header image
 

.. เหตุสมควรโกรธ…ไม่มีในโลก ..

 

                                     

 

.

 

             บริเวณโถงทางเดินของที่ทำงานปัจจุบันของฉัน มีตู้หนังสือธรรมะตั้งอยู่ ใครผ่านไปผ่านมาก็สามารถหยิบไปอ่านได้ตามสบาย และข้างบนตู้มีกล่องบริจาคตั้งอยู่ด้วย ก็แล้วแต่จิตศรัทธา 

 

           ฉันเดินผ่านไปผ่านมาเป็นประจำ เคยหยิบอ่าน หยิบแล้วก็หย่อนปัจจัยลงในกล่องด้านบนด้วย บางทีก็หยิบมาแต่ก็ลืมอ่าน และบางทีต้องการหยิบไปเผื่อแผ่คนไข้ แต่หนังสือในตู้ก็หมดเสียแล้ว กว่าเจ้าหน้าที่จะนำมาเติมก็รออีกหลายวัน เนื่องจากวัดอยู่ถึงอำเภอไทรโยคจังหวัดกาญจนบุรีนู่น 

 

           พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก พระชาวญี่ปุ่นเป็นคนเขียนหนังสือที่ว่านี้ 

 

           มีหลายเล่มอ่านแล้วโดนวันนี้ก็เช่นกัน ฉันเห็นตู้หนังสือแบบเดียวกันนี้ในร้านอาหารที่ฉันไปนั่งรับประทานในมื้อเย็นที่ผ่านมา รับประทานเสร็จก็มาหมุนๆตู้ดู เลือกหยิบหนึ่งเล่ม เหตุสมควรโกรธไม่มีในโลกหนังสือเล่มเล็กปกสีขาว มีรูปการ์ตูนแพะสีชมพูกำลังนั่งสมาธิอยู่ 

 

           อันที่จริงฉันเองเป็นคนขี้โมโหที่หนึ่งเลย อะไรนิดอะไรหน่อย อารมณ์มักจะพุ่งปรี๊ดในบัดดล และหาเหตุผลให้ตัวเองได้ทั้งนั้น เมื่อเกิดอารมณ์โกรธ หรือโมโห ถามว่าคำว่าโกรธ คืออะไร โมโห คืออะไรดูสองคำนี่มันคล้ายๆกันนะคะ แต่ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียวมีคนบอกว่าโมโหนี่ เป็นกิริยาที่หุนหันพลันแล่นกว่า แต่อย่างไรก็ดี ฉันก็เชื่ออยู่ว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ฉันเป็นคนที่มักโกรธเป็นอาจิณ ดังนั้นไอคิวฉันท่าทางจะต่ำลงๆเรื่อยๆแน่นอน (อิอิดูเหมือนจะขำ แต่จริงๆ ไม่ขำเลยน้อ

 

           ฉันเปิดอ่านในหนังสือที่ท่านเขียนไว้ มีอยู่ตอนหนึ่งที่บอกว่า … 

 

           “…เมื่อเราอยู่ในสังคม สิ่งที่ต้องระวังคือ หากเห็นใครทำผิด อย่ายึดมั่นในความรู้สึกและความคิดของตน อย่ายินดียินร้าย ให้ใจเย็นไว้ก่อน พยายามอบรมใจตนเองว่า ธรรมชาติของคนเรามักจะมองข้ามความผิดของตนเอง แต่ชอบจับผิดแต่คนอื่น 

 

           มองเห็นความผิดของคนอื่นเหมือนภูเขาใหญ่ 

          เห็นความผิดตนเท่ารูเข็ม 

           ตดคนอื่นเหม็นเหลือทน 

          ตดตนเองเหม็นไม่เป็นไร 

          ปากคนอื่นเหม็นเหลือทน 

          ปากของตนเหม็นไม่รู้สึกอะไร 

 

          เรามักทุ่มเทใจไปอยู่กับความรู้สึกนึกคิดของตนเอง…”

 

          ท่านยังบอกอีกว่า สำหรับปุถุชน ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอารมณ์โกรธ แต่ที่น่าคิดคือ เราสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีแค่ไหน จะปลดปล่อยมันออกมาอย่างไร และที่สำคัญจะแก้ปัญหาได้อย่างไร หากเปรียบเทียบการระบายอารมณ์โกรธ เหมือนไอน้ำร้อนที่ระเหยออกมาจากกาต้มน้ำที่กำลังเดือด ไอน้ำจะค่อยๆระบายออกมาจากพวยกา แต่ถ้าไม่มีทางระบายไอน้ำ คงสะสมจนระเบิดเมื่อใดก็ได้ 

