header image
 

.. กว่าจะถอดหมวกขาว ..

 

 

 

.

 

 

                  ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกับคำว่า วันสุดท้าย” 

 

           คำนี้ฟังไปฟังมันดูไม่ค่อยดีเลย สำหรับบางสถานการณ์ เช่น ที่สุดท้าย เพราะมันก็มีความหมายต่างกันสุดขั้วกับคำว่า ที่หนึ่งหรือคนแรก แต่สำหรับบางสถานการณ์คำนี้ก็เป็นคำที่ดีกิโลเมตรสุดท้ายแล้ว หรือเมตรสุดท้าย เดี๋ยวก็ถึงเส้นชัยแล้ว เป็นเช่นนี้เสมอ สำหรับคำหนึ่งคำ การตีความอยู่ที่ประสบการณ์หรือสถานการณ์ที่พบเจอในเวลานั้น และที่สำคัญอยู่ที่ทัศนคติของคนที่ตีความ 

 

           ฉันมีสถานภาพลูกจ้างในสถานที่ทำงานแห่งนี้เป็นเวลา 5,844 วันเต็มๆ ตั้งแต่เรียนจบในปี 2536 ในวิชาชีพพยาบาล ฉันก็ไม่เคยเปลี่ยนที่ทำงานเลย สามารถบอกได้ว่า ฉันเป็นลูกจ้างที่ซื่อสัตย์คนหนึ่งขององค์กรมีบางคนบอกว่าคนที่ซื่อเกินไป ตรงเกินไป ดีเกินไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนโง่คนหนึ่ง 

 

           แม้ว่าทำงานในที่เดิม แต่พออายุงานมากขึ้น ความรับผิดชอบที่จำเป็นต้องมีมากขึ้น เราไม่สามารถยืนอยู่กับที่ได้ ถึงแม้ว่าใจรักก็ตาม มีคนบอกว่าอนาคตมันวิ่งไล่หลังเรามาทุกวันๆ ในเมื่อเรายินยอมที่อยู่ในระบบนั้น เราจำเป็นต้องลื่นไหลไปตามระบบ คำว่าพัฒนา มันไล่เรามาทุกวินาที พัฒนาของคนอื่นอาจจะคนละพัฒนาของเราก็ได้ 

 

           นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน ฉันได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง แต่ฉันไม่สามารถพูดได้ว่า หาอะไรเหล่านี้จากที่อื่นไม่ได้เพราะฉันเองก็ไม่เคยอยู่ที่อื่นมาก่อน นอกจากที่นี่ ฉันมักจะเคยได้ยินหลายคนพูดว่า หาอะไรแบบนี้จากที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว นอกจากที่นี่ แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ 

 

           คนอื่นอาจจะได้อะไรจากที่อื่นเยอะเหมือนกัน!! 

 

           วันนี้เป็นโอกาสดีที่ฉันเข้าไปร่ำลาใครหลายต่อหลายคน (จริงๆก็ลามาบ้างแล้วล่ะตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว) บางคนก็ดีใจกับฉัน แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่บางคนให้ข้อคิดฉันในมุมของตัวเอง มุมที่ตนเองบอกว่า ตนประสบความสำเร็จแล้ว และคิดว่าฉันล้มเหลว ฉันบอกว่าฉันไม่ได้คิดว่าฉันล้มเหลว ผู้ใหญ่ท่านนั้นชวนฉันเข้าสู่ระบบขายตรงในสินค้าที่ตนคิดว่าเลิศที่สุดในปฐพีแล้ว (ฉันว่าใครที่อยู่ในธุรกิจนี้ ก็มีความคิดเดียวกับผู้ใหญ่ท่านนี้เช่นกัน) ฉันยิ้มเฉยๆและนึกสงสารคนที่อยู่ตรงหน้า รวมถึงคนที่ตกเป็นทาสของธุรกิจแบบนี้ การพยายามดึงเงินจากกระเป๋าคนอื่น เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของพวกเขาซึ่งบางทีเขาลืมคำว่า ละอาย’ 

