header image
 

.. นักถ่ายรูป ..

 

.

         

 

             บ่ายวันนี้ช่วงที่เป็นชั่วโมงแห่งการพักผ่อน เป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้ฉันเช็ดนั่นเช็ดนี่ และจัดกองหนังสือหลายๆกองให้เข้าที่เข้าทาง 

 

           กองหนังสือดังกล่าว วางอยู่ใกล้ๆตู้หนังสือ หนังสือมีจำนวนมาก เกินกำลังที่ตู้จะจุได้ และกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยได้ทำนัก ฉันรื้อออกมาดูทีละเล่มๆ หลายเล่มซื้อหามา แต่ก็ไม่มีเวลาได้อ่าน ทั้งตำรา ทั้งหนังสืออ่านเล่น ฉันเปิดนิตยสารเล่มหนึ่งที่ซื้อหามาเมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว หลายๆคอลัมน์ในนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ฉันเปิดอ่านทีละหน้าๆ และอดนำประเด็นหนึ่งในนั้นมาเล่าในบล็อคไม่ได้ 

 

           เจ้าของคอลัมน์เขียนถึงนักถ่ายรูปไว้ทั้งสองหน้ากระดาษในคอลัมน์ของเขา เข้าใจตั้งชื่อนักถ่ายรูป ซึ่งปกติคนถือกล้อง เราเองมักคุ้นเคยกันว่า ตากล้องมากกว่าหรือหากเป็นช่างถ่ายภาพมืออาชีพ ก็ถูกเรียกว่า ช่างภาพ’ 

 

           และเมื่อเอ่ยถึงเจ้าของคอลัมน์ดังกล่าว หลายคนคงรู้จักเขาดี โตมร ศุขปรีชา นั่นเอง 

 

           เขาเปิดประเด็นด้วยประโยคที่ว่า คุณเคยไปไหนมาไหนแล้วเจอฝูงนักถ่ายรูปบ้างไหมแล้วเขาก็เล่าถึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นลุกมาชกหน้านักถ่ายรูปชาวไทย ที่กำลังถ่ายภาพร้านกาแฟแล้วมีคนญี่ปุ่นนั่งอยู่ คนไทยงงว่าทำไมคนญี่ปุ่นหวงแหนใบหน้าของเขาเช่นนั้น และหลังจากเรื่องราวเกิดขึ้น ประเด็นก็ถูกเอาไปถกกันในเวบบอร์ด        

 

           อีกตอนที่เขาเขียนถึงก็คือ กองทัพนักถ่ายรูปที่ตระเวนไปถ่ายรูปตามร้านสวยๆแถวเขาใหญ่กันจนน่าขนลุก วันที่เขาไปแถวนั้นเขาเจอกับนักท่องเที่ยวหลายร้อยคน คุณโตมร เขียนเอาไว้ว่า… 

 

            วันนั้น คนหลายร้อยไปกองกันอยู่ที่ร้านกาแฟที่ร่ำลือกันว่าสวยแห่งนั้น แล้วทุกคนก็แทบจะทุบถองเบียดเสียดยัดเยียดกันถ่ายกรอบหน้าต่างบานซ้ำ วิวสวยเดิมที่เพิ่งถูกถ่ายจนช้ำ ซึ่งจะแย่งกันจนถึงขั้นตบตีผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ ถ้าหากผมจะไม่สังเกตพบว่า คนเป็นร้อยๆที่ยัดเยียดกันเข้ามาถ่ายในร้านกาแฟแห่งนั้นน่ะ ราวๆ 80 เปอร์เซนต์ เข้ามาถ่ายกันอย่างเดียว แต่ไม่ได้ควักกระเป๋าซื้อหาอะไรในร้านเขาสักนิด แต่ทำตัวราวกับเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายนักถ่ายรูป กรูเกรียวกันถ่ายมุมนั้นมุมนี้ไม่มีหยุดกินกาแฟ ถ่ายเสร็จสาสมแล้วก็จูงมือกันกลับ” 

 

           ยังมีอีกตอนหนึ่งที่เขาเขียนไว้ว่า… 

 

           “…ยังเป็นความคิดของคนไทยทั่วๆไปด้วย และที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุดในหน้าเทศกาล ก็คือการตระเวนถ่ายรูป แล้ว ทำอย่างไรก็ได้ ให้ใบหน้าของคนที่ตัวเองถ่ายไปแปะอยู่บนวิวซ้ำๆสวยๆทั้งหลาย ผลก็คือเราได้กองทัพนักถ่ายรูปที่ไม่มีความเกรงใจคนอื่น ถ่ายข้ามหัวคนอื่น ถ่ายรูปโดยไม่มีความเคารพต่อเจ้าของสถานที่ เอะอะ เฮฮาสนุกสนาน เพราะถือว่าเป็นวันพักผ่อนของฉัน ไม่เกรงใจคนอื่นๆ ที่มาใช้สถานที่เดียวกัน (ผมไม่แปลกใจอีกแล้วที่นักถ่ายรูปบางคนจะถูกนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นลุกขึ้นมาตั๊นหน้า หรือร้านบางร้านจะออกกฏถึงขั้นสั่งห้ามถ่ายรูป!)” 

