
เมื่อครั้งยังอ่อนเยาว์ ฉันเคยอ่านหนังสือเรื่อง “เส้นทางแห่งความหมาย” (เขียนโดย ทรินา เพาลัส และแปลโดย ปิยะลักษณ์ ภมรสังห์) และรู้สึกซาบซึ้งกับการเลือกทางเดินชีวิตของ ‘หนอน’ ตัวหนึ่งซึ่งเป็นตัวเอกในเรื่องนี้

ความประทับใจมีมากเสียจนฉันคิดว่า เมื่อโตขึ้น ฉันจะเลือกเป็นอย่างหนอนแก้ว ที่ปฏิเสธการปีนป่ายไปบนภูเขาหนอน เส้นทางที่หนอนมากมายพากันคิดว่า เป็นหนทางที่จะนำพาไปสู่ความสุขและความสำเร็จในชีวิต
แต่แล้วเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ฉันก็เผลอไปยัง ‘ภูเขาหนอน’ ไม่ต่างอะไรกับนักศึกษาจบใหม่และคนทำงานที่ไต่อยู่บนภูเขาหนอนก่อนหน้าน้นับล้านคน

ภูเขาหนอนกองที่ฉันกำลังไต่ แม้ว่าจะไม่ใช่ภูเขาหนอนที่เต็มไปด้วยฝูงหนอน แออัดยัดเยียดมากมาย แต่อาจไม่ได้สูงตระหง่านเท่าภูเขาหนอนกองอื่นๆ อีกนับล้านนับแสนกอง แต่มีบางภาพที่เป็น ‘ธรรมดา’ ของการไต่ขึ้นสู่ภูเขาหนอน คือการเหยียบ การย่ำ การเขี่ย การถีบหนอนตัวอื่นๆที่ขวางอยู่บนทางเดินไปสู่ยอดภูเขา

หนอนตัวใดอ่อนล้าโรยแรง กำลังวังชาเริ่มเสื่อมถอยลงก็จะถูกหนอนตัวอื่นที่เป็นหนุ่ม เป็นสาวกว่า แข็งแรงกว่า เหยียบย่ำข้ามไป การหยุดช่วยเหลือหนอนที่กำลังล้ม หรือหลีกเลี่ยงการเบี่ยงเส้นทางเพื่อจะได้ไม่เหยียบลงไปบนหัวของหนอนตัวอื่น อาจทำให้หนอนตัวนั้นไต่ไปถึงจุดหมายปลายทางได้ช้าลง


แน่นอน หนอนที่จะขึ้นไปยืนอยู่บนยอดภูเขาหนอนได้สำเร็จ คือหนอนที่มุ่งมั่นกับการไต่ขึ้นไปบนยอดสูง ไม่สนใจเสียงร้องไห้คร่ำครวญ หรือเสียงร้องขอความเห็นใจจากหนอนตัวอื่นๆ ไม่สนใจแม้จะต้องเขี่ย หรือถีบหนอนบางตัวให้กระเด็นตกลงไปจากกองภูเขาหนอน
และเมื่อไต่ขึ้นไปบนยอดสูงได้ก็จำต้องยึดที่ยืนไว้ให้แน่นหนา เพราะยิ่งสูงขึ้นไป พื้นที่ยอมมีน้อย หากยึดไม่แน่นก็อาจถูกหนอนตัวอื่นๆที่อยู่ล่างลงไปดึงทึ้งลงมา เพื่อจะได้ขึ้นไปยืนแทนที่ หรือหากไม่แข็งแรงพอก็อาจถูกลมกระโชกพัดจนตกลงมาได้
“เส้นทางแห่งความหมาย” เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องราวของการค้นหา “ความหมายของชีวิต” ของหนอนขี้สงสัยสองตัวที่อยากรู้ ว่าหนอนเกิดมาบนโลกนี้เพื่ออะไร
‘หนอนแก้ว’ เลือกไต่ไปบนภูเขาหนอน เช่นเดียวกับหนอนตัวอื่นๆอีกหลายล้านๆๆๆๆ ตัวที่เชื่อ (ใครก็ไม่รู้) ที่บอกว่าการสามารถขึ้นไปบนจุดสูงสุด บนยอดกองภูเขาหนอนนั่นแหละที่เป็น ‘ความหมาย’ แห่งการมีชีวิต
ขณะที่ ‘หนอนนวล’ เลือกหันหลังให้กับกองภูเขาหนอน และมุ่งมั่นที่จะค้นหาความหมายของการมีชีวิต จนค้นพบว่าหนอนเกิดมาเพื่อจะเป็นผีเสื้อ ที่มีอิสระในการโบยบิน

