พรหมลิขิต?!?!?

December13

เรื่องราวที่เกิด ณ มุมหนึ่ง ในร้านกาแฟเล็กๆ

ฤ…พรหมลิขิต จะไม่มีอยู่จริง???

.

 

…..พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ โว้โฮวววววววว โอ้วเย….. 

 

แหม…ใครจะคิดล่ะ ว่าพรหมลิขิตนั่นมักจะบันดาลสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ให้เกิดขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อ พรหมลิขิตนำพาผู้ชายสูง จมูกได้รูป ปากเป็นกระจับ ผมทรงสั้นสีดำช่างขับกับผิวขาวปานหยวกกล้วย ท่าทางดูดีมีการศึกษา พูดจารู้เรื่อง เฟื่องฟูคุณธรรม เดาได้ไม่ยากก็คงเป็นลูกครึ่งอย่างแน่นอน
แต่จะว่าไป พรหมลิขิตก็ช่างไม่เข้าข้างฉันซะนี่กะไร ทำไมต้องส่งเค้ามาในวันที่ฉันหน้าศพ ทรุดโทรมขั้นวิกฤต ถ้าได้รับจดหมายแจ้งเตือนล่วงหน้าสักสองสามวัน ฉันคงจะไปเข้าคอร์สรวบรัดยกกระชับทั้งร่างกาย ถ้าตายแล้วเกิดใหม่ทัน ก็โอเค เพื่อต้อนรับผู้ชายคนนั้น คนที่ฟ้าส่งมาให้เป็นคู่กันฉัน วู้ววววว สยิวซะจริง
ณ ร้านกาแฟเจ้าประจำ…..ฉันนั่งอยู่มุมสุดของร้าน ช่างเป็นมุมที่พริ้งเพริศจั๊กๆ ฉันจะได้จ้องมองผู้ชายของฉัน(เต็มปากเต็มคำ) ได้อย่างเต็มตา ท่าทางของเค้าดูเหมือนเค้าก็กำลังรอใครอยู่ สังเกตได้ไม่ยาก ไหนจะมองที่หน้าจอมือถือสลับกับมองไปรอบๆร้าน มองหาใครอยู่รึค่ะ คุณ เอ๊ะ…หรือจะรอแฟนอยู่ แต่ไม่นะ ก็ในเมื่อว่าที่ภรรยาของคุณ  นั่งอยู่นี่ไงค่ะ ยังจะมองหาใครอีกหรอ มองมาทางซิค่ะ ฉันจะสะบัดขนตา 360 องศาบอกเป็นนัยว่าฉันเองก็มีใจและพร้อมจะเปิดกระดานเดินเกมก่อน หากคุณไม่กล้า
 
