…vrt

…มีความสุขมากมายครับ

เรื่องไม่เป็นเรื่อง ตอน ไม้ไอติม

March30

.

“…อืม… ที่นี่มันที่ไหนกันละเนี่ย” ผม ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากเย็น แล้วพบว่าตัวเองตั้งอยู่ในกระป๋องเหล็กทรงกระบอก

“อ้าว เป็นไงพวก…”  ไม้ไอติมกลุ่มใหญ่ที่อยู่กระป๋องเดียวกับผมทักทาย

“เอ่อ … ก็ดีครับ”  ผมตอบไปอย่าง งงๆ พลางหลับตาพยายามคิดว่าผมมาอยู่ในกระป๋องเหล็กใบนี้ได้ยังไง

เอ… เรื่องมันน่าจะเกิดตอนนั้นแหงเลย … ผมพยายามนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อน

ตอนนั้นน่ะ …เท่าที่ผมพอจำได้ ผมเป็นไม้ไอศครีมที่โชคดีอันนึงเลยละ อยากรู้ละซีว่าทำไม …

ก็มีไม้ไอศครีมไม่มากนักนะที่จะได้มีโอกาศที่จะได้อยู้ในซองเดียวกันคนที่คุณหลงรัก

เพราะส่วนใหญ่แล้วไอศครีมหนึ่งแท่งก็มีไม้เสียบแค่อันเดียว แต่ผมได้รับเลือกให้เป็นไม้เสียบไอครีมที่มีสองแท่งติดกันแล้วพรหมลิขิตก็บันดาลให้ผมถูกเสียบคู่กับไม้ไอติมสาวที่ผมหลงรักอยู่…

ใครว่าพรหมลิขิตไม่มีจริง ผมละเถียงขาดไม้เลย (ประมาณว่าเถียงขาดใจเลย-ภาษาไม้ไอศครีม : ผู้เขียน)

ผมมีอะไรจะบอกก่อนเล่าต่อไป เวลาที่เราเรียกกันเองน่ะ เราไม่เรียกกันเองว่าไม้ไอศครีมหรอก มันฟังดูกระดากปากยังไงก็ไม่รู้  นี่เป็นความลับของเราเหล่าไม้ไอติมเลยนา… ถ้าไม่รักกันจริงไม่บอกนะเนี่ย…

แต่ถ้าเป็นเรื่องความรัก ไม่ต้องบอกคุณคงรู้ใช่ม้า… ว่ามันตื่นเต้น หัวใใจพองโตขนาดไหนที่ได้อยู่ใกล้คนที่คุณรัก อิอิ… ผมก็เหมือนกัน ในเวลาที่ไม่นานนัก แม่ไม้ไอติมสาวก็รับรักผม … คุณอาจคิดว่ามันทำไมง่ายดายนัก แต่สำหรับไม้ไอติมอย่างเรา การรักใครสักคนเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการเกลียดใครต่อใครหลายเท่า เพราะเราถูกสร้างขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของความสุขอยู่แล้ว ก็ลองหลับตานึกภาพว่าคุณกำลังกินไอติมแท่งโปรดซิ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขหาได้ง่ายแค่ไหน.. เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เอาเป็นว่าผมกับเธอ ได้พัฒนาความชอบพอให้กลายเป็นความรักในระหว่างที่เราอยู่ร่วมซองเดียวกัน…


ใครว่าความรักน่ะขม ผมขอเถียงขาดไม้เลย ขอผมน่ะหวานขนาดที่น่าจะทำให้ไอศครีมที่ผมเสียบอยู่น่ะหวานเกินมาตรฐานอ.ย. เลย อิอิ… แต่เอ…คงไม่มีคนทำไอติมขมๆ ออกมาขายหรอกคุณว่ามั๊ย ความรักของพวกเราจริงไม่ขม อย่างมากมันก็ละลาย


ไม่มีอะไรยั่งยืนหรอก ผมเคยได้ยินตำรวจจราจรพูดว่าจ่าเฉยที่ว่านิ่งๆ ยังถูกสั่งเก็บเลย … ความรักของผมก็คงคล้ายๆกัน แล้วเวลาที่เราต้องแยกจากก็มาถึง เมื่อซองถูกเปิดออก  ไอติมคู่ถูกแยกออกจากกันเป็นสองแท่ง ผมไปทาง คนรักผมก็ไปอีกทาง … แต่เราก็เข้าใจดี เพราะว่านั่นเป็นหน้าที่ของไม้ไอติมอย่างเราที่ต้องร่วมสร้างความสุข และทุกๆครั้งที่ที่เด็กๆ ถือไม้ไอติมอย่างพวกผม พวกผมก็รู้สึกได้ถึงความสุขเหล่านั้น