แต่ก่อนที่จะเป็นผีเสื้อ หนอนจำเป็นต้องผ่านการเป็นดักแด้ และดักแด้บางตัวก็ตายเสียก่อนที่จะได้เป็นผีเสื้อ


ข่าวการปลดคนงานตามที่ต่างๆทั่วโลกกลายเป็นเรื่อง ‘สะดุดใจ’ ฉันอย่างจัง
บางทีฉันเองก็ควรหาทางลงจากกองภูเขาหนอน และหาเส้นทางการก้าวไปสู่การเป็น ‘ผีเสื้อ’ เสียที
![]()
หมายเหตุ:
เนื้อเรื่องคัดลอกจากนิตยสารดิฉัน ฉบับวันที่ 15 มีนาคม 2552 คอลัมน์สะดุดตา-สะดุดใจ เขียนโดย กัญญา
ภาพจาก http://wechange.seubsan.net/
ขอขอบคุณแหล่งที่มาทั้งสองแหล่งค่ะ
เขียนโดย xanax71 ที่ 2009-03-12 23:30:29 น. 37 ความคิดเห็น
เลือกบางอย่างในสิ่งที่แตกต่างจากหนอนกลุ่มใหญ่ :)
สวัสดียามดึกค่ะพี่
จำได้ว่า ถ้าวันใดที่ท่านxanax
เขียนบล็อก สองบล็อกในวันเดียว
แสดงว่าเจ๊กำลังรมณ์แย่.....
ต้องหาทางระบาย
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเรามัก
มองหนอนสู่พัฒนาการไปเป็นผีเสื้อ
แทนที่จะย้อนจากหนอนกับไปสู่
เม็ดไข่ ไม่พัฒนาแต่กับไปอยู่
ในไออุ่นที่เคยมาอีกครั้ง เพิ่งลงน้ำหยกๆ
จากเรื่องที่แล้ว มาคราวนี้ท่านชวนโบยบิน
ไปเสียแล้ว..........
ใช้ชีวิตตามสิ่งที่ชอบเท่าที่มีได้ให้มีความสุขกันเถอะ
งัยอัพรูปไม่ผ่าน เสียเชิงชายหมด

สวัสดีจ้ะหนูอ้อม
เห็นด้วย..ไม่ไหลไปตามกระแสดีกว่า
ตอนนี้พี่กำลังจะเป็นดักแด้ ไม่รู้จะเป้นผีเสื้อรึเปล่าน่ะสิ
อ้อมยังไม่นอนรึ
:)
คุณ Chan
คำถามคุณ Chan..ไม่รู้จะตอบยังไง ถ้ายังสงสัยในเรื่องของหนอนกับผีเสื้อ คงต้องไปพิสูจน์เอง แต่ระวังจะเจอหนอนแมลงวันนะ 5555
สำหรับอัพบล็อคสองบล็อคในวันเดียว...ไม่ผิดปกติหรอก แค่อยากเล่า อิอิ
จะอัพแบบเทกระจาดก็เกรงพระทัยท่านๆ น่ะค่ะ
;p
เช้านี้อากาศดีจริงๆ ครับคุณเมย์
วันนี้ ย้ายห้องทำงานมานั่งระเบียง น่ะครับ
เปลี่ยนวิวทำงานบ้างก็ดีเหมือนกันนะครับ
ถ้างั้นพี่ก็เป็นหนึ่งในหนอนที่หันหลังให้กับภูเขาหนอน ชีวิตที่หันหลัง คือความอดทนแต่เป็นการอดทนเพื่อตัวเราเองทั้งหมดค่ะ ไม่มีส่วนแบ่งให้องค์กร ให้นาย ให้ลูกน้อง และถ้าเราเลือกความพอเพียงเป็นหลังในการก้าวเดิน ในทุก ๆ ย่างก้าว ของการเดินทั้งพื้นราบ หรือ ทางขึ้น ทางลง เราจะเดินได้ด้วยใจที่เปี่ยมสุขนะคะ พักใจให้พอแล้วเดินต่อด้วยใจด้วยกายของเราค่ะ เชียร์
อยู่ตรงไหนก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ขอให้เรามี'ความสุข'ก็พอค่ะพี่เมย์
เกิดมามีชีวิตเดียว ใช้ให้คุ้มเน้อ !!