แต่สักพักชายอีกคน….ก็เดินเข้ามาในร้าน เป็นชายมีอายุ แต่หน้าตาดีไม่ใช่เล่น คาดว่าตอนหนุ่มคงมีสาวๆตอมเป็นขี้(ดีไหมหว่า?) เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะแฟนในอนาคตของฉัน อกฉันคงแตกตาย ถ้าที่รักของฉัน(วู้ววววววว อีกแล้วฉัน)ไม่เรียกชายมีอายุคนนั้นว่า Dad ฉันจึงถึงบางอ้อ ที่แท้ก็คุณพ่อสามีนี่เอง ยิ้วๆๆๆ หล่อตามกันมาจิงเลย
ฉันพลางนั่งจินตนาการวาดฝั่งฝัน ลูกของฉันและเขา ตาได้แม่ จมูกได้พ่อ อิอิ ถ้าเป็นลูกชาย คงเป็นนายแบบระดับเป้าเด้งแถวหน้าของวงการ และหากเป็นลูกสาวจะส่งประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ที่ปัจจุบันเน้นที่ชาติตระกูล นามสกุลดัง และลูกครึ่งที่ทั้งชีวิตอาจไม่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย
หากช้านานไปจะไม่ได้การ ฉันต้องจัดการรวบหัวรวบหาง และกินกลางตลอดตัว ฉันไม่มีทางปล่อยให้เนื้อคู่ของฉันลอยนวลไปได้ง่ายๆหรอก แต่จะทำไงดี จะโอเคไหม ถ้าฉันจะพับจรวดกระดาษ และเขียนไปว่า “I love you Oh, baby” แลดูเวิร์คและแสนครีเอท ทว่าฉันพับจรวดไม่เป็นอ่ะดิ
แบบนี้ต้องปรึกษานังเรย์ กระเทยผู้เชียวชาญและช่ำชองในเรื่องการแทะโลมผู้ชาย ถึงแม้สถิติในการจีบผู้ชายติดของมัน คือ 0.20% แต่อย่างน้อยมันก็ยังมีประสบการณ์ ฉันรีบกริ๊งกร๊าง หานังเรย์ทันที
“ฮัลโหลลลลลลลลลล เรย์หรอ” ฉันลากเสียงยาว เพื่อเน้นยำว่าฉันมีธุระจริงๆ
ว่าไง นังแรด มีอะไรย่ะ” นังเรย์ทักทายฉันอย่างคนคุ้นเคย ต๊ายยย ฉันแรดแล้วเธอก็คงกระซู่ มีสองนอ มากกว่าแรดอีก กรั๊กๆๆ
“เออ แรดแล้วสวย ตอแหลแล้วผอม” คริคริ มุขหากินของฉัน
ต๊ายย กล้านะย่ะ มีไร ฉันไม่ว่างช็อปปิ้งอยู่” ฉันเชื่อแล้วว่ามันช็อปอยู่จริงๆ ได้ยินเสียงแม่ค้าของโอดโอยจากการต่อราคาของมัน 450 เหลือ 200 –*
เออๆ คือแก ฉันปิ๊งผู้ชายคนนึง แบบหล่อเทพอ่ะแก หล่อแบบมิไหวแล้วจริงๆนะ ทำไงดี” เสียงฉันร้อนรนเหมือนใครเอาไฟมาลนตูด
“เลยอยากได้ทำผัวว่างั้น เดินไปบอกว่าเลยว่าน่ารักจัง เป็นแฟนกันไหม” ……
“แกจะบ้าหรอ ฮาร์ดคอร์ไปป่าว เดะเค้าก็คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบว่าหรอก มิเอาๆๆ” วิธีของแกนี่เห่ยยิ่งกว่าวิธีร่อนจรวดกระดาษของฉันอีกนังเรย์
“แล้วจะเอาไง ไม่บอกเค้า แล้วเค้าจะรู้ว่าแกชอบเค้า” เสียงนังเรย์กระฟึดกระฟัด เป็นสำเนียงให้ฉันรู้ว่ากำลังรบกวนมันจริงๆ
“มิเอาอ่า อายยยย ทำไงดี” เจอคนหน้าหนากว่า ทำเอาหน้าฉันบางขึ้นมากระทันหัน
“ก็ตามใจ หน้าบางก็อดมีผัวไป นานๆทีจะเจอที่ถูกใจ แล้วปล่อยไป ก็ตามใจแก แค่นี้นะ ซื้อของก่อน” วุ้ยยย อิเพื่อนบ้า ช่วยเหลืออะไรไม่เคยได้เลยซี้
 
