คนถางทาง

เที่ยวไทยหรือไปนอกดี

อ่านแล้วช่วยตัดสินใจด้วย

 

 

เรื่อง การปกป้องธุรกิจการท่องเที่ยวไทย

 

เรียน รัฐบาลไทย

 

สำเนาเรียน สาธารณชนคนไทยทั่วประเทศ

 

 

การท่องเที่ยว (ทั้งจากคนต่างชาติและคนไทยด้วยกัน) ทำรายได้มหาศาลให้ประเทศไทย แต่หากไม่บริหารจัดการให้ดี เรื่องง่ายๆอาจทำลายการท่องเที่ยวไทยย่อยยับ หรือไม่เจริญเท่าที่ควร เช่น

 

 

1)     ตามชายหาดเต็มไปด้วยเจ็ทสกี และ เรือลากฮอทดอก ซึ่งส่งเสียหนวกหู เป็นมลภาวะทางสายตา และอันตราย (วิ่งไปมาด้วยความรวดเร็ว อาจไปชนคนที่กำลังว่ายน้ำหรือกำลังดำน้ำแล้วโผล่ขึ้นมาผิวน้ำ) ถือเป็นการรบกวนความสงบของการพักผ่อน การที่คนเขาไปเที่ยวชายหาดนั้นโดยภาพรวมแล้วเขาต้องการความสงบ ธรรมชาติ เสียงคลื่น ลม อากาศบริสุทธิ์  แต่นี่เรากลับปล่อยให้ไอ้พวกนี้มาวิ่งเจ็ตสกีรับจ้างกันได้เสรี นานวันไปนักท่องเที่ยวเขาเอือม ส่งข้อมูลออกไปในเน็ตก็จบเห่

 

2)     พวกค้าเร่ หมึกปิ้ง กุ้งเผา ถั่วต้ม ที่เดินไปรบกวนการพักผ่อนทุกๆ 10 วินาที ก็น่ารังเกียจ (ยกเว้นพวกรากหญ้า..ชอบมาก)  คนเขาจะมานอนรับลม แดด อย่างสงบก็ถูกพวกนี้มารบกวนความสงบบ่อยๆ ทำไมไม่จัดระเบียบให้ไปขายในบูทที่จัดให้ ที่ฝั่งตรงข้ามหาดอีกฟากหนึ่งของถนน ใครเขาอยากกินก็เพียงค่าข้ามถนนไปหาซื้อเอาเอง

 

3)     พวกขับรถเร่ขายอาหารทะเลเผาก็น่ารำคาญมาก มันเอาไมโครโฟนประกาศก้องหนวกหูไปทั่วหาด มากันได้ทุกๆนาที จะหลับนอน หรือจินตนาการอะไรริมหาดก็สะดุดไปหมด (การที่ฝรั่งยุโรปเขาออกกฎหมายให้คนงานหยุดงานท่องเที่ยวได้ปีละสองเดือนก็ด้วยเหตุนี้แหละ....เพราะเขาต้องการให้มาจินตนาการในที่พักผ่อนอันสงบเพื่อพัฒนางานให้ก้าวหน้า ทำให้ยุโรปที่ทำงานเบากว่าเรา 10 เท่า เจริญกว่าเรา 10 เท่าได้)

 

4)     ความสกปรกของหาดก็เหลือทน ถุงพลาสติก ก้นบุหรี่ ขวดเบียร์ รวมทั้งหมาจรจัด  ไปต่างประเทศ (เช่นออสเตรเลีย) เขาเอารถกวาดหาดทุกเช้าเย็นทั้งที่อากาศแสนหนาวและมีคนมาเล่นน้ำเพียงไม่กี่คน

 

5)     ด้วยเหตุผลจาก 1 ถึง 4 ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่อยากเที่ยวเมืองไทย บินไปเที่ยวเมืองนอกดีกว่า ซึ่งเป็นการเสียสองต่อคือ ลดรายได้ไทย และเสียเงินให้ต่างชาติ

 

6)     อุทยานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ ไม่ควรเก็บต่างชาติแพงกว่าคนไทย เพราะไปคิดตื้นๆว่าเขาไม่เสียภาษีในการบำรุงรักษา แต่อย่าลืมว่าเขาเสียค่าเดินทางมามาก และเขาอุตส่าห์มาเข้าเยี่ยมชม ซึ่งคนไทยเราส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์) ไม่สนในดูอยู่แล้ว (น่าจะแถมเงินให้เขาด้วยซ้ำไปที่เสียเวลามาช่วยสร้างบรรยากาศ)  การเก็บแพงว่าเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย ที่เสียคือพวกเขาเอาไปโพสต์ด่าในเน็ต ทำให้คนอื่นๆไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทย  (เห็นแก่เล็กแก่น้อย ทำให้เสียใหญ่ ..น่าจะแต่งเป็นนิทานอีสบได้)

 

7)     อาหารเช้าในโรงแรมควรเร่งส่งเสริมให้เป็นอาหารไทยให้หมด (แทน ABF ที่แสนจะกร่อยเช่นทุกวันนี้)  จะเป็นการสร้างบรรยากาศแบบไทยๆ ให้ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มดีมานด์สินค้าเกษตรไทย และลดการนำเข้าสินค้าต่างประเทศอีกด้วย

 