ปล. บอกกับตัวเองด้วย เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกสับสนกับอะไรบางอย่าง 555
สวัสดีค่ะน้องเมย์ เป็นหนอนนวลค้นหาตัวเองก็สนุกดีนะคะ แล้วจะแปลกใจตัวเองมากเลยค่ะ
^___^
พี่ตูนนั่งที่ระเบียงเฉพาะตอนเช้าใช่มั้ยคะ คงไม่นั่งช่วงบ่ายนะ หน้านี้ เดี๋ยวเกรงว่าจะเกรียมได้ง่ายๆ
พี่เจคะ
ตอนนี้กำลังเป็นหนอนเลยค่ะ มีหนอนที่เป็นตัวเอกสองตัวคือ หนอนนวลกับหนอนแก้ว แต่ท่าทางจะเป็นหนอนนวลมากกว่า
นับวันรอเป็นดักแด้ค่ะพี่
และฝันว่าจะได้เป็นผีเสื้อ...จะเป็นผีเสื้อสีไหนน๊า :)
ขอบคุณค่ะพี่เจ
ใช้จ้ะกล้วยกวน ขอให้มีความสุข
และความสุขของเรากับความสุขของคนอื่นอาจจะไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถเอาตัวเราไปตัดสินคนอื่นได้
อย่างไรก็ดี..คงไม่อยากปีนภูเขาหนอนต่อแล้วล่ะกล้วย
ไม่ไหวแล้ว
ข้างบนมันมีอะไรดีนักหนาก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
:)
ขอบคุณ ข้อมูลดี ๆ ทำให้นึกถึงตอนเรียนหนังสือค่ะ
ไม่เคยอ่านเลยค่ะ
แต่เรื่องน่ารัก ให้ข้อคิดมากเลยนะคะ
อยากอ่านมากเลยหากตัวเอกจะไม่ใช่หนอน--ฉันกลัวหนอนอ่ะคุณเมย์ :P
เรื่องของหนอนที่ช่างขวนคิเสียจริง
คนเขียนรังสรรจินตนาการ หลอกล่อมนุษย์ให้อ่าน
โดยอุปมาให้หนอนเป็นตัวเอก บางที่เรื่องเช่นนี้
หากมีตัวละครเป็นคน ก็งั้นๆนะคะ ...
พอเป็นหนอน มันช่างน่ารักเสียจริง...
วิถึชีวิตแบบหนอนๆ ก็น่าสนใจสำหรับมนุษย์...
ขอบคุณคุณเมย์ฝากข้อคิดวันหยุดค่ะ...วันนี้ไม่ร้อนจัด
เท่าบางวัน สุขสันต์วันหยุดค่ะคุณเมย์ :)
"พี่หนอน อเธนาส"
when we get 'congrats'...is that an accomplishment and social prestige judged by someone that we really seek and lean for ...?
![]()
อิ อิ ..
ขอโทษ วันนี้พี่ หยุดหนึ่งวัน
วันหยุดของพี่คนเดียวค่ะคุณเมย์
วันนี้ วันสบายๆ เพิ่งได้เข้าบล็อกค่ะ
:))
สวัสดีค่ะพี่ Sept ที่คิดถึง
คาดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น
รู้สึกตื่นเต้นอยู่เหมือนกันค่ะ
ไม่รู้จะเป็นยังไงเนอะ
จะเป็นผีเสื้อที่บินได้รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ
ขอบคุณมากค่ะพี่ :)
สวัสดีค่ะพี่เลดี้
ทำไมคิดถึงตอนเรียนหนังสือเลยล่ะคะ ย้อนกลับไปไกลเลยนะคะพี่ขา
555
สวัสดีจ้าน้องดาว
เห็นด้วยๆ เรื่องน่ารัก พออ่านแล้วรู้สึกว่า
"ใช่เลยๆๆๆๆ"
นานๆเข้ามาที ดาวสบายดีนะ
:)
คุณมอร์น
เมย์ก็กลัวหนอนเหมือนกัน ตอนแรกก็งงว่าทำไมต้องเป็นหนอนด้วย ทำไมต้องเอาหนอนมาเปรียบกับอะไรหลายๆอย่าง เช่นหนอนหนังสือด้วย
หนอนจริงๆน่ากลัวแต่หนอนแก้ว-หนอนนวลน่รักนะคุณมอร์น
:)
สวัสดีค่ะพี่ athenaz
ดีใจที่แวะเขามา พี่หายไปนานเหมือนกันนะคะ
สำหรับเรื่องหนอนในวันนี้..เอาไว้เตือนสติ สะกิดใจตัวเองได้ดีมากทีเดียวเชียวค่ะ เวลาใครเค้ามาพูดอะไรเมย์ก็จะนึกถึงภูเขาหนอนนี่แหละ
ขอบคุณมากค่ะพี่ :))
เลิกป่ายปีนขึ้นภูเขาหนอนแล้วค่ะ
นั่งทำงานอยู่กับบ้าน
และรับจ็อบทำรายการ TV ก็ไม่มีแข่งขันแบบงานประจำ
ไปแป๊บๆ ก็กลับบ้าน
ตอนนี้กำลังอยากทำผลิตภัณฑ์ของตัวเอง...