ดังที่เขาว่า….อัตตาหิ อัตตะโนนาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน เอาว่ะ ในเมื่อเพื่อนฉันมันพึ่งพาอะไรไม่ได้ ก็ป่วยการจะไปตอแยกับมัน ไว้วันหลังโดนผู้ชายหลอกจู้ฮุกกรูมาอีก สิ่งที่ฉันจะทำคือสมน้ำหน้ามัน
คิดไปคิดมา สิ่งที่นังเรย์พูดก็จริงอยู่ ถ้าเราไม่เอื้อนเอ่ย สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของใจ แล้วไซร้เขาจะมารู้ว่าเรารุ้สึกยังไง อันที่จริง ฉันก็แอบเห็นเขาส่งสายตามาตรงนี้ แต่เผอิญเป็นผู้ชายขี้อาย ว้ายๆๆ มิเป็นไรค่ะ ฮันนี่ ฉันจะทำให้คุณรู้ว่าฉันเองก็มีใจ อย่างน้อยคุณก็จะได้กล้าเผยความนัยกับฉัน แต่เนื่องด้วยฉันเป็นหญิงไทยใจงาม คร้านจะให้เดินดุ่มๆสามขุมไปบอกรักผู้ชายก็กระไรอยู่ ถึงว่าสามีในอนาคตของฉันจะเป็นลูกครึ่งและอาจมีใจฝรั่งก็เถอะ แต่คงจะไม่งามแน่ๆ
คิดสะระตะ… ทันใดนั้นเอง ปิ๊งงงง…แผนการชิงหัวใจนายตัวร้าย ออกอุบายเดินไปเติมน้ำเปล่าซึ่งวางอยุ่บนโต๊ะใกล้กับโต๊ะของเค้า จากนั้นฉันก็จะแสร้งทำของตก และแล้วเขาก็หยิบมันขึ้นให้ แต่ฉันจะทำเป็นไม่สนใจ นั่นทำให้เขาต้องเดินตามฉันมา หึหึหึ หลังจากนั้นเราจะประสานสายตาอันหวานซึ้ง และทำความรุ้จักกันให้มากขึ้น หลังจากนั้น เค้าก็จะระลึกชาติได้ ว่าเมื่อชาติก่อน ฉันและเค้าเคยเป็นคู่เรียงเคียงกันมา เราสองคนสัญญาว่าจะรักกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย แต่เพราะเหตุจำเป็น ในช่วงสงครามโลกนั้น เขาต้องออกศึกแต่กลับถูกเสก็ดระเบิดกระเด็นโดนขั้วหัวใจ ถึงแม้เขาจะต้องจากฉันไป แต่ให้สัญญารักว่าจะมาพบฉันที่ทางช้างเผือก
 
………วิ้ววววววววววววววววววววววววววว ขนลุก ขนพองขึ้นมาทันทีทันใด มิได้การและ ฉันจะต้องทำให้เขาจำฉันให้ได้  ว่าฉันนี่แหละ คือคนที่เขารอคอยมาแสนนาน ฉัน คือคู่แท้ที่พลัดพรากเพื่อให้ได้พบเจอและรักกันทุกชาติไป
เอาล่ะ………นังเดีย ตั้งสติ ดึงความสวยทุกอนูขุมขนที่แกมีออกมา แม้วันนี้ แกจะอยู่ในสภาพที่โทรมสุดขีด ไม่พร้อมจะพบเจอใครๆ ไม่ว่าจะกรณีใดๆทั้งสิ้น แต่แกต้องดึงความสวยลึกๆของแกออกมา ฉันบอกตัวเอง พร้อมหลับตาพริ้ม เพื่อเรียกความกล้าหาญออกมา……..หายใจเข้าลึกๆ ฮืดดดดดดด…..1……….2………..3 ชั้นค่อยเบิกตาอันเป็นประกายออก โอ้ววไม่นะ สิ่งที่ฉันเห็น มีเพียงแต่ความว่างเปล่า…. ไม่นะ เนื้อคู่ของฉัน อนาคตสามี คู่ชีวิตที่ต้องพลัดพรากจากกัน ไม่นะ โอ้วววววววว
และแล้ว…ฉันเองก็ต้องพบว่าพรหมลิขิต เป็นสิ่งที่โครตสมมติ เพราะมันเกิดเพียงชั่วพริบตาของฉัน แค่เพียงเสี้ยวนาที ที่ฉันหลับตา พรหมลิขิตของฉัน ก็ได้หายไปจากชีวิตฉันตลอดกาล
แงๆๆๆ นู๋มิยอมๆๆ
Lil’ Whiney

 

 

 

 

 

 

 

by posted under Uncategorized | 1 Comment »    
One Comment to

“พรหมลิขิต?!?!?”

  1. December 13th, 2008 at 4:41 pm       zodiac Says:

    55555 ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการซ้อมก่อนเอาจริงนะคะ อิ อิ ^^


You must be logged in to post a comment.