ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

ครุ่นคิดเรื่องชีวิต-โลกดิจิตอล ผ่าน The Secret LIFE of Walter Mitty

April 24th, 2014 · No Comments · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, ท่องเที่ยว, ภาพยนตร์, วัฒนธรรม, ศิลปะ-วรรณกรรม, สื่อ

“ในการจะมองเห็นโลก ย่อมมีภยันตรายต่างๆ กล้ำกราย, เพื่อที่จะมองเห็นที่หลังกำแพง, เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกัน, เพื่อที่จะค้นหาซึ่งกันและกัน และได้สัมผัส นั่นคือ เป้าประสงค์ของชีวิต

To see the world, things dangerous to come to, to see behind walls, draw closer, to find each other, and to feel. That is the purpose of life.”

001-secret_life_of_walter_m

ผมเล็งภาพยนตร์เรื่อง The Secret Life of Walter Mitty มาตั้งแต่หนังจะลงโรงในเมืองไทยเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ช่วงปลายปี 2556 แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เดินเข้าโรง จนกระทั่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงมีโอกาสซื้อแผ่นดีวีดีมาชมที่บ้าน

The Secret Life of Walter Mitty หรือ ในชื่อไทยคือ ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้ อำนวยการสร้าง โคโปรดิวซ์ และแสดงนำโดย เบน สติลเลอร์ (Ben Stiller) เป็นเรื่องราวของ วอลเตอร์ มิตตี้ (แสดงโดยสติลเลอร์) ผู้จัดการฝ่าย Negative Assets หรืออธิบายง่ายๆ ก็คือ ผู้ดูแลฝ่ายภาพของนิตยสารไลฟ์ (LIFE) นิตยสารระดับโลกอายุมากกว่าศตวรรษ นิตยสารที่มีชื่อเสียงเรื่องการบันทึกประวัติศาสตร์ด้วยภาพถ่าย และให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ การถ่ายภาพในเชิงวารสารศาสตร์ (Photojournalism)

ทั้งนี้นับตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพเกิดขึ้น ภาพถ่ายก็ถูกนำมาทดแทนสิ่งที่เรียกว่า ภาพวาด (Painting) โดยในเชิงนิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์ มีการเปรียบเทียบว่าภาพถ่ายมีคุณสมบัติในการถ่ายทอดข้อเท็จจริง ในขณะที่ภาพวาดเป็นเพียงการถ่ายทอดความสามารถในการแสดงออก มิได้ถ่ายทอดข้อเท็จจริง ด้วยเหตุนี้ “ภาพถ่าย” ซึ่งเป็นผลผลิตของ “การถ่ายภาพ” จึงมีฐานะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ ที่ไม่เพียงมีคุณค่าในเชิงการบันทึกข้อเท็จจริง แต่มีคุณค่าทั้งในเชิงศาสตร์และศิลป์ในหลากหลายมิติ

อย่างไรก็ตาม อย่างที่ทุกๆ ท่านคงทราบดีว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของคอมพิวเตอร์และระบบดิจิตอล โดยเฉพาะในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาได้เข้ามากระทบกับวิถีชีวิตและเปลี่ยนแปลงการทำงานของสื่อมวลชนไปอย่างสิ้นเชิง ในเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ก็เช่นกัน นิตยสาร LIFE ที่มิตตี้ทำงานมาหลายสิบปีกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและโครงสร้างครั้งมโหฬาร กล่าวคือ ทีมบริหารชุดใหม่ตัดสินใจที่จะหยุดพิมพ์นิตยสาร LIFE เพื่อเปลี่ยนไปเป็นสื่อออนไลน์ ทำให้ต้องมีการเลย์ออฟพนักงานของนิตยสารจำนวนมาก ซึ่งอาจจะรวมถึงตัวของมิตตี้เอง และแม่ม่ายยังสาวซึ่งมิตตี้แอบหลงรัก คือ เชอรีล (แสดงโดยคริสเทน วิก) พนักงานใหม่ฝ่ายบัญชี

001-252cfbd35531b2

สำหรับการบอกลานิตยสาร LIFE ฉบับพิมพ์เล่มสุดท้าย ทีมบริหารตัดสินใจที่จะใช้ภาพถ่ายฝีมือ ฌอน โอ’คอนเนล (Sean O’Connell; แสดงโดยฌอน เพนน์) ช่างภาพแถวหน้าของนิตยสารที่ไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้กล้องดิจิตอลในการทำงาน แต่ยังคงยืนยันที่จะใช้ฟิล์มเนกาทีฟในการบันทึกภาพ โดยโอ’คอนเนลทำงานร่วมกับมิตตี้มาเป็นเวลานาน และผูกพันกันอย่างมาก แม้ว่าทั้งคู่จะไม่เคยพบตัวกันเป็นๆ สักทีก็ตาม