 

           ผู้ใหญ่หลายคนก็ไม่รู้ตัวว่าทำตัวให้เด็กไม่นับถือเสียแล้วไม่เป็นไรค่ะ คนที่ควรค่าแก่การนับถือยังมีอีกเยอะ 

 

           ฉันว่าสิบหกปีมันผ่านไปเร็วเหมือนกัน ถึงผ่านไปห้าพันกว่าวัน ฉันก็ไม่ลืมวันที่ฉันเข้าสู่การวงการของโรงพยาบาลในวันแรก ย้อนกลับไปอีกนิด วันที่ฉันได้หมวกขาวมาสวม กว่าจะสวมหมวกขาวในสมัยนั้นได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคหลายๆอย่างจนเรียนจบมาได้ กว่าจะเข้ามาทำงานในองค์กรที่คิดว่าดีเยี่ยม และกว่าจะถอดชุดขาวออก และเข้ามาศึกษางานอื่นๆในสายงานบริหาร และกว่าจะถึงวันนี้ วันที่มีอิสระในความคิดเต็มที่ มันไม่ใช่เรื่องง่าย 

 

           ความสุข ความทุกข์ ความดีใจ เสียใจ ผิดหวัง หรือภาคภูมิใจ สิ่งเหล่านี้ ฉันได้รับมาหมดในสถานที่ทำงานแห่งนี้ จริงๆฉันควรขอบคุณทุกๆคนที่ผ่านเข้าในชีวิต ที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้ในสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด 

 

           ฉันกำลังนึกถึง วันที่ 31 มีนาคม ของ 16 ปีที่แล้วตอนนั้นฉันกำลังทำอะไร ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ใส่ชุดขาวที่ตัดมาใหม่ รองเท้าใหม่ หมวกขาวใบใหม่ เพื่อที่เริ่มทำงานในรุ่งขึ้นวันถัดไป และเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งต่างๆมันได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว…การทำงานอยู่ในโรงพยาบาลหาใช่การดูแลคนไข้อย่างเดียวไม่…ปรัชญาการดูแลคนไข้ในระบบสุขภาพ มันคงตายไปกับกาลเวลาแล้วกระมัง!!?!!

 

           …

 

 

           นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ถามว่าฉันตื่นเต้นหรือไม่ที่ฉันจะบอกลาชุดขาว หมวกขาวที่ฉันเคยสวมใส่ ฉันคงตอบได้ว่า คนละความรู้สึกกันความรู้สึกในขณะนี้คือ ดีใจระคนใจหาย ปนมากับความรู้สึกที่เป็นอิสระ 

 

           เพราะฉันได้เลือกทางเดินของฉันแล้ว และถึงแม้เป็นวันสุดท้าย แต่นั่นไม่ใช่วันสุดท้ายของชีวิต มันเป็นเพียงเป็นการเริ่มต้นเท่านั้น และตราบใดที่ฉันคิดว่าฉันยังมีเรี่ยวแรง

 

 

              ฉันก็จะเดินต่อไป…ในเส้นทางที่ฉันเลือกเดิน

 

           

 

             ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต

 

 

 

 

~ by xanax71 on March 31, 2009 . Tagged: , , , , ,



41 Responses to “.. กว่าจะถอดหมวกขาว ..”

  1.   xanax71 Says:

    เราโบกมือลางานเองน่ะค่ะพี่ฮอลล์…
    ยึดหลักที่ว่า ขอเดินออกมาก่อน ดีกว่าเขาเดินออกไป อิอิ

    ในชีวิตเราก็เหมือนกัน..ไม่ชอบให้ใครเดินออกไปก่อน เราต้องเป็นฝ่ายไปก่อน 555

    ช่วงนี้ขอพักจากงานค่ะ ขอทำงาน(วิจัย)ให้เสร็จก่อน ค่อยไปลุยงานอีกงานที่ตั้งใจไว้

    ขอบคุณค่ะพี่ฮอลล์

    :)

