ดวงตาของหัวใจ

หาก 'ดวงตา' คือหน้าต่างของหัวใจมนุษย์ … 'ภาพถ่าย' ก็คือดวงตาของหัวใจผม

ดวงตาของหัวใจ

ลองเทคโนโลยี Wireless Charging สุดล้ำในราคาตลาดนัด ตอนที่ 1

February 28th, 2016 · No Comments · กล้อง-ถ่ายภาพ, ชีวิต-สังคม, สื่อ, ไอที - เทคโนโลยี

001-IMG_4803

ผมได้หยิบจับเจ้า Samsung Galaxy S6 มือถือระดับแฟลกชิปของค่ายซัมซุงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนที่มันจะตกรุ่นเมื่อไม่กี่วันมานี้ -_-”

ส่วนตัวผมเองพกโทรศัพท์ติดตัวอยู่สองเครื่องทั้งระบบปฏิบัติ iOS และ Android ด้วยความจำเป็นในหน้าที่การงานที่ต้องใช้งานมือถือทั้งสองระบบ เพื่อทดสอบระบบเว็บไซต์ และ Application แต่การได้มาใช้งานเจ้า Galaxy S6 ทำให้ผมได้ลองเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ หลายอย่าง โดยหนึ่งในนั้นที่ผมสนใจมากก็คือ เทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย (Wireless Charging)

วิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลัง Wireless Charging หรือ Inductive Charging คือ การส่งต่อพลังงานด้วยการเหนี่ยวนำ โดยเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้เป็นสนามแม่เหล็กแผ่ออกไปจากแท่นชาร์จ ขณะที่ ณ ปลายทางคือเครื่องโทรศัพท์มือถือก็จะมีตัวรับที่เปลี่ยนสนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งต่อไปยังแบตเตอรี่

Credit : Techwhatwhy

Credit : Techwhatwhy

เมื่อเปรียบเทียบกับสายชาร์จแบบดั้งเดิม การชาร์จแบบไร้สาย มีข้อได้เปรียบหลายประการด้วยกัน เช่น  ไม่มีการสัมผัสกันระหว่างขั้วไฟฟ้า ทำให้ลดความเสี่ยงในเรื่องของไฟกระชากที่ขั้วทองแดง ทั้งยังห่างไกลจากน้ำทำให้ลดโอกาสในการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร, ในเชิงการแพทย์การชาร์จแบบไร้สายช่วยลดการติดเชื้อได้มาก นอกจากนี้เมื่อไม่มีการเสียดสีหรือสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ไฟฟ้ากับที่ชาร์จ ทำให้เพิ่มความทนทานในการใช้งาน และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความสะดวกสบาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อดีแล้วก็ย่อมมีข้อด้อย อย่างแรกคือ ชาร์จได้ช้ากว่าการชาร์จแบบมีสาย เพราะการชาร์จไร้สายเป็นการถ่ายทอดพลังงานด้วยพลังงานสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีกำลังไฟฟ้าต่ำเพียงแค่ 0-5 วัตต์เท่านั้น ส่วนข้อด้อยอีกประการหนึ่งก็คืออุปกรณ์มีราคาแพง

ทั้งนี้เทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สายนั้นถูกใช้ในเชิงพาณิชย์มานมนานแล้ว ตั้งแต่แปรงสีฟันไฟฟ้า รถยนต์ เครื่องเล่นเอ็มพี3 จนมาถึงสมาร์ทโฟนทั้งยี่ห้อ โนเกีย โมโตโรลา กูเกิล แอลจี เอชทีซี ซัมซุง แบล็กเบอรี รวมไปถึงแอปเปิลที่แม้จะยังไม่ได้บรรจุเทคโนโลยีนี้ลงไปในไอโฟน แต่ก็ใช้เทคโนโลยีนี้กับนาฬิกาอัจฉริยะอย่าง “แอปเปิล วอตช์” เรียบร้อยแล้ว

ไม่เพียงแต่ในแวดวงผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นที่เห็นอนาคตของเทคโนโลยีการชาร์จแบบไร้สาย เพราะแม้แต่แวดวงเฟอร์นิเจอร์ อย่าง อิเกีย (IKEA) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากสวีเดนก็กระโดดเข้าสู่วงการด้วยเช่นกัน โดยตั้งแต่ปีที่แล้ว 2558 อิเกีย ประกาศวางจำหน่ายซีรีย์เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ DIY ต่างๆ ที่บรรจุระบบการชาร์จไร้สายเข้าไปด้วย (http://www.ikea.com/us/en/catalog/categories/departments/wireless_charging/)

การใส่อุปกรณ์การชาร์จไร้สายเข้าไปในเฟอร์นิเจอร์ของอิเกียนั้นทำให้คนในแวดวงเทคโนโลยีจำนวนหนึ่งถึงกับอุทานว่า ราวกับอิเกียใส่เวทมนตร์เข้าไปในเฟอร์นิเจอร์เลยทีเดียว (Like Having Magic Furniture!)