 

          ในจุดนี้ทำให้ฉันนึกถึงไข่ไก่ที่คนอุตริเอาไปต้มในเตาไมโครเวฟ ระเบิดสิคะพี่น้อง (ฉันเองก็เคยทำตูม!!ไข่ระเบิด ตกใจหมดเลย)

 

          ฉันเคยโกรธคนที่ทำไม่ดีกับฉัน ตอนนั้นโกรธถึงขนาดที่ว่าไม่เผาผีกันเลย แต่พอเวลาผ่านไป ฉันกลับรู้สึกว่าใจฉันเองที่หม่นหมอง ขุ่นมัว ฉันเองที่เป็นฝ่ายทุกข์ คนที่เราโกรธเขาก็คงไม่ทุกข์เหมือนเรา ไม่รู้สึกรู้สมอะไรด้วยซ้ำ จนเวลาผ่านไป ฉันเห็นสัจธรรมหลายๆอย่าง เลยไม่รู้จะโกรธต่อไปทำไม อีกหน่อยก็ต้องจากกันไปแล้ว ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพันบนโลกใบนี้ได้นานวันนักหรอกและยิ่งพอไปในงานศพ สัจธรรมเหล่านี้ยิ่งมากระตุ้นเตือนเราได้อีกแรง

 

          หนังสือเล่มเล็กๆเท่าฝ่ามือ แต่มีพลังที่จะเตือนสติเราได้ถึงขนาดนี้ฉันเห็นด้วยกับคำสอนในหนังสือของท่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมทั้งหมดทั้งมวลแล้ว

 

           เหตุสมควรโกรธไม่มีในโลก จริงๆ

 

 

 

~ by xanax71 on February 28, 2009 . Tagged: , , , , ,



27 Responses to “.. เหตุสมควรโกรธ…ไม่มีในโลก ..”

  1.   xanax71 Says:

    สวัสดีอีกครั้งค่ะคุณ mammos

    ถามว่าจุดเปลี่ยนคืออะไร
    หลายอย่างที่เป็นปัจจัยที่ทำให้เมย์กล้าตัดสินใจมั้งคะ…แน่นอนว่าไม่ได้ อารมณ์ชั่ววูบ และอีกอย่างคือมีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เมย์ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
    สุดท้าย..ข้อสรุปคือ ตัวเมย์เองที่ถามตัวเองทุกๆวันว่า เรา match กับองค์กรนี้หรือไม่ คำตอบว่า เวลาผ่านไป อะไรๆก็เปลี่ยน นับวันยิ่งมองว่า เราไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อไปค่ะ ไม่ใช่ว่าเราทำไม่ได้ แต่หลายๆอย่างไม่เอื้อที่จะทำให้งานเราลุล่วงไปได้ด้วยดี และเมย์คิดว่า แรงเมย์คนเดียว หรือการที่เรา ‘อิน’กับงานเพียงคนเดียว คงไม่สามารถทำให้เกิดคำว่า “TEAM” ในความหมายที่แท้จริงได้น่ะค่ะ
    และเมื่อคิดทบทวนแล้ว..ทวนแล้วทวนอีก จึงทำให้ตัดสินใจได้

    และการที่จะก้าวออกไป หรือเลือกเส้นทางให้ตัวเองได้ ต้องเลือกตอนที่ตนเองยังมีแรงค่ะ และเลือกตอนที่เขา(องค์กร)ยังต้องการเรา… ไม่ควรออกไปในตอนที่เขาไม่ต้องการเราแล้ว เพราะเมื่อนั้นแรงเรา(ทั้งใจและกาย มันจะหมดไปเองโดยปริยาย)

    อีกอย่าง ในช่วงหลังๆ พอเมย์ลองกลับไปอ่านบันทึกของตัวเอง ในเดือนหลังๆนี้ หลายเดือนทีเดียว เมย์ก็พบว่า แต่ละเรื่องเขียนด้วย ความสุขที่ตนเองไม่ค่อยจะมีน่ะค่ะ และเมื่อคิดได้ดังนั้น ก็บังเกิด”จุดเปลี่ยน” ขึ้น ตามที่คุณ mammos ได้อ่าน

    เป็นกำลังใจในการตัดสินใจของคุณ mammos นะคะ

    :))