(เรียกซะโก้---จริงๆ อยากทำของขายก๊อกๆแก๊กๆง่ะ)
พี่ฮอลล์คะ ดีจังๆ
เนื่องจากพี่รู้แล้วใช่มั้ยคะว่า บนภูเขาที่ปีนป่าย มันไม่มีอะไร 555 หรือปีนภูเขาผิดลูก ;p
สำหรับเรื่องที่พี่เล่า...น่าอิจฉาจัง
มีแต่คนเป็นห่วงเมย์ว่าจะไปอยู่ต่างจังหวัดได้เหรอ
เมย์บอก อยากอยู่แบบสงบๆ...ชีวิตนี้จะเอาอะไรมาก
สุขใดเกินสงบเป็นไม่มี
พี่ฮอลล์เห็นด้วยมั้ยคะ
:)
ตอนนี้ เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังถึงขาลงค่ะ คุณเมย์ เราทุกคนต้องพยายามหาทางเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสนะคะ
เพื่อทำให้ตัวเราเองอยู่รอด...เป็นบทความที่ดีค่ะ
แต่ดิฉันไม่ชอบหนอนเลยค่ะ ให้ตายเห่อะ!
แม้แต่ภาพตัวหนอนที่เป็นการ์ตูน และกองภูเขาหนอน
ดูแล้วขนลุกนะคะ อะจึ๋ย!^__^
สวัสดีค่ะคุณ Nabhasan
มีคนบอกเมย์ว่า ยิ่งไม่ชอบยิ่งได้เจอค่ะ อิอิอิ
ระวังคืนนี้ฝันถึงหนอนนะคะ
55555
ขอบคุณที่แวะมานะคะ :)
.. เส้นทางแห่งความหมาย ..
นึกว่าคำนี้..เป็นสโลแกน..ของ BLOG นี้ครับ
ฟังดูดีจัง..!
อัญชัญต้า
อะไรเอ่ย แดกโกเต็ก
ถุงยางเต็มทำเนียบ ตอนพธม.ยึด
ศาสดาเสกน้ำมนต์ รดหัวสาวก
แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง
สวัสดีค่ะคุณซาตาน
หนอนรถด่วน...น้องสาวเมย์ก็ชอบค่ะ
แต่เมยืไม่เอาด้วย กลัวอ่ะกลัว
ดูได้แต่รูปวาด เพราะเห็นหนอนก็แหยงๆเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นหนอนที่มันยังกระดึ้บ กระดึ้บได้นะ
กึ๋ยยๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะคุณ อัญชัญต้า
เอาไว้เป็นความหมายแบบนัยๆ ดีมั้ยคะ 555
คงสโลแกน..Out of Control ดีกว่า
ว่าแต่ว่า คุณ อัญชัญต้า ทราบที่มาที่ไปของ Out of Control มั้ยคะ
ถ้าอยากทราบจะเล่าให้อ่าน อิอิอิ
ขอบคุณค่ะ
สวัส (ไม่)ดีค่ะ คุณ h
ข้อความในคอมเมนต์ของคุณ h
คิดว่าคุณ h คงตอบเองได้ค่ะ คงไม่ต้องมาถามคนอื่นหรอก เพราะคนอื่นเขาไม่อยากตอบหรอกนะคะ เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับ "เส้นทางที่มีความหมายเลย"
นี่ถ้าเป็นข้อสอบ คุณ h คงได้คะแนน o หรือ ติดลบด้วยซ้ำ เนื่องจากตอบไม่ตรงคำถามค่ะ ...เคยผ่านสนามสอบมาบ้างมั้ยคะนี่ แล้วอาจารย์เคยบอกคุณ h แบบนี้มั้ยคะ
หรือว่า ชีวิตนี้ไม่เคยผ่านสนามสอบมาเลย
ป.ล. ถ้าสละเวลา มาเคาะแป้นพิมพ์ พิมพ์คอมเมนต์แบบนี้ได้ รบกวนสื่อสิ่งที่สร้างสรรค์ออกมา สู่สาธารณชนหน่อยเถิดค่ะ จะขอบคุณมากเลย