พรหมลิขิดบันดาลให้เราพบกัน  โชคชะตาทำให้เราแยกกัน แต่ผมหวังเสมอว่าอะไรสักอย่างจะพาเรามาพบกันอีกครั้ง …

ผมเคยได้ยินว่าอย่าไปมีความหวังลย เพราะมันจะทำให้เราผิดหวังทีหลัง แต่ผมว่าถ้าไม่มีหวัง เราก็คงไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร คุณว่ามั๊ย… ถึงแม้จะผิดหวัง แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าอยู่ไปเพื่ออะไร…

แล้วทั้งหมดนั่นก็เป็นเรื่องที่ผมจำได้ก่อนจะวูบไป แล้วตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในกระป๋องนี่แหละ… อืม…อย่างน้อยในนี้ก็ยังมีแสงสว่าง ไม่มีอะไรมากั้นคุณไว้จากโลกภายนอกเหมือนตอนที่อยู่ในซอง

“เพิ่งมาใหม่ละซิ”  ไม้ไอติมมีอายุ ทักทายผม

“…” ผม พยักหน้ายิ้มๆ

“อยู่ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ.. ลุงก็อยู่มานานโขแล้ว นานจนแทบลืมไแล้วว่าความรู้สึกตอนที่อยู่ในซองน่ะเป็นยังไง” 

“ลุงไม่ร้อนเหรอ ผมว่าอยู่ในซองน่ะเย็นสบายกว่าเยอะ”  ผม แย้ง

“เออ..ก็จริงเพราะตอนอยู่ในซองเราก็อยู่ในตู้แช่เย็น แต่ลุงว่านะความรู้สึกร้อนหรือเย็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น หรืออย่างอื่นหรอก มันอยู่ที่ตัวเราเองต่างหาก”  ลุง แสดงความเห็นจากประสบการณ์

ผมยัง งงๆ อยู่ว่าเย็น หรือ ร้อนมันจะขึ้นอยู่กับตัวเราได้ยังไง เอ หรือว่าลุงแกมีเครื่องทำความเย็น-ร้อนติดมาตั้งแต่เกิด… ผมพยายามมองหาแต่ก็ไม่เห็น

วันเวลามีส่วนช่วยให้เราปรับตัวได้ ผมพิสูจน์แล้วกับตัวเอง ผมอยู่ในกระป๋องนี้มานานและก็มีความสุขดี ทุกๆ วันจะมีสมาชิกไม้ไอติมมาใหม่อยู่เรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้มันแน่นมาก ไม่ค่อยจะม่ที่ยืนในกระป๋องใบนี้แล้ว ด้วยเหตุนี้มั้งถึงมีกระป๋องใบหม่มาตั้งข้างๆ แล้วไม้ไอ้ติมบางส่วนก็ถูกย้ายไปอยู่ในกระป๋องใหม่ รวมทั้งผมด้วย…

ผมจะบอกให้ความรู้สึกตอนที่ถูกจับขึ้นจากกระป๋องเดิมเนี่ยมันน่ากลัวมาก การไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่รู้อยาคตตัวเองว่าจะจบอย่างไรมันน่ากลัวอย่างนี้นี่เอง…

“โอ้ย..อะไรกันเนี่ย”  ผม ร่ำร้องขณะถูกจับ

“นิ่งๆ ไว้ ไม่มีอะไรหรอก”  ลุง ปลอบ

“ไม่มีอะไรได้ไงลุง ไม่เห็นเหรอว่าไอ้ตัวโตนั่นมันกำลังจับเราอยู่” ผม เถียง

“…แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านิ่งไว้ไม่ใช่เหรอ ดิ้นมากเดี๋ยวหล่นลงพื้นกลายเป็นไม้เดี้ยงไม่รู้นะโว้ย”  ลุง ตะโกนแข่งกับผม