  2.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ mammos

    ดีใจที่เข้ามาคุยกันค่ะ

    สำหรับบันทึกที่เขียน เมย์ว่ามันก็ดีสำหรับตัวเมย์เองด้วย การเขียนก็หมือนการได้ทบทวนความคิดและการกระทำขอตนเองด้วยน่ะค่ะ เขียนแล้วมีกำลังใจเหมือนกันนะคะคุณ mammos โดยเฉพาะเวลามีคนอ่านแล้วรู้สึกดีแบบที่คุณ mammos รู้สึกน่ะค่ะ

    ขอบคุณมากๆที่แวะมาทักทายอย่างสม่ำเสมอ

    :)

  3.   mammos Says:

    สวัสดีรอบ 2 ค่ะคุณเมย์ เราตกข่าว เพิ่งเปิดอ่านเรื่องจุดเปลี่ยน รู้สึกว่าเราจะเหมือนกันเลย ช่วงที่ผ่านมาประมาณ2เดือน ดิฉันกำลังมีเรื่องทีต้องครุ่นคิด จึงไม่ได้แวะเข้ามา ที่จริงอยากจะเข้ามาเล่าเรื่องตัวเองเป็นการระบาย แต่ก็เกรงใจคุณเมย์และคนอื่นๆ จึงหายเงียบไป ไปคิดบวกลบคูณหาร ด้วยความที่เราทำงานมานาน คุ้นเคย กับสถานที่ เพื่อนร่วมงาน แต่มีปัญหากับคนๆเดียว ซึ่งอาจเป็นคนที่ทำให้เราต้อง ได้หันมามองทางอื่นๆ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเช่นเดียวกับคุณเมย์ ดิฉันไตร่ตรองจนในครั้งแรกตัดสินใจว่าจะเปลี่ยน ตัดสินใจไปแล้ว แล้วมีคนมาทักท้วง จึงเกิดความไข่วเข้ว คิดใหม่อีกครั้ง มันมีปัจจัยที่ต้องคิดหลายประการเหมือนกันนะคุณเมย์ ในตอนนี้จึงปล่อยเรื่องเอาไว้ และกำลังคิดทบทวนใหม่ เพราะปัญหาเดิมหัวหน้าสัญญาว่าจะช่วยแก้ไข แต่ท่าทีกับที่เขากระทำกับดูเพิกเฉยเช่นเดิม จึงรู้สึกต้องลองพิจารณา สิ่งที่คุณเมย์เรียกว่าจุดเปลี่ยน อีกครั้ง คุณเมย์ มีประเด็นอะไรที่ทำให้กล้าตัดสินใจเช่นที่กระทำอยู่ค่ะ พอแบ่งปันเล่าให้ดิฉันได้คิดบ้างหรือไม่ หวังว่าคงไม่ละลาบละล้วงเกินไปนะค่ะ ถ้าไม่สะดวกเล่าในนี้ก็ตามอีเมล์ก้อได้นะค่ะ ขอให้พระเจ้าอวยพระพรคุณเมย์ตามที่คุณเมย์ปราถนานะคะ

  4.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ tui

    ขอบคุณมากๆค่ะ
    เดี๋วคงมีโอกาสได้ไปแถวนั้นแน่นอน วางแผนจะไปอยู่เหมือนกันค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูล และข้อความในกล่องคอมเมนต์ด้วยนะคะ

    :)

  5.   mammos Says:

    คนเกิดปีเดียวกันนิสัยคล้ายกันจัง แม้ดิฉันจะอ่านและพยายามนำธรรมะมาปฏิบัติ แต่ก็รู้เลยว่า อารมณ์ร้อนโกรธขึ้นมาง่ายๆในบางเรื่องเหมือนคุณเมย์เลย มันคงเป็นบางเรื่องและกับคนบางคนนะคุณเมย์ ไม่ผิดหวังเลยที่เปิดอ่านบทความคุณเมย์เวลาเหนื่อยๆ เบื่อๆ มีรูปสวยๆ เพลงเพราะๆ บทความดีๆให้อ่านให้ทบทวนความคิดตัวเองและรู้สึกว่าก็มีปัญหาอย่างที่เรามีกันอยู่เสมอในมนุษย์ที่ยังเป็นฆราวาส ดิฉันอ่านบทเรียนของคุณเมย์แล้วดีขึ้น ถือว่าคุณเมย์ทำบุญโดยอัตโนมัติเลยนะเนี่ย

  6.   tui Says:

    คุณ xanax71
    ถ้ามีเวลาลองไปเจอตัวจริง หลวงพ่อมิตซูโอะ ที่ วัดป่าสุนันทวนาราม อยู่ระหว่างไทรโยคใหญ่ กับ ทองผาภูมิ ถ้าจำไม่ผิด ประมาณ กม.90
    หรือลองหาข้อมูล ที่ http://www.watpahsunan.org/