  2.   pijika Says:

    ให้ตายซิ…
    พี่ไม่เคยทำงานไหนได้ถึง 16 ปีเลย

    แค่ 2 – 3 ปี ยังผูกพันแทบตาย
    แล้ว 16 ปี จะขนาดไหน

    งานที่หลุดลอยไปในวันที่ 31 มีนาคม เช่นกัน
    ก็นับว่านานนะคะ… เกือบ 7 ปี นี่นับว่านานสุดๆละ

    เดินทางต่อไปค่ะ…
    ไม่มีอะไรเกินค้นหา…

    (ยังหาเหมือนกัน)

    ยังดีนิด พี่มีงานจ็อบ (แต่มาประจำ)
    และงานเขียน ที่ทำตามใจชอบ อยู่แล้ว
    อะไรที่หลุดไป ก็ไม่ถึงกับตกใจว่าตกงาน หรือต้องหางานใหม่
    เพราะงกค่ะ ทำทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา…

    โชคดีนะคะ…

  3.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่รัตน์

    เก็บไว้ในความทรงจำค่ะพี่
    มีสิ่งที่ได้เป็นความรู้เยอะเหมือนกัน..

    วันนี้เป็นวันที่รู้สึกเป็นอิสระจากงานเดิมค่ะ แต่ก็ไม่ได้ว่างเสียทีเดียว เพราะต้งอลงสนามวิจัย วันนี้ไปนั่งคุยกับคนไข้ที่รามาฯ ได้เห็นบรรยากาศของโรงพยาบาลของรัฐฯ

    เกิดการเรียนรู้เรื่องสัจธรรมบนโลกใบนีอีกเพียบเลยค่ะพี่

    ขอบคุณพี่รัตน์ที่แวะมาเยี่ยม ขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วยนะคะ…ว่าแต่พี่รัตน์จะรับเมย์ไปอยู่ด้วยคนมั้ยคะนี่
    5555

    พูดเล่นค่ะพี่ :)

  4.   henggy Says:

    ไม่นึกว่าจะได้อ่านบทความที่ต้องถอดความรู้สึกนึกคิด ความผูกพันกับสถานที่ทำงานเริ่มต้นของเรา ด้วยเวลาที่ล่วงมาถึง 16ปี ยาวนานจนน่าใจหายแทนเลย

    แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยังมีหนทางอีกมากมาย ที่รอเราก้าวเดินต่อไป เป็นกำลังใจห้น้องเสมอ

    รวมพลังใจพลังกาย สู้ต่อไปค่ะ พี่เชื่อมั่นน้องเมย์ค่ะ

  5.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่ Sept.

    ท่าทางจะจริงอย่างที่พี Sept ว่า
    จิตวิญญาณ ผูกติดมากับคำว่าตัวตนค่ะพี่
    ถูกหล่อหลอมมาจากวงการหมวกขาวถึงยี่สิบปี (16 ปีบวกเรียนอีก 4 ปี)ไฉนจะถอดออกได้
    งั้นเวลาที่เหลืออยู่ เมย์ขอเรียนรู้ ทางอื่นบ้าง…เอาสิ่งที่บ่มเพาะเรามา บวกกับการเรียนรู้ในทางอื่น คงพอจะผสมกลมกลืนกันไปได้ เนอะพี่เนอะ

    ขอบคุณมากค่ะพี่ Sept :)

  6.   septimus Says:

    พี่เชื่อว่าสำหรับน้องเมย์…หมวกขาวถอดออกได้ แต่จิตวิญญานไม่ได้ถอดออกตามหรอกค่ะ

    เป็นกำลังใจให้กับทางเดินสายใหม่นะคะ น่าจะสนุกและท้าทายมากใช่ไหมคะ

    ^____^

  7.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่พี่กระเทียม

    ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก ไม่ใช่เหรอคะ อิอิ
    ขอบคุณค่ะพี่ ดำเนินชีวิตให้มีความสุขดีกว่า…