 

           ก่อนที่เขาจะสรุปในตอนท้าย (จริงๆ ในคอลัมน์นี้เขียนถึงประเด็นถ่ายรูป และมีเรื่องการเมืองในนั้นด้วย แต่ฉันไม่ขอกล่าวถึงก็แล้วกันนะคะ) เขาพูดถึงเรื่องการถ่ายรูปที่ละเอียดประณีตในสมัยก่อน ที่ยังต้องใช้ฟิล์มอยู่ ซึ่งมันไม่มีอีกต่อไป เพราะในสมัยนั้นกว่าจะได้ภาพมา ต้องเล็งแล้วเล็งอีกกว่าจะกดชัตเตอร์ และทิ้งท้ายไว้ว่า จิตสำนึกของผู้คนสมัยนี้ ราคาถูกพอกับพิกเซลในกล้องดิจิตัล 

 

           … 

 

 

           ฉันเอง อ่านไป ก็ อืมไป และเห็นด้วยกับหลายประเด็น และในฐานะตัวเองเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปคนหนึ่ง ก็ทำให้หันกลับมาสำรวจตัวเอง ว่า เป็นนักถ่ายรูป เหมือนผู้คนในคอลัมน์ที่เขาเขียนถึงหรือไม่      

 

           ฉันเห็นเพื่อนๆหลายคนในบล็อคชอบถ่ายภาพเหมือนกัน จึงนำเรื่องนี้มาแบ่งปัน เผื่อจะได้หันกลับมาสำรวจตัวเอง ว่าท่านทำเหมือนที่เจ้าของคอลัมน์เขาว่ามั้ย 

 

             แต่แว๊บหนึ่งที่อ่านคอลัมน์นี้ ฉันก็เกิดคำถามว่า กาแฟหนึ่งแก้วที่ผู้เขียนจ่ายเงินไป และบทความหนึ่งบทที่เขาได้มาเทียบได้กับภาพหนึ่งภาพที่ได้คนหลายคนได้จากหน้าต่างสวยๆบานนั้นหรือเปล่า

             

             ฉันว่าร้านกาแฟหรือหน้าต่างเองก็คงเหมือนต้นไม้ ใครมาถ่ายภาพก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่คนต่างหาก…ที่คิดไปเอง

 

 

 

 

         

 

             เอกสารอ้างอิง

 

           คอลัมน์ cramp ในนิตยสาร way ฉบับเดือนธันวาคม 2551 เขียนโดย โตมร ศุขปรีชา (หน้า 50-51)      

 

              [ขอบคุณ Bonus_nus ณ ไทยคลินิก สำหรับเพลงเพราะๆ ในบ้านค่ะ]

~ by xanax71 on February 22, 2009 . Tagged: , , , ,



21 Responses to “.. นักถ่ายรูป ..”

  1.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณแมว โย่วๆ
    ไปเที่ยวไหนบ้างรึเปล่าคะพักนี้

    :))

  2.   milo2005 Says:

    เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

    โย่ว

  3.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณซิงกิ้ง

    ใช่ค่ะใช่
    ซึ่งเดี๋ยวนี้นักถ่ายรูปมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องราวเหล่านี้ ต้องคำนึงถึงด้วย…จะว่าไป มันก็เป็นสิ่งที่ add on เข้ามานอกเหนือจาก กฏ-กติกา-มารยาท…

    เนอะ

    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและคอมเมนต์นะคะ

    :)

  4.   singingintherain Says:

    อ่านแล้ว รู้สึกเป็นข้อคิดที่ดีสำหรับคนชอบถ่ายรูปค่ะ
    เคยไปวัดแล้วมีนักท่องเที่ยว มาถ่ายรูปคนที่นั่งอยู่ในโบสถ์
    แบบเลงแบบจะ ๆ ซึ่ง ๆ หน้า

    บางทีถ่ายรูปคนที่เราไม่รู้จัก ต้องระวังเรื่องละเมิดสิทธิส่วนบุคคลด้วย
    ถ่ายรูปเด็ก เล็ก ๆ ก็ต้องระวังเรื่องใช้แฟลชด้วย

  5.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ atingle

    ถ้าเจาะจงถ่าย เมย์ก็ไม่กล้าค่ะ เกรงใจ
    ช่วงนี้ ตามเก็บภาพถ่ายในชั้นเรียน เวลาทำงานกลุ่ม แล้วก็ภาพของอาจารย์ จะตามถ่ายก็กลายเป็นเขินเองซะงั้น

    มิกล้า..มิกล้า

  6.   atingle Says:

    มิกล้าถ่ายภาพผู้คนที่ไม่รู้จักค่ะ
    เกรงใจเค้า ถ้าคนมากๆก็ไม่กล้าถ่ายภาพอีกค่ะ เพราะดูจะวุ่นวายเกินไป มีความสุขทุกๆวันนะคะคุณเมย์ @^_^@

  7.   xanax71 Says:

    ขอให้พรที่คุณบีอวยพรให้เมย์ กลับไปหาคุณบีสองเท่าตัวเลยนะคะ….

