"พาสาไทย ≠ ภาษาไทย"

July4

เรื่องราวชวนเวียนหัว

เมื่อภาษาไทยมันชอบดิ้น

ดิ้นจนงงตึ๊บๆ

.

J a n n y~* says:

ซาหวาดดีขร๊ะ ครูเพ่เดีย

 

Charisma says:

อ่าๆ ดีจ๊ะ สุดสวย

 

J a n n y~* says:

เพ่ว่างเป่าอ่าขร๊ะ นู๋มีกานบ้านแร้วม่ายเข้าจาย

 

Charisma says:

ได้จ๊ะๆ ว่ามาได้เลยยยย

 

J a n n y~* says:

ม่ายช่ายยย นู๋จิเข้าปายหาเท่บ้านเพ่เรยอ่าข๊ะ

 

Charisma says:

จะแวะมาเมื่อไหร่จ๊ะ พี่จะได้เตรียมตัว ไม่ออกไปไหน

 

J a n n y~*says:

เดะเข้าปายหารุยขร๊ะ คถ. เพ่มากรุย

 

Charisma says:

เอ๊ะ…คถ. นี่มันอะไรอ่ะ พี่ชักเริ่มงง

 

J a n n y~* says:

โอ้ยย คนแก่กะงี้ คถ. กะ คิดถุงงายยยยย

 

Charisma says:

แล้วหนูจะคิดถุงทำไมอ่ะ ไม่คิดถึงล่ะ

 

J a n n y~* says:

แก่แร้นนนนนนนนน จิงๆนะเนียะ

 

Charisma says:

แก่แร้น?? แร้นหมายความว่าไง – -*

 

J a n ny~* says:

โอ้ยยย ม่ายคุยกะคนแก่ระ เดะปายหานะขร๊ะ

 

Charisma says:

เออๆ โอเคๆ เจอกันจ๊ะ

 

………………………

 

  นี่คือบทสนทนาระหว่างฉัน กับ เจนนี่ อดีตลูกศิษย์ของฉัน สมัยฉันยังเป็นติวเตอร์สอนพิเศษ เป็นบทสนทนาที่ทำให้ฉันรู้สึกเป็นคนโง่ ที่ไม่เข้าใจภาษาไทย ทั้งๆที่เป็นภาษาพ่อ ภาษาแม่ เป็นคนโง่ ที่ไม่รู้ว่า “คถ.” เป็นคำย่อของคำว่า “คิดถึง”

 

  บางคนอาจจะคิดว่า “มันก็แค่ภาษาแชท” แต่ที่คนเหล่านั้นไม่คิดก็คือ วันๆนึง เด็กๆเหล่านี้ ใช้เวลาในการแชทเฉลี่ยวันละ 4-5 ชั่วโมงวัน (จากการสังเกตุคนรอบข้างแบบพอสังเขป) เด็กคนนึงใช้ชีวิตบนโลกไซเบอร์เกือบหรืออาจจะทุกวันสื่อสารกับเพื่อนมนุษย์บนโลกเดียวกันด้วยภาษาไทยกลายพันธุ์ ฉันมั่นใจระดับ 10 ตีนถีบว่า ย่อมเกิดปรากฏการณ์ออสโมซิส ซึมซาบภาษานั้นผ่านเยื่อหุ้มเซลส์สมอง จนคิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูกและเหมาะสมดีแล้ว

 

….. แต่แถวบ้านฉันเรียก “ภาษาวิบัติ” ……

 

อีกภาษานึงที่มาแรงไม่แพ้กัน “ภาษาHi5”  Hi5  เป็นคอมมิวนิตี้ที่ฉันไม่เข้าใจ และไม่เคยเข้าใจว่า ทำไมต้องมีใคร “สักคน” ที่ฉันไม่เคยรู้จัก นอกจากเห็นหน้าตาบิดเบี้ยวอันเนื่องมาจากการแอ๊บแบ๊ว มาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยจนออกนอกหน้านอกตา

 

“หย่าลืมกินข้าวน้าจร๊ะ”

 

“เข้านอนด้ายแร้ว”

 

