ระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก (ปชต. ตต) ไม่เหมาะกับสังคมไทย เราจำเป็นต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับลักษณะสังคมไทย ปชต. จึงจะงอกงามผลิดอกออกผลให้เราได้เชยชม
ปรับประชาธิปไตยตะวันตกให้เข้ากับนิสัยคนไทย
โดย ทวิช จิตรสมบูรณ์
ความคิดผมเริ่มตกผลึกเมื่อพศ. 2535 ว่าระบอบประชาธิปไตยแบบตะวันตก (ปชต. ตต) ไม่เหมาะกับสังคมไทย เราจำเป็นต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับลักษณะสังคมไทย ปชต. จึงจะงอกงามผลิดอกออกผลให้เราได้เชยชม
ผมวิเคราะห์ว่า... (ไม่ทราบว่ามีท่านใดได้เคยวิเคราะห์ไว้ก่อนในทำนองนี้หรือไม่ ถ้ามีผมขอคารวะ)...ผมวิเคราะห์ว่า ปชต. ตต. นั้นถูกหล่อหลอมขึ้นมาและถูกดำรงไว้ด้วยลักษณะนิสัยแบบอิงตน (individualism) ของชาวตะวันตก ดังนั้นนักการเมืองของเขาจึงต่างคนต่างโหวต (ในสภา) โดยมีหลักการร่วมกันตามนโยบายพรรค ส่วนของเราไม่มีนิสัยอิงตน แต่มีนิสัยอิงผู้นำ (Leaderism..ศัพท์ที่ผมตั้งเอง) ดังนั้นนักการเมืองเราจะโหวตตามที่ผู้นำสั่ง ผู้นำในที่นี้อาจหมายถึงผู้นำก๊วน หรือ ผู้นำพรรค ก็ได้ การโหวตของนักการเมืองไทยจึงไม่ค่อยแตกคอก แต่ของนักการเมืองฝรั่งนั้น เช่น ที่สหรัฐอเมริกา นักการเมืองจะโหวตเห็นด้วยกับญัตติของพรรคตรงข้ามประมาณ 25% ดังที่นายจอห์น แมคเคน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ในขณะนี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกที่ภักดีต่อพรรคอย่างรุนแรงเพราะประวัติการเมืองที่ยาวนานของแกมีสถิติว่าโหวตให้พรรคตรงข้ามเพียง 10% เท่านั้นเอง (ส่วนของไทยเรา 0% กันทุกคนไม่ใช่หรือ)
นั่นแหละคือปัญหาสำคัญของการเมืองไทย เพราะสภาไม่ได้ทำหน้าที่คานอำนาจกับฝ่ายบริหารดังเจตนารมณ์ของปชต. ตต. (ที่เราลอกเขามาทั้งดุ้น) แต่กลับทำหน้าที่”เสริมอำนาจ” ให้กับฝ่ายบริหารเสียอีก ทั้งนี้เป็นเพราะเราไม่มีนิสัยอิงตนแบบเขา นิสัยอิงตนนี้เป็นนิสัยที่ไม่ชอบรวมกลุ่มสุมหัวตั้งก๊วนแก๊งค์ ต่างคนต่างคิดต่างอยู่ ต่างก็เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ถ้าสส.คนใดโหวตให้พรรคตรงข้ามเขาก็เคารพในสิทธิซึ่งกันและกัน ไม่มาตำหนิหรือไล่ตะเพิดเชคบิลกันแบบเมืองไทย (ซึ่งนานทีปีครั้งก็มีเหมือนกันที่โหวตนอกแถว แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะมีเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์หรือเรื่องส่วนตัวกันอยู่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับอุดมคติของนักการเมืองผู้นั้นแต่อย่างใด)
ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงเชื่อมาแต่ปีพศ. 2535 ว่าเราไม่สามารถสร้างประเทศไทยให้เจริญได้ด้วยการลอกเอาระบบปชต.ตต.มาใช้ได้ทั้งดุ้น เราต้องสร้างระบบปชต.ของเราเองให้สามารทำงานได้ภายใต้บริบทของนิสัยแบบอิงอำนาจหรืออิงกลุ่มของคนไทยเรา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ควรที่นักคิดและนักวิชาการทางด้านนี้จะได้ช่วยกันคิดค้นให้ดี สำหรับตัวผมใคร่ขอเสนอดังนี้
จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ “ระบอบทักษิณ” จะกลืนกินประเทศไทยได้อย่างง่ายดายภายในเวลาเพียง 2 ปีที่ผู้นำระบอบเข้าดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้เพราะผู้นำระบอบมีทั้งอำนาจเงินและอำนาจบริหารให้ “อิง” ได้อย่างเหลือเฟือแบบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทยนั่นเอง
1. ในระบบอิงอำนาจแบบไทย เราต้องคัดสรรผู้ที่จะเข้าไปเถลิงอำนาจ (คือ นายกฯ และ รมต.) ให้พิถีพิถันกว่าระบบปชต. ตต. จึงควรมีการคัดสรรรอบที่สอง เพื่อให้ได้คนเก่งที่ดีด้วย เพราะถ้าอำนาจนี้นำโดยคนไม่ดีเสียแล้วก็จะนำพาประเทศไปสู่ความเสียหายได้มากเนื่องจากกลไกคานอำนาจในสภาของเราอ่อนแอกว่าในระบบปชต. ตต.
