คนถางทาง

จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น

การบริหารกองทัพแห่งบริษัทประเทศไทย (มหาชน)

February16

.

การบริหารกองทัพแห่งบริษัทประเทศไทย (มหาชน)

 

แต่ละปี บริษัทประเทศไทย (มหาชน..หลายสีเสื้อ..ทั้งที่จ้างมาและมาด้วยใจ) ทุ่มงบประมาณลงทุนด้านการทหารมหาศาล คิดเป็นประมาณ 10% ของงบประมาณชาติ (เฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา)  และที่ลงทุนนี้ก็เพื่อเป็นหลักประกันด้านความมั่นคงของชาติ

 

การลงทุนด้านความมั่นคงถึง 10% นี้ถือว่าสูงมาก เม็ดเงินลงทุนด้านการทหารในแต่ละปีน่าจะมากกว่าเขมรประมาณ  100 เท่า 

 

หากเปรียบประเทศเป็นบริษัท ถ้าบริษัทลงทุนจ้างยามมากขนาดนี้ก็คงเจ๊งแน่ เพราะกำไรสุทธิของบริษัทแต่ละปีก็ประมาณ 5% ของงบประมาณปฏิบัติการเท่านั้นเอง  (บริษัทไหนทำกำไรได้ขนาดนี้ ในยุคนี้ ก็รวยมหาศาลแล้ว)

 

 

แต่อนิจจาพอประเทศมีปัญหาด้านความมั่นคงกับ ประเทศข้างบ้าน เรากลับแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรจาก ยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้ลงทุนจ้างไปมหาศาลเลย

 

 

ซ้ำร้าย..ทหารระดับแม่ทัพนายกองบางคนกลับออกมาพูดเสียงดังว่า ต้องยุติปัญหาด้วยการเจรจา ……ทั้งที่ทหารไม่มีหน้าที่พูด มีแต่หน้าที่รับนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติ

 

..หน้าที่ พูด เป็นหน้าที่ของรัฐบาล (โดยกระทรวงการต่างประเทศ) ต่างหาก  ส่วนทหารที่แท้นั้นมีหน้าที่เพียงสามประการเท่านั้นคือ 1) รบ  2) รบตามคำสั่งรัฐบาลเท่านั้น 3) หากมีปัญหาใดให้ทำตามข้อที่ 1

 

ถ้าคุณเป็นทหารแล้วอยากพูดมากกว่ายิง ขอได้โปรดลาออก แล้วไปสมัคร สส. แล้วไปเป็น รมว. ต่างประเทศในรัฐบาลชุดต่อไป  เอ้า..เชิญเลย ถ้าพูดหาเสียงได้สละสลวยนิ่มหูกว่าไอ้พวกนักการเมืองกรรมมารอทั้งหลาย ผมสาบานว่าจะลงคะแนนให้..ส่วนให้ไปไหนค่อยว่ากันอีกที

 

 

แต่นั่นแหละ รัฐบาลเราก็พูดไม่ค่อยเป็นในเรื่องนี้ เนื่องเพราะไม่ค่อยได้ฝึกปรือวิชาการด้านนี้ให้ดี เนื่องจาฝึกปรือกันแต่การเป็นนักการเมืองแบบนักธุรกิจ กินตามน้ำ มานาน เลยขาดทักษะด้านการต่างประเทศ  ทหารมันรู้แกว แถมอยากชะเลีย…ก็เลยพูดแทนรัฐบาลไปซะเลย

 

กล่าวฝ่ายรัฐบาลในฐานะคณะผู้บริหาร และ CEO of Thailand, Inc. ที่ใส่สูตราคาแพง และผัดแป้งหอมก่อนออกทีวี..แทนที่จะละอายในความหน่อมแน้มแห่งตน ที่ปล่อยให้ยามมาสอนนโยบายต่างประเทศ  กลับชมยามว่า..เออดีมาก พร้อมรับนโยบาย เจรจา ของยามมาปฏิบัติประหลกๆ

 

ไม่น่าเชื่อว่าผบ.ทบ. กำลังรบหลักของเรา  จะออกมาพูดแบบประชันชดว่า ให้พวกพันธมิตรไปออกแนวหน้าในการรบกับเขมรเพราะเป็นผู้ยั่วยุให้เกิดสงคราม  ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงออกซึ่งความอ่อนแอทั้งทางกายและทางจิตแห่งก้นบึ้งแล้ว ยังเป็นการแสดงความไม่ฉลาดอีกด้วย

 

ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเขมรมันจะไม่อยากรบกับเรามานานแล้ว เนื่องเพราะมันกำลังหาข้ออ้างในการรบอยู่ทุกวันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา  แม้พันธมิตรไม่ออกมาข้างถนนสี่เลน ทหารเขมรมันก็อาจหาข้ออ้างอื่นจนได้อยู่ดี เช่น อาจอ้างว่าใบไม้ฝั่งไทยหล่นไปใส่แผ่นดินของพวกมัน หรือมันเหม็นผายลมของท่านแม่ทัพ ที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหอบเข้าไปแปดเปื้อนแผ่นดินของพวกมัน

 

 