ซึ่งฉันอดคิดไม่ได้ว่า “ถ้ากูหิว กูหากินเองได้” หรือ “เป็นใครเนียะ มาสั่งกูให้เข้านอน”

 

หรือบางคน ไม่มีอะไรจะคอมเม้นต์ หากแต่ความกระสันในการเพิ่ม View และ จำนวน Profile comments  ด้วยประโยคหากิน

 

“มาเม้นแร้วว เม้นกลับด้วยน้า”

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น…..ไม่ลืมที่จะใช้ภาษาไทย ที่รากเหง้าไทยแท้ๆอย่างฉันและหลายคนอยากจะหยั่งถึง

 

 

 “ข้าพเจ้าคิดว่า เราสามารถช่วยโลกร้อนด้วยกานประหยัดน้ำและไฟ

ปิดไฟเมื่อม่ายจำเปน และปิดน้ำหั้ยสนิดทุกครั้งหลังใช้

กานปลูกต้นม้ายก้อเปนกานช่วยลดโลกร้อนด้ายอีกวิธีหนึ่ง

เพราะต้นม้ายช่วยลดปรากดการณ์เรือนกระจก

ท่าคนไทยช่วยกานปลูกต้นม้ายคนละ 1 ต้น

อย่างน้อยๆ ประเทศไทยก้อจะมีต้นม้ายแร้ว 64 ล้านต้น”

 

 

“เจนนี่ แน่ใจนะว่าเขียนถูกต้องครบถ้วนแล้ว” ฉันถามเจนนี่หลังจากอ่านเรียงความภาษาไทย(รึเปล่า?)ของเจนนี่ ที่ให้ฉันช่วยแปลเป็นอังกฤษ

 

“อืม ถูกแล้วค่ะ ไมอ่อ” เจนนี่มองฉันด้วยสีหน้างงๆ

 

“เขียนงานส่งอาจารย์แบบนี้หรอ” ฉันถามเจนนี่เพื่อย้ำความมั่นใจ

 

“อือ ไมอ่ะคะ ไรผิดอ่า” เจนนี่แย่งกระดาษในมือฉันไปสแกนหาจุดบกพร่อง

 

“ลองดูซิ ใช้ Marker อันนี้ขีดซิ ว่าหนูเขียนคำไหนผิดบ้าง” ฉันยื่นปากกาเน้นสีเหลืองอ๋อย เผื่อสีที่ขีดคำผิดเหล่านั้น จะกระแทกตายัยเด็กเจนนี่

 

เจนนี่ ใช้นิ้วชี้เรียวยาวของเธอไล่ทีละบรรทัด หาคำผิดตามคำสั่งของฉัน แต่จนแล้วจนรอด ปากกาสีสดของฉัน ก็ยังไม่ถูกใช้สักที

 

“ไม่มีอ่าพี่ เขียนงี้แหละ ‘จารย์ ไม่เห็นว่าไรเลย” เจนนี่พูดพร้อมกางสมุดวิชาภาษาไทยที่พกมาด้วย ให้ฉันดู

 

“โอ้ มายก็อดดดดดด” ภาษาของน้องเจนนี่ สะกิดต่อมตอแหลของฉันแตกกระจุย จนฉันต้องอุทานออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

 

เรียงความเรื่อง “พ่อแม่ของฉัน”

พ่อของฉันทำงานเปนวิศวะกรของบริษัทแห่งหนึ่ง แม่ของฉันทำงานเปนแม่บ้าน กางวันพ่อก้อออกปายทำงาน ส่วนแม่ก้อดูแลบ้าน…..

 

ลงท้ายของเรียงความนั้น ด้วยลายเซ็นของอาจารย์ และคำว่า “ดีมาก”

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

ในที่สุด ฉันก็ได้พบตัวการที่ทำให้ภาษาไทยวิบัติตัวจริงเสียงจริง แม้น้องเจนนี่ จะเป็นหนึ่งในบุคคลที่ควรได้รับการเยียวยาด้านภาษาอย่างแรง แต่คนที่น่าเป็นห่วงคือคุณครูวิชาภาษาไทยของน้องเจนนี่ ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่า อาจารย์ขี้เกียจตรวจแล้วให้คะแนนส่งเดช หรืออาจารย์ไม่รู้กันแน่ ว่าภาษานี้เป็นภาษาที่ไม่ถูกต้อง (สงสัยจะขา Hi5 เช่นกัน) ซึ่งฉันภาวนาอย่างยิ่งยวด ขอให้เป็นเหตุผลแรก เพราะอย่างน้อย ภาษาไทยของชาติไทย ก็ไม่ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย และมองเห็นอนาคตริบรี่เช่นนี้