เพราะผมหยุดนิ่งได้ทันเวลา ผมเลยได้มาอยู่ในกระป๋องพร้อมลุงคนเก่งของผมและเพื่อนๆ อีกหลายไม้ไง อืม…กระป๋องใบใหม่นี่ก็ไม่เลวเลยนะ ไม่มีรอยสนิมเหมือนใบเก่า แถมมีที่ว่างมากมายให้กลิ้งเล่นด้วย ผมเอียงไม้ไปสีกับลุงและเพื่อนๆ ร่วมกระป๋องอย่างมีความสุข เป็นการฉลองที่อยู่ใหม่กัน ไม้ไอติมอย่างเราก็เอียงไม้สีกันไปมาสลับกับเสียงหัวเราะ มันก็คล้ายๆ กับคนกอดกันเวลาที่ดีใจนั่นแหละ ได้ทั้งความสุขและอบอุ่นพร้อมๆ กันทั้งสองคน

วันนี้ผมตื่นสาย เพราะเมื่อคืนมัวแต่ฉลองขึ้นกระป๋องใหม่กันอยู่จนดึก … ที่ตื่นก็เพราะได้ยินเสียงเอะอะ โวยวายกันใหญ่ของเพื่อนๆ ไม้ไอติม

“อะไรกันอ่ะ…”  ผม ถาม ขณะยังงัวเงีย

“ก็ไอ้พวกกระป๋องโน้นกำลังถูกจับอยู่ไง”  ลุง กระซิบตอบ

“นี่ลุงไม่ต้องกระซิบก็ได้ ยังไงพวกคนก็ไม่ได้นินเสียงเราหรอก”  ผม อธิบาย

ไม้ไอติมกระป๋องข้างๆ ถูกมือคนหยิบไปทีละอันสองอันอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องตกใจของบรรดาไม้ไอติมค่อยๆ ลดลง ไม่ใช่เพราะเพื่อนๆ เราหยุดร้องหรอก แต่เพราะว่าไม้ไอติมใกล้หมดกระป๋องแล้วต่าหาก

“ลุงว่า เราจะโดนจับด้วยมั๊ย”  ผม ถามหวาดๆ

“เออ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ”  ลุง ตอบ

“แล้วถ้าโดนจับล่ะ ลุงจะทำไง” ผม ถามต่อ

“ก็ไม่ทำไงหรอก เพราะยังไม่โดน ของบางอย่างเดือดร้อนไปก่อนก็ไม่ได้อะไร”  ลุง ตอบ

อะไร อะไรที่แน่นอน กลับไม่แน่นอนไปได้ในบางครั้ง ใครจะรู้ผมอาจจะโดนจับอีกครั้งก็ได้ และคราวนี้ผมอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ไม้ไอติมบางไม้ถูกจับไปหักเล่นอย่างสนุกสนาน จนไม่เหลือซากชิ้นส่วนให้ดูต่างหน้า แต่ทำไงได้ในบางสถานการณ์เราก็ไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก คงต้องยอมรับสภาพ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้ระหว่างที่ผมอยู่ในกระป๋องก็คือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่มีใครทำให้เราทุกข์ หรือสุขได้ นอกจากตัวเราเอง ผมดีใจที่คิดได้ แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไมีค่อยน่ายินดีนัก

ความหวัง เป็นกำลังใจที่ดีอีกอย่างที่หล่อเลี้ยงให้ผมอยู่รอดมากทุกวันนี้  ผมอดยิ้มไม่ได้กับคำสอนของลุง โดยเฉพาะไอ้ที่ว่าร้อน หรือเย็นไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนอื่น แต่อยู่ที่ตัวเรา เพราะผมก็เพิ่งคิดได้ว่าทุกอย่างเริ่มที่ใจ… เฮ้อ…ผมยังง่วงอยู่เลยขณะที่ถูกจับยกลอยขึ้นไป แปลกดีแฮะผมไม่ได้รู้สึกกังวล ตกใจอย่างที่คาดคิด แต่กลับรู้สึกว่าอะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด… จุดสีเทาที่ผมมองเห็นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สติสตางค์ของผมค่อยๆ ดับวูบลง…

อะไรกันนักกันหนาละนี่ คนจะนอน  ผมคิดขณะที่มีเสียงคุ้นๆ เรียก…

“เป็นไงมั่งไอ้หนู”  ลุง ถามอย่างเป็นห่วง

“เอ่อ… ก็ดีครับ”  ผม งัวเงียตอบไป

“ตอนนี้เราไม่ใช่ไม้ไอติมธรรมดาแล้วนะ”  ลุง พูดต่อ

“อ้อ… แล้วเราเป็นอะไรครับ”