  7.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะเจ๊

    เมย์ไม่แน่ใจว่ามีตามร้านหนังสือรึเปล่านะคะ
    แต่ที่เห็น..เล่มเล็กๆค่ะ อ่านง่าย ภาษาไม่ต้องแปลมาก เอื้อมถึงอ่ะค่ะ

    :)

  8.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ ana

    เห็นด้วยนะคะ ที่ต้องออกจากเหตุการณ์ตรงนั้นไปก่อน เดี๋ยวระเบิดขึ้นมาตูมตาม จะเสียหายหนัก 555

    ของเมย์มีดีอยู่จิ๊ดนึงตรงที่ โกรธง่ายแต่หายเร็ว (แต่อย่างไรก็ไม่ค่อยดี จริงมั้ย)

  9.   shikamaru Says:

    เมือวาน เดิน ผ่าน หนังสือ ของ พระอาจารย์ท่านนี้ แต่ ไม่กล้าซื้อ

    วันหลัง คง ต้อง หยิบ แล้วคะ

    ขอบคุณมาก

  10.   ana123 Says:

    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

    เวลาโกรธจะท่องว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้าค่ะ
    แต่ก็ยังโกรธนะคะ แต่ไม่ปะทุ ต้องหนีจากสถานการณ์นั้น
    ไปกินน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจ ถึงจะค่อยดีขึ้น

    :)))

  11.   xanax71 Says:

    เหมือนกันเลยค่ะคุณ atingle
    และจริงๆ การกระทำทั้งปวงมันเป็นนายเราเลยนะนั่น

  12.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณชาลี

    ใช่ค่ะ เราปรุงแต่งใจเราเอง
    จริงๆมันก็ไม่ควรยั่งยืนเนอะ เพราะชีวิตเราก็ไม่ได้ยั่งยืน

    :)

  13.   xanax71 Says:

    เห็นด้วยนะคุณ Chan
    ตามนั้น

    :)

  14.   xanax71 Says:

    ศศิ

    พี่เองก็ไม่ได้อ่านแบบจริงๆจังๆเหมือนกัน ยอมรับว่าเวลาทุกข์ๆหรือมีเรื่องคับข้องใจ เมื่อนั้นแหละ เข้าหาทางธรรมเลยอ่ะ

    จริงๆไม่ค่อยจะดีเท่าไรนะ เพราะมันจะไม่ยั่งยืน
    ต้องฝึกมั้ง

    :)

  15.   xanax71 Says:

    ถึงว่าสิคุณซาตานหายไปจากหน้าบล็อคนานมากๆเลย เป็นเช่นี้นี่เอง

  16.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่เจ

    เมย์ก็เป็นอยู่บ่อยๆเหมือนที่พี่เจว่าค่ะ
    อะไรที่ไม่ได้ดั่งใจ ลมขึ้นทุกที (เหือนควันออกหูเลยนะคะพี่) แต่จริงๆ อย่างที่พระท่านว่า เราเอาตัวเองมาตัดสินคนอื่นนั่นเอง
    พอไปงานศพ งานที่ทำให้ปลง มันก็ปลงไปพักใหญ่นะคะ อีกอย่าง เมย์เจอคนไข้มะเร็งด้วยน่ะค่ะพี่
    เลยปลงหนักเลย

  17.   atingle Says:

    บางทีมันก็เผลอโวยวายไปได้อ่ะค่ะ
    ดีชั่วรู้หมดแต่อดไม่ได้ 5555 @^_^@

  18.   chaleeja Says:

    อึม
    นั่นสิคะ เหตุสมควรโกรธไม่มีในโลก
    มีแต่เราเองนี่นา ที่ปรุงแต่งใจให้โกรธ

    ขอบคุณค่ะคุณเมย์ :)

  19.   chanpanakrit Says:

    เหตุสมควรโกรธมันมีนะครับ
    แต่ไม่สมควรที่จะกระทำตอบ
    ต้นทุนแรงกระทำมันต่ำ
    แต่ผลกระทบมันสูง

  20.   sazzie Says:

    หนูยังไม่เคยอ่านหนังสือธรรมะอย่างจริงจังซักทีเลยค่ะ
    ( หมายถึงตั้งใจอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย )
    แต่ถ้าอ่านบางบทบางถ้อย ก็อ่านบ่อยๆเหมือนกันค่ะ
    ระยะหลังพยายามระงับโกรธและใช้ปัญญาในการแก้ปัญหามากขึ้น