2. การซื้อสิทธิขายเสียงเลือกตั้งก็เป็นผลพวงของนิสัยอิงอำนาจของคนไทย เพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เป็นหัวคะแนนต้องอิงอำนาจนักการเมืองเพื่อความอยู่รอดและความเจริญรุ่งเรืองของตน ดังนั้นพรรคการเมืองที่ซื้อเสียงมากที่สุดจึงมักได้ขึ้นไปเสวย”อำนาจ” สูงสุดของประเทศหรือผูกขาดอำนาจไปเลย นำมาซึ่งการถอนทุนทางการเมืองและความด้อยพัฒนาของประเทศดังที่ทราบกันอยู่แล้ว
3. จากข้อ 1 และ 2 ขอเสนอว่าต้องมีองค์กรที่เป็นกลางทางการเมืองทำหน้าที่กรองเอาผลพวงของระบบอิงอำนาจออกไป องค์กรนี้คือ วุฒิสภา (ซึ่งในระบบปชต. ตต. เป็นองค์กรที่ไม่เป็นกลางทางการเมือง) ต้องมีกลไกที่บริสุทธิยุติธรรมเพื่อคัดสรร สว. ที่เป็นกลางทางการเมือง มีความรู้รอบด้าน เข้ามา ซึ่งควรใช้กลไกของศาลซึ่งเป็นอีกขาหนึ่งของการคานอำนาจในระบบ ปชต. อยู่แล้ว ควรคัดสรรมาจากทุกภาคส่วนของประชาชน (รวมทั้งข้าราชการ) เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการปกครอง เช่น ผู้แทนกระทรวงทุกกระทรวง ผู้แทนจากองค์กรวิชาชีพต่างๆ นักคิดนักเขียนทั้งหลาย
4. จาก 1 2 3 การคัดสรรนายกฯ และรมต.รอบที่สองภายหลังจากการเลือกตั้งใหญ่เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อกรองออกไปและเพื่อป้องกันอิทธิพลของระบบอิงอำนาจในอนาคต รูปแบบที่ขอเสนอคือ ให้สว. ซึ่งเป็นกลางทางการเมืองเป็นผู้เลือก นายกฯและรมต. ในรอบสอง วิธีการคือให้สส.จำนวน 1 ใน 5 มีสิทธิเสนอชื่อ นายกฯ ได้ 1 ชื่อเพื่อให้สว. พิจารณาคัดสรร วิธีนี้จะทำให้กลุ่มสส.ของก๊วนหรือพรรคต่างๆเสนอแต่ “คนเก่งคนดี” ขึ้นไปแข่งขันกันเพื่อให้ได้มติของสว. และพรรคเล็กที่มีผู้นำที่ดีก็มีสิทธิได้จัดตั้งรัฐบาล (เสียงข้างน้อย)
5. และเมื่อได้นายกฯแล้ว ให้นายกฯเสนอรายชื่อรมต. ให้สว. ลงมติเห็นชอบเป็นรายบุคคลอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ว่าให้อำนาจสิทธิ์ขาดนายกฯในการแต่งตั้งใครก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มักจัดให้ตามโควตาของก๊วนต่างๆ (ที่เกิดขึ้นตามนิสัยอิงอำนาจของคนไทยนั่นเอง)
6. การโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาลให้ปรับเสียใหม่ว่าให้กระทำโดยมติ สว. ส่วนสส. มีหน้าที่อภิปรายเพื่อให้ข้อมูลต่อสว. เท่านั้น ซึ่งวิธีการนี้เป็นการตัดตอนอิทธิพลของการอิงอำนาจ ที่ผ่านมาการโหวตไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยสส. มักโหวตตามที่อำนาจสั่งการลงมา จึงไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของระบบคานอำนาจแบบปชต. ตต. แต่ประการใด วิธีการนี้ยังจะทำให้พรรคเสียงข้างน้อยเป็นรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพอีกด้วย จะช่วยเสริมให้พรรคเล็กๆกล้าทำดีมากขึ้น
