คนถางทาง

โมฆะบุรุษนามว่า Thugsin

ผมจะชี้ให้เห็นถึงความสับปลับของทักษิณที่มองเห็นได้ยากกว่าปกติเป็นการเพิ่มเติมอีกสักสี่ห้าประการ

ความสับปลับเชื่อไม่ได้ของทักษิณนั้นเป็นที่รู้กันทั่วแผ่นดิน คือเขาพูดอย่างแล้วมักทำอีกอย่างที่เป็นตรงข้ามเสมอ  หรือไม่ก็คุยโม้แบบเหลือเชื่อแล้วทำไม่ได้  น่าจะมีใครเอามาแจงเป็นรายการไว้ เชื่อว่าจะมีไม่ต่ำกว่าร้อยรายการ (เฉพาะที่เกี่ยวกับสาธารณชน ไม่นับเรื่องส่วนตัว) นี่ถ้าเป็นในอารยประเทศนายคนนี้หมดเครดิทของการเป็นนักการเมืองไม่เหลือซากไปนานแล้ว แต่นี่เมืองไทย มันก็คงต้องเป็นไปอย่างนี้แหละ

 

 

ผมจะชี้ให้เห็นถึงความสับปลับของทักษิณที่มองเห็นได้ยากกว่าปกติเป็นการเพิ่มเติมอีกสักสี่ห้าประการเพื่อเป็นการเสริมในสิ่งที่เราท่านรู้กันดีอยู่แล้ว

 

 

ทักษิณกำลังชี้ให้คนเกลียดอำมาตย์ให้มาก โดยชี้ให้เห็นว่าอำมาตย์เลวชั่วอย่างไร แต่ไม่นานมานี้ตัวเขากลับนิยมระบบอำมาตย์มาก  คือสมัยที่เขาเป็นนายกฯสมัยแรก เขาได้ลงทุนเอารูปขนาดใหญ่ของเขาไปติดไว้ทั่วประเทศ ทั้งในเมือง ริมถนนหลวง ถนนรอง  ริมส้วมสาธารณะ คาดว่า คงไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านรูป ถือเป็นการติดรูปบุคคลโดยใช้เนื้อที่รูปมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย (มากกว่าการติดรูปในหลวงในช่วงวันที่ 5 ธค. หลายร้อยเท่า) โดยในรูปนี้ทักษิณแต่งกายแบบอำมาตย์เต็มยศ  (หลายท่านคงยังจำเหตุการณ์นี้ได้) พอดีช่วงนั้นผมขับรถรอบประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่เลยได้เห็นดังว่า ผมถามตัวเองหลายรอบก็ตอบไม่ได้ว่าเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร เพราะมีแต่รูปโดยไม่มีคำอธิบายใดๆทั้งสิ้น ลงทุนไปคงไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน เพื่ออะไร นอกเสียจากต้องการสร้างภาพว่าประเทศไทยกำลังจะมี  ผู้นำ คนใหม่ที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน

 

 

 

ทักษิณกำลังสร้างภาพว่าเกลียดเผด็จการเสียหนักหนา แต่เขานั่นแหละที่ใช้เผด็จการเป็นบันไดไต่เต้าเข้ามาจนถึงกับได้เป็นนายกฯ  เริ่มตั้งแต่คบหากับเผด็จการรสช. จนได้สัมปทานรัฐ จนทำให้รวยเป็นมหาเศรษฐีรายหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาได้เป็นนายกฯในที่สุด สรุปได้ว่าถ้าไม่มีเผด็จการรสช. ในวันนั้นก็ไม่มีนายกฯทักษิณที่เกลียดเผด็จการเสียหนักหนาในวันนี้

 

 

ทักษิณสร้างภาพว่านิยมประชาธิปไตยเสียหนักหนาเขากลับบล็อกทวิตเตอร์ของคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขาไม่ให้มะโอกาสได้เขียนเข้าไป นี่มันนิสัยเผด็จการชัดๆเลย ซึ่งนิสัยนี้ก็เป็นนิสัยเดิมๆที่เขาใช้ในการคุกคามสื่อเมื่อครั้งเป็นนายกนั่นเอง ใครวิจารณ์เขามากเป็นได้เจอดี รวมทั้งนักวิชาการก็ถูกเขาออกมาด่าว่าเป็นนักวิชาเกินบ้าง เป็นขาประจำบ้าง ท้ายสุด คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้จัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ก็โดนถอนรายการ (และกลายมาเป็นเสี้ยนที่ตำเท้าทักษิณจนแผลเน่าต้องถูกตัดขาทิ้งในที่สุด)

 

 

สมัยเป็นนายกฯทักษิณที่ชอบประชาธิปไตยเหลือเกิน กลับขยิบตาข้างหนึ่งให้ตำรวจฆ่าตัดตอนประชาชน ผู้ต้องสงสัย ไปเกือนสามพันราย โดยไม่มีการตั้งข้อหา อย่าว่าแต่กระบวนการยุติธรรมในขั้นต้นๆเลย

 

 

พอถูกพิพากษาโดยศาลไทยให้แพ้คดี ก็กล่าวหาว่าศาลไทยไม่ยุติธรรม ไม่ได้มาตรฐาน แต่พอศาลไทยพิพากษาให้ชนะคดีซุกหุ้น ก็ชื่นชมศาลไทย และก็ในเมื่อไม่เชื่อมั่นในศาลไทยเมื่อตัวเป็นจำเลย แล้วทำไมเป็นโจทฟ้องร้องคดีต่อศาลไทยมากมายหลายคดี

 

 

มาบอกให้ทหารเลิกรับใช้นักการเมือง แต่ในสมัยตนเป็นนายกฯกลับเอากองทัพไว้รับใช้ใต้อุ้งตีนก็ว่าได้   ไม่เคยปรากฏว่ามีเตรียมทหารรุ่นไหนได้เป็นพลเอก พลตำรวจเอก มากเท่ารุ่น 10 (รุ่นทักษิณ) เพราะทักษิณแซกแทรงกองทัพจนหมดสิ้นศักดิ์ศรี รุ่น 10 เป็นพลเอกแซงหน้ารุ่นพี่ไปเป็นจำนวนมาก ทั้งที่อาวุโสและความสามารถไม่ถึง

 

 

เอาแค่นี้ก่อน วันหน้ามาต่อ หรือท่านใดมีอะไรจะเพิ่มเติมก็เชิญครับ

 

 

 

ทวิช ๒ กพ. ๕๓

 




Tag: ทักษิณ

เขียนโดย withwit ที่ 2010-02-04 14:19:46 น. 0 ความคิดเห็น