คนถางทาง

จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น

ทำไมไทยไม่เจริญเท่าฝรั่ง (๑/๙๙)

September22

.

ทำไมไทยไม่เจริญเท่าฝรั่ง (๑/๙๙)

 

ผมแสวงหาคำตอบต่อคำถามที่ว่า ทำไมไทยไม่เจริญเท่าฝรั่ง มานานโข บัดนี้มาฉุกคิดด้วยว่า ก่อนอื่นต้องกำหนดกติกากันก่อนว่าคำว่า เจริญ  หมายความว่าอะไร มองจากมุมมองไหน ของใคร

 

…แต่เอาละเรื่องหนักๆขอละไว้ก่อน เอาง่ายๆแบบไทยไทยเราก่อนก็แล้วกัน ถ้าเอากันลวกๆ..แบบนี้ ผมว่า ที่ฝรั่งเจริญกว่าไทยเรานั้นเพราะเขามี ความกล้า มากกว่าเรา

 

ที่ว่ากล้านี้หมายถึง กล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะแสวงหา  กล้าถาม นะครับ ไม่ได้หมายถึงกล้าสงคราม (ซึ่งเรื่องนี้ผมว่าคนไทยเราบ้าบิ่นกว่าฝรั่ง)

 

ผมเห็นว่าคนไทยเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าที่จะรู้  เช่นสมัยเด็กๆ แค่เรียนในห้องเรียน เวลาสงสัย ไม่เข้าใจ ยังไม่กล้ายกมือถามครูเลย ส่วนนักเรียนฝรั่งเขาจะยกมือถามกันมาก เพียงแค่นี้มันก็มีผลมหาศาล เพราะการช่างซัก ช่างถามเป็นการเปิดประตูไปสู่อะไรอีกร้อยแปดอย่าง 

 

ผมสรุปว่าการที่เด็กไม่กล้า มีสาเหตุมาจากครูไม่กล้านั่นเอง มันเป็นเรื่องแม่ปู ลูกปู ง่ายๆนี่เอง

 

 

ครั้งหนึ่งผมเข้าประชุมผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ด๊อกเตอร์ 200 กว่าคน แปรสภาพกลายมาเป็นนักเรียน ให้ดร. ที่เก่งและแก่มากที่สุดคนหนึ่งวิทยากร ท่านวิทยากรได้พูดคำศัพท์ย่อคำหนึ่งเป็นภาษาปะกิดซ้ำๆอยู่นั่นแหละ จนในที่สุดผมทนไม่ไหว ก็ยกมือถามท่านว่า คำนี้ย่อมาจากอะไรขอรับ และมีความหมายว่ากระไร 

 

ปรากฏว่าท่านวิทยากรคิดอยู่นาน แต่ตอบไม่ได้  ในที่สุดท่านแก้สถานการณ์ด้วยการรับปากว่า แล้วจะไปค้นมาให้ 2 วันต่อมาท่านก็สำเนาความหมายส่งมาให้ผมเสีย 3 หน้ากระดาษ

 

ผมรับรองได้เลยว่าผู้ฟังทุกคนก็ไม่รู้หรอกว่าย่อมาจากอะไร (ขนาดครูที่พูดติดปากมานานยังไม่รู้เลย)  แต่ไม่กล้าถาม กลัวเสียฟอร์มว่าไม่รู้คำย่อภาษาอังกฤษ (ที่คนอื่นๆทุกคนเขาคงรู้ก้นดีหมดแล้ว)

 

 

ทำให้ต้องถามด้วยความกล้าหาญต่อไปว่า ทำไมฝรั่งกล้าในสิ่งที่เรากลัว

 

ผมเชื่อว่าเป็นเพราะสังคมฝรั่งเป็นสังคมที่มีลักษณะปัจเจกชนนิยม (individualism) ซึ่งค่อยๆพัฒนามาหลายร้อยปี ผิดกับสังคมไทยที่มีลักษณะกลุ่มนิยม ลักษณะปัจเจกฯนี้นักสังคมวิทยาไทยมักเข้าใจกันว่าเป็นลักษณะของ ตัวใครตัวมัน เห็นแก่ตัว ซึ่งผมว่าก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ถูกเสียหมด ถ้ามองในแง่ดีลักษณะนี้นำมาซึ่ง การพึ่งตนเอง(มากกว่าพึ่งกลุ่ม)  ก่อให้เกิด ความมั่นใจในตนเอง 

 