กองทัพเรามีอานุภาพมากกว่าเขมร 100 เท่า แต่พอเราไปเสนอให้เจรจา ความได้เปรียบมันก็กลายมาเป็นความเท่าเทียมทันที  มันมีแต่ผู้ที่คิดว่ากำลังจะแพ้เท่านั้นแหละที่เสนอให้เจรจา คนที่มันคิดว่ามันจะชนะมันไม่ยอมเจรจาหรอกครับ ..ยกเว้นโง่กว่าคู่ต่อสู้ร้อยเท่า (หรือ ใจบุญกว่าร้อยเท่า แบบ คุณ ชาญวิทย์ และคุณนิธิ และบก. นสพ. มติชน ..อย่างนี้ก็ขออนุโมทนาด้วย ชาติหน้าขอบุญที่ท่านทั้งหลายได้ทำในชาตินี้จงส่งอานิสงส์ให้ไปเกิดเป็น สุนัขข้างบ้านผู้นำประเทศข้างบ้านด้วยเถิด…จ้าวประคู้นนนนน)

 

 

เอ้า..นอกเรื่องไปนาน ขอกลับมาธุรกิจยามเฝ้าแผ่นดินต่อ ถ้าทหารไทย ซึ่งมีอานุภาพสูงกว่าทหารเขมร 100 เท่า ได้ทำให้ไทยเราเท่าเทียมกับเขมรแบบนี้แล้ว ดังนั้นเราควรต้องลดงบประมาณทหารลง 100 เท่า เพื่อให้เท่าเทียมกับเขมร ..แฟร์เกมส์   นี่เขาเรียกว่าระบบ merit system ไง 

 

 

ถ้าอยากได้รายได้เพิ่ม ทหารไทยต้องหาเอาจากโบนัสเท่านั้น ที่เหมือนกับพนักงานบริษัท ซึ่งจะได้โบนัสก็ต่อเมื่อทำให้บริษัทมีกำไรเท่านั้น

 

แล้วบริษัทประเทศไทย (มหาชน) จะทำกำไรได้อย่างไรเล่า… บอกใบ้ให้ก็ได้ เช่น

 

1)      ศักดิ์ศรีประเทศคิดเป็นกำไรมูลค่ามหาศาล เพราะคนที่หมดศักดิ์ศรีก็ไม่มีมูลค่า

2)      เคยเห็นประเทศไหนที่ไร้ศักดิ์ศรีแล้วรวยได้ไหม เช่น usa อังกฤษ เยอรมัน ญี่ปุ่น เกาหลี  (เออ..มีจริงๆด้วยจ้ะ..มีประเทศเดียวในโลก คือ สิงคโปรเล็ก แต่นั่นแหละมันทำบุญมามาก จึงโชคดีที่ไม่มีพรมแดนติดเขมร)

3)      ก่อนอื่นต้องมีผืนดินยืนเสียก่อนเสียอีกด้วย เช่น ยิว เพิ่งมีศักดิ์ศรีไม่นานนี้ ส่วนสามพันปีก่อนไม่มีแผ่นดินยืน ก็ไม่อาจประกาศศักดิ์ศรีได้  แผ่นดินจึงสำคัญมากสำหรับศักดิ์ศรีประเทศ มันเป็น กำไร ทางจิตวิญญาณของเราทุกคน โดยเฉพาะแผ่นดินที่ชอบธรรม ที่เราหามาด้วยลำแข้งแรงขา ไม่ได้ไปโกงใครเขามา แบบเศษฝรั่ง

 

หมามันจะเห่าได้ยังต้องมีที่ดินเพื่อยืนเห่า เพื่อพิทักษ์สิทธิของมัน นี่เราคนแท้ๆ ถ้ารัก ห่วง คนชาติอื่นมากกว่าคนชาติตัวเอง  ไม่ยอมเห่า เอาแต่เลีย ชาติหน้าอย่าว่าแต่เกิดเป็นหมาเลย แม้แต่เป็นเศษดินใต้ตีนหมายังยาก

 

 

ถ้าทหารไทยยังไม่เข้าใจเรื่องกำไรขาดทุนตามที่แจ้งเตือนมาด้วยความหวังดีนี้ ต่อไปเมื่อหมดสิ้นแผ่นดินอยู่เพราะถูกข้างบ้านรุกคืบเข้ามาโดยรอบ แล้วจะเสียใจว่า..ไม่น่าเลยกูที่ไปโง่ ปอด เห่อเสรีนิยม  จนไปยึดคติว่า

 

ยามศึกเราไม่อยากรบ …..เพราะเราอยากสงบเพื่อตีกอล์ฟ

 

แต่ก็สายเกินแก้เสียแล้ว ซึ่งนอกจากจะต้องเสียศักดิ์ศรีในชาตินี้แล้ว ชาติหน้ายังอาจต้องเกิดไปเป็นคน จูงสุนัขเชื่องให้ลูกหลานของอดีตคนข้างบ้านอีกด้วย …เราเตือนท่านแล้วนะ

 

 

..สองชาติ ใจเต็ม (กพ. ๒๕๕๔)

 

You must be logged in to post a comment.