header image
 

.. เสียงเพรียกจากลมหายใจ ..

 

 

.

 

 

          โพล้เพล้ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีฟ้า เป็นสีเทา มีสีแดงเรื่อๆปน คล้ายกับจิตรกรกำลังเกลี่ยสีน้ำและให้อณูของสีเคลื่อนเข้าหากันเอง 

          ฉันยืนนิ่ง ซึมซับบรรยากาศของท้องฟ้าครู่ใหญ่ 

          ที่ระเบียง ลมเย็นๆพัดเข้ามา พอให้สดชื่นได้บ้าง หลังจากที่อากาศและบรรยากาศของเมืองร้อนระอุมาทั้งวัน

          มองไปเบื้องล่าง ตามถนนหนทางไร้ซึ่งผู้คน

          สีดำแห่งความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุม เสียงแมลงร้องระงม ที่ใดไร้เสียงมนุษย์ เสียงเหล่านี้จะชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเขาอาจจะร้องอยู่ทุกวัน แต่เราคงไม่ได้สนใจ มัวแต่สนใจเสียงของตัวเราเอง 

          แมวสีเทา แมวตัวลายไม่บ่งบอกสีชัดเจน เดินด้วยกันอยู่บนหลังคาบ้าน ถึงเวลาอาหารมื้อเย็นแล้ว หนึ่งสำรับ กินกันสองตัว ไม่มีใครแย่งใคร ค่อยๆกิน ค่อยๆแบ่งกัน 

 

 

 

 

 

 

          สายตาฉันมองภาพที่อยู่เบื้องหน้าทุกภาพด้วยความเพลิดเพลิน ทว่าอดนึกถึงภาพที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงไม่ได้ 

          จริงอยู่ เราเลือกที่จะมองหรือไม่มองภาพใดก็ได้ มันขึ้นอยู่กับตัวเรา 

          ฉันเลือกได้ แต่ไฉนฉันยังมองควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นฟ้าตลอดทั้งวัน ไฉนหูของฉันไม่หยุดฟังเสียงรัวของปืน ภาพและเสียงเหล่านั้นทำให้ฉันห้ามความสลดไว้ไม่ได้ ไฉนฉันไม่เลือกมอง ไฉนฉันไม่เลือกฟัง

            

          ค่ำแล้วดวงดาวน้อยใหญ่ทะยอยออกมาทักทาย ฉันยิ้มกับดาว ฉันถามดาวว่าพระจันทร์อยู่ไหน วันนี้ยังไม่เห็นพระจันทร์ ดาวกับพระจันทร์ เมื่อไรจะพากันมายิ้มอีก

          ถามดาว ดาวไม่ตอบ ปล่อยให้ฉันถามเอง ปล่อยให้ฉันตอบเอง 

          ยังไม่มีคำตอบ จากทั้งฉันและดาว แต่กระเพาะของฉันส่งเสียงขึ้นมาแทน ฉันจำเป็นต้องสั่งให้สองเท้าก้าวขาออกจากเคหะสถาน 

          ความมืดของค่ำคืน ความเงียบ ประตูร้านค้าที่อยู่สองข้างทางที่เดินผ่าน ถูกปิดไปเกือบทั้งเส้นทาง ฉันเดินไปเรื่อย เกือบสุดทาง บรรยากาศไม่ต่างกันตลอดสาย ผู้คนเดินสวนกันไป สวนกันมาสนทนากันบ้าง ตามความจำเป็น ใบหน้าไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไม่เว้นแม้แต่ตัวฉัน

          ค่ำคืนนี้ ดูเหมือนเป็นค่ำคืนที่ไร้ลมหายใจ 

          ความมืดยังคงปกคลุม สองขาของฉันทำหน้าที่ของมัน ก้าวเดินกลับมายังเส้นทางเดิม 

          ระหว่างทาง ฉันยังคงมีคำถามว่า เมื่อไร ลมหายใจจะคืนกลับมา 

 

               (บันทึก เมื่อ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๓๐ น.) 

