิ่มรุ่น SB-23 เพิ่มให้อีกหนึ่งตัว เนื่องจากเจ้า F801s นั้นไม่มีแฟลชติดหัวกล้องแต่อย่างใด

 

 เจ้า F801s, เลนส์ 35-135 กับ SB-23 กลายเป็นอุปกรณ์คู่ใจของผมตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย มหาวิทยาลัย จนกระทั่งเริ่มทำงาน ผ่านงานมาแล้วมากมายตั้งแต่งานกีฬาสี งานรับน้อง เที่ยวป่า-เที่ยวเขา รับปริญญา ไปเรียนต่อ จีบสาวที่ในเวลาต่อมากลายเป็นภรรยาของผมในที่สุด (จริงๆ รายละเอียดของเรื่องนี้ไว้ผมจะเล่าให้ฟังเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป : D )

 

 ความบังเอิญในความบังเอิญก็คือ ความบังเอิญแรกนั้นก็คือตอนนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่าทำไมผมจึงขอของรางวัลในโอกาสที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นกล้อง SLR ผมจำไม่ได้แล้วจริงๆ ว่าอะไรเป็นสิ่งดลใจให้ผมขอกล้องจากพ่อและแม่? ส่วนความบังเอิญประการต่อมาก็คือ ไอ้ความรู้ในการถ่ายรูปนี้เองที่ภายหลังได้กลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของทักษะในอาชีพของผมในปัจจุบัน …

 

 ครั้นเมื่อเรียนจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ ด้วยใบทรานสคริปต์ที่เขียนว่า เศรษฐศาสตร์บัณฑิต เอกการเงินการธนาคารและเศรษฐศาสตร์พัฒนาการ ผมไม่สนใจที่จะทำงานตามธนาคาร บริษัทวิจัย หน่วยราชการหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ แต่อย่างใด ทั้งๆ ที่แทบทุกฤดูร้อนพ่อกับแม่จะกระตุ้นให้ผมไปฝึกงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมการค้าต่างประเทศ หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์

 

 …… อาจเป็นได้ว่านิสัยของผม ยังเป็นนิสัยของคนรักอิสระ ผมตัดสินใจที่จะยอมอยู่อย่างอดออม ดีกว่าที่จะไปทำงานนั่งโต๊ะในสำนักงานที่แสนจะน่าเบื่อ

 

 ในฤดูร้อนของปี 2543 หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ผมหันเหชีวิตทั้งชีวิตจากงานด้านการเงิน ด้านเศรษฐศาสตร์ มาสู่แวดวงสื่อสารมวลชน

Tags: ··

1,679 Comments so far ↓

Leave a Comment