คนถางทาง

จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น

อนาคตชาติไทย ๒๐ ปีจากนี้…ไม่ต้องเป็นโหรก็ทำนายได้แม่น

November28

.

อนาคตชาติไทย ๒๐ ปีจากนี้…ไม่ต้องเป็นโหรก็ทำนายได้แม่น

ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยสังคมไทยอีก ๒๐ ปีจากนี้จะมีลักษณะดังนี้คือ

1)   ชนบทจะว่างเปล่า เพราะคนในชนบทจะอพยพไปขายแรงงานในนิคมอุตสาหกรรม

ริมทะเลและปริมณฑลกันหมด

2)   ชีวิตของคนงานส่วนใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมก็จะเหมือนเดิมๆ คือ ค่าแรงต่ำ

คุณภาพชีวิตต่ำ  (จากที่เคยมีบ้านหลังใหญ่ ที่ดิน ๑๐ ไร่ กลายมาเป็นลูกจ้างเขา อยู่ห้องเช่า

เท่ารูหนู ซื้ออาหารถุงกินทุกวัน)

3)   นายทุนจะกว้านซื้อที่ดินในชนบทเสียหมดในราคาต่ำ (เพราะเกษตรกรทิ้งไร่นา

หมดสิ้น)  แล้วจัดทำเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องจักรทุ่นแรง วิถีชีวิตอันสวยงามในอดีตจะ

หายไปหมดสิ้น

4)   พอเศรษฐกิจตกต่ำพวกนายทุนต่างชาติถอนทุนหมด พวกพนักงานที่หิวโหยจะไป

ปล้นเอาที่ดินคืน เกิดโกลาหลทั่วทุกหย่อมหญ้า

ดังนั้นก่อนยุบสภา หรือ หมดวาระรัฐบาล ผมใคร่ขอเสนอให้ฉวยโอกาสออก. พรบ. เพื่อความ

มั่นคงแห่งฐานรากของสังคมไทยเพราะถ้าไม่รีบทำและปล่อยให้สังคมดำเนินไปแบบนี้ผม

เชื่อว่าสังคมไทยจะพังครืนในเวลาไม่นานเกินกว่า ๒๐ ปี ชาติไทยเราอาจไม่มีโอกาสนี้อีกแล้ว

ขอวิงวอนมายังท่านสส. สว. ผู้รักชาติทั้งหลาย โปรดเข้าชื่อกันเสนอพรบ.นี้ด้วยเถิด เพราะรอ

ให้รัฐบาลทำคงไม่ไหวแล้ว เพราะรัฐบาลตอนนี้เล่นแต่การเมืองจนมองไม่เห็นหัวประชาชน

แล้ว อย่าว่าแต่อนาคตของชาติอีก ๒๐ ปี

พรบ. ที่เสนอนี้จะประกันว่าจะมีองค์กรรับผิดชอบ และจะมีงบประมาณผูกพันเป็นเวลาประมาณ

๒๐ ปี หลักการของพรบ.คือ

1)   จัดตั้งโรงงานเกษตรอุตสาหกรรมในทุกพื้นที่อบต. โดยโรงงานนี้ต้องมีขนาดที่ใช้

กำลังคนงานอย่างน้อย 5% ของประชากรในพื้นที่

 

2)   ทุนที่ใช้ในการจัดตั้งนี้ให้ระดมมาจากประชาชนในตำบล อำเภอ หรือ จังหวัดนั้นๆ  

โดยรัฐบาลจะปล่อยกู้แบบไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา ๒๐ ปี โดยยอดกู้นี้คิดตามสัดส่วนประชากร

3)   ใช้ระบบแบ่งปันผลกำไรตามยอดการลงทุน ทั้งนี้แรงงานทุกคนก็ให้มีส่วนเป็นเจ้า

ของโรงงานด้วย สัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนด (นี่จะเป็นการเอาข้อดีของทุนนิยมมาผสมกับ

ระบบคอมมูนของคอมมิวนิสต์)

4)   ให้มีหน่วยงานกลางระดับสำนักงานแห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลกิจการนี้ และมีงบ

ประมาณผูกพันปีละ 10% ของงบประมาณ เป็นเวลา ๒๐ ปี  หน่วยงานต้องดูแลให้มีการผลิตที่

สมดุล ไม่ซ้ำซ้อนกันมากเกินไป มีเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม   และต้องหาตลาดรองรับ

การผลิตด้วย

5)   จัดให้มีร้านค้าปลีก (ห้างสรรพสินค้า) ขนาดใหญ่ในทุก อบต. เป็นอย่างน้อย โดย

ร้านค้านี้ใช้นโยบายการก่อตั้ง การบริหาร เช่นเดียวกับโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว นอกจากนี้

จัดให้มีโกดังและระบบรับส่งสินค้าร่วมกันเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อระบายสินค้าซึ่งกันและ

กัน ที่เหลือส่งขายต่างประเทศ (ร้านค้านี้จะเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เงินไทยไหลออกนอกผ่านร้าน

ค้าปลีกรายใหญ่จากต่างชาติเสียหมด ยังช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจในประเทศ และสร้างงานเพิ่ม

ขึ้นอีกด้วย)

6)   โรงงานอื่นใดนอกจากนี้ ที่จะก่อตั้งในพื้นที่ใดทั่วประเทศจะต้องวิเคราะห์ว่าใน

พื้นที่ อำเภอนั้นมีแรงงานคนในอำเภอรองรับได้เพียงพอ (วิธีนี้จะบังคับโดยปริยายให้โรง

งานขยายออกมาสู่ชนบท เพราะ ระยองไม่มีแรงงานในพื้นที่รองรับแล้ว ซึ่งจะช่วยกระจาย

ความเจริญไปสู่ชนบทโดยปริยาย คนทำงานไม่ต้องทิ้งถิ่นอีกด้วย)

หากใช้วิธี สามประสานแบบที่ว่านี้สังคมไทยในชนบทจะเข้มแข็ง มีรายได้ดี มีคุณภาพชีวิตที่

ดี ประชาชนไม่ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ไปขายแรงงานที่อื่นห่างไกล  ชาติไทยเราจะมีรายได้

ประชาชาติเพิ่มอีก 10 เท่า จากการที่เพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตรก่อนส่งออกไปขายตปท.

แบบดิบๆเหมือนที่ผ่านมา  รัฐก็จะมีรายได้จากการเก็บภาษีมากขึ้นประมาณ 20 เท่า (ไม่ใช่

10 เท่านะ)  ก็รวยกันหมดทุกฝ่าย เงินลงทุน 10% เป็นเวลา 20 ปีกลายเป็นขี้ปะติ๋วไปเลย

ทางเลือกอื่นคือล่มสลายตามที่ทำนาย หากไม่เชื่อก็คอยดู และรอรับคำสาปแช่งจากลูกหลาน

ในอนาคตได้เลย

ทวิช จิตรสมบูรณ์  (๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)

 

2 Comments to

“อนาคตชาติไทย ๒๐ ปีจากนี้…ไม่ต้องเป็นโหรก็ทำนายได้แม่น”

  1. December 6th, 2010 at 9:56 am       withwit Says:

    เชิญครับ ช่วยกันกระจายให้มากๆ ถือว่า มาทำหน้าที่ ใช้หนี้แผ่นดิน และมาทำบุญ ครับ


  2. December 5th, 2010 at 9:28 pm       sswp13 Says:

    ขออนุญาติอาจารย์นำข้อมูล ไปเขียนบทความนะครับ


You must be logged in to post a comment.