    เมย์ว่าสิ่งหนึ่ที่ทำให้เมย์เลือกเดินออกมาจากเส้นทางเดิมเพราะคนไข้ค่ะ ดูแลคนไข้มะเร็ง เห็นทุกข์ของคนไข้กลุ่มนี้แล้วเราไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้มาก เพราะองค์กร (เอกชน)มันกรอบเราไว้ค่ะ…หลายเรื่อง มันขัดแย้งกับความรู้สึก และตัวตนของเราค่ะพี่

    ดังนั้น เดินออกมาเพื่อทุ่มเวลากับการทำวิจัยเรื่องนี้ให้เต็มที่ดีกว่า อีกอย่างคือ มีหลายอย่างที่อยากทำค่ะ คงมีโอกาสได้ทำเสียที

    ขอบคุณมากค่ะพี่กระเทียม :)

  8.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ nuno ณ หาดใหญ่

    ขอบคุณค่ะ มาช้าก็ดีกว่าไม่มา เนอะๆๆๆๆ
    ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ส่งมาเป็นข้อความนะคะ หนทาวข้างหน้า เป็นหนทางที่ท้าทายจริงๆแหละ

    :)

  9.   kratium Says:

    Live is a long journey.. you’ll stop either when you get tired or you have peace in mind..

    no matter in what category you are.. take good care of yourself and be happy..

  10.   nunohatyai Says:

    “..ทางข้างหน้า ล้วนท้าทาย
    มุ่ง ก้าวมั่น สู่จุดหมาย อย่างมั่นคง..” ชะเอิงเอย.

    :) มาแย้ม ทีหลังคงไม่สาย คนสุดท้ายมั๊ยยย เนี่ยยย zzz..

  11.   xanax71 Says:

    โอเคค่ะคุณ Chan

    อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถลืมบทเรียนที่เราเรียนไป
    ถ้าลืมก็สอบตกน่ะสิ

    จริงมั้ยคะ 555

    ยังไงก็ขอบคุณมากค่ะ

  12.   chanpanakrit2 Says:

    อดีตที่ผ่านพ้นไปเป็นประสบการณ์
    สานต่อสิ่งที่ดีข้างหน้า ว่ากันด้วย”ปัจจุบัน”

    ไม่งั้นเราจะติดอยู๋กับวังวนในอดีต
    จนลืมไปว่าเรายังเหลืออนาคตที่รอเราอยู๋

  13.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณพรายพิลาส

    ตอนแรกเมย์คิดนะคะว่า’ไม่มีอะไรจะเสีย’แล้วค่ะ
    และที่สำคัญ ช่วงหลัง ทั้งทุกข์ ทั้งเสียใจ จนสุขภาพทั้งกายทั้งใจย่ำแย่..

    เอาล่ะ จุดเปลี่ยนจุดนี้ อาจนำเมย์ไปเจอโลกที่กว้างใหญ่ขึ้นค่ะ คิดว่าทีสิ่งที่อยากทำอีกเยอะ…ยิ่งไอเดียบรรเจิดๆอยู่ ตอนนี้กรอบไม่มีแล้วค่ะ พร้อมจะบินแล้ว

    ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ :)

  14.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่เอ๋ที่น่ารัก

    ต้องใช้เวลาหน่อยค่ะพี่ เดี๋ยวจะพยายามเลือกๆบันทึกเก่าๆ ตั้แต่ที่เริ่มเขียนมาน่ะค่ะ ไปเสนอเค้า ไม่รู้เค้าจะรับรึเปล่า

    เพราะบันทึกของเมย์ ช่างธรรมดาเสียเหลือเกิน ภาษาสวยๆก็เขียนไม่เป็น เหมือนเด็กเขียนเรียงความเลย พี่เอ๋ว่าเขาจะไม่ไล่ตะเพิดเมย์เหรอคะนี่