ทานตะวัน – อ.ธนิศร์ – Tanit

~ by xanax71 on April 14, 2009 . Tagged: , , , , , ,



14 Responses to “.. เสียงเพรียกจากลมหายใจ ..”

  1.   xanax71 Says:

    สวัสดีจ้ะเจี๊ยบจัง

    ดีกว่าเมื่อสองวันเยอะเลย
    สองวันที่ผ่านมาไม่ได้ออกไปไหนด้วย หมดเรี่ยวหมดแรงเลย ไม่รู้เป็นไร ทั้งๆที่นั่งๆนอนๆ แรงกาย บวกแรงใจ

    วันนี้พออะไรๆมันดูสงบลง ก็เลยถือโอกาสไปท่องเมือง
    โลกมันกว้างขึ้นแฮะ

    อิอิ

    ฝีนดีเช่นกันจ้ะเจี๊ยบ :)

  2.   initmate Says:

    ” ค่ำคืนที่ไร้ลมหายใจ “

    คืนนี้คงเปลี่ยนคำพูดนี้แล้วเนอะคะพี่เมย์

    ^ – ^

    มีความสุขนะคะ … พี่เมย์

    ฝันดีค่ะพี่ :)

  3.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณwarintirak

    หลังจากไม่ได้ไปไหนมาสองวัน เครียดอยู่หน้าจอตลอดเวลาเลยค่ะ วันนี้ถือโอกาสออกไปร่อนหน่อย ถนนโล่ง
    บรรยากาศกลับมาสู่สภาพปกติแล้ว

    มหานครก็ดูเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลยนะคะ

    เหลือวันหยุดอีกหนึ่งวันคือพรุ่งนี้
    ขอให้มีความสุขกับวันหยุดที่เหลือค่ะ

    ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ

    สวัสดีปีใหม่ไทยด้วยค่ะ :)

  4.   xanax71 Says:

    คืนนี้คงหลับสบายนะศศิ

    ช่วงบ่ายพี่ออกไปขับรถเที่ยวนอกเมือง ตอนแรกเห็นทหารอยู่ทุกแยกเลย พอกลับมา ไม่มีแล้ว ทุกอย่างกลับเป็นปกติ ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านเปิดแล้ว หลังจากปิดมาตั้งแต่เมื่อวาน

    พี่ยังถามตัวเองและคนใกล้ตัวเลยว่า นี่เราหลุดออกไปอีกมิติรึเปล่านี่

    งงๆเล็กน้อย

    สุขสันต์รับความสงบนะศศินะ

    :)

  5.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณคัมภีร์ราม
    ขอให้มีความสุขกับเทศกาลปีใหม่นะคะ

    ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ

  6.   warintirak Says:

    สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
    มาช้าไปนิดนะคะ มัวแต่เครียดและลุ้น ช้วยเพื่อนๆ
    หาข่าวให้เพื่อนๆอยุ่น่ะค่ะ
    ยังล้าๆอยุ่แต่ก็โอเค..

    เป้นอย่างไรบ้างคะ
    ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
    คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

  7.   sazzie Says:

    อยู่ห่างจากกลางเมืองออกมามาก
    แต่ไม่วายได้เห็นขบวนรถฮัมวี่เป็นทิวแถวเลยล่ะค่ะ
    กลางคืนคอยเงี่ยหูฟังเสียงรถหวอ ปรากฎว่าเงียบสนิท
    หายใจได้หนึ่งเฮือกค่ะ :)

  8.   CUMPRERAM Says:

    “”SAWADEE CUB””

  9.   xanax71 Says:

    สวัสดีวันเนา (เน่า) เจ้าปี้ Sept.

    สองวันก่อน แล้วก็ ตะวา ข้าเจ้าใจ๋บ่อดีเลย
    สะท้อนหื้อหัน ต๋ามตี้เขียนเลยเจ้า

    ข้าเจ้าอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ฯ แค่สองสามป้ายรถเมล์ ก่ะเลยหัน เลยได้ยินเสียงต๋ามตี้เขียน

    สลดแต๊ๆ

    ปี๋ใหม่ บ่น่าเกิดเรื่องแบบนี้เลยนะเจ้า
    ตะคืน หันอาจารย์ออกมาอู้เหมือนกั๋น…ผู้ที่บาดเจ็บก่อนเพื่อนเวลาเกิดสงครามคือ ‘ความจริง’

    ข้าเจ้าออกไปดูแมว ดูหมา มันบ่อหันตี๋กันเหมือน สิ่งมีชีวิตตี้ฮ๊องตั๋วเองว่า “ฅน” เลย เนาะปี้เนาะ

    ขอบคุณเจ้าปี้ Sept.

