"น้าเดียกั๊ฟ…ตัว***คืออะไร"

January30

เรื่องราวของหลานปังปอน และน้าเดีย

กับเรื่องราววุ่นวายไม่จบสิ้นในสภา

.

 

ห่างหายไปจากการเขียนบล็อคอยู่แสนนาน ตั้งแต่วันประกาศชัยชนะ รวมไปถึงวันสำคัญอีกหลายๆวันของชาวเราพันธมิตร อันเนื่องด้วยภารกิจรัดตัวเหลือเกิน ทั้งงานราษฎร์และงานหลวง ต่างประดังประเดเข้ามา รวมทั้งอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ฉันจะเสร็จสิ้นหลักสูตร ลอกคราบนักศึกษา และโบยบินสู่โลกกว้างในฐานะคนทำงานคนหนึ่ง (ตื่นเต้นน่าดู๊) 

เย็นวันหนึ่ง ลมพัดโชยสบาย ฉันนั่งฟังสรุปข่าวรอบวัน พลางจัดแต่งเล็บเท้าของฉันที่ยื่นยาวไม่เป็นระเบียบ บ่งบอกถึงการละเลยไม่ใส่ใจตัวเองของฉันในรอบหลายๆวัน ขณะที่ฉันกำลังขมักเขม้นกับเล็บเท้าของฉัน ก็มีมือเล็กคู่หนึ่ง แตะที่ไหล่ฉันเบา

“น้าเดียกั๊ฟ แฮ่ๆ”

“อ้าววว ปังปอน ไม่เจอกันนานเลยยยย” ฉันตกใจเมื่อเห็นปังปอน เด็กชายวัย 6 ขวบของฉัน นานแล้วซินะ ที่ไม่เจอะเจอะกัน เพราะต้องย้ายบ้านตามพ่อแม่ไป

“ทำอายัยอยู่กั๊ฟ”

“โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว พูดชัดๆซิ พูดตามน้า ทำ-อะ-ไร-อยู่” ฉันพูดพร้อมเอามือชี้ที่ปากให้ปังปอนพูดตาม

“โหยยย หมาเลียไม่ถึงหรอก ก็’ปอนไม่ให้เลีย คิคิ”

“…….” อาจจะเป็นเพราะปังปอนถูกเลี้ยงในครอบครัวที่ให้อิสระทั้งความคิด การใช้ชีวิต ปังปอนจึงกลายเป็นเด็กที่มีความคิดเกินวัย จนบางครั้งเข้าขั้นแก่แดด

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันต้องสำลักกับคำยอกย้อนของเด็กคนนี้

..

…..

“น้าเดียๆๆ มีคำถามมาถาม” ปังปอนมักจะมาหาฉันพร้อมคำถาม 108 ที่เจอมาในแต่ละวัน

“อ่าๆๆ ว่ามา น้าเดียตอบได้หมด”

“น้าเดีย ถ้าเราจะไปพระอาทิตย์ เราจะไปยังไงอ่ะ”

“อ่ออ ง่ายๆ เลย ก็ต้องไปยานอวกาศนะ แต่มันจะร้อนมากเลย เราจะละลายก่อนถึงดวงอาทิตย์นะปอน” ฉันอธิบายให้หลานตัวดีของฉันฟังด้วยเหตุและผล

“ปอนว่าไม่ใช่นะ!!!” ปังปอนทำคิ้วผูกโบว์ใส่ฉัน

“อ้าวว ไม่ใช่ แล้วเราจะไปยังไงละ” ฉันสงสัยจริงๆ ว่าวันนี้ปังปอนจะมามุขไหนกับฉัน

“ปอนว่านะ…จะไปดวงอาทิตย์ต้องปิดตาไป เพราะไม่งั้นเราจะแสบตามากเลย ฮี่ๆ”

“…….”

“ก็คิดดูจิ ขนาดปอนอยู่บนโลกนะ ปอนยังแสบตาเลย”

“……”

.

..