    อย่างบางครั้งลูกดื้อ หนูก็โมโห แต่ก่อนคงหวดซักฟึ่บบ เดี๋ยวนี้พยักหน้าว่า โอเค แม่โกรธแล้วนะ
    แต่แม่จะไม่ตีล่ะ เรามาดูกันว่าต้นตอที่ลูกดื้อคืออะไร

    เพราะถ้าตีลูก .. ลูกเจ็บ หนูก็เจ็บ(ที่ใจ)ด้วย ปัญหาก็ยังคงอยู่ ซ้ำร้ายที่ตีไปอาจจะยิ่งไปตอกลิ่มปัญหา
    ให้ลงลึกกว่าเดิมเสียอีกค่ะ

    ขอบคุณค่ะพี่ :)

  21.   satan10 Says:

    นอกจากท่านพุทธทาสก็มีหนังสือของท่านอาจารย์นี่แหละครับที่อ่านแวโดน และส่วนใหญ่เหมือนว่าท่านจะเน้นเรื่องของการระงับอารมณ์โดยใช้อานาปานสติ ก่อนหน้านี้ไม่ถึงเดือนผมเองก็เดือดจนถึงกับจะแตกทั้งๆที่ก็เคยศึกษาธรรมะมาพอสมควร มาได้ผบ.ทบ.กับหัวหน้างานช่วยยับยั้งแล้วก็มาอ่านหนังสือของท่านอาจารย์และฝึกลมหายใจตามแนวของท่านปัจจุบันอารมณ์เริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้ว นั่นก็เป็นเหตุหนึ่งที่ห่างหายไปจากหน้าบล๊อคด้วยครับ ตอนนี้ก็พอจะมากวนเส้นหัวเราะเพื่อนๆได้แล้วครับ }:)

  22.   J Says:

    งานศพ สำหรับพี่เป็นงานสอนธรรมะเลย ไปทุกครั้งมักจะนั่งมองคนในภาพ และคิดอีกว่า ไม่มีอะไรที่แน่นอนจริง ๆ ยิ่งมองยิ่งย้อนเรื่องราวเกี่ยวกับคนในภาพ จบที่วันหนึ่งก็คือของเรา โกรธ เมื่อตอนบ้างานพี่เป็น งานผิดพลาดไม่ได้ เป็นโดน แต่ก็ไม่มีเรื่องหักล้างกันตรงที่นอกเหนือจากงานแล้ว ทุกคนคือเพื่อนร่วมโลกใบเดียวกัน คิดถึงนะคะ :)

  23.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณบี

    เห็นด้วยค่ะว่าหนังสือน่าอ่าน ท่านเขียนด้วยสำนวนที่อ่านง่ายๆ ไม่ต้องปีนกะได แหะ แหะ

    ป.ล.อย่าปล่อยให้ยุงกัดนะคะ หามาทาด้วย ไข้เลือดออกระบาดหนักเลยนะ คนป่วยเยอะมาก

  24.   siwaya2517 Says:

    เขียนผิดค่ะพี่ เพราะยุ่งกัดนั่งนอกบ้านนะค่ะ ในสวน แก้คำผิดนะ อ่านหนังสือธรรมะบ้างในบ้างครั้ง

  25.   siwaya2517 Says:

    ขอบคุณนะค่ะ …อ่านหนังสือธรรมะบ้างในบ้างค่ะ หนังสือของอาจารย์มิซูโอะ ได้มาเพราะทำบุญ หนังสือน่าอ่านทุกเล่ม

  26.   xanax71 Says:

    สวัสดียามค่ำค่ะคุณลีลา

    จริงค่ะ…โกรธไปก็ไลฟ์บอย 555

    แต่บางทีมันอดไมได้เหมือนกันเนอะ..อ่านไว้เตือนสติ อ่านบ่อยๆ ก็เหมือนกับตอกหมุด ตอกไปบ่อยๆ ย้ำบ่อยๆ เราก็ระงับได้มากขึ้น…คิดว่างั้นนะคะ

    ขอบคุณที่มาตัดริบบิ้นกล่องคอมเมนต์วันนี้ค่ะ :))

  27.   leelawadee2u Says:

    ขอบคุณค่ะคุณเมย์
    เรามาอ่านไว้เตือนสติตัวเองบ้างเหมือนกันค่ะ…จะจำและระลึกถึงไว้เสมอว่า เหตุสมควรโกรธ…ไม่มีในโลก จริงๆ

    :)

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.