    วันนี้วันเน่า อู้อะหยังบ่อดีออกไป มันบ่ค่อยเป๋นมงคล ใจ้ก่อเจ้า

    :)

  10.   septimus Says:

    ส่วนพี่ที่อยู่ทางนี้ก็นั่งไม่ติด จะคุยอะไรกับใครก็เหมือนเหลือใจครึ่งเดียว ข่าวทีวงทีวีก็ดูเหมือนจะไม่ได้ดั่งใจ… จนกระทั่งมีสกู๊ปเมื่อคืน

    จึงรู้สึกค่อยยังชั่วเพราะโลกตะวันตกเขารู้ไส้หมดเลยค่ะ

    สุขสันต์วันสงกรานต์จ้า

    ^___^

  11.   xanax71 Says:

    คุณ Chan (อีกที)

    สามก๊ก ถูกนำมาฉายหรือนำมาแปล มาเรียบเรียง ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ คนก็อ่านไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ที่เลือกนำมายึดปฏิบัติก็คือสิ่งที่แย่ๆในเรื่องสามก๊ก สิ่งดีๆไม่ค่อยเลือกมาทำ

    จริงๆสิ่งที่เขาเลือกก็คือ สิ่งที่คลิกกับตะกอนที่นอนก้นอยู่ในใจคนผู้นั้น ว่ามั้ยคะ

    สำหรับพันปีที่คุณ Chan ยกมาเขียนถึง วันก่อนนึกถึงละครเรื่องนึง ที่ย้อนกลับไปยังภพชฃาติก่อนได้ เอ!!ชื่ออะไรนะ ภูเตศวรมั้ง ไม่เคยดูมาก่อน แต่ดูตอนจบ และก่อนจบหนึ่งตอน ในนั้นมีคนบอกภูเตศวรว่า “ห้าพันปีผ่านไปยังไง ท่านก็ยังคงไม่เปลี่ยน” จริงๆ คนว่าเขาว่า “ดักดาน” นะคะนั่น

    บางฅนก็เป็นเช่นนั้นจริงๆค่ะคุณ Chan

  12.   xanax71 Says:

    สวัสดีค่ะคุณ Chan

    ช่วงนี้ไม่กล้าเขียนความเรียงโดยเฉพาะ ความเรียงเรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือความรุนแรงของบ้านเมืองค่ะ
    เนื่องจากมองให้ลึกและมองให้กว้าง การเขียนในแนวความเรียง ยิ่งถ้าเขียนตรงๆ มองอีกมุม ก็คือ’ความรุนแรง’ นั่นเอง

    ตอนที่นึกคำมาเป็น tag ก็นึกถึงหนังเรื่องนึงนะคะ เรื่องที่เขียนไปเป็น tag นี่แหละ ชื่อเดียวกัน แต่จำไม่ได้แล้วว่า Edition ไหน

    จำได้ขึ้นใจ ตอนจบของเรื่องสะกิดเตือนผู้ที่เรียกตัวเองว่า มนุษย์

    “เผ่าพันธุ์เดียวที่มุ่งแต่ทำลายล้างกันเอง”

  13.   chanpanakrit2 Says:

    ขอหยิบยกคำคม (รีบจดจากหน้าจอ)
    เพราะเพิ่งดูRed cliff2 ก่อนเริ่มต้นจะมี
    ประโยคหนึ่งของท่านก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์
    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์
    ที่ว่า
    “สามก๊ก คือ วรรกรรมอิงประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่
    เป็นขุมทรัพย์ของการเีรียนรู้เพื่อบริหารคน
    กลศึกเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่จิตใจของมนุษย์
    พันปีที่แล้วเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้น”

  14.   chanpanakrit2 Says:

    คราวก่อนมาแนวแม่ศรีเรือน
    มาคราวนี้ออกแนวรสกวีกวาดซะ

    แต่พออ่านtag ก็พอรู้ความหมายของ
    การพรรณนา มนุษย์ก็ทำอะไรตลกๆ
    ได้ไม่สมกับความที่เป็นมนุษย์เลยน้อ

Leave a Reply

You must be logged in to post a comment.