“ลองมองไปรอบๆ ซิ”  เสียงเพื่อนไม้ไอติม ตอบแทนลุง

ผมพบว่ารอบๆ ไม้ผมเรียงรายไปด้วยไม้ไอติมมากมาย ด้านบนโน่นเป็นเพื่อนไม้ไอติมที่เคยอยู่ร่วมกระป๋องกัน ด้านข้างก็มีลุงอยู่ใกล้ๆ ไม้ไอติมแต่ละอันถูกยึดติดกันไว้อย่างแน่นหนา ผมลองขยับตัวเองดู แม้กระทั่งกระดิกไม้เบาๆ ยังไม่ได้เลย

“นี่ไง เครื่องบินไม้ไอติมผม”  เสียงเด็กมนุษย์ พูดกับพ่อแม่

“อืม สวยมากเลยครับ” 

“ผมสะสมไม้มาตั้งนานกว่าจะได้แบบนี้” เด็กน้อย พูดพลางยิ้มพลาง

ไม้ไอติมอย่างผมถูกจับไปโน่น ไปนี่หลายครา ไม่เคยมีครั้งไหนที่ผมรู้สึกดีใจเท่ากับการถูกจับมาประกอบเป็นเครื่องบินเหมือนครั้งนี้ … แม้ว่าจะต้องถูกยึดติดอยู่กับที่ แต่เมื่อผมได้เห็นรอยยิ้มของเด็กน้อยคนนั้นแล้ว ผมคิดว่าที่เป็นอีกครั้งที่ผมได้ทำให้คนอื่นมีความสุข ไม่นับครั้งที่มีไอศครีมรสอร่อยเสียบอยู่ด้านบน

ไอ้ที่เค้าว่าความสุขที่มาจากการให้นั้นยิ่งใหญ่ ก็น่าจะจริงนะ เพราะผมรู้สึกได้ในตอนนี้เลย

“ไง …รู้มั๊ยว่าตอนนี้ลุงรู้สึกยังไง” 

“ไม่รู้คับ”

“ลุงกำลังดีใจ แล้วลุงก็รู้ว่าแกก็คงรู้สึกดีใจเหมือนกัน”  ลุง สรุป

“ไม่ใช่คับ ผมไม่ได้รู้สึกเหมือนลุง ผมน่ะดีใจด้วย ง่วงด้วยคับ”  ผม ตอบยิ้มๆ

“เออ…” ลุง หัวเราะเบาๆ แล้วพูดต่อ “ลุงว่าสาวคนนั้นกำลังมองแกอยู่นะ”

“…” ผมไม่ได้ตอบ แต่มองตามที่ลุงบอก

ความหวังช่วยหล่อเลี้ยงให้เรามีชีวิตอยู่ได้ ความหวังที่เป็นจริงยิ่งทำให้เรามีกำลังใจมากมายหลายเท่า ไม่แรงที่ผมยังมีความหวังเรื่องแม่ไม้ไอติมสาวของผมอยู่ เค้าว่าคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน…

พรหมลิขิตมีจริงแน่นอน ผมยืนยัน เพราะแม่ไม้ไอติมของผมถูกวางติดอยู่ด้านซ้ายของผม ไม่รู้ว่าอะไรบังตาผมไว้ ถึงไม่เห็นเธอตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมก็ยังจำเธอได้เสมอ แค่มองตากันผมก็รู้ว่าเธอจำผมได้ อิอิ…ถ่านไฟเก่ามันติดไฟง่ายกว่าถ่านใหม่ คุณว่ามั๊ย… ผมคงต้องจบเรื่องไม้ๆ ของผมแค่นี้แหละ อีตาคนเขียนเรื่องนี้เค้าเขียนเรื่องยาวๆ ไม่ค่อยเป็นหรอก มันตรงข้ามกับบางส่วนในตัวเขา อิอิ…ไม่ต้องคิดมาก อีตานี่เค้าตายาว อย่างว่าเนอะอายุก็โขอยู่…

 

มีความสุขมากมายครับ

 

vrt

by posted under Uncategorized | 1 Comment »    
One Comment to

“เรื่องไม่เป็นเรื่อง ตอน ไม้ไอติม”

  1. March 31st, 2010 at 8:51 am       benjawan settawiwattanakul Says:

    น่ารักมากค่ะ..สนุกดีอ่านแล้วสบายใจค่ะ..


You must be logged in to post a comment.