8)     อาหารบนเครื่องบินไทยก็เช่นเดียวกัน เลิกเสริฟอาหารฝรั่งเสียที ผ้าห่มบนเครื่องบินก็เลิกใช้โพลีเอสเตอร์ทำในจีนเสียที หันมาใช้ผ้าฝ้ายทอมือจากอีสาน จะช่วยประเทศไทยได้หลายต่อมาก รวมทั้งได้ใจคนเดินทางด้วยที่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบไทยๆ

 

9)     สินค้าตามสถานท่องเที่ยวต้องบังคับเป็นพิเศษให้ติดราคาสินค้า ไม่ใช่ปล่อยให้พวกมันหลอกต้มนักท่องเที่ยวได้ตามอำเภอใจ ไม่ว่าเขาต้องต่อรองราคาจนได้ราคาสมใจ มันก็ยังต้องเหนื่อยยากเกินไป เดี่ยวเขาจะระอาเสียก่อน

 

10)ขอทานริมถนนสุขุมวิทย์ในย่านนักท่องเที่ยวเดินกันมาก เช่น แถวอโศก ทำไมไม่จัดการให้ดี มันมีมาก และสกปรก มืด จนน่าตกใจ พวกนี้จะเลี้ยงหมาฝรั่งหลายตัวด้วย สงสัยเรียนแบบขอทานยุโรป เพื่อให้คนรักหมาให้เงินเพราะสงสารหมา

 

11)ทางเดินริมถนนสุขุมวิทย์ในย่านท่องเที่ยว ขรุขระ แคบ สกปรก เหม็น (กลิ่นฉี่) มืด  รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องควรไปเดินสำรวจด้วยตนเองบ้าง ถ้าไม่รู้จักย่าน ผมยินดีนำชม (โปรดแจ้ง) ทุกครั้งที่ผ่านไปผมรู้สึกอายที่คนต่างชาติเขามาสัมผัสประเทศเราในสภาพเช่นนี้

 

12)ร้านอาหารสกปรก: เรืองนี้เลื่องลือไปทั่วโลก ไม่เชื่อไปอ่านหนังสือนำเที่ยวฝรั่งเล่มไหนก็ได้ ทุกเล่มจะบอกตรงกันว่ามาเที่ยวเมืองไทยอย่าลืมพกยาแก้ท้องร่วงมาด้วย เพราะอาหารไม่สะอาด แค่นี้ก็เสียชื่อแย่แล้ว ควรรณรงค์ให้ร้านอาหารสะอาด ห้ามใช้มือจับอาหาร (นิสัยทีเลิกได้ยากของคนไทย)

 

13)เรือท่องเที่ยวชมแม่น้ำ ควรออกกฎหมายห้ามใช้ไมค์ประกาศ ห้ามส่งเสียงร้องเพลง แต่ให้ใช้หูฟังเท่านั้น เรือหางยาวอันแสนหนวกหูก็ต้องห้ามด้วย

 

 

สรุปคือ ขอเสนอว่ารัฐบาลควรออกกฎหมายพิทักษ์นักท่องเที่ยว (ซึ่งพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและรายได้ของประเทศโดยปริยายอีกด้วย) ได้แล้ว

 

 

...ทวิช จิตรสมบูรณ์   ๒๑ พย. ๕๒

 

 

ปล. ที่เขียนมานี้เป็นเพียงส่วนที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวโดยตรง ยังมีส่วนอื่นอีกมาก เช่น ยุทธศาสตร์การโรงแรม (ที่รร. ต่างชาติกลืนเราหมดแล้ว ทั้งที่เป็นรายจ่ายหลักของการท่องเที่ยว) และ การบิน ที่ส่วนใหญ่เขาก็บินสายการบินต่างชาติมากกว่าของเรา ซึ่งเราไม่เคยคิดกันอย่างเชื่อมโยงเลยว่าจะหาหนทางจัดการให้เพิ่มรายได้แก่ธุรกิจของคนไทยได้อย่างไร เห็นมีแต่ส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติอยู่นั่นแหละ (รวมทั้งโรงแรม)  ซึ่งเป็นการช่วยทำลายธุรกิจของคนไทยและเศรษฐกิจไทยโดยรวมแบบไม่รู้ตัวมาโดยตลอด

 




Tag: ธุรกิจการท่องเที่ยว

เขียนโดย withwit ที่ 2009-11-21 13:15:25 น. 2 ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1, เว็บไซต์ :

ผมมีประเด็นเป็นร้อย ที่นึกได้อีกอย่างคือ

เวลาไปแค้มปิ้งในอุทยานแห่งชาติ แหมมันห้ามเราก่อไฟ แต่ไม่ห้ามไอ้พวกรากหญ้าร้องเพลงแสนหนวกหู ทั้งที่การก่อไฟหุงข้างในป่านั้นมันคือสเน่ห์ของการไปเที่ยวป่า (ซึ่งไอ้พวกบ้านี้ไม่รู้เรื่องเลย ) และการส่งเสียงหนวกหูร้องเพลง (เมา ) มันทำลายบรรยากาศสงบ รบกวนการนอนของนกหนูแมลงอีกต่างหาก

ที่ยุโรป เมกา เขารักสิ่งแวดล้อมกว่าเรา 100 เท่า เขายังให้ก่อไฟหุงต้มได้เลย มีฟืนขายอีกต่างหาก


    | withwit | 21 พฤศจิกายน 2552 | 13:26:48

ความคิดเห็นที่ 2, เว็บไซต์ :

ขอบคุณสาระดีๆที่อาจารย์

นำมาฝากให้เก็บไปคิดน่ะคับ^_^

ได้ไรมากมาย


  | paxracing | 04 กุมภาพันธ์ 2553 | 02:32:31