 

ฉันใช้เวลากับเรียงความของเจนนี่อยู่ 3 ชั่วโมงเห็นจะได้ ไม่ใช่ขั้นตอนของการแปลไทยเป็นอังกฤษ แต่เป็นขั้นตอนของการแปลไทย เป็นไทยซะมากกว่า

 

“ขอบคุณค่ะ พี่เดีย อยากเก่งภาษาอังกฤษจัง”

 

“ไม่เป็นไรจ๊ะ แต่พี่ว่า เอาภาษาไทยให้รอดก่อนนะ” ฉันสวนกลับไป

 

“โหยย พี่อ่ะ คิดมาก ก็แค่พิมพ์ใน M เอ็ม” เจนนี่ทำปากแบะใส่ฉัน

 

“เธอแน่ใจหรอ ว่ามันก็แค่ MSN เธอลองย้อนกลับไปดูเรียงความ หรือภาษาที่เธอใช้เขียนงานส่งครูบาอาจารย์ของเธอเลยนะ ถ้าไม่สำเหนียกว่ามันผิดยังไง ก็เอาไปให้พ่อแม่เธอดู ให้ท่านช่วยบอกว่ามันผิดยังไง” ฉันออกตัวแรง โทษฐานแบะปากใส่ฉัน

 

“พี่อ่ะ ใครๆเค้าก็พูดกัน พี่อ่ะแหละ เชย” เจนนี่ไม่จบ

 

“เออ พี่ยอมเชยว่ะ พี่ว่าถ้าเราเอาภาษาแบบนี้ไปใช้กับคนอื่นนอกเหนือจากคนในสังคมแอ๊บแบ๊วของเรา พี่ว่า คนพวกนั้นก็เชยเหมือนพี่น่ะแหละ ทางที่ดีนะ ถ้าอยากใช้ภาษาเหล่านี้มากนักนะ ก็ออกปทานุกรม หรือสารานุกรม ฉบับภาษาแอ๊บแบ๊วแต๋วแตกไว้ควบคู่ด้วยนะ เกิดคนแบบพี่เกิดโง่ขึ้นมา จะได้เปิดอ่าน เซิร์ชหา” ฉันจบบทสนทนาด้วยการยื่นสมุดการบ้านของเจนนี่ ที่เหลืองอร่ามเพราะปากกาเน้นคำของฉัน

 

 

 

Janny has given a comment….

“เพ่เดียขร๊ะ ขอบคุนมากมายรุยนะขร๊ะ คถ.มากๆรุยคนเนี๊ยะ”

 

 

 

ฤ… ภาษาไทยของเราจะถึงกาลเปลี่ยนแปลง

 

Whiney

 

 

 

 

 

 

by posted under Uncategorized | 15 Comments »    
15 Comments to

“"พาสาไทย ≠ ภาษาไทย"”

  1. July 9th, 2009 at 5:03 pm       Ainsel Says:

    ฝากเตือนเจ้าของบล็อกด้วยละกันว่า คะ ค่ะ คุณยังใช้ไม่ถูกต้อง นะคะ ไม่ใช่ นะค่ะ นั่นสิคะ ไม่ใช่ นั่นสิค่ะ
    สังเกต ไม่ใช่ สังเกตุ
    ติเพื่อก่อนะคะ


  2. July 8th, 2009 at 9:26 am       ผู้จัดแปล Says:

    สำหรับผม ผมไม่ถือหรอก หากใช้สื่อกันระหว่างกลุ่มที่รู้จัก

    แต่ที่รับไม่ค่อยได้ ก็เวลาไอ้พวกสื่อรวมถึงเว็ปผู้จัดการเขียนข่าวให้ชาวบ้านอ่าน แต่มันดันใช้ศัพท์เฉพาะที่มันชอบคุยเล่นมาลง ในบทความโดยเฉพาะบทความที่ต้องแสดงออกถึงสาระ ไม่ใช่บทความแสดงความเห็น