เพื่อปกฉบับสุดท้ายของนิตยสาร ฌอน โอ’คอนเนล ซึ่งมีนิสัยไม่พกโทรศัพท์มือถือติดตัว ตัดสินใจส่งฟิล์มม้วนหนึ่งมาให้มิตตี้ พร้อมกับของขวัญเป็นกระเป๋าสตางค์ระบุ คำขวัญ (Motto) ของนิตยสาร LIFE ที่เขียนไว้ตั้งแต่ข้างต้นบทความ คือ “To see the world, things dangerous to come to, to see behind walls, draw closer, to find each other, and to feel. That is the purpose of life.” พร้อมระบุว่า ภาพปกฉบับสุดท้ายคือ “ฟิล์มเนกาทีฟหมายเลข 25 (Negative 25)”

002-the-secret-life-of-walt

ทว่าเมื่อไล่ดูฟิล์มทั้งหมดแล้วมิตตี้และผู้ช่วยกลับพบว่า “ฟิล์มเนกาทีฟหมายเลข 25” หายไปจากม้วนฟิล์มที่โอ’คอนเนลส่งมาให้ ขณะที่เวลาปิดต้นฉบับหนังสือเล่มสุดท้ายก็กระชั้นเข้ามา ฝ่ายบริหารบริษัทก็กำลังจะรื้อโครงสร้างบริษัท-ปลดพนักงาน ขณะที่เรื่องความรักส่วนตัวก็ยังไม่สมหวัง มิตตี้จึงถูกบีบให้ต้องออกเดินทางจากมหานครนิวยอร์ก ไปยังดินแดนอันไกลโพ้นไม่ว่าจะเป็น กรีนแลนด์ ไอซ์แลนด์ อัฟกานิสถาน หรือกระทั่งเทือกเขาหิมาลัย เพื่อตามหา ฌอน โอ’คอนเนล และ “ฟิล์มเนกาทีฟหมายเลข 25”

…… และแล้วการผจญภัยครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของ วอลเตอร์ มิตตี้ พนักงานบริษัทธรรมดาๆ ก็เริ่มต้นขึ้น

003-25129583

แม้ The Secret Life of Walter Mitty จะลาโรงไปหลายเดือน ทั้งมีออกมาขายเป็นดีวีดีแล้ว แต่ผมคงไม่สปอยล์ท่านผู้อ่านด้วยการเล่าเรื่องต่อ เพียงแต่อยากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังแนวโรแมนติก-ผจญภัย-หนังรัก-คอมเมดี้เรื่องหนึ่ง ที่ผมถูกใจที่สุดในรอบหลายปี

สาเหตุของความถูกใจเป็นเพราะ หนึ่ง เนื้อเรื่องเล่าถึงชีวิตของพนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่งที่มีความฝัน-มีความทะยานอยาก แต่กลับถูกภาระหน้าที่ทางการงานและครอบครัวกดเอาไว้ ทำให้เขาไม่กล้าวิ่งออกไปเผชิญโลกที่เขาใฝ่ฝันถึง การถูกบีบให้ชีวิตอยู่ในกรอบแคบๆ นี้นอกจากจะทำให้เขาไม่กล้าที่จะเผชิญความเปลี่ยนแปลง พบเจอคนใหม่ๆ แล้ว ยังทำให้เขากลายเป็นคนขลาดเขลาในเรื่องของความรักอีกด้วย

การบีบตัวเองให้อยู่ในโลกแคบๆ ด้วยความหวาดกลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทั้งๆ ที่จริงแล้ว การที่เราใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่สุขสบาย (Comfort Zone) นั้นอาจจะอันตรายกว่าการออกไปพบเจอสิ่งใหม่ๆ ก็ได้ ดังที่ฝรั่งเขาพูดเอาไว้ว่า Your comfort zone will kill your passion หรือ พื้นที่สุขสบายของคุณนั่นแหละที่จะฆ่าความกระตือรือร้นของคุณ

004-mitty3

สอง นอกจากการเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของคนคนหนึ่งที่ติดอยู่กับชีวิตในเมือง ในกรอบแคบ กับกิจวัตรประจำวันแล้ว สำหรับผมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีความน่าสนใจในฐานะของการเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ “วงการสื่อ” ที่ผมสัมผัสอยู่ทุกเมื่อชื่อวันอีกด้วย