    ยังไงก็ขอบคุณมากค่ะพี่ ที่เป็นกำลังจายยยย

    :)

  15.   prypilas Says:

    ชีวิตมักหนีไม่พ้นความเปลี่ยนแปลง
    ซึ่งบ่อยครั้งที่ความเปลี่ยนแปลงนำสิ่งดีๆ มาให้
    ขอให้คนเมย์ พบเจอกับสิ่งดีๆ เหล่านั้นนะครับ :)

  16.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่ตุ๊ก

    มีหลายสิ่งที่น่าจดจำ..สิ่งดีก็เก็บไว้ แต่สิ่งไม่ดีก็เก็บไว้เตือนใจใช่มั้ยคะ
    เมย์ได้เรียนรู้บทเรียนหลายบทค่ะพี่กับที่นี่ คนน่ารักและรักเราก็เยอะค่ะ แต่คนที่ไม่น่ารักก็มีเหมือนกัน

    แต่ก็ต้องขอบคุณคนเหล่านั้น เพราะถ้าไม่เจอก็ไม่รู้

    ขอบคุณค่ะพี่

  17.   xanax71 Says:

    ต้องสู้อยู่แล้วค่ะคุณเล็ก
    อย่างน้อยก็สู้กับตัวเอง (มีคนบอกว่าเมย์อ่อนแอเกินไปด้วยนะเนี่ย 5555…จริงๆน้ำตาก็ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความอ่อนแอเสมอไปจริงมั้ยคะ

    เสียความรู้สึกมากๆกับผู้ใหญ่บางคนที่เขียนถึงด้วยค่ะ เสียความรู้สึกครั้งแล้วครั้งเล่า…ช่างเหอะค่ะคุณเล็ก อีกหน่อยสวรรค์คงสอนเขาเอง

    สำหรับเมย์ มีทางเดินของเมย์ เมย์คงเดินตามทางเดินนั้นแน่นอน

    :)

  18.   xanax71 Says:

    ขอบคุณค่ะคุณบัวธรรม

    ชอบอันนี้จัง

    “GO ON for the optimum

    Change is the ultimatum”

    :)

  19.   xanax71 Says:

    ขอบคุณนะคุณ pastime

    เด้อค่ะเด้อ

    :)

  20.   natayaa Says:

    อ่านแล้วอินไปด้วยเลยค่ะ

    อย่างที่ว่า ขนาดพี่ยังแอบมีใจหายด้วยเลย

    แถมเพลงก็เข้ากับเรื่องซะ

    สุดยอด…ช่วยออกหนังสือหน่อยเถอะค่ะคุณน้อง

    เขียนเก่งจริงๆ

  21.   peacock Says:

    วันสุดท้ายของสถานที่แห่งหนึ่ง มีความทรงจำที่ดีเสมอเก็บแต่ส่วนที่น่าจดจำไว้นะคะน้องเมย์ ก้าวไปอีกสถานที่หนึ่งเราก็ก้าวไปสัมผัสกับผู้คนและสิ่งใหม่ๆ ขอให้พบแต่สิ่งที่รอคอย..สิ่งที่อาจฝันอีกมุมหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในหัวใจมานานแสนนาน…
    คิดแล้วก็น่าใจหายไม่น้อยใช่มั้ยค่ะ ความผูกพันกับช่วงเวลาที่ยาวนาน…ขอให้น้องเมย์โชคดีนะคะ…แต่เราคงได้เจอกันและอยู่ใกล้ๆ กัน พอที่จะเหลียวมองหากัน ณ ที่แห่งนี้อยู่ใช่มั้ยจ๊ะ…โชคดีค่ะน้องเมย์

  22.   conqueror Says:

    ในวิกฤต มีโอกาส
    และในโอกาส ก็มีวิกฤต

    ดังนั้นช่วยกันพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสกันเถอะค่ะ
    สู้ๆ อยู่แล้วใช่มั๊ยคะ คุณเมย์ ^^

  23.   buadhram Says:

    สิบหกปีแห่งความหลัง
    ทั้งรัก ทั้งชัง
    ทั้งหวาน และ ขมขื่น

    GO ON for the optimum

    Change is the ultimatum

  24.   pastime Says:

    ในพจนานุกรม..
    to not notice what is important about something because you give too much of your attention to small details

    ^-^ ได้สอนตัวเองอีกจนได้ ..วันนี้เป็นอะไร ได้บทเรียนเพียบเลย..

