คนถางทาง

จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น

พงศาวดารล้านนาว่า..พระเจ้าอู่ทองมาจากนครวัด

January27

.

พงศาวดารล้านนายืนยันว่าพระเจ้าอู่ทองมาจากนครวัด

 

 

หนังสือ ชินกาลมาลีปกรณ์ นับได้เป็นพงศาวดารล้านนาที่ได้รับการเชื่อถือมากเล่มหนึ่ง  ได้กล่าวถึงพระเจ้าอู่ทอง ดังนี้

 

 

 “…ครั้งหนึ่ง เมืองชัยนาทเกิดทุพภิกภัย พระเจ้ารามาธิบดีกษัตริย์อโยชชปุระเสด็จมาจากแคว้นกัมโพช ทรงยึดเมืองชัยนาทนั้นได้ โดยทำทีว่าเอาข้าวมาขายครั้นยึดได้แล้วทรงตั้งอำมาตย์ของพระองค์ชื่อว่าวัตติเดช ซึ่งครองเมืองสุวรรณภูมิให้มาครองชัยนาทเมื่อพระเจ้ารามาธิบดีผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้นกัมโพชและอโยชชปุระสวรรคตแล้ว วัตติเดชอำมาตย์มาจากเมืองสุวรรณภูมิยึดแคว้นกัมโพชได้…”

 

 

พระเจ้ารามาธิบดี ก็คือพระเจ้าอู่ทอง ส่วน พระวัตติเดช นั้นเชื่อกันว่าคือขุนหลวงพะงั่ว (พระบรมราชาธิราช ๑)  เรื่องยกทัพไปตีชัยนาทนี้ตรงกันกับพงศาวดารกรุงศรีฯ   ..สุวรรณภูมิ นั้นนักวิชาการส่วนใหญ่สรุปว่าคือ สุพรรณบุรี

 

 

นักวิชาการประวัติศาสตร์ไทยส่วนใหญ่ตีความกันว่า  กัมโพช เป็นอีกชื่อหนึ่งของ ลพบุรี  แต่ผมขอแย้งว่าไม่ใช่ โดยผมเห็นว่ากัมโพช หมายถึงอาณาจักรกัมพูชาเสียมากกว่า (ซึ่งไม่ใช่เขมรในวันนี้หรอกนะ) 

 

 

ผมเห็นว่า..มันไม่มีน้ำหนักอะไรเลยที่ลพบุรี..ซึ่งมีตัวตนเป็นที่รู้จ้กไปก้องโลกว่า ลวปุระ (และ ละโว้ด้วย)มานนาน 500 ปี..จะไปใช้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า  กัมโพช ซึ่งเป็นชื่อที่ นครวัด ได้ใช้มาจนเป็นที่รู้จักกันทั่วลพบุรีมานานกว่าสามร้อยปีอีกแล้วด้วย

 

 

จู่ๆเมืองสองเมืองที่ยิ่งใหญ่ด้วยกันทั้งคู่จะไปมีชื่อเหมือนกัน เช่น ลอนดอน จะไปใช้ชื่อว่า ปารีส ..มันจะเป็นไปได้หรือ

 

 

 

มีคำว่ากัมโพชปรากฏในชินกาลมาลีปกรณ์อีกตอนหนึ่งว่า “…ทหารหาญชาวหริภุญชัยได้ทราบการมาของสิริคุตตะอำมาตย์ จึงไล่ติดตามพวกทหารชาวเมืองลวปุระเหล่านั้น ฝ่ายทหารชาวเมืองกัมโพชามีความกลัวเป็นที่สุด…”

 

 

หริภุญชัยคือ ลำพูน ส่วนลวปุระก็คือ ลพบุรี  (เป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางรวมทั้งผมด้วย) จากเนื้อความท่อนนี้จะเห็นได้ชัดว่ามีทหารสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็น  ทหารชาวเมืองลพบุรี  อีกกลุ่มเป็นทหารชาวเมืองกัมโพชา ดั้งนั้นลพบุรี ไม่ใช่กัมโพช แน่นอน

 

 

กัมโพชหรือกัมโพชาต้องหมายถึงเมืองอื่นนอกจากลพบุรีอย่างแน่นอน …โดยอย่างน้อยที่สุดหมายถึงอยุธยา และอย่างมากที่สุดหมายถึง กัมพูชาเดสา หรือ นครวัดนั่นเอง  (ศิลาจารึกที่นครวัดเรียกตนเองว่า กัมพูชาเดสา ที่ซึ่งเขมร (ที่ไม่ใช่ขอมแน่นอน) นำมาอ้างเป็นชื่อประเทศตนเองในทุกวันนี้)  