ถ้าทำได้ดังที่กล่าวมา ผมเชื่อว่าเราจะได้นายกฯ และ รมต. ที่เก่งดีเข้าไปเป็นอำนาจให้คนไทยทั้งประเทศได้ "อิง" กันเป็นอย่างดี อำนาจของกลุ่มก๊วนการเมืองก็จะลดลงมาก การซื้อเสียงจะลดลงมาก เพราะซื้อแล้ว ได้เสียงข้างมากแล้ว แต่ก็อาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พวกนักธุรกิจการเมืองจะล้มละลายกันระเนระนาด เปิดทางให้นักการเมืองน้ำดีเข้ามาสู่การเมืองไทยได้มากขึ้น
พรรคการเมืองจะเน้นคุณภาพสส. มากกว่าปริมาณ เพราะมีปริมาณมากก็ไม่ประกันว่าจะได้เป็นรัฐบาล แต่ถ้าคุณภาพดีจะชนะใจกรรมการ (สว) ได้ง่าย
....สวัสดีครับ
ภาคผนวก..เปรียบเทียบนิสัยอิงตนกับอิงอำนาจ (หรืออิงกลุ่ม) ของฝรั่งกับไทย
1. ฝรั่งชอบเที่ยวคนเดียวหรือสองคนส่วนไทยชอบเที่ยวแบบเป็นกลุ่ม
2. ฝรั่งกินอาหารแบบจานเดียวของใครของมันเป็นส่วนตัว ของไทยกินเป็นสำรับร่วมกัน (จีน ญี่ปุ่น และตะวันออกทั้งหมดก็เป็นแบบนี้)
3. ของไทยพ่อแม่แก่แล้วอยู่กับลูก ส่วนฝรั่งแยกกันอยู่ (พ่อแม่เขาสมัครใจไม่อยู่กับลูกเอง เพื่อความเป็นส่วนตัวแบบอิงตน หาใช่ว่าลูกทิ้งพ่อแม่แบบที่พวกเราส่วนใหญ่เข้าใจกันหรอก)
4. นักการเมืองฝรั่งไม่มีการตั้งกลุ่มก๊วนเพราะแต่ละคนเขาเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครเป็นหัวหน้าใครได้ ส่วนของเราต้องมีหัวหน้าก๊วน (เรื่องนี้เป็นธรรมชาติของนิสัยอิงอำนาจของคนไทยเป็นมูลเหตุส่วนผลประโยชน์ของก๊วนเป็นเพียงปลายเหตุ)
5. ฝรั่งกล้าท้าทายอำนาจเจ้านายและอำนาจรัฐ ส่วนคนไทยมักพินอบพิเทาต่ออำนาจ นี่มีมูลเหตุมาจากนิสัยอิงตน-อิงอำนาจ ซึ่งทำให้สังคมฝรั่งค่อนข้างเท่าเทียมกันในแนวราบ ส่วนของไทยจีนญี่ปุ่นเป็นสังคมชนชั้นในแนวดิ่ง
6. อย่าสับสน individualism กับ individuality เช่น ดนตรีคลาสสิกฝรั่งจะเล่นกันเป็นกลุ่มอย่างพร้อมเพรียง homogenous ดีมาก มีคอนดัคเตอร์ควบคุมอย่างแข็งขัน ส่วนดนตรีไทยเราปล่อยให้แต่ละคนแสดงตัวตน (individuality) ได้อย่างเต็มที่...ปี่ไปทาง ขลุ่ยตอดอีกทาง ซอถากไปอีกทาง ที่ขัดกันและเสริมกันไปอย่างสนุกสนาน
7. ฯลฯ ยังมีอีกมาก ลองสังเกตดูสิ สรุปคือ ปชต. เราต้องสร้างด้วยภูมิปัญญาไทยครับ
8. หาใช่ผมกำลังบอกว่านิสัยอิงตน ดีกว่าอิงอำนาจนะครับ อ่านให้ดีๆ ก่อนด่าผม
.................ทวิช จิตรสมบูรณ์...ไม่ซ้าย ไม่ขวา และไม่กลาง