ในสมัยเด็กอีกแล้ว (อย่าเพิ่งเบื่อนะจ๊ะ ในที่นี้หมายถึงช่วงทำงานปีแรกๆค่ะ) รู้สึกว่าตัวเองตั้งใจทำงานมากเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ มั่นใจมากว่าสิ่งที่ตัวเองทำดีที่สุด เด่นที่สุด เจ้านายถูกใจ และมันก็เป็นอย่างที่ตั้งใจ ได้เลื่อนขั้นได้เงินเดือนที่ดี เลยหลงลืมตัวมองคนอื่นๆที่ทำไม่ได้อย่างที่เราทำว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่รู้จักเสียสละเพื่อองค์กรณ์ โดยลืมไปว่าทุกคนมีเหตุผลและความจำเป็นต่างกัน จนวันหนึ่งได้เปลี่ยนหน้าที่ไปอีกหน่วยงานหนึ่ง ด้วยความคิดเดิมคือตั้งใจทำอย่างเต็มที่ แต่ผลตอบแทนกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด ขั้นเงินเดือนที่ได้รับเทียบเท่ากับคนที่ถูกลงโทษของหน่วยงานเก่า และเป็นเช่นนี้ติดกัน๓ปีซ้อน ในระยะแรกทำใจไม่ได้ ตีโพยตีพาย แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น โชคดีที่คุณแม่เป็นคนศึกษาธรรมมะมานาน จึงได้สั่งสอนหลายอย่างเลยสงบลงได้ สุดท้ายในปีหลัง (ถึงไม่ได้ขั้นที่ดีแต่ยังคงทำงานเต็มที่อยู่เหมือนเดิมค่ะ) เจ้านายเริ่มมองเห็นเลยได้เลื่อนตำแหน่งแทน แต่เงินเดือนไม่ขึ้นเพราะเจอพิษเศรษฐกิจพอดี และก็เลยได้ศึกษาธรรมมะไปด้วยเลย ทำให้จิตใจสงบและมองเห็นข้อบกพร่องของตัวเองมากมายกว่าที่เรามองเห็นของคนอื่นเสียอีก เข้าใจเขาและเรามากขึ้น ไม่คิดถึงข้อเสียของคนอื่นๆอีกต่อไป เพราะทุกคนมีเหตุผลของตัวเองที่คนอื่นไม่จำเป็นต้องเข้าใจ
สวัสดีค่ะคุณ hakung
ไม่เบื่ออ่านค่ะ เขียนมาเถอะ ชอบๆๆๆๆ
สิ่งที่คุณ hakung เล่ามาให้อ่านเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่ออีกหลายๆคนที่เข้ามาอ่านค่ะ คุณแม่ก็น่ารักมากเลยนะคะ ถือเป็นโชคดีที่มีคุณแม่คอยให้สติด้วย
แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ ยังทำงานที่เดิมรึเปล่า...
เมย์ว่าข้อคิดเหล่านี้ คุณ hakung คงไม่ลืมที่จะถ่ายทอดให้ลูกน้องแน่นอน
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับเรื่องราวที่ดีที่แบ่งปันมา :)
เส้นทางที่มนุษย์เลือก 1.แก่งแย่งแข่งขัน 2.อยู่อย่างพอเพียงเรียบง่าย ทั้ง 1 และ 2 ก็ยังทุกข์ไม่วาย เป็นเรื่องของมนุษย์ ปุถุชน 3. มนุษย์สามารถก้าวข้าม 1 2 ได้ ก้าวเข้าสู่โลกอริยะ (การบรรลุธรรม จนกระทั่งถึงนิพพาน หรืออรหันต์) ด้วยการกล้าตัดสินใจ และมีกัลยาณมิตรคอยให้ความช่วยเหลือ
สวัสดีค่ะคุณจ่า
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับเส้นทางอริยะนะคะ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัตตังเวทิตัพโพ (รู้ได้ด้วยตนเอง) ก็เป็นคุณสมบัติหนึ่งของอริยชนทั้งหลาย ใช่มั้ยคะ
ขอบคุณมากค่ะ