 

 

เมื่อได้สะกิดใจในประเด็นนี้แล้ว ก็ต้องกลับไปอ่านชินกาลฯ ใหม่ที่ว่า …พระเจ้ารามาธิบดีกษัตริย์อโยชชปุระเสด็จมาจากแคว้นกัมโพช และ  เมื่อพระเจ้ารามาธิบดีผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้นกัมโพชและอโยชชปุระสวรรคตแล้ว วัตติเดชอำมาตย์มาจากเมืองสุวรรณภูมิยึดแคว้นกัมโพชได้…”

 

 

คำว่าแคว้นในสมัยโน้นน่าจะหมายถึง ประเทศ ในสมัยนี้  จากท่อนความนี้จึงชัดเจนว่า พระเจ้าอู่ทองนั้นมาจากประเทศกัมพูชาและยังเป็นกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาอีกด้วย  (สมัยก่อนนั้นแต่ละแคว้นมีกษัตริย์ได้หลายองค์ เพราะกษัตริย์ครองเมือง ไม่ได้ครองแคว้น)  แต่การใช้ภาษาต่อมาว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้นกัมโพช แสดงว่ากรุงศรีฯเป็นเมืองหลวงแห่งประเทศกัมพูชาอีกด้วย 

 

 

การที่ชินกาลฯใช้ภาษาเช่นนี้ เป็นเพราะเกิดจากความเข้าใจของกษัตริย์ล้านนาว่า…

 

 

1) พระเจ้าอู่ทองเป็นชาวกัมพูชาที่มาจากนครวัด  ซึ่งที่เข้าใจเช่นนี้เป็นเพราะว่าได้รับรู้ข้อมูลจากพวกลพบุรีนั่นเอง เพราะพอพระเจ้าอู่ทองพาขอมสยามหนีตายมาจากกัมพูชา(นครวัด)นั้นก็มาพึ่งใบบุญลพบุรี (ซึ่งเป็นพี่น้องกันมานานหลายร้อยปี)   ลพบุรีจึงไปหาทำเลให้สร้างเมืองใหม่ที่อยุธยานี่เอง

 

 

2) อยุธยา เป็นเมืองหลวงของแคว้นกัมโพชาอันยิ่งใหญ่มานาน แสดงว่ายอมรับว่า นครวัด ไม่ใช่ ผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้นกัมโพช อีกต่อไปแล้ว  ตรงนี้อาจเนื่องเพราะความฉลาดทางการทูตของพระเจ้าอู่ทองที่ทำให้ทั้งลพบุรี หริภุญชัย ล้านนา ยอมรับว่าพระองค์ยังคงเป็น ผู้ยิ่งใหญ่ ในกัมพูชา แม้นว่าจริงๆแล้วถูก ทาสแตงหวาน ไล่ฆ่า จนต้องกระเจิงหนีมาพึ่งใบบุญ ลพบุรี ที่ศรีอยุธยา

 

 

หลักฐานตรงนี้เสริมทฤษฎีของผมที่ว่า พระเจ้าอู่ทองทรงมาจากนครวัด..ไม่เช่นนั้นล้านนาคงไม่บันทึกเหตุการณ์ไว้ด้วยภาษาเช่นนั้น

 

 

…ทวิช จิตรสมบูรณ์ (๒๗ มกราคม ๒๕๕๔)

 

One Comment to

“พงศาวดารล้านนาว่า..พระเจ้าอู่ทองมาจากนครวัด”

  1. January 28th, 2011 at 8:24 am       buadhram Says:

    ไขข้อมูลออกมา มากมาก ให้ได้ทราบได้ซับซาบ
    กันทั่ว แล้วช่วยกันเสริม ให้ชัดตรง ก็จะเป็นคุณตอ
    โลกทั้งมวล ขอรับ

    ดีกว่า พวกนักวิชาการท่าพระจันทร์
    แค่เงิน ล้านเศษๆ ยังเปลี่ยน ธาตุรู้พวกเขาได้
    เขลาจริง ๆ ครูว่าไหม ขอรับ


You must be logged in to post a comment.