  3. July 7th, 2009 at 7:50 am       มาดีนา Says:

    เห็นด้วยกับคุณคห.๑๒ ที่ว่าไปอยู่ต่างประเทศแล้วจะรู้สึก ตอนไปอยู่เมกาใหม่ๆ พูดภาษาอังกฤษไม่ชัด(การออกเสียงกล้ำตัว L & R)เพราะติดนิสัยมาจากการพูดภาษาไทยไม่ชัดนี่เอง โดนฝรั่งดูถูกเอา เลยได้คิดว่า ทำไมพวกเพื่อนที่ทำงาน(ฝรั่งที่มีการศึกษา จึงกังโฮเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องกันนัก) เลือดชาตินิยมขึ้นหน้า ตั้งแต่นั้นมาฉันก็เริ่มพูดภาษาไทยชัดแจ๋วเหมือนอ่านหนังสือไทยให้ครูภาษาไทยฟังในสมัยเป็นนักเรียนนั่นแหละ เวลากลับเมืองไทยพูดไทยชัดเกินไปก็โดนคนมองหน้า แถมยังโดนถามด้วยว่า ใช่คนไทยหรือเปล่า…โอ๊ย.. อกอีแป้นจะแตก….


  4. July 7th, 2009 at 2:24 am       joylyt Says:

    ตแนนี้วิบัติจนไม่เหลือให้ไว้สอนลูกหลานแล้วค่ะ โดยส่วนตัวชอบที่จะเขียนถูกต้องเสมอก็โดนแซวว่า แก่ เวลาพูดจะใช้ตัว ร ได้อย่างถูกต้องก็โดนว่าดัดจริต ตอนหลังๆมาเลย พูด ร เป็น ล ไปเยอะ พอมาเรียนภาษาสวีดิชหรือภาษาอื่นเพิ่ม เลยรู้ซึ้งเลยค่ะว่า เราพูดภาษาเขาไม่ชัดเพราะเราพูดภาษาไทยมาผิดๆนี่เอง พระเจ้า แล้วใครจะช่วยเราหล่ะ นี่คือบทเรียนที่ ใช้ภาษาตัวเองมาผิดตั้งแต่ต้น


  5. July 6th, 2009 at 7:21 pm       aNnE Says:

    จนในที่สุด ภาษาไทยบางคำอาจถูกกลืนกิน จนน่าเศร้าใจ :'(


  6. July 5th, 2009 at 8:07 pm       whiney Says:

    สวัสดีค่ะ คุณfakhairung

    น่าเป็นห่วงภาษาไทยของเรานะค่ะ

    แค่ไทยคำอังกฤษก็แย่พอแล้ว

    เดี๋ยวนี้กลับทำให้ภาษาไทยเพี้ยนไปอีก


  7. July 5th, 2009 at 8:04 pm       whiney Says:

    ดีค่ะ พี่ pijika

    เดี๋ยวนี้ แบ๊วอ่า ฮ่าๆๆ
    วัยรุ่นมากมายเลยค่ะพี่

    ถ้ามันจะเป็นแค่ “แชท” หนูจะไม่กังวลเท่านี้เลย

    เห็นด้วยกับเรื่องอาจารย์ภาษาไทยคนนั้น ไม่ไหวจริงๆ


  8. July 5th, 2009 at 8:00 pm       fakhairung Says:

    สวัสดีค่ะ..

