คนถางทาง

จะบุกฝ่า.ป่าหนาม.คมความคิด เพื่อนิมิต.เมืองใหม่.ที่หมายมั่น

ชาตินิยม..ยังเป็นสิ่งจำเป็นมาก

February25

.

ชาตินิยม..ยังเป็นสิ่งจำเป็นมาก

 

 

 

ในบริบทของโลกปัจจุบันนี้ ชาตินิยม เป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นสิ่งเดียวที่จะต้านภัย โลภาภิวัฒน์ได้ เพราะพวกนี้มันเป็นสัตว์ดุร้ายที่หากิน ข้ามชาติ  ไร้พรมแดน  โดยเฉพาะไทยเรานั้นมันมาเขมือบเกือบหมดสิ้นสกุลไทยแล้ว ทำให้ครอบครัวไทยบ้านแตกสาแหรกขาด พ่อแม่ทิ้งลูกเต้าไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ที่พวกสัตว์ดุร้ายไร้สัญชาตินี้มันกดค่าแรงให้แสนต่ำ โดยร่วมมือกับรัฐบาลที่ ไม่ชาตินิยม เอาเสียเลย

 

 

 

ถ้าเราชาตินิยม เราจะไม่ยอมให้ต่างชาติเข้ามาตักตวงกดขี่ ชนในชาติ เราแบบนี้ เราจะสร้างงานรายได้ดีให้คนของเราด้วยมือของเราเอง ยืนอยู่บนลำแข้งของเราเอง

 

 

 

ผมอยากถามพวก อชาตินิยม ว่า กรณีดังกล่าวนี้พวกคุณคิดอย่างไร ปล่อยให้เขารุกเข้ามาอิสระใช่ไหม เพียงเพราะถูกเขาปั่นหัวด้วยวาทกรรมหื่นๆว่า …ยุคนี้มันไร้พรมแดนแล้ว อย่างนั่นหรือ

 

 

 

วันนี้ผมได้ฟัง ได้อ่านบทความของนักวิชาการบางส่วนที่อชาตินิยม กล่าวหาพวกชาตินิยมว่า คลั่งชาติ แล้วเห็นว่ามันไม่เป็นธรรม  ก็เลยต้องออกมาช่วยปกป้องด้วยบทความนี้  ทั้งนี้เพราะผมก็นิยามตัวเองว่าเป็นพวก ชาตินิยม กะเขาด้วยเหมือนกัน

 

 

 

ก่อนอื่น ผมว่ามันไม่มีหรอกครับคนไทยที่คลั่งชาติ ไม่มีสักคน ทั้งที่เราต้องการคนเหล่านี้มากทีเดียว เพื่อเอามาถ่วงดุลกับพวกอชาตินิยม ให้มันเกิดสีสันบ้าง

 

 

 

 

 

คนไทยส่วนใหญ่ในวันนี้คือ พวกอชาตินิยม (หรือไม่นิยมชาตินั่นเอง)  กับพวกไม่คิดถึงชาติ พวกรักชาติจริงๆ มีน้อยมาก ส่วนพวกคลั่งชาติไม่มีสักคน

 

 

 

ก่อนที่จะไปหาว่าใครคลั่งชาติ หรือ  ไม่นิยมชาติ (อชาตินิยม)  ควรมานิยามก่อนว่า ชาติ คืออะไร

 

 

 

..บางคนว่าคือแผ่นดิน บ้างว่าคือประชาชน  (ประชานิยม)  ส่วนผมเห็นว่า คือทั้งสองอย่างนั่นแหละ ผนวกกับ เชื้อชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไปด้วย โดยเฉพาะวัฒนธรรมด้านภาษา   

 

 

 

พวกยิวสมัยก่อนมีองค์ประกอบดังว่าครบหมด ยกเว้นแผ่นดิน ทำให้ต้องระเหเร่ร่อนมา 3000 ปี บัดนี้มีแผ่นดินอยู่แล้ว ทำให้เขาเป็นชาติได้อย่างมีศักดิ์ศรี และยิวเขารู้ดีว่าการไร้แผ่นดินนั้นมันเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด เขาจึงหวงแหนแผ่นดินเขามาก ปกปักรักษาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตเสมอมา พวกอชาตินิยมพึงสำเหนียกว่าสักวัน ถ้ายังอชาตินิยมหน่อมแน้มต่อไป สักวันอาจต้องระเห่เร่ร่อนแบบพวกยิวไปอีก 3000 ปี  แล้วจะรู่ซึก

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับเรื่องดินแดนกับเขมรนั้น โดยเชิงปริมาณแล้วถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่โดยเชิงคุณภาพแล้วถือเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียว เพราะมันเป็นเวทีซักซ้อมรวมทั้งเป็นดัชนีวัดความเป็น ชาตินิยม นั่นเอง

 

 

 

การที่คนไทยจำนวนมากไม่สนใจปัญหานี้นั้น ไม่ใช่ว่าเพราะมีปัญญามหาภาคระดับมนุษยชาติจนก้าวพ้นเรื่องดินแดนไปแล้ว แต่เป็นเพราะไม่สนใจใยดีเสียมากกว่า ซึ่งผมว่าเป็นสัญญาณอันตรายมาก แต่กลายเป็นประเด็นที่พวกอชาตินิยมเอามาโจมตีพวกชาตินิยมเสียอีกว่า ตกกระแสบ้าง จุดไม่ติดบ้าง ทั้งที่พวกอชาตินิยมนี้พอมีความรู้อ่านออกเขียนได้อยู่บ้าง น่าจะวิตกแทนพวกชาตินิยมด้วยซ้ำไป    (ที่ไม่วิตกแสดงว่า..ความรู้กับปัญญานั้นมันคนละส่วนกัน)

 

 

 

 

 

ปัญหาดินแดนกับเขมรคนส่วนใหญ่ยังไม่สนใจ ไม่รวมพลังกันช่วยชาติแก้ปัญหา ส่วนพวกอชาตินิยมก็คอยแซะช่วยชาติอื่นอยู่กลายๆ  แบบนี้แล้วปัญหาดินแดนกับพวกบริษัทข้ามชาติมันใหญ่หลวงกว่าปัญหาเขมรยิ่งนัก แล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับมัน..อาจถึงคราวสิ้นชาติกันคราวนี้เอง ซึ่งพวกอชาตินิยมคงสะใจกระมัง เพราะจะได้ไม่มีชาติให้พวกชาตินิยมได้นิยมชาติอีกต่อไป  ส่วนพวกอชาตินิยมก็เสมอตัว ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะคนกำมะลอพวกนี้ไปเป็นพลเมืองขึ้นใครเขาก็คงไม่รู้ร้อนรู้หนาวเท่าเดิมอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

คนเรานั้นก่อนอื่นต้องรักตัวเองและชาติตัวเองก่อน จึงจะไปรักคนอื่นและชาติอื่นได้ คนที่อ้างว่ารักคนอื่นชาติอื่นมากกว่ารักตนหรือรักเท่าตนนั้น ผมเห็นว่าเป็นพวกกำมะลอแน่ๆ  แม้แต่องค์พระสัมมายังทรงสอนให้กระทำการใดเพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน โดยประโยชน์ตนมาก่อนเสมอ ทรงสอนกระทั่งว่าประโยชน์ท่านแม้มากมายก็ไม่ควรทำประโยชน์ตนให้เสียไป ดังนี้แล

 

 

 

…ทวิช จิตรสมบูรณ์ (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔)

 

 

 

 

You must be logged in to post a comment.