ด้วยความแสนซนและจอมแก่นของปังปอน จึงทำให้ปังปอนเป็นที่รักใครของพี่ป้าน้าอาทุกคน ขณะที่ปังปอนนั่งเล่นเศษเล็บเท้าของฉัน (ไม่มีอะไรจะเล่นแล้วใช่ม่ะเนี๊ยะ) ปังปอนก็ชักชวนฉันเข้าสู่ปัญหาการบ้านการเมือง

“น้าเดียกั๊ฟ คนในนั้นเขาทำอายัยกัน” ปังปอนพูดพลางชี้จอทีวี ที่แสดงภาพข่าวจากรัฐสภา

“อ่อ ประชุมสภาลูก” ฉันตอบปังปอน

“สภาคืออายัยอ่ะกั๊ฟ”

“สภาก็คือที่ที่นักการเมืองอยู่ไง” ฉันตอบปังปอนอีกครั้ง หวังใจว่าเขาคงไม่ถามฉันต่อ

“อ่อออออออ อย่างนี้นี่เอง”  อย่างที่บอกปังปอนเป็นเด็กแสนรู้ (ทะแม่งๆ)คำว่านักการเมืองจึงไม่ศัพท์แปลกใหม่สำหรับเขา และยิ่งแน่นอน เมื่อทั้งป๊าและม๊าของปังปอนเป็นพ่อยกแม่ยกพันธมิตรตัวเอ้ 

 

….หลังจากได้รับการตัดและตะไบอย่างดี เล็บเท้าของฉันตอนนี้เอี่ยมอ่องไปพร้อมกับสถานการณ์ดุเดือดในสภา

….สุนัขรับใช้ทรราช…

….ผู้สื่อข่าวเผด็จการ…

จนถึงคำสุดท้ายจากปากของนักอ่านข่าวคนนึง..”เหี้ยเอ้ยย”

“น้าเดีย…..เหี้ยคืออายัยอ่อก๊าฟ” ปังปอนหันขวับถามฉัน

“เอ่อ….มันเป็นคำด่าชนิดหนึ่งลูก แต่จริงๆมันเป็นสัตว์นะ” ฉันอธิบายให้ปังปอนเข้าใจ

“นิสัยไม่ดี ป่าป๊าบอกว่า ใครชอบด่า เป็นคนนิสัยไม่ดี ห้ามไปคบ” ปังปอนพูดกับฉันด้วยท่าทีใสซื่อ

“5555555” ฉันหลุดก๊ากออกอย่างห้ามตัวเองไม่ได้

“ป่าป๊าบอกว่า นักการเมืองเหมือนกับหัวหน้าห้องแต่ใหญ่กว่าม๊ากมากกกกก” ปังปอนทำอ้าแขนกว้างๆเพื่อแสดงถึงความใหญ่ของนักการเมือง เปรียบเสมือนหัวหน้าห้องที่คอยดูลูกห้องที่เป็นประชาชนอย่างเรา  – -*

“5555 ป่าป๊าช่างเปรียบซะจริง” ฉันขยี้หัวปังปอนด้วยความเอ็นดู

“หัวหน้าห้องใหญ่เป็นคนไม่ดีเลย ชอบด่า ขนาดหัวหน้าห้องปอนนะ นิสัยดี๊ดี” ปังปอนพูดต่อ ยิ่งทำให้ฉันอดหัวเราะกับความน่ารักและช่างคิดของเด็กคนนี้ไม่ได้

ปังปอนกินน้ำส้มแฟนต้าของฉัน(โดยไม่ได้ขออนุญาต) แล้วพูดต่อด้วยหน้าเศร้าๆ “เฮ้อออ..ไม่ดีเลย อดได้รางวัล”

“รางวัลอะไรอ่ะ ปอน?”

“อ้าวว ก็รางวัล รางวัลไง คุณครูบอกว่า ถ้าหัวหน้าห้องทำตัวไม่ดี ห้องเราก็จะไม่ดีไปด้วย แล้วเราก็จะอดได้รางวัล” ปอนตอบฉันด้วยท่าทีฉะฉาน

“……….” ฉันยังคงประมวลผลคำตอบของปังปอนอยู่ในห้วงขณะหนึ่ง

“ปอนไปและ น้าเดีย เบื่อประเทศไทย” ปอนทิ้งท้ายและเดินจากฉันไป โดยเหลือไว้แต่ฉันที่อึ้งกับความคิดของเด็กวัย 6 ย่าง 7 ขวบคนนี้ แม้จะเป็นแค่เด็ก และนี่จะเป็นความคิดของเด็กๆ แต่ฉันคิดว่ามันไม่ไร้สาระเลยแม้แต่น้อย

 