    สมัยนี้เด็กวัยรุ่นไทยมักชอบใช้

    ภาษาวิบัติกันหมดแล้วค่ะ

    ไม่ว่าจะภาษาพูด – ภาษาเขียน

    ครูภาษาไทยมักชอบดุบ่อยๆเวลาใครใช้เวลาวัยรุ่น

    แต่ครูบอกว่าไม่ใช่ภาษาวัยรุ่นหรอก

    มันเป็นภาษาที่วัยรุ่นจะทำมันวิบัติมากกว่า

    เพื่อนก็เลยต้องมาใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง

    เพราะไม่อยากได้กินไข่ต้มอ่ะค่ะ..อิอิ

    สุขสันต์วันหยุดนะคะ


  9. July 5th, 2009 at 6:58 pm       pijika Says:

    ตอน MSN คุยกับเพื่อน MBloger นี่แหละ
    ก็มีภาษาแบบนี้หลุดมาบ้างนิดหน่อย พองาม
    พี่เคยอ่านข่าวเรื่องภาษาแอ๊บแบ๊วออกรายการทีวี
    เลยจำได้พอสมควร
    ก็เอามาเล่นบ้าง ฮ่าๆๆๆ คุณแฮนเซ่นงง ว่าคืออะไร
    เช่น
    ชิมิๆ (ใช่มั้ยๆ)

    เพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ไปหลอกจีบเด็กตามห้องแชท
    มันบอกว่า ถ้าใช้ภาษา ชิมิๆ อุอิๆ ไม่เป็น
    เด็กมันรู้เลยว่าเราแก่ เลยต้องตามให้ทัน…

    อะไรไม่ว่า อ่านมาทั้งหมด เข้าใจทุกเรื่องค่ะ
    แต่ไม่พอใจอาจารย์ภาษาไทยคนนั้น
    เธอปล่อยผ่านมาได้ยังไง…

    บร้า!!!แย้ว —- เอ๊ย! บ้าแล้ว ฮ่าๆๆๆ…


  10. July 5th, 2009 at 5:49 pm       whiney Says:

    คุณ athenaz

    ส่วนตัวในเอ็มบล็อคยังไม่เคยเห็นเลยค่ะ

    แม้กระทั่งตอบกระทู้ในบอร์ด น้อยครั้งจะเห็นภาษาวิบัติ

    รู้สึกดี..ที่อย่างน้อยยังมีคนอนุรักษ์ภาษาไทย

    ^_^


  11. July 5th, 2009 at 5:47 pm       whiney Says:

    คุณ sazzie

    เคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะ สักประมาณ 2-3 ปีแล้วเห็นจะได้

    แต่ศัพท์พวกนี้ ผลิตกันเกือบทุกวัน แต่ละกลุ่มก้อนอาจใช้ไม่เหมือนกันอีก

    พอฟังแล้วเหนื่อยใจ

    อย่างคำว่า “พรุ่งนี้” ควบมาเป็น “พะเน้”

    แล้วใครมันจะไปรู้ล่ะค้า…. – -*


  12. July 5th, 2009 at 5:46 pm       whiney Says:

    คุณ kenjionline

    นั่นซิค่ะ สงสัยเหมือนกันว่า อาจารย์คนไหนเรทยัยเจนนี่ว่า “ดีมาก”

    รู้แค่ว่าเป็นเครือโรงเรียนหญิงล้วนที่ใหญ่พอสมควร

    ไม่ไหวจะเคลียร์ – -*


  13. July 5th, 2009 at 5:32 pm       athenaz Says:

    ในเอ๊มบล็อกก็เริ่มมีประปราย แม้จะไม่น่าเวียนหัวมากขนาดนี้

    เข้าใจว่าอาจจะแชทบ่อยหน่อยค่ะ

    ขอบคุณบทความปกป้องภาษาไทยค่ะ

    athenaz :)


  14. July 5th, 2009 at 8:12 am       sazzie Says:

    คลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีพจนานุกรมฉบับศัพท์วัยรุ่นออกมาแล้วน่ะค่ะ 555

    แต่พี่จำไม่ได้ว่าใช้ชื่อพจนานุกรมนั้นว่ายังไงน่ะค่ะ โชคดียังไม่มีใครคุยด้วยภาษาน่าปวดหัวแบบนั้นกับพี่

    ไม่งั้นพี่คงบล็อกไปเลยน่ะค่ะ ขี้เกียจแปลไทยเป็นไทย อิอิ :)


  15. July 5th, 2009 at 12:35 am       kenjionline Says:

    สงสัยจัง อาจารย์คนไหนให้ “ดีมาก”
    น้องเจนนี่ต้องมาจากดาวอังคารแน่เลย บรึ๋ยยยย


You must be logged in to post a comment.