คนถางทาง

จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น

ทางด่วนสายพิมาย-นครวัด..อีกหลักฐานว่า ขอม คือ สยาม

September4

นครวัดนั้นเป็น “ลูกหลาน ที่แพร่ออกไปจากพิมายเมื่อประมาณหนึ่งพันปีมาแล้วนี่เอง

.

 

 

ทางด่วนสายพิมาย-นครวัด..อีกหลักฐานว่า ขอม คือ สยาม

 

 

เส้นทางซูเปอร์ไฮย์เวย์ที่มีเรสท์แอเรีย (สถานีพักผ่อน) เป็นระยะสายแรกของโลกน่าจะเป็นเส้นทางสายพิมาย สู่นครวัด (หรือนครวัด สู่พิมาย ในสายตาของนักประวัติศาสตร์ทั่วไป) ที่สร้างเมื่อประมาณ ๘๐๐ ปีมาแล้ว (พศ.  ๑๗๐๐)

 

ถามว่า ใครสร้าง และสร้างเพื่ออะไร

 

นักประวัติศาสตร์หน่อมแน้มฟันธงกันมานานแล้วว่า สร้างเพื่อขยายอาณาจักรเขมร  มาสู่พิมาย  หมายความว่า เขมร นครวัด เป็นนายใหญ่ ส่วน ชาวสยามที่พิมาย เป็นข้าทาสบริวาร นั่นเอง

 

แต่ ข้าพระพุทธเจ้า (หรือข้าพเจ้า) ได้แย้งมานานแล้วว่ามันเป็น ตรงกันข้าม (นะโว้ย)

 

ถ้าพิจารณาตามหลัก ภูมิประวัติศาสตร์ จะเห็นชัดเจนว่า พิมาย เป็นเมืองโบราณที่ตั้งมาตั้งแต่ยุคหินใหม่เป็นอย่างน้อย ผ่านยุคสำริด (ก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ) ผ่านยุคเหล็ก ยุคประวัติศาสตร์ มาโชกโชน สะสมประสบการณ์มาเต็มที่  ที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนขวานทองยังได้เลย

 

ส่วนนครวัดนั้นเป็น ลูกหลาน ที่แพร่ออกไปจากพิมายเมื่อประมาณหนึ่งพันปีมาแล้วนี่เอง แต่นครวัดเป็น อภิชาตบุตร จึงยิ่งใหญ่กว่า พิมาย ในที่สุด แต่ก็ไม่วายกตัญญูรู้คุณคิดถึงบ้านพ่อเมืองแม่ ก็เลยสร้างเส้นทางเชื่อมต่อกัน

 

สำหรับพิมายนั้นเชื่อได้ว่า มีเชื้อสายมาจาก เมืองเสมา (อ.สูงเนิน จ.โคราช) ซึ่งมีเชื้อมาจาก ลพบุรี อีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้เป็นไปตามหลักการทางภูมิประวัติศาสตร์  (อย่าลืมว่าสมัยก่อนยังไม่มีเครื่องบินที่สามารถกระโดดข้ามหัวกันได้ อารยธรรมขยายได้ด้วยการเดินบนดินข้ามป่าเขาทั้งสิ้น)  ดังนั้น เมืองเสมาจึงรับเอาศาสนาพุทธมาจากลพบุรี แล้วส่งต่อให้พิมายอีกทอด  ทำให้พิมายกลายเป็นพุทธไปหมดตามลพบุรี (ซึ่งอาจสืบต่อมาจากนครปฐมอีกทอด)

 

 

ส่วนนครวัดนั้น ในยุคแรกเป็นฮินดู คงเพราะได้รับอิทธิพลจากพวก จาม ที่อยู่ติดกัน และอยู่ทางตอนใต้ของเวียตนาม ในชื่อของอาณาจักรจำปา

 

แต่แล้วอิทธิพลทั้งของลพบุรี และ พิมาย ซึ่งถึงแม้จะเล็กกว่านครวัด แต่ก็มี ความเก๋า ทางจิตวิญญาณสูงกว่า ก็เลยส่งอิทธิพลให้ นครวัด กลายเป็น พุทธ ได้ในที่สุด โดยเฉพาะภายหลังรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ (ซึ่งเป็นคนจากพิมาย)

 