ปังปอนบอกกับฉันว่า “นักการเมืองเป็นเหมือนหัวหน้าห้อง” ด้วยความเป็นหัวหน้าห้อง ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตเพื่อนๆในห้อง คอยดูแล บริหาร สารทุกข์สุขดิบ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แต่วันนี้หัวหน้าห้องของพวกเรา “ทำอะไรกันอยู่???” นี่เป็นคำถามที่ฉันอยากจะถาม และเด็กน้อยหลายๆคนอาจยังสงสัย

ปังปอนบอกกับฉันว่า “เขาเบื่อประเทศไทย ที่มีหัวหน้าห้องไม่ดี” ฉันเชื่อว่าไม่ใช่แค่ปังปอนคนเดียว ที่คิดเช่นนี้ หลายครั้งที่ฉันเองก็รู้สึกเบื่อหน่ายกับการชิงดีชิงเด่นสังคมการเมืองไทย จนลืมไปว่า “สิทธิและหน้าที่ของแต่ละคนคืออะไร”

และคงจะจริงอย่างที่ปังปอนบอก “ประเทศไทยคงจะไม่ได้รางวัลอะไรเลย” รางวัลในที่นี้ หมายถึงการพัฒนา และความเจริญรุ่งเรือง ปอนชี้ให้ฉันเห็นว่า การที่มีหัวหน้าห้องไม่ดี ภาพลักษณ์และการทำงานของห้องทั้งห้องที่เหมือนฟันเฟืองก็จะติดขัด ไม่สามารถก้าวหน้าไปได้

ฉันไม่รู้ว่า “การเป็นนักการเมืองที่ดี ต้องที่คุณสมบัติอย่างไร?” และฉันก็ไม่คิดว่าใครจะคำนิยามได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ฉันคิดว่า..สิ่งหนึ่งที่มาก่อนคือ “ความเสียสละ และรู้สึกผิดชอบชั่วดี”

 

ถ้าคุณๆท่านๆเหล่านั้น..ที่มาแค่เพียงอาศัยข้าวฟรี น้ำชากาแฟฟรี และห้องแอร์เย็นๆที่รัฐสภา โดยปราศจากคุณสมบัติข้างต้นแล้วล่ะก็ แนะนำให้กลับบ้านไปพัฒนาคุณภาพชีวิตตัวเอง ก่อนที่จะมาพัฒนาประเทศชาติ….

 

Whiney

 

 

 

 

by posted under Uncategorized | 5 Comments »    
5 Comments to

“"น้าเดียกั๊ฟ…ตัว***คืออะไร"”

  1. February 15th, 2009 at 11:36 pm       hanzen Says:

    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วดีมากๆครับ ขอยกหัวแม่มือ(ที่ยังไม่ได้ตะไบ)ให้สองมือเลย อ่านแล้วเห็นภาพตาม นึกถึงใบหน้าของเด็กที่พูดว่า “เบื่อประเทศไทย” ออกอย่างชัดเจนเลยครับ….
    เฮ้อ..ตอนนี้เบื่อน้ำมันแพงมากกว่า ขึ้นเอาๆ เมื่อไหร่จะเอาปตท.กลับมาซะที?


  2. February 1st, 2009 at 8:16 pm       Waradue Says:

  3. February 1st, 2009 at 8:09 pm       Waradue Says:

    พวกสุนัขรับใช้

    มันคงทุเรศตัวเองอยู่

    ว่า เอ๊ะ! นี่กูกำลังทำอะไรทุเรศ ๆ อยู่


  4. January 31st, 2009 at 8:09 pm       Whiney Says:

    ช่ายค่ะ ปังปอนเป็นเด็กน่ารักมาก

    ไว้วันหลังจะพามาเปิดตัว

    ฝากตัวเป็นลูกหลานพี่ๆM Blogger ทุกคน ^^*


  5. January 31st, 2009 at 12:46 pm       ชิก้า Says:

    ชอบ เรือง วันนี้ มากคะ

    ยกหัวแม่โป้ง ให้ สอง นิ้ว

    น้า หลาน แบ่ง กัน

    อ่านแล้ว อยาก เห็นรูป ปังปอนด์ จังเลยคะ

    เก่ง มากๆ ต้องชม ผู้ปกครอง ด้วยว่า สอน เก่งมาก


You must be logged in to post a comment.