    ขอบคุณมากค่ะ

    :))

  8.   siwaya2517 Says:

    แวะมาฟังเพลงก่อนนอนค่ะ ขอให้เจ้าบ้านมีความสุขเยอะๆๆ นะ

  9.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่ Sept.

    ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มกว้างๆนะคะพี่

    :)

  10.   xanax71 Says:

    กล้วยกวน..

    ไปๆมาๆคือ ว่า ที่ไหนก็ไปมาหมดแล้ว แล้วก็หมดอารมณ์เก็บภาพต่อไป..ใช่ป่าว 555
    เหมือนกันเลย

    เพลงนี้กับเพลงบ้านกล้วย เพลงเดียวกัน แต่คนละเวอร์ชั่นเนอะ เพราะดี.. ทั้งสองเลย ว่ามั้ย

    :)

  11.   xanax71 Says:

    คุณ Chan

    ภาพนั้น ฝีมือคุณ Chan รึเปล่าคะนั่น
    เหอ เหอ เหอ

    ;p

  12.   septimus Says:

    ^___^

  13.   zodiac Says:

    ที่สุดแล้วคือ ความเกรงใจ และมารยาทค่ะ
    หลังๆมานี่ ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่
    อาศัยบันทึกผ่านสายตาเอาค่ะ (จริงๆ ขี้เกียจ อิ อิ)

    ปล. เพลงเหมือนกันเลยเหรอพี่เมย์
    ใจตรงกานอ่ะดิ วิ้ดด วิ้ววว ^^

  14.   chanpanakrit2 Says:

    เป็นเช่นนี้…..กึ๋ย

  15.   chanpanakrit Says:

    แน่นอนครับ มันเป็นมารยาท
    ของนักถ่ายที่ตอ้งขออนุญาติเสีย
    ก่อน ไม่งั้นอาจจะ…………

  16.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ nabhasan

    เมื่อพูดถึงประเด็นนี้ทำให้เมย์เข้าใจข้อห้ามของพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ในเมืองไทยเลยค่ะ ว่าทำไมเขาห้ามถ่ายภาพ
    สำหรับในห้าง…เป็นอย่างที่คุณ nabhasan บอกแน่นอน

    :)

  17.   nabhasan2007 Says:

    ดิฉันชอบถ่ายรูปวิว ต้นไม้ ดอกไม้ค่ะคุณเมย์
    แต่ไม่ถนัดถ่ายภาพคนนะคะ…อาจเป็นเพราะว่า
    ไม่มีนางแบบสวย ๆ ที่ถูกใจให้หัดถ่ายก็ได้ค่ะ อิอิ ^__^
    เรื่องถ่ายรูปในสถานที่ต่าง ๆ นี่ก็เหมือนกันค่ะ…
    ดิฉันเคยเผลอถ่ายรูปตุ๊กตาในห้างสรรพสินค้า
    คนมองกันใหญ่ แถมบางสถานที่การ์ดบอกเลยนะคะ
    ว่าห้ามถ่าย …ดิฉันคิดว่าพวกเขากลัวเราจะนำภาพเหล่านั้น
    ไปทำเงินได้น่ะค่ะ หรือไม่ก็คล้าย ๆ กับ copy สินค้าไปทำขายแข่งกับเขาน่ะค่ะ

  18.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณสุพรรณ หายไปหลายวันเหมือนกันนะคะ สบายดีมั้ย

    ..สำหรับเรื่องความเกรงใจ..ผู้คนในสังคมที่แก่งแย่งแข่งขัน ไม่ค่อยจะคำนึงถึงกันเท่าไร บางทีอดถามกับตัวเองไม่ได้ว่า พวกเขารู้จักคำว่า เกรงใจกันไหม…ซึ่งถ้าเขาอาจจะไม่รู้จักกันจริงๆก็ได้นะคะ

    กลายเป็นว่า น่าสงสาร ซะงั้น

  19.   supanika Says:

    อ่า ชอบถ่ายรูปเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปถ่ายที่ที่มีคนเยอะๆ

    เห็นด้วยในหลายๆประเด็นค่ะ ความเกรงใจเป็นสิ่งที่ดี ใจเขาใจเราเนอะ

  20.   xanax71 Says:

    ข้าพเจ้าก็ชอบถ่ายภาพ ที่ไม่ใช่บุคคลค่ะท่าน 11 เนื่องจากไม่ค่อยถนัด 555

    สำหรับต้นไม้ ก่อนบันทึกภาพ ข้าพเจ้าก็ขออนุญาตก่อนนะคะ ท่านเคยเห็นต้นไม้เขินมั้ยคะ ท่าน 11
    ข้าพเจ้าเคยเห็นนะ

    :)

  21.   11arrows Says:

    พอดีนิยมถ่ายภาพต้นไม้ มากกว่าบุคคล
    เลยไม่ค่อยลำบากใจ ตอนขออนุญาตเท่าไหร่ น่ะขอรับ ท่าน xanax

    :)

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.