ทางด่วนสายพิมาย-นครวัดนี้ ยาวถึง ๒๒๕ กิโลเมตร  น่าจะสร้างมาก่อนหน้านี้นานแล้ว  แต่พระเจ้าชัยวรมัน ๗ เป็นผู้ทำให้ดีขึ้น (ขยายเป็นสี่เลน :-)  และจัดให้มีสถานีพักผ่อนและรักษาโรคตามเส้นทาง (เรียกว่า อโรคยาศาลา)  เข้าใจว่าคงมีหมอ มีทหารพร้อม (รักษาโรคและปราบโจรที่จะปล้นคนเดินทางพร้อมกันไป)

 

ถ้าถามผมว่า สร้างเส้นทางนี้ทำไม ผมขอตอบว่า สร้างเพื่อหลายหลากเหตุผลคือ

 

1)      การทหาร

2)      การพึ่งพาเทคโนโลยี

3)      จิตวิญญาณ

4)      …เอ๊ะ หรือว่ามีอะไรมากกว่านี้

 

นครวัดมีแรงงานมาก ส่วนใหญ่มาจากข้าทาสที่กวาดต้อนมาจากการสงครามกับพวกจาม จึงสามารถบัญชาการให้มีการสร้างเส้นทางได้ (รวมทั้งสร้างปราสาทนครวัด)  ส่วนอาหารที่จะป้อนข้าทาสจำนวนมหาศาลก็มาจากระบบการทำนาปีละ 3 ครั้งที่ทำได้จากเทคโนโลยีชลประทานระบบ บาราย และลักษณะของพื้นที่ราบลุ่มของ เสียมเรียบ นั่นเอง

 

ในประเด็นที่หนึ่ง..เรื่องการทหารนั้น..ก็ไม่ต่างอะไรกับ แย้(สัตว์ประเภทกิ้งก่าที่ขุดหลุมอยู่ใต้ดิน ..กินก็อร่อย) ที่ต้องมี รูหนีภัย หลายรู ทั้งนี้เป็นเพราะ ขอมนครวัด ต้องรบกับพวก แขกจาม บ่อยมาก ผลัดกันแพ้ชนะ ฆ่ากันตายครั้งละหลายหมื่น  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางอพยพเพื่อหนีภัยพวกจามในยามรบแพ้  จึงสร้างเส้นทางนี้ไว้เพื่อหนีมา ซบอกแม่ ที่พิมายนี่เอง  รวมทั้งเป็นเส้นทางให้ทหารจากพิมายได้เสริมกำลังมาช่วยลูกหลานรบกับข้าศึกได้อย่างรวดเร็วทันกาล จนอาจทำให้เกิดการแกะสลักรูปภาพกองทหารจาก เสียมเข้าไปช่วยรบไว้ที่กำแพงนครวัดจนบัดนี้ (เรียกว่า เสียมกุก)  

 

ถนนสายนี้จึงเป็นหลักฐานว่า ขอม กับสยาม เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันอย่างแน่นอน

 

ในประเด็นที่สอง..เรื่องการพึ่งพาเทคโนโลยีนั้น นครวัด พึ่งเมืองแม่ (พิมาย) มานานแล้ว ทั้งในด้านของวิศวกรรมศาสตร์ในการสร้างนครวัด (ตัดและลำเลียงหิน)  และ ในด้านศิลปะศาสตร์ด้านการแกะสลัก (แม้รูปนางอัปสรที่นครวัดยังเหมือนกับที่พิมายที่เก่าแก่กว่า)  แต่เทคโนโลยีที่สำคัญกว่านั้นคือ อาหาร และ เครื่องนุ่งห่ม โดยเฉพาะอาหารนั้นสำคัญนัก ..ก็ เกลือ ไง่เล่า ..

 

..เชื่อว่านครวัด ไม่มีเกลือใช้ เพราะไม่ติดทะเล แถมพื้นที่ริมทะเล เป็นของพวกจาม ซึ่งเป็นศัตรู ก็เลยต้องพึ่งเกลือจากพิมาย ซึ่งเป็นเกลือสินเธาว์ที่มาจากน้ำเค็มใต้ดิน (ในวันนี้พศ. ๒๕๕๓ อุตสาหกรรมเกลือพิมายก็ยังคงอยู่)  ถ้านครวัดไม่มีเกลือก็อยู่ไม่ได้ เพราะจะทำปลาร้าอันแสนอร่อยจากปลาในทะเลสาบได้อย่างไร จะดองผักได้อย่างไร รวมไปถึงสิ่งอื่นๆอีกมากมาย 

 

แม้ในพศ. ๒๕๕๐ ผู้เขียนก็ยังได้ฟังการเล่าเรื่องจากคนไทยโบราณที่พิมายว่า ปู่ย่าของเขาเล่าให้ฟังว่า ได้ล่องคาราวานเกวียนนับร้อยเล่มบรรทุกผ้าและเกลือไปขายให้ เขมร พอขากลับก็นำปลาเค็มกลับมาขายให้ชาวพิมาย..