เขียนโดย withwit ที่ 2008-10-25 13:11:21 น. 5 ความคิดเห็น
ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อ ของอาจารย์น่านำไปคิดพิจารณาอย่างยิ่งค่ะ
เห็นด้วยค่ะ ว่าประชาธิปไตยของไทยก็ควรปรับให้เข้ากับสังคมไทย
แต่พอจะปรับกันจริงๆ พรรคพวกทักษิณก็คงดิ้นพล่านตะแบงฟ้องโลกกันอีกว่า
ฝรั่งทั่วโลกเขาไม่ทำแบบนี้ ศาลไทยไม่มีความยุติธรรม และอีกสารพัดที่ทักษิณจะตะแบงออกมา
อาจารย์ค่ะ บทความดีๆ ที่อาจารย์เคยเขียนลงที่โอเคเนชั่น อาจารย์น่าจะนำมาแปะลงที่นี่ด้วยนะคะ
หรือไม่ก็นำเสนอสำนักพิมพ์หลายๆแห่งให้เขา
จัดพิมพ์ไปเลย เอ๊ะ หรือว่าบทความทั้งหมดของอาจารย์จัดพิมพ์เป็นพ็อคเกตบุ๊ค
ไปเรียบร้อยแล้ว หนูจะได้ไปหาซื้อมาเก็บไว้อ่านน่ะค่ะ
แฟนพันธุ์แท้ของอ.ทวิชตี้ค่ะ ฮ่าๆ
เรียน คุณฝรั่งkn :)
โอเคเนชั่นเขาแบนผม...โดยไม่ชี้แจงเหตุผล ผมเข้าใจว่าเขาหาว่าผมหมิ่นพระบรมฯ มิใยผมจะชี้แจงอย่างไรว่าเขาเข้าใจผิด แท้จริงแล้วมันตรงกันข้ามเลย แต่อย่างว่าครับ สื่อไทย เขาเป็นเผด็จการเสมอ ทั้งที่เขาเองก็ถูกอำนาจเผด็จการเล่นงานเขาตลอดมา
ผมชี้แจงไปว่า ผมนี่นะหมิ่นพระบรมฯ ทั้งที่เขียนบทความต่อสู้กับพวกหมิ่นพระบรมฯมาตลอดชีวิต ทั้งภาษาอังกฤษและไทย เคยเข้าพิธีสวนสนามสาบานธงมาแล้วด้วย แต่เขาก็ไม่ฟัง
ผมเลยมาสิงห์อยู่ที่ blog ผจก. นี่แหละครับ ผมพยายามไม่พูดเรื่องสถาบันอีก เดี่ยวจะมีการตีความผิดอีก เพราะภาษาผมต้องอ่านอย่างมีสมองสักหน่อยจึงจะตีความได้สมบูรณ์
อย่างไรก็ขอบคุณครับที่เป็นแควนผม :-)
CD 7 ตุลา แบบชัด ๆ มาให้โหลดครับ
ซีดีเหตุการณ์ 7 ตุลา พันธมิตรฆ่าประชาชน
ฆ่าทำไม ฆ่าอย่างไร ไปโหลดดูข้อเท็จจริงจากรายงานข่าวในและช่วงของเหตุการณ์ ก่อนที่จะมีการบิดเบือนหลังจากผู้ชำนาญการใช้วิชามาร
http://www.hulashare.com/view.php?file=ed8844a8aa22d352602755671aabcd10 ตอนที่ 1
http://www.hulashare.com/view.php?file=f293f3d93ece64f259141314cef5ba75 ตอนที่ 2
ปล.ช่วยเผยแพร่ต่อตามเจตนาของ "ผู้จัดทำนิรนาม" ด้วยนะครับ
นักรบศรีวิชัยการ์ดพันธมิด โดนตำรวจสอยคดียาบ้า ใสออกมาปกป้อง ทำให้ต้องคิดต่อไปว่า ตอนนี้ทำเนียบรบ. อาจเป็นสถานที่........
อาจเป็นสถานที่จำหน่ายและกระจายสินค้าชนิดต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงคนที่โดนตำรวจเก็บด้วย ผู้เข้าร่วมชุมนุมจะถูกตรวจค้นอาวุธ แต่ไม่มีสุนัขมาดมหายาเสพติดด้วย นะ ถ้าในที่ชุมนุมมีตัวนี้แฝงด้วยก็กระจายสินค้า แลกเปลี่ยนสินค้าเป็นตลาด ยาเสพติดได้สบาย ขอแนะนำให้ แกนนำตรวจตราเรื่องยาเสพติดภายในทำเนียบด้วย เดี๋ยวจะบานปลาย