ในความเป็นจริง นิตยสารไลฟ์ฉบับกระดาษหยุดพิมพ์ในฐานะสิ่งพิมพ์รายสัปดาห์หรือรายเดือนมาสิบกว่าปี หรือ ตั้งแต่ปี 2543 (ค.ศ.2000) แล้ว โดยกลายเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในนิตยสารไทม์ (TIME) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ หรือบ้างก็ตีพิมพ์ออกมาเป็นเล่มเป็นครั้งคราวเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญๆ ทั้งนี้ LIFE ฉบับออนไลน์เริ่มทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 (ค.ศ.2009) โดยเรื่องราวเกี่ยวกับนิตยสาร LIFE ในเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty นั้นพยายามสะท้อนให้เห็นถึง ปัญหา อุปสรรค และอารมณ์ของในวงการสื่อระหว่างการเปลี่ยนผ่านของสื่อยุคกระดาษ ไปสู่ยุคดิจิตอล

พอชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วหันมามอง “วงการสื่อ” บ้านเราในปัจจุบันที่กำลังเห่อ ฮือฮา บ้างตระหนกตกใจไปกับ  โลกออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ และล่าสุดทีวีดิจิตอล ผมพบว่า ฌอน โอ’คอนเนล ช่างภาพมากประสบการณ์ และ วอลเตอร์ มิตตี้ พนักงานฝ่ายภาพซี่งทำงานกับนิตยสาร LIFE มาหลายสิบปีกำลังพิสูจน์ให้พวกเราเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสื่อมิอาจทำได้แต่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบจากยกเลิก “สื่อกระดาษ”  ไปเป็น “สื่อออนไลน์” แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในกระบวนการเปลี่ยนผ่านของสื่อก็คือ “การพัฒนาศักยภาพของคน” ด้วยการคงสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณเอาไว้ และปรับเปลี่ยนด้วยการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้ก้าวล้ำไปกับโลกสมัยใหม่

The Secret Life of Walter Mitty ได้สะท้อนบทเรียนให้พวกเราได้เห็นถึง ความพยายามเปลี่ยนแปลงในเชิงเนื้อหา วิธีคิด จนถึงวิธีการผลิต-นำเสนอ กับ ความพยายามเกาะกระแสของความเปลี่ยนแปลงด้วยการเปลี่ยนแปลงแต่เพียงรูปแบบ ทว่า ขาดความเข้าใจถึงเนื้อหาและนัยยะของความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงนั้น มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ประการต่อมา ด้วยความที่ผมเป็นคนชอบการถ่ายภาพ และการเดินทาง การผจญภัยของวอลเตอร์ มิตตี้ ภาพทิวทัศน์ของภูเขา สายน้ำ ท้องทะเล ของสถานที่ต่างๆ ที่เข้าถึงได้ยากไม่ว่าจะเป็น กรีนแลนด์ อัฟกานิสถาน ได้ปลุกให้ผมย้อนนึกถึงการเดินทางท่องเที่ยวตะลอนๆ ในอดีตของตนเอง โดยเฉพาะระหว่างที่ผมใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองจีนราว 5 ปี

ปี 2005 - กำแพงเมืองซีอาน

ปี 2005 – กำแพงเมืองซีอาน

ปี 2005 - ทุ่งหญ้าบนระเบียงเหอซีจากรถไฟ

ปี 2005 – ทุ่งหญ้าบนระเบียงเหอซีจากรถไฟ

ปี 2005 - เนินทรายครวญ ตุนหวง

ปี 2005 – เนินทรายครวญ ตุนหวง

ปี 2005 - คานาส ซินเกียง

ปี 2005 – คานาส ซินเกียง

ภาพและความทรงจำเก่าๆ เกี่ยวกับการเดินทางที่มิทราบจุดหมายที่แน่ชัด ผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ โดยแม้บางช่วงบางตอนจะแฝงไว้ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความยากลำบาก แต่ภายใต้อุปสรรคเหล่านั้น เมื่อมองย้อนกลับไปแล้วก็แฝงด้วยความอิ่มเอมบางประการ ที่มิสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

มีคนเคยบอกว่า …  ในการเดินทางทุกครั้งจะทำให้คนเราทุกคนจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ไม่ว่าจะในเชิงกายภาพของร่างกายตัวเอง หรือ ในเชิงจินตภาพในการมองโลกใบนี้ มองสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัว และย้อนกลับมามองชีวิตของเราก็ตามที

 

ชมคลิป : The Secret Life of Walter Mitty: Extended Trailer – 6 Minutes [HD]

 

 

Tags: ············

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.