003-558000004550502

ภาพจาก IKEA

004-20154_wcvc01a_03_PH124096

ภาพจาก IKEA

005-20154_wcvd01a_01_PH124110

ภาพจาก IKEA

กลับมาถึงเจ้า ซัมซุง Galaxy S6 และ Galaxy S6 edge ที่เปิดตัวออกมาตั้งแต่ปี 2558 (รวมไปถึง Galaxy S7, S7 edge ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่กี่วันนี้ด้วย) นั้นใส่เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเคลมว่าเป็น Dual wireless charging คือ รองรับเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายทั้งสองมาตรฐาน

ถามต่อว่าแม้แต่การชาร์จไร้สายก็ยังมีหลายมาตรฐานอีกหรือ? (เหมือนวิดีโอมี PAL-NTSC, ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์มี Windows Mac, ระบบปฏิบัติการมือถือมี iOS-Android ฯลฯ)

เมื่อไปค้นข้อมูลดู ปัจจุบันมาตรฐานของเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายถูกแบ่งเป็นสองค่ายด้วยกัน

โลโก้ของมาตรฐานการชาร์จไร้สาย qi (ซ้าย) และมาตรฐาน PMA (ขวา)

โลโก้ของมาตรฐานการชาร์จไร้สาย qi (ซ้าย) และมาตรฐาน PMA (ขวา)

ค่ายหนึ่งคือ มาตรฐาน Qi () ซึ่งระบุว่าสามารถชาร์จได้แม้อุปกรณ์กับเครื่องชาร์จจะอยู่ห่างกันถึง 4 เซนติเมตรก็ตาม โดยมาตรฐาน Qi นี้ได้รับการหนุนโดยผู้ผลิตมือถือส่วนใหญ่ทั้งเอซุส เอชทีซี หัวเว่ย แอลจี โมโตโรลา โนเกีย ซัมซุง และโซนี ที่รวมตัวกันในนาม Wireless Power Consortium

อีกฝั่งหนึ่งคือ มาตรฐาน PMA ซึ่งย่อมาจาก Power Matters Alliance ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่จากฝั่งอเมริกา คือ เอทีแอนด์ที ดูราเซลล์ Federal Communications Commission (FCC) Energy Star รวมไปถึงเชนกาแฟยักษ์ใหญ่อย่างสตาร์บัคส์ที่ในปี 2557 เคยประกาศว่าจะนำเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายไปใช้ในสาขาต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วย

สตาร์บัคส์ใช้วิธีโปรโมตด้วยคำว่า Come on in&Recharge : Power up your phone while you recharge (มาสิมาเติมพลังกัน เติมพลังให้โทรศัพท์ของคุณ ขณะที่คุณก็เติมพลังให้ตัวเอง) อย่างไรก็ตามสตาร์บัคส์ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันนี้เข้าไปในทุกสาขากว่าสองหมื่นแห่งทั่วโลก แต่มีเพียงบางสาขา ในบางประเทศเท่านั้น

สาเหตุสำคัญก็คงเพราะสมาร์ทโฟนที่สามารถรองรับเทคโนโลยีการชาร์จไร้สายนั้นยังไม่แพร่หลาย โดยเฉพาะค่ายแอปเปิลที่ยังไม่ได้เริ่มบรรจุเทคโนโลยีลงในไอโฟน ทำให้สตาร์บัคส์ต้องแก้เกมด้วยการให้ยืมอุปกรณ์การชาร์จไร้สายเพื่อเสียบเข้ากับอุปกรณ์เพื่อให้ลูกค้าได้ลองใช้ไปก่อน

007-10533433_1136591376365316_2697183344455864621_n

008-10392107_1136591359698651_8808638880014156136_n

009-Untitled-1

ในเมืองไทย เรายังไม่เห็นสตาร์บัคส์ใส่เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายเพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าในร้านเลย ส่วนเฟอร์นิเจอร์ซีรีย์ที่บรรจุเครื่องชาร์จไร้สายของ IKEA ก็ยังไม่เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ผู้บริโภคชาวไทยนัก ทางหนึ่งเพราะยังมีอุปกรณ์รองรับเพียงไม่กี่รุ่น …

ตอนหน้าผมจะมาแกะกล่องรีวิวเครื่องชาร์จไร้สายที่ใช้กับ Samsung Galaxy S6 ให้ดูกันว่าเป็นอย่างไรครับ

Tags: ················

No Comments so far ↓

Like gas stations in rural Texas after 10 pm, comments are closed.