  25.   pastime Says:

    เคยมั้ย อยู่ๆ มันก็ตันซะแบบนั้น..
    คุ้นๆ เหมือนเคยอ่านเจอความหมายคล้ายกันนี้ในภาษาไทย
    มีคนเคยเขียนไว้แล้วล่ะ ซึ่งก็ไม่น่าจะใช่เรื่องใบไม้ที่พระพุทธเจ้าสอน..

    ขอนึกก่อน

  26.   xanax71 Says:

    คุณ pastime

    หมายความว่าไงเหรอ
    อธิบายหน่อยสิ ได้ป่าว

    :))

  27.   xanax71 Says:

    แน่นอนค่ะพี่เลดี้ แตกต่างแต่ไม่แตกแยก
    555

    พี่เลดี้น่ารักเสมอค่ะ
    ขอบคุณอีกครั้งนะคะ เดี๋ยววางจากงานแล้วอาจจะแวะไปสวัสดีนะคะพี่

    :)

  28.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณกิ๊บ

    ใช่ค่ะ 16 ปี เจออะไรมามากไปสำหรับความรู้ใน field นี้ แน่นอนความรู้มีให้แสวงอีกเยอะค่ะ ความรู้นอก field นี้ก็มีอีกเยอะ ที่เราควรจะเรียนรู้

    ขอบคุณมากค่ะคุณกิ๊บ

    :)

  29.   xanax71 Says:

    ก้านกล้วย..

    เดี๋ยวค่ำๆนะ เดี๋ยวแวะไปเยี่ยม เพราะเมื่อกี้โหลดรูป โหลดข้อความมันไม่มาน่ะ

    ต่อนี้ไปมีเรื่องอะไรทำเยอะแยะเลยกล้วย อย่างน้อย ออกกำลังกายก็อย่างหนึ่งล่ะ

    :)

  30.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ naturehome

    ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
    การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์จริงๆ

    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมด้วยนะคะ

    :)

  31.   pastime Says:

    วันก่อนอ่านเจอข้อความ “you cannot see the wood from the tree” อยู่ระหว่างทำความเข้าใจ ..อ่านแล้วนึกถึงเลยพิมพ์..

  32.   lady007 Says:

    ความคิดที่แตกต่าง แต่เราไม่เคยแตกแยกทางใจเนอะ คุณเมย์

    ตอนนี้ คงดีใจหาย เอ๊ย.. ตกอีกหนึ่งใจไปค่ะ ดีใจ ใจหาย เอิ๊ก ๆ :)

  33.   gibsii Says:

    น่าจะถึงจุดอิ่มตัวนะคะ ของคุณเมย์ใช้เวลา 16 ปี ส่วนของตัวเองใช้เวลาไม่เกิน 4 ปี ก็ย้ายที่ทำงานแล้ว

  34.   zodiac Says:

    ชบาแก้วก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะพี่เมย์ 5555

    ออกมาแล้วจะโล้ง โล่งเนาะ
    อิสระมีอยู่จริง .. สนุกกับก้าวต่อไปนะคะ

    ปล. แอบเอารูปหนีเที่ยวมาอัพแล้วนะ แต่ไม่เยอะเท่าไหร่ค่ะ
    เพราะรูปสวยๆส่วนใหญ่จะมีคนอื่นๆอยู่ด้วย เลยไม่ได้เอาลง
    ไปดูได้.. จะได้เก็บกระเป๋ามาเที่ยวซักที อิ อิ ^^