เมื่อต้องพึ่งตนเอง เขาก็เลยต้องรู้ให้มากพอ(ที่จะพึ่งตนเองได้)  ก็เลยต้องขวนขวายด้วยการกล้าถาม ส่วนของเรา..ไม่เป็นไร ถ้าไม่ถาม ไม่รู้ ก็ยังมีพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ช่วยกัน ในลักษณะแบบอิงกลุ่ม ยังไงก็คงไม่อดตายหรอก

 

ลองสังเกตดูสิเวลาฝรั่งเที่ยวมักนิยมเที่ยวคนเดียวหรือสองคน ส่วนไทยเราขนกันไปโขยง ไม่งั้นไม่สนุก เรื่องเที่ยวคนเดียวนี้คนไทยทำไม่ได้จริงๆ ส่วนผมมักตะแบงไปเสียหมดทุกเรื่องแหละ ไปคนเดียวรอบประเทศไทยมาหลายครั้งแล้ว ไปคนเดียวก็มีเวลามาก ก็เลยได้สังเกตเห็นแหม่มฝรั่งเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยคนเดียวจำนวนมาก บางคนไปมาหลายประเทศมาแล้วด้วย บางคนสาวสวยขนาดนางแบบก็มี แต่(กล้า)มาคนเดียว ไม่ต้องพูดถึงพวกผู้ชายที่มาคนเดียวก็ยิ่งมีจำนวนมากกว่าเสียอีก

 

การแยกออกจากกลุ่มมาอยู่คนเดียวเสียบ้างจะทำให้เราเรียนรู้ได้มาก เพราะมีเวลาคิดมากกว่าเวลาพูดเจื้อยแจ้วกับหมู่คณะ ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้ทำการปลีกวิเวก เพราะมีอานิสงส์ยิ่ง

 

แม้นักวิทยาศาสตร์เอกที่คิดค้นศาสตร์และวิทยาการทั้งหลายให้เป็นสมบัติโลกทุกวันนี้ ต่างคิดค้นได้หลังจากปลีกวิเวกในห้องทดลอง กองหนังสือ เป็นเวลาหลายปีด้วยกันทั้งสิ้น แต่อ่านแล้ว คิดแล้ว เขาไม่เชื่อตามนั้นเสมอไปถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอ เขา กล้า ที่จะคิดแหกคอกออกไป …ส่วนของเราไม่กล้า เพราะกลัวเป็นการ นอกคอก นอกครู 

 

พอเห็นป่าทึบ ขุนเขาตระหง่าน ต้นไม้ใหญ่ คนไทยเราต่างกราบไหว้ เจ้าป่าเจ้าเขาและรุกขเทวดา  เอาผ้าเหลือ

ไปผูก ส่วนฝรั่งอยากพิชิตให้ได้ด้วยการบุกป่า ปีนเขา ปีนต้นไม้

 

เมื่อเห็นแม่น้ำฝรั่งอยากสำรวจ ไปหาแหล่งต้นน้ำว่ามาจากไหน ส่วนไทยเราบูชาพระแม่คงคา ลอยกระทง

 

ผมไม่ได้กำลังบอกว่าใครดีเลวกว่ากันนะ เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าโลกทัศน์ฝรั่งกับไทยต่างกันมาก

 

ที่น่าขำคือฝรั่งที่ดูเหมือนว่าแสนกล้านั้นในขณะเดียวกันก็ช่างขี้ขลาดเหลือใจ เช่นมาเมืองไทยก็ไม่กล้ากินอาหาร ไม่กล้ากินน้ำ  เพราะกลัวไปหมด เช่นกลัวเชื้อโรค ว่าจะทำให้ท้องเสีย เป็นโรคอะไรร้อยแปดตามที่อ่านมาจากหนังสือนำเที่ยว ส่วนไทยเรานั้นกล้ากว่าฝรั่งร้อยเท่าในประเด็นพวกนี้ เช่น กล้าขายอาหารหน้าห้องส้วม ริมทางที่ฝุ่นปลิวว่อน กลางน้ำครำเฉอะแฉะที่เปี่ยมไปด้วยเชื้อโรค ..เออ มันก็กล้ากันคนละอย่างเนาะ

 

 

ที่ไทยเรากล้ากว่าฝรั่งมากอีกอย่างคือ กล้าที่จะไม่กล้าร้องเรียนในความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นแก่ตนและสังคม แต่ชดเชยด้วยการเอามานินทากันในหมู่เพื่อน ส่วนฝรั่งเขาไม่มีกลุ่มเพื่อนให้นินทาแบบเรา..ก็เลยต้องปลดปล่อยในที่สาธารณะ

 

 

You must be logged in to post a comment.