 

..นี่แสดงว่า แม้ใน สมัยใหม่ แล้ว ที่เขมรยึดนครวัดไปจากขอมโบราณแล้วหลายร้อยปี  ชาวเขมรก็ยังไม่รู้จักเทคโนโลยีการทำเกลือ (ทั้งที่อยู่ติดทะเล และทั้งที่เป็นขี้ข้าฝรั่งเศสมานาน) อีกทั้งยังไม่รู้จักการทอผ้าให้เพียงพอต่อการใช้ภายใน ก็เทคโนฯตื้นๆขนาดนี้ยังไม่รู้ แล้วจะรู้จักสร้างปราสาทนครวัดละหรือ?? 

 

เรื่องนี้ยืนยันได้จากคุณแม่ของผู้เขียนอีกคน (นางอุทัย จิตรสมบูรณ์) ..ที่ท่านค้าขายกับเขมรมาแต่เมื่อประมาณ พศ. ๒๔๘๕ ท่านเล่าว่าเมื่อสมัยวัยรุ่น ได้นั่งรถไฟจาก อ.วัฒนานคร จ. ปราจีนบุรี ไปยัง จ. พระตะบอง เอาเกลือใส่กระบุงไปขายเขมร แลกกับปลาเพื่อกลับมาขายที่บ้านเรา (ที่โน่นปลาชุมมาก จากทะเลสาบเขมรนั่นเอง  แต่เขมรทำเกลือไม่เป็น ปลาเน่าตายหมด)

 

 

ในด้านจิตวิญญาณนั้น ก็เป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา ที่ลูกมีต่อพ่อแม่ ก็เลยเป็นปัจจัยให้สร้างทางเส้นนี้ เพราะนครวัดคงไม่สร้างเส้นทางไปเชื่อมกับเมือง วิชัย (vijaya) ของพวกแขกจามเป็นแน่ เนื่องจากไม่ใช่เชื้อเถาเหล่ากอ

 

สำหรับประเด็น เอ๊ะ ที่ตั้งประเด็นไว้นั้น เพราะเกิดเอะใจว่า มันอาจเป็นไปได้ว่า เส้นทางนี้ใช้ในการส่งลำเลียง หิน จากดินแดนพิมาย ไปสร้างนครวัด นครธม ก็เป็นได้ เพราะหินมักต้องตัดจากภูเขา และต้องเป็นหินที่มีคุณภาพทางวิศวกรรมศาสตร์ที่ดีด้วย โดยเฉพาะหินสีชมพูอันสวยงามนั้นใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ

 

แต่เอ๊ะ..แถวนครวัดมันเป็นที่ราบ ที่ไม่มีภูเขาหิน แล้วจะเอาหินมาจากไหน …จะไปเอาทางหุบเขาในดินแดนพวกจามก็ไม่ได้ เดี๋ยวมันฆ่าตายหมด ก็เลยอาจมาเอาจากพิมายก็เป็นได้ โดยใช้ช้างลากมาบนซุปเปอร์ไฮย์เวย์สายนี้แหละ พอลากมาก็มีทาส ทหาร ล้มตายจากไข้ป่ามาก ก็เลยให้สร้างอโรคยาศาลไว้มากตามเส้นทาง  

 

ส่วนปราสาทหินพิมายก็เอาหินมาจาก แหล่งหินตัดบริเวณอ.จันทึก (สีคิ้ว) อีกต่อ สำหรับที่ เขาพระวิหาร ก็มีแหล่งหินตัด ใน อ.กันทรลักษณ์

 

น่าวิจัยกันมากว่า แล้ว ปราสาทนครวัด นครธม  ที่ต้องใช้หินจำนวนมหาศาลนั้น เอาหินมาจากไหน หรือว่า ใช้ช้างลากมาจากพิมาย

 

ถ้าใช่…เราพวก ขอมสยาม  ควรฟ้องศาลโลก ขอหินที่สร้างนครวัด นครธม คืนจาก เขมร ดีไหม

 

…สองชาติ ใจเต็ม (๔ กันยายน ๒๕๕๓)

 

You must be logged in to post a comment.