  35.   xanax71 Says:

    ก้านกล้วย

    วันนี้มีเพื่อนๆเค้าเลี้ยงส่งให้จ้ะ
    มีคนหนึ่งในกลุ่มบอกว่า ‘ต้องขอบคุณพี่เมย์ที่ทำให้พวกเราทั้ง 10 กว่าคนรวมกันได้อย่างพร้อมเพรียง เพราะไม่เคยพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้เลย’

    พวกเขาคุยกันไปพี่ก็ฟังเพลินๆนะกล้วย…หัวเราะอย่างเดียว 555

    ต้องขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้พี่มีวันนี้ได้
    จริงๆ ถ้าไม่มีสิ่งที่ได้เรียนรู้ทั้งหมด เราก็คงไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลง เนอะกล้วย

    ตอนนี้มีอะไรที่จะต่อไปเยอะเลย

    :)

  36.   naturehome Says:

    ชีวิตคนเราหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะต้องพบกับเรื่องใดข้างหน้า คนเราก็เก่งพอที่จะเปลียนอะไรๆให้เป็นสิ่งที่ดีกับตัวเองได้ทั้งนั้น ก็ขอให้คุณเมย์สามารถต่อสู้ฟันฝ่าผ่านอุปสรรคและการปรับตัวในภาวะใหม่ ไปสู่สิ่งดีดีที่กำลังจะเกิดด้วยน้ำมือของคุณเมย์เอง .. อดทน สู้สู้ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

  37.   zodiac Says:

    วันสุดท้ายของที่ทำงานเก่า เต็มไปด้วยความประทับใจ
    แม้การตัดสินใจจะไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่ติดตามมานั่นคือความรู้สึกดีๆ ตลอดช่วงเวลาที่ได้มาผูกพันกันค่ะ

    ขอให้พี่เมย์เก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆไว้ ก่อนก้าวเท้าออกมานะคะ

    ^^

  38.   xanax71 Says:

    Thanks จ้ามัทจัง

    :)

  39.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะพี่เลดี้

    คงต้องสู้กับตัวเองค่ะพี่
    คงไม่สู้กับใคร ใครจะสู้กับใครก็ช่างเหอะ เมย์จะคอยเก็บศพ 5555555

    (ไม่แน่ใจว่า ข้อความ’ยิงธนูเก็บเกาฑัณฑ์’ จะใช้ได้กับสิ่งที่เอ่ยถึงได้รึเปล่าน้อ)

    พี่เลดี้คะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมา อย่างไรก็ดี…เมย์ขอให้พระเจ้านำทางค่ะพี่..ชื่อร้านก็แนวๆนี้นะคะ (ที่แพลนไว้น่ะค่ะ แต่ขออุบไว้ก่อนว่าชื่ออะไร แต่เอาชื่อนี้แน่ๆ)

    ขอบคณค่ะพี่..มุมมองที่ต่างกัน ทำให้แตกหน่อทางความคิดเนอะพี่เนอะ ถ้าคนเราความคิดเหมือนกันหมดมันก็คงน่าเบื่อแย่เลยจริงมั้ยคะ ว่าทางไหนก็ไปตามกันเรื่อยๆ..ไม่ดีหรอกค่ะ

    ขอบคุณอีกครั้งนะคะพี่เลดี้ที่น่ารัก :)

  40.   tomorrow02 Says:

    …ขอเป็นกำลังใจให้ เส้นทางใหม่ที่เลือกเดินค่ะพี่เมย์ ;-))

  41.   lady007 Says:

    ต้องสู้ จึงชนะ ค่ะ คุณเมย์

    เนื้อความในบทเพลง บอกไว้ว่า 30% เป็นของลิขิตฟ้า
    ส่วนอีก 70% มาจากน้ำพักน้ำแรงของคนคนนั้น

    เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ แม้ว่า หลาย ๆ ครั้ง เรามีมุมมองที่